สู่วิถีอมตะ - บทที่ 413 มิอาจสู้ชนะ ย้อมขาว
มิใช่ว่าเจียงผิงอันอ่อนแอ แต่มหาจักรพรรดิแข็งแกร่งเกินไป
หมัดสุ่ม ๆ ของเจียงผิงอันระเบิดร่างบุคคลร่วมขอบเขตได้ แต่
มหาจักรพรรดิเป็นตัวตนอีกระดับต่างออกไป
วิชาลับหมื่นพันล้วนมีที่มาจากเขา ที่ฝึกฝนกันถึงจุดยอดก็เป็น
เส้นทางของเขาด้วย
ที่มาของวรยุทธ์ชั้นสูงทั้งหมดล้วนสืบย้อนได้ถึงมหาจักรพรรดิ
เส้นทางที่ผู้ฝึกตนใด ๆ ก้าวเดินก็ล้วนตามรอยมหาจักรพรรดิเช่นกัน
ในโลกหล้าสีขาวด า ร่างขาวด านั้นเหมือนเป็นเอกตะวันในโลก
หล้า ท าให้ปวงชนดูเล็กจ้อยถนัดตา
อารมณ์ของเจียงผิงอันแกว่งไกวเปลี่ยนผัน ตกใจ พรั่นพรึง ไม่
อยากเชื่อ สิ้นหวัง… จนสุดท้ายก็คือความสงบ
เจียงผิงอันใช้ปราณส่วนสุดท้ายโคจร ‘ทวีคูณอนันต์’ รักษา
บาดแผลบนร่างกาย ก่อนจะเหินสุญตาอีกหน
ปราณไม่เหลือแล้ว เขาก็ยังเหลือร่างนี้ และยังมีวิญญาณศึก
หากร่างนี้ไม่ปราชัย วิญญาณศึกก็จะไม่ถูกท าลาย
เฉียนฮวั่นโหรวเบิกตามองเจียงผิงอันอย่างฉงนใจ เขาสู้ต่อไป
เช่นนี้มีประโยชน์อะไร?
โกรธหรือ? น่าจะใช่ เจียงผิงอันผู้ไร้เทียมทานในขอบเขต
เดียวกัน ณ โลกภายนอกต้องเกิดแผลใจเมื่อเผชิญมหาจักรพรรดิผู้
เรืองฤทธิ์สุดขั้ว มิอาจตัดใจยอมแพ้เป็นแน่
ศึกนี้ด าเนินต่อ ครั้งนี้ไร้ซึ่งวรยุทธ์พร่างพราว ไม่มีวิชาลับสูงล ้า
มีเพียงการโจมตีกายภาพอันสุดดึกด าบรรพ์
ไร้ซึ่งผลลัพธ์เกินคาด เจียงผิงอันถูกเตะลงจากเขาอีกครั้ง เขา
ลุกขึ้น เหินกลับสู่ยอดเขา และสู้ต่อไปไม่หยุดยั้ง
วิญญาณศึกสีด าบนร่างเขาระเบิดแหลกครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อตัว
ใหม่ไม่รู้จบ และหลังการปะทะแต่ละครั้ง มันก็ยิ่งเรืองรองเจิดจรัส
“ยอมแพ้เถอะ ไม่มีประโยชน์แล้ว” เฉียนฮวั่นโหรวถอนใจอย่าง
อ่อนแรง นางทนมองสภาพน่าเวทนาของเจียงผิงอันไม่ได้แล้วจริง ๆ
นี่มิใช่ความฝังใจแล้ว แต่เป็นความโง่เขลา
ไฉนกันจึงท าเรื่องไร้แก่นสารเช่นนี้
ต่อให้เป็นยามเจียงผิงอันสมบูรณ์พร้อม เขาก็ยังเอาชนะมหา
จักรพรรดิมิได้ นับประสาอะไรกับขณะนี้
ดวงตาของเจียงผิงอันเต็มไปด้วยความดึงดัน จ้องตรงไปที่ยอด
เขา พุ่งทะยานปีนสู่เป้าหมายอันเกินเอื้อมคว้าต่อไป
ไม่อาจทราบว่าศึกนี้กินเวลาเพียงไร แต่ข่าวการหายตัวไปของ
เจียงผิงอันแพร่กระจายรวดเร็วสู่โลกภายนอก ก่อให้เกิดเสียงฮือฮา
ยกใหญ่
“เจียงผิงอันหายตัวไปในแดนอุดร สงสัยกันว่าจะตายแล้ว!”
“จากข่าวลือ เขาน่าจะถูกยอดฝีมือสักคนลอบสังหาร”
“ใครกันไร้คุณธรรมนัก! เจียงผิงอันรับมือมารอยู่ที่ทัพหน้า แต่
กลับถูกลอบสังหารได้!”
ข่าวการตายของเจียงผิงอันท าให้ผู้ฝึกตนมากมายทอดถอนใจ
อนิจจา สุดยอดอัจฉริยะผู้โดดเด่นต้องมามีจุดจบเช่นนี้
เขาสร้างสามขอบเขต ผนึกวิญญาณ จอมจักรพรรดิและ
วิญญาณสวรรค์ เดินบนเส้นทางหนึ่งล าพัง กระทั่งสัตว์ประหลาดเฒ่า
ทั้งหลายยังทอดถอนใจ
เขาก าราบปีศาจที่ทะเลบูรพา เผชิญหน้าทัพนับล้านไร้เกรงกลัว
สู้กับเผ่ามารที่แดนอุดร เขย่าขวัญมวลมารเสียจนมิกล้าสู้
สู้เสมอกับร่างโกลาหล อัจฉริยะแห่งยุคสมัย ประชันเสมอภาคกับ
บรรพชนจระเข้ผู้เป็นใหญ่ในหนึ่งยุค…
ในเวลาเพียงราวร้อยปี ปาฏิหาริย์มากมายเกิดขึ้นด้วยมือเขา
ส าหรับผู้ฝึกตนในโลกหล้า หนึ่งร้อยปีผ่านไป ล้วนไม่นับว่า
ยาวนานเลย
และเจียงผิงอันก็กลายเป็นยอดฝีมือระดับกลางผู้หนึ่งของเผ่า
มนุษย์
เผ่าปีศาจทะเลบูรพาได้ข่าวเจียงผิงอันตกตาย พวกมันทุกเผ่า
ล้วนเฉลิมฉลอง
ยามเผ่ามารแดนอุดรทราบข่าว พวกมันก็เตรียมพร้อมเคลื่อน
พล
“ข่าวใหญ่! ผู้สืบทอดเทวนิกายจันทราประกาศออกจากการเก็บ
ตัวฝึกฝน รับค าเชิญพร้อมประชันกับร่างโกลาหลแล้ว”
“รัชทายาทแห่งราชวงศ์จักรพรรดิมนุษย์ประกาศจะออกจากการ
เก็บตัว มุ่งหน้าสู่หอต าราเทียนเต้า”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนออกจากการเก็บตัว จะ
มุ่งหน้าไปประชันที่หอต าราเทียนเต้า ณ หทัยแผ่นดิน!”
อัจฉริยะจากขุมก าลังใหญ่ปรากฏตัวขึ้นรับค าเชิญของร่าง
โกลาหลคนแล้วคนเล่า จะประชันชิงต าแหน่งอัจฉริยะอันดับหนึ่งของ
ยุคสมัยนี้
ในยุคสมัยนี้ หมื่นเผ่าพันธุ์ล้วนประชัน เผ่ามนุษย์ต้องการผู้น า
คอยชี้ทาง
ร่างโกลาหลแข็งแกร่งมาก ปรากฏขึ้นยามใด ก็กวาดล้างเป็น
ใหญ่เหนือยุคสมัยได้
แต่ผู้สืบทอดรุ่นนี้ ก็มีหลายคนไม่เลวเช่นกัน
รัชทายาทราชวงศ์ต้าเฉียนมีร่างเทวะสุดเสรี
ธิดาเทพตระกูลเหลยโบราณมีร่างเซียนอัสนี
บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนมิ่งสามารถท านายวรยุทธ์
ของผู้อื่นได้ล่วงหน้า
บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อก้าวตามเส้นทางของ
มหาจักรพรรดิ ท้าทายอัจฉริยะทุกเผ่าพันธุ์ ยังคงไร้พ่ายจนบัดนี้…
อัจฉริยะมากมายเรืองรองเจิดจรัสราวหมู่ดาว
ครั้งนี้ การประลองอัจฉริยะของเหล่าขุมก าลังใหญ่ที่หอต ารา
เทียนเต้ามิเพียงดึงความสนใจของเผ่ามนุษย์ ยังเป็นที่สนใจของเผ่า
อื่น ๆ ซึ่งอยากเห็นว่าเผ่ามนุษย์ยามนี้แข็งแกร่งเพียงไร และผู้ใดจะ
เป็นอันดับหนึ่งด้วย
ส่วนเจียงผิงอันที่ตายไป ไม่มีใครสนใจเขาแล้ว
ตายก็คือตาย ทุกวันล้วนมีอัจฉริยะตกตายเกินนับถ้วน บุคคลไม่
เกี่ยวข้องทั้งหลายเพียงถอนใจ วันรุ่งขึ้นก็ลืมแล้ว
ในภาพวาดของมหาจักรพรรดิ
กล้ามเนื้อและกระดูกของเจียงผิงอันป่นปี้ พลังเหือดแห้ง บนร่าง
ไร้จุดใดสมบูรณ์ดี เขาถูกเตะลงจากยอดเขา กลิ้งลงมายังตีนเขาอีก
ครั้ง
เจียงผิงอันหอบหายใจ วิญญาณศึกอันเจียนมลายพยุงร่างของ
เขาปีนขึ้นไปอีกครั้ง ทิ้งรอยเท้าสีเลือดไว้เป็นทาง
“สู้กันไปก็ไร้ความหมาย ถึงเวลาจบได้แล้ว”
เสียงดุจสวรรค์บัญชาดังลงมาจากยอดเขา
มหาจักรพรรดิยกมือขึ้น กฎฟ้าดินก่อตัวรวดเร็ว ล้อมตัวเจียงผิง
อันไว้เป็นก้อนกลม
เมื่อมหาจักรพรรดิเริ่มก ามือ ก้อนกลมนั้นก็หดตัวบีบรัดอย่าง
รวดเร็ว
ร่างของเจียงผิงอันพลันง่อนแง่น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะถูก
บีบอัดเป็นก้อนเนื้อแน่ ๆ
เจียงผิงอันขัดขืนอย่างสุดก าลัง กระดูกส่งเสียงลั่น แต่ก็หยุดการ
หดตัวของก้อนกลมมิได้
ขณะนี้ เฉียนฮวั่นโหรวซึ่งถือกระบี่ล ้าค่าสีทองพลันปรากฏตัว
เบื้องหลังมหาจักรพรรดิ ทุ่มพลังทั้งหมดลอบโจมตี
ทว่าขณะนี้ เฉียนฮวั่นโหรวอยู่ในขอบเขตจอมจักรพรรดิ หรือก็
คือขอบเขตแปรเทวะ ส าหรับจ านงมหาจักรพรรดิแล้ว มันไม่ต่างอะไร
กับถูกมดโจมตี
เฉียนฮวั่นโหรวยังไม่ทันถูกตัว มหาจักรพรรดิก็ยกมืออีกข้าง
ควบคุมตัวเฉียนฮวั่นโหรวไว้
“ลอบโจมตีกันเช่นนี้ ไม่มีประโยชน์หรอก”
สีหน้าของเฉียนฮวั่นโหรวแปรเปลี่ยนมหันต์ ตะโกนบอกเจียงผิง
อัน “หนีไป!”
มหาจักรพรรดิฟาดฝ่ามือ
เปรี้ยง!
โลหิตสาดซัด ร่างของเฉียนฮวั่นโหรวถูกขยี้ระเบิด กระบี่ล ้าค่า
ในมือร่วงลงปักบนยอดเขา โลหิตหยาดหยดลงใส่มันแล้วไหลรินลง
มาช้า ๆ
หัวใจของเจียงผิงอันสั่นสะท้านราวต้องอัสนี สีหน้าของเขาเหม่อ
ค้าง ลมหายใจขาดห้วง
เสี่ยวเซียงตายแล้ว…
ความรู้สึกยามเห็นบุคคลใกล้ชิดตายลงต่อหน้าอีกครั้งคล้ายฉีก
หัวใจเจียงผิงอันเป็นเสี่ยง ๆ เป็นความเจ็บปวดอันไม่อาจนิยาม
หากมิใช่เพราะเขา เฉียนฮวั่นโหรวคงไม่ต้องเข้ามาในภาพวาด
หากมิใช่เพราะเขาดื้อดึงสู้กับมหาจักรพรรดิ มิใช่เพราะสัจธรรมที่เขา
อ่อนแอ ถูกมหาจักรพรรดิพิชิตได้ เสี่ยวเซียงก็คงไม่ต้องตาย…
โทสะและความรู้สึกโทษตัวเองพลุ่งพล่านรุนแรงอยู่ภายใน
“ข้าจะให้เจ้าตาย!!”
เจียงผิงอันค ารามอย่างกราดเกรี้ยว จิตสังหารชวนสะพรึงระเบิด
ออกจากร่างเช่นเปลวเพลิงปะทุ
เพียงพริบตา เส้นผมสีด าของเจียงผิงอันก็หงอกขาว วิญญาณ
ศึกบนร่างเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ทั้งเย็นเยียบและโหดร้าย
กฎฟ้าดินสั่นสะท้านรุนแรง โลกหล้าสีขาวด าคลับคล้ายถูกกวน
ให้ปนเป
กระดูกมังกรมารและกระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์ในกายสั่น
สะท้านเลื่อนลั่น แผ่อ านาจชวนสะพรึงสายหนึ่งออกมา
หนก่อน เขาใช้แก่นโลหิตโกลาหลผสานกระดูกสันหลังกายา
ศักดิ์สิทธิ์และกระดูกมังกรมารในเบื้องต้น แต่อ านาจของกระดูกมังกร
มารมิได้ถูกย่อยอย่างสมบูรณ์
ด้วยใจที่หลงเหลือเพียงจิตสังหารของเจียงผิงอัน อ านาจนี้ก็ถูก
ปลุกขึ้นอย่างสมบูรณ์
กร๊อบ!
โล่พลังอันรัดพันทั่วกายเขาแตกสลาย
เจียงผิงอันผู้เต็มเปี่ยมด้วยจิตสังหารไร้สิ้นสุดพุ่งมาตรงหน้าภาพ
ฉายมหาจักรพรรดิทันที่
“ผนึก”
มหาจักรพรรดิใช้วิชาคะนึงทิพย์อีกครั้ง
ทว่า ตรวนวิญญาณมิได้ปรากฏบนร่าง สรรพสิ่งรายล้อมนิ่งค้าง
ประหนึ่งถูกผนึกนิ่งเอาไว้
เจียงผิงอันใช้พลังควบคุมอันแข็งแกร่งยิ่งกว่าวิชาลับพลัง
วิญญาณ ซึ่งก็คืออ านาจแห่งเวลา
เนตรแห่งเวลาเป็นไพ่ตายสุดท้ายของเจียงผิงอัน หากมิใช่เรื่อง
ร้ายแรงถึงตายก็จะไม่ใช้
เหตุที่เขาไม่ใช้มันง่าย ๆ ก็เพราะ นอกจากซ่อนไพ่ตายแล้ว การ
ใช้พลังมากเกินไปก็ยังสิ้นเปลืองชีวิต ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง ยิ่งกัดกลืน
ชีวิตมหาศาล
แต่ยามนี้ เขาไม่มัวสนใจแล้ว และสังเวยอายุขัยร้อยปีตรึงอีกฝ่าย
สุดก าลัง
หมัดท าลายล้างก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ฟาดเข้าใส่มหาจักรพรรดิอย่าง
หนักหน่วง
ตู้ม!
แสงสว่างเรืองรอง สาดส่องในฟ้าดิน ท าให้โลกหล้าสีขาวด านี้
เปลี่ยนสู่ขาวโพลน