สู่วิถีอมตะ - บทที่ 414 ให้ความรู้สึกเหมือนข้าในอดีต
สายลมกู่ก้อง ต้นพฤกษ์ขาวด าสั่นสะท้านรุนแรง
เจียงผิงอันยืนบนยอดเขา เส้นผมสีขาวส่ายสะบัดตามสายลม
เขาพิชิตจ านงมหาจักรพรรดิอันสั่นสะท้านได้ทั่วโลกหล้า แต่ใน
ใจกลับไม่มีความยินดีแม้เพียงนิด
เจียงผิงอันมองกระบี่ล ้าค่าสีทองซึ่งตกลงข้างตัวแล้วค่อยๆ
หลับตาลง น ้าตาโลหิตหยาดน้อยไหลออกจากหางตา
เขาสาบานแล้วแท้ ๆ ว่าจะไม่ให้ญาติมิตรมาตายต่อหน้าอีก แต่
เขาก็ผิดสัญญา
เขาพยายามอย่างหนัก ไม่มัวเล่นสนุก ไม่เคยพักผ่อน แค่เพราะ
ไม่อยากให้โศกนาฏกรรมซ ้ารอยบุพการี
แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนอะไรเลย
ความเจ็บปวดในใจของเขาร้ายแรงจนมิอาจหายใจได้
“เจ้า… ชนะ”
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นหู ร่างของเจียงผิงอันก็สะท้าน เงยหน้ามอง
ตามเสียงทันที่
ในหน้าไร้ที่ติของเฉียนฮวั่นโหรวในอาภรณ์เรียบง่ายมองตอบ
กลับมาอย่างตกใจไม่อยากเชื่อ
ดวงตาของเจียงผิงอันเองก็เบิกกว้าง “เสี่ยวเซียง! เจ้า… เจ้ายังไม่
ตาย!”
“ตายอะไร?” เฉียนฮวั่นโหรวมองเขาอย่างฉงนใจ เมื่อครู่นางแค่
ถูกมหาจักรพรรดิควบคุมเอง
ทันใดนั้น เฉียนฮวั่นโหรวก็พลันตระหนักถึงบางสิ่ง “ที่เจ้าระเบิด
พลังรุนแรงออกมาเมื่อครู่ เพราะเจ้าเห็นข้าตายหรือ?”
“มิผิด”
หนึ่งเสียงอันสูงส่งแว่วมาอีกครั้ง
ภาพฉายขาวด าปรากฏขึ้นอีกหน
เจียงผิงอันระแวดระวัง ตื่นตัวขึ้นมาทันที่ อีกฝ่ายยังไม่ตาย!
“ศึกนี้ไว้แค่นี้ก่อน หากเจ้าคิดสู้ต่อไป กินโอสถแล้วค่อยต่อกัน”
ภาพฉายของมหาจักรพรรดิกล่าวเบา ๆ
เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวกับมหาจักรพรรดิอย่างสงสัย “ผู้อาวุโส
ท่านจะไม่ฆ่าเราหรือ?”
ภาพฉายมหาจักรพรรดิบอกให้เจียงผิงอันกินโอสถแล้วค่อยสู้
กันต่อ เห็นได้ชัดว่าไร้เจตนาสังหาร
“จะฆ่าพวกเจ้าไปท าไม? พวกเขาควรค่าให้จักรพรรดิผู้นี้ฆ่าด้วย
หรือ?”
น ้าเสียงของภาพฉายมหาจักรพรรดินั้นสุขุม แต่แฝงด้วยความ
ถือตน… ไม่สิ สูงส่ง… ก็ไม่ใช่อีก สรุปคือเป็นความอหังการ เปี่ยม
ความดูแคลนเหล่าผู้น้อยจากภายใน
เจียงผิงอันพอเข้าใจบางอย่าง เส้นผมสีขาวบนศีรษะหวนคืนสู่สี
ด า กุมก าปั้นคารวะ “ขอบคุณผู้อาวุโส”
มหาจักรพรรดิจงใจสร้างมายา เพื่อให้เขาทุ่มสุดก าลัง ปลุกพลัง
ที่แฝงอยู่ในตัวขึ้นมา
ยามนี้ เจียงผิงอันบรรลุถึงจุดสูงสุดใหม่แล้ว
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก แค่ว่างจัดแล้วเบื่อ ๆ น่ะ”
“เจ้าให้ความรู้สึกเหมือนข้าในอดีต”
เสียงชมเชยของมหาจักรพรรดิขาวด าสุขุมและอ่อนโยน
เมื่อได้ยินค าประเมินของเขาต่อเจียงผิงอัน หัวใจของเฉียนฮวั่น
โหรวก็สั่นสะท้านดุจพายุโหมอีกครั้ง
มหาจักรพรรดิประเมินเจียงผิงอันสูงเพียงนี้ กระทั่งยกเขาสูง
เทียบตน!
มหาจักรพรรดิเป็นคนเช่นไร ยอดฝีมือไร้เทียมทานผู้เลิศล ้าใน
หนึ่งยุคสมัย ไร้เทียมทานในโลกหล้า
แล้วยามนี้ มหาจักรพรรดิบอกว่าเจียงผิงอันให้ความรู้สึกเหมือน
ตัวเองในกาลก่อน นี่คงเป็นการยอมรับสูงสุดในโลกหล้าแล้ว
เฉียนฮวั่นโหรวจนบัดนี้ก็ยังท าตัวไม่ถูก ปรากฏว่าเจียงผิงอัน
พิชิตมหาจักรพรรดิในขอบเขตเดียวกันลงได้
แม้นี่จะเป็นเพียงจ านงของมหาจักรพรรดิ มิใช่ตัวมหาจักรพรรดิ
เอง ไม่แข็งแกร่งเท่ามหาจักรพรรดิตัวจริงก็ตามที่
“เจ้าดีทุกอย่าง แต่ในด้านความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณ เจ้า
ยังบกพร่องอยู่นิดหน่อย ให้อะไรเจ้าหน่อยแล้วกัน”
มหาจักรพรรดิยกนิ้ว จิ้มลงที่หว่างคิ้วเจียงผิงอัน
ขณะนี้ เจียงผิงอันรู้สึกว่าห้วงจิตส านึกของตนถูกฉีดสิ่งมากมาย
เข้ามา เขาจึงรีบนั่งลงย่อยความรู้นี้
“วิชาคะนึงทิพย์หรือ?”
ลมหายใจของเฉียนฮวั่นโหรวเร่งกระชั้น นี่คือวิชาลับพลัง
วิญญาณอันแข็งแกร่งที่สุด
มหาจักรพรรดิส่ายหัว “‘วิชาคะนึงทิพย์’ อะไรกัน มันก็แค่วิธีใช้
พลังวิญญาณวิธีหนึ่ง ข้าสอนวิธีใช้แก่เขา ส่วนจะใช้เช่นไร ขึ้นกับ
เขาไปรังสรรค์เอง”
“เขามีเส้นทางของเขาเอง หากสอนวิชาของข้าไป เขาก็ไม่มีวัน
ก้าวข้ามข้าได้หรอก”
“ก้าวข้ามท่าน? เป็นไปไม่ได้ หากได้อย่างท่านสักหนึ่งในสิบก็
สุดยอดมากแล้ว”
เฉียนฮวั่นโหรวนึกว่ามหาจักรพรรดิแค่พูดตามมารยาท
มหาจักรพรรดิมิได้ตอบเฉียนฮวั่นโหรว ดวงตาลึกล ้าของเขา
พินิจเจียงผิงอันอย่างลึกซึ้ง
จ านงอันเกินสั่นคลอนคืออาวุธสูงสุดของมนุษยชาติเสมอมา
เด็กนี่มีอาวุธนี้ในมือแล้ว ขึ้นกับเขาว่าจะเบิกต านานของตนเช่น
ไร
ในโลกภายนอก บนขอบผาสะบั้นฟ้า
“มือสังหารสมควรตาย! กล้ามาลอบสังหารบุตรศักดิ์สิทธิ์ของ
นิกายเทวมารเรา อย่าให้ข้ามั่วชงรู้นะว่าเจ้าเป็นใคร หากรู้ยามใด ข้า
จะขยี้เจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้นด้วยมือนี้เลย!”
ผู้อาวุโสใหญ่มั่วชงแผดเสียงอย่างเดือดดาล เสียงของเขา
สะเทือนฟ้า ดวงตาปริ่มน ้าตาอาดูรเล็กน้อย
ท่าทีเช่นนี้ท าให้ปวงชนผู้ไม่รู้ คิดจริง ๆ ว่ามั่วชงกับเจียงผิงอันมี
สัมพันธ์อันดีต่อกัน
จี้เฟยก าหมัดจ้องมองมั่วชง
นางสงสัยว่าการหายตัวไปของเจียงผิงอันอาจเกี่ยวกับมั่วชง ต่อ
ให้ไม่เกี่ยวกับมั่วชง ก็ต้องเกี่ยวกับมั่วปู้ฟาน
สุดท้ายแล้ว มั่วปู้ฟานก็คือผู้พบว่าเจียงผิงอันหายตัวไป
มั่วปู้ฟานเกลียดเจียงผิงอัน เขาจะไปหาเจียงผิงอันท าไม? และ
บังเอิญว่าเจียงผิงอันหายตัวไปพอดีด้วย
มั่วชงเล่นละครเกือบเสร็จ ก็พูดต่อกับปวงชนว่า “บุตรศักดิ์สิทธิ์
ตายไป เผ่ามารก็เตรียมลงมือ ยามนี้เราต้องการบุตรศักดิ์สิทธิ์คน
ใหม่”
“บุตรข้ามั่วปู้ฟานสามารถอ่อนด้อย แม้พลังต่อสู้จะไม่เลิศล ้า แต่
ก็มีปัญญาหลักแหลมล ้าเลิศ จะน าปวงชนต้านเผ่ามารได้แน่นอน!”
มุมปากมั่วปู้ฟานยกยิ้ม
เจียงผิงอันบ้าบออะไร ไร้เทียมทานบ้าบออะไร
มิใช่สุดท้ายก็ตายเพราะแผนของเขาอยู่ดีหรือ?
ผู้มีชีวิตรอดจนจุดจบต่างหากคือผู้ชนะ
ส่วนเรื่องนี้จะน าสู่การตอบโต้ของเผ่ามาร เกิดผู้บาดเจ็บล้มตาย
มากมายเช่นไร หาได้สะท้านสะเทือนถึงเขาไม่ คนตายมิใช่เขาอยู่ดีนี่
ขอเพียงเขาได้ต าแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์มา ภายหน้าเขาก็อาจได้
เป็นเจ้านิกาย และใช้ทรัพยากรนี้ในการแข็งแกร่งขึ้นได้
ทันใดนั้น มั่วปู้ฟานก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารชวนสะพรึงสายหนึ่ง
เขาหันกลับไป และพบคู่เนตรงามเปี่ยมความแค้นคู่หนึ่ง
ลูกน้องของเจียงผิงอัน เหมือนจะชื่อว่าเยี่ยอู๋ฉิง
เยี่ยอู๋ฉิงกัดฟันก าหมัด “เจ้าหรือที่ฆ่าลูกพี่?”
“อย่าปรักปร ากันนะ”
มั่วปู้ฟานปากพูดเช่นนี้ แต่ถ่ายทอดกระแสปราณแอบตอบ
“เป็นข้าแล้วท าไม? มีปัญญาก็ฆ่าข้าสิ กล้าหรือไม่? ขยะจาก
ภายนอกอย่างพวกเจ้าควรค่าแย่งต าแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์กับข้าด้วย
หรือ”
“เจ้าคิดว่าคนอื่นไม่สงสัยข้าหรือ? แต่พวกเขาไม่มีหลักฐาน จะ
ท าอะไรได้? ผู้อาวุโสทั้งหลายจะยอมผิดใจกับพ่อข้าเพื่อคนตายคน
เดียวหรือ?”
“ท าตาเช่นนั้นหมายความเช่นไร? บุรุษก็ไม่ใช่ สตรีก็ไม่เชิงอย่าง
เจ้าคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง เลิศล ้านักหรือ? ในสายตาข้า ผายลมยังไม่
อาจเทียบเลย”
“นี่คือถิ่นนิกายเทวมารของข้า พ่อข้าเป็นผู้อาวุโสใหญ่ หากเจ้า
กล้าแตะต้องข้า เจ้าตายแน่!”
มั่วปู้ฟานมองเยี่ยอู๋ฉิงผู้เดือดดาลด้วยอารมณ์สุดแสนยินดี
เกลียดจริง ๆ พวกที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งแล้วถูกทุกเรื่อง ไม่ว่า
คนจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายก็สู้ขุมก าลังใหญ่ไม่ได้อยู่ดี
นี่คือพลัง นี่คือสถานะ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติ ก็มิ
กล้าล่วงเกินขุมก าลังใหญ่อย่างพวกเขาอยู่ดี
สีหน้าโกรธเคืองบนใบหน้าเยี่ยอู๋ฉิงค่อย ๆ เลือนหาย กล่าวขึ้น
เสียงเรียบว่า “รู้ว่าเจ้าท าก็พอแล้ว”
“แล้วเช่นไรล่ะ ฮ่า ๆ…”
เสียงหัวเราะของมั่วปู้ฟานหยุดลงกะทันหัน ยันต์พิทักษ์กายพลัน
เรืองแสง หนึ่งกระบี่ชี้อยู่ตรงหน้า เกือบแทงศีรษะเขาได้รอมร่อ!
เหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่กทั่วกายเขาเฉียบพลัน มั่วปู้ฟานมิคาด
ฝันว่าเยี่ยอู๋ฉิงกล้าลงมือจริง ๆ
พ่อเขาก็อยู่ตรงนี้ เยี่ยอู๋ฉิงไม่กลัวตายหรือไร?
มั่วปู้ฟานหรือจะรู้ ว่ายามเจียงผิงอันตกตาย เยี่ยอู๋ฉิงก็ไม่คิดมี
ชีวิตอยู่
ยามมองใบหน้าบิดเบี้ยวของเยี่ยอู๋ฉิง มั่วปู้ฟานก็ขนลุกขนพอง
“เจ้าวอนตาย!”
มั่วชงซึ่งยังพูดไม่จบเห็นบุตรตนถูกโจมตี สีหน้าก็พลัน
แปรเปลี่ยน
เขารีบไหวกายเข้ามาออกฝ่ามือใส่ร่างของเยี่ยอู๋ฉิง
เปรี้ยง!
ต่อหน้าการโจมตีของยอดฝีมือเช่นนี้ ไม่ว่าเยี่ยอู๋ฉิงจะแข็งแกร่ง
แค่ไหนก็ไร้ค่า ร่างของเขาแหลกระเบิดทันที่