สู่วิถีอมตะ - บทที่ 415 เจียงผิงอันปรากฏตัว
“มั่วชง! เจ้าท าอะไรอยู่!”
จี้เฟยเห็นมั่วชงฟาดฝ่ามือหวังสังหารเยี่ยอู๋ฉิง ก็แผดเสียงก่นด่า
อย่างเดือดดาล
เยี่ยอู๋ฉิงบรรลุกฎมรณะอันหาได้ยาก การฝึกฝนของเขาพัฒนา
รวดเร็วยิ่งจนมาถึงขั้นปลายขอบเขตแปรเทวะแล้ว
แม้ความแข็งแกร่งจะมิร้ายกาจสู้เจียงผิงอัน ก็ยังเป็นอัจฉริยะชั้น
ดีในนิกายเทวมาร
แต่กลับถูกมั่วชงฆ่าตายเสียได้
“ท าอะไร? คนผู้นี้จู่โจมลูกข้า แน่นอนว่าสมควรตาย”
มั่วชงกล่าวราวเรื่องแน่นอน
อัจฉริยะอะไรก็ไม่ส าคัญเท่าบุตรเขาหรอก
“สมควรตาย”
จี้เฟยถลึงตาเดือดดาล เห็นได้ชัดว่าสารเลวนี่คิดก าจัดอันตราย
แฝง
ขณะนี้ หนึ่งปราณชีวิตกวาดผ่าน ร่างของเยี่ยอู๋ฉิงประสานคืน
เงื้อกระบี่แทงมั่วปู้ฟานอีกครั้ง
“ปรากฏว่าเจ้ามียันต์ตัวตายตัวแทน แต่ก็ไร้ประโยชน์”
มั่วชงจู่โจมเยี่ยอู๋ฉิงอีกครั้ง
จี้เฟยรีบเข้าไปขวาง แต่ขอบเขตของนางต ่ากว่ามั่วชงมากนัก
และความเร็วก็สู้อีกฝ่ายไม่ได้ด้วย
เปรี้ยง!
โลหิตสาดกระเซ็น ร่างของเยี่ยอู๋ฉิงระเบิดอีกครั้ง
ทว่า อักขระชีวิตก็เรืองรอง เยี่ยอู๋ฉิงหวนปรากฏกาย
ปวงชนที่นี่สังเกตพบสถานการณ์ ต่างมองมาอย่างตกตะลึง
เยี่ยอู๋ฉิงผู้นี้ ปรากฏว่ามียันต์ตัวตายตัวแทนอยู่สองแผ่น
ของอย่างยันต์ตัวตายตัวแทน กระทั่งยอดฝีมือของนิกายยังอาจ
ไม่มีใช้ ต่อให้มี เพียงแผ่นเดียวก็นับว่าประเสริฐแล้ว
แต่เยี่ยอู๋ฉิงกลับมีสองแผ่น เจียงผิงอันให้มาหรือไร?
มั่วชงหรี่ตาลง “ตาเฒ่าผู้นี้อยากเห็นนักว่าเจ้าจะมียันต์ตัวตายตัว
แทนสักกี่แผ่น”
“พอแล้ว!”
โดยไม่รอมั่วชงลงมือ จี้เฟยรีบน ากระดิ่งสีแดงออกมาส่ายเบา ๆ
สร้างม่านพลังขวางตรงหน้าเยี่ยอู๋ฉิงแล้วดึงตัวถอย
จี้เฟยต าหนิเยี่ยอู๋ฉิง “สมองเจ้ามีปัญหาหรือ? ท าไมจึงลอบ
สังหารคนกันเอง?”
ดวงตาของเยี่ยอู๋ฉิงเปี่ยมความแค้น ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องตรงที่
มั่วปู้ฟาน “สารเลวนี่พูดเองอยู่เมื่อครู่ ว่าเขาฆ่าลูกพี่!”
“ใส่ความ!”
มั่วปู้ฟานปฏิเสธหน้าตาเฉย “เยี่ยอู๋ฉิงฝ่าฝืนกฎส านัก ลอบ
สังหารศิษย์ร่วมนิกาย ความผิดสมควรรับโทษ ผู้อาวุโสจี้ เจ้า
พยายามปกป้องคนผิดอยู่หรือ?”
สีหน้าของจี้เฟยไร้อารมณ์ “พูดจาใหญ่โตเหลือเกินนะ หากวันนี้
ข้าจะปกป้องเขาแล้วท าไม?”
เห็นโอกาสปรากฏ มั่วชงก็ถามจี้เฟยทันที่ “ฮูหยินจี้ ปกป้องคน
ผิดแล้วยังท าผิดทั้งที่รู้ ไม่อยากนั่งบนต าแหน่งผู้อาวุโสอยู่ต่อไปแล้ว
หรือ?”
คงดีไม่น้อยหากเขาฉวยโอกาสนี้ปลดสถานะผู้อาวุโสของจี้เฟย
เสีย
“ที่แท้กฎของนิกายเทวมารก็เข้มงวดเพียงนี้”
หนึ่งเสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยพลันดังมาจากใต้ผา
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ร่างปวงชนทั้งหลายล้วนสะท้าน มองตามเสียง
โดยถ้วนหน้า
สองร่างเหินขึ้นจากใต้ผา
“บุตรศักดิ์สิทธิ์!”
“ใต้เท้าบุตรศักดิ์สิทธิ์นี่เอง! ที่แท้ใต้เท้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่
เป็นไร!”
“ประเสริฐนัก ว่าแล้วเชียวว่าใต้เท้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ต้องไม่เป็นไร!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน ศิษย์นิกายเทวมารมากมายก็ลิงโลด
ศิษย์หลายคนสนับสนุนบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้อย่างยิ่ง
เพราะมีเจียงผิงอันอยู่ พวกเขานิกายเทวมารจึงไม่ต้องสู้กับเผ่า
มารแล้ว และบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ก็แบ่งปันทรัพยากรกับปวงชน ดูแลผู้
ฝึกตนระดับล่างอย่างพวกเขา
สีหน้าปรีดาอย่างเกินคาดฝันปรากฏบนใบหน้าของเยี่ยอู๋ฉิง
น ้าตาเอ่อขึ้นในดวงเนตร “ลูกพี่!”
เขาว่าแล้วเชียว ลูกพี่ต้องไม่เป็นไร
ดวงตาของมั่วปู้ฟานเบิกกว้าง สีหน้าไม่อยากเชื่อ “เป็นไปไม่ได้
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! เจ้าจะไม่เป็นไรได้อย่างไร!”
เขายัดเจียงผิงอันเข้าไปในภาพวาดของมหาจักรพรรดิด้วย
ตนเอง
ฟังจากคนสกุลฉางซุนว่า นับแต่โบราณกาล แทบไม่มีผู้ใด
เอาชนะภาพฉายมหาจักรพรรดิได้ กระทั่งร่างโกลาหลยังแพ้พ่าย
เหตุใดเจียงผิงอันจึงออกมาได้?
เขาเอาชนะมหาจักรพรรดิได้หรือ?
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
จี้เฟยจ้องตรงมาที่มั่วปู้ฟาน “โอ้? ท าไมเจ้าถึงบอกว่าเป็นไป
ไม่ได้ล่ะ? ท าไมจึงคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับบุตรศักดิ์สิทธิ์?”
ปวงชนล้วนเดาได้ว่าเป็นฝีมือมั่วปู้ฟาน แต่ไร้ซึ่งหลักฐาน ยามนี้
มีอะไรดี ๆ ให้ดูแล้ว
เจียงผิงอันร่อนลงบนพื้น จ้องมองมั่วปู้ฟานอย่างเฉยชา “นิกาย
เทวมารมีกฎว่า ลอบฆ่าคนร่วมส านักต้องตายหรือ?”
“อย่ามาปรักปร ากันนะ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้า?”
มั่วปู้ฟานรีบหนีไปซ่อนหลังมั่วชงบิดาตน
สีหน้าของมั่วชงด าคล ้าสุดขีด อันที่จริง เขารู้แล้วว่าบุตรตนนั่น
แหละลงมือกับเจียงผิงอัน
เขายังรู้ด้วยว่าบุตรตนใช้วิธีอะไร ภาพวาดนั่นมีจ านงมหา
จักรพรรดิ เจียงผิงอันปลอดภัยอยู่ได้อย่างไร?
หรือเจียงผิงอันจะมีวิธีอื่นในการหลบหนี?
มั่วชงไม่คิดเลยว่าเจียงผิงอันจะเอาชนะมหาจักรพรรดิได้
ในความเห็นเขา เรื่องพรรค์นี้ไม่มีวันเกิดขึ้น
รอยยิ้มพลันบังเกิดบนใบหน้าของมั่วชง “ยอดเยี่ยม บุตร
ศักดิ์สิทธิ์ไม่เป็นไร แต่เจ้าท าให้เราเป็นห่วงแทบแย่”
“ก่อนหน้านี้เราก็หารือกันว่าจะให้เจ้าเป็นเจ้านิกาย ข้าคิดว่านี่
เป็นข้อเสนอที่ดี บุตรศักดิ์สิทธิ์จะได้เป็นเจ้านิกายอายุน้อยที่สุดของ
นิกายเทวมารได้อย่างแน่นอน! หากผู้ใดไม่เห็นด้วย ตาเฒ่าผู้นี้แหละ
จะค้านก่อนใคร!”
ปวงชนทั้งหลายที่นี่ล้วนทราบความนัยวาจาของมั่งชง ข้าจะ
สนับสนุนเจ้าเป็นเจ้านิกาย อย่าเอาเรื่องกันเลย เรื่องที่ผ่านไปก็ให้
แล้วกัน
เจียงผิงอันแค่นยิ้ม
“ข้าผ่านช่วงอายุที่ต้องอดทนอับอายแล้ว ลูกเจ้าเองที่ร่วมมือกับ
คนจากหอต าราเทียนเต้าจนเกือบใช้สมบัติฆ่าข้าได้ เจ้าคิดว่าจะให้
แล้วไปแค่นี้หรือ?”
ทันทีที่วาจาถูกกล่าว ปวงชนรอบข้างก็ฮือฮาทันที่
“มั่วปู้ฟานลอบสังหารบุตรศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ หรือ?”
“มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?”
“มั่วปู้ฟานสมควรตาย! บุตรศักดิ์สิทธิ์ท าให้เรานิกายเทวมารพ้น
สงคราม กระทั่งเกือบตายเพราะมองหาแร่ให้เรา แต่เขากลับลงมือกับ
บุตรศักดิ์สิทธิ์!”
เสียงอุทาน สาปแช่งและอื่น ๆ ปนเป
สีหน้าของมั่วชงด าคล ้า “ใต้เท้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหน้านี้ผู้
อาวุโสผู้นี้เคยล่วงเกินเจ้า แต่เจ้าจงใจเก็บซ่อนไว้ครู่หนึ่ง ยามนี้ก็มา
ใส่ความบุตรข้าว่าลอบสังหาร นี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ?”
“เจ้ามีหลักฐานอะไรมาบอกว่าบุตรข้าเป็นคนท า? มีผู้อื่นเห็นด้วย
หรือ? เอาหลักฐานมาสิ!”
ขอเพียงไร้พยานพบเห็น เขาก็เสแสร้งว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบุตร
ตนได้
ต่อให้อีกฝ่ายน าผลงานแท้จริงของมหาจักรพรรดิออกมา ก็มิได้
มีความหมายอะไร
มั่วชงป้ายสีความผิดให้เจียงผิงอันทันที่
จี้เฟยถ่ายทอดกระแสปราณให้เจียงผิงอัน “พอแล้ว เล่นงานพวก
เขาไม่ได้หรอก ยามนี้เราก้าวถอยให้เขายกเจ้าเป็นเจ้านิกายก่อน
เถอะ เป็นเรื่องดีส าหรับทุกฝ่ายนะ”
เจียงผิงอันกล่าวกับจี้เฟย “ขอบคุณที่หยุดเยี่ยอู๋ฉิงไว้เมื่อครู่ ศิลา
ทองรวนวิญญาณชิ้นนั้นไม่ต้องคืนแล้ว”
พูดจบ เขาก็กล่าวกับเยี่ยอู๋ฉิง “อู๋ฉิง ไปกัน เราไปจากแดนอุดร
กันเถอะ”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนรอบข้างล้วนตะลึง
หลู่ตันและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ รีบก้าวเข้ามาหยุดไว้
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะท าอะไร เราคณะผู้อาวุโสหารือกันแล้วว่า
จะให้วิชาลับสูงสุดของนิกายเทวมารกับเจ้าสองสามวิชานะ”
“ไว้เรากลับไป เราจะให้เจ้าเป็นเจ้านิกาย จะมีทรัพยากรมากมาย
ให้เจ้าฝึกฝนด้วย”
“มีนิกายเทวมารคุ้มกัน ผู้คนทั้งหลายก็ไม่กล้าลงมือกับบุตร
ศักดิ์สิทธิ์แน่นอน!”
ผู้อาวุโสมากมายพูดเกลี้ยกล่อม กระทั่งยกสารพัดสิ่งมาล่อใจให้
เจียงผิงอันอยู่ต่อ
ผู้น าระดับสูงเช่นพวกเขาล้วนทราบ ว่าเจียงผิงอันพิชิตวิญญาณ
แท้เทพมารในขอบเขตเดียวกันมาแล้ว
อัจฉริยะเช่นนี้เป็นทรัพย์ล ้าค่าของนิกายเทวมาร
เรื่องส าคัญที่สุดคือ เจียงผิงอันสยบเผ่ามารทั้งหลายอยู่หมัดเสีย
จนมิกล้าโจมตีอีก
เจียงผิงอันมองคนเหล่านี้อย่างไร้อารมณ์
“ข้าคร้านเกินกว่าจะเสวนา เล่นปริศนาโง่ ๆ กับพวกเจ้า ว่าตาม
ตรง ข้ามิได้อยากได้ทรัพยากรของพวกเจ้านิกายเทวมารเลย พวก
เจ้าทราบดีว่าข้าอยากได้สิ่งใด”
เพราะถึงอย่างไร คนเหล่านี้และเขาต่างอยู่ด้วยผลประโยชน์
ร่วมกันเท่านั้น และที่เยี่ยอู๋ฉิงเกิดอุบัติเหตุ มีเพียงจี้เฟยที่เข้ามาช่วย
ลงมือ
ยามนี้ ขึ้นกับคนเหล่านี้แล้วว่าจะมองฝ่ายใดมีผลประโยชน์
มากกว่า
สีหน้าผู้อาวุโสมากมายนิ่งงัน เจียงผิงอันไม่รักษาน ้าใจกันเลย
จริง ๆ หากท าเช่นนี้ เขาก็จะล่วงเกินผู้อาวุโสใหญ่มั่วชงจนต้องตาย
กันไปข้าง
พวกเขาเงยหน้ามองมั่วชงและมั่วปู้ฟานเป็นตาเดียว
มั่วปู้ฟานถูกกดดันมหาศาล ก็ยกมือชี้เจียงผิงอันแล้วตะโกน
“ยามนี้เขาแข็งแกร่งก็จริง แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ขยะที่ท าความ
เข้าใจกฎเกณฑ์ระดับสูงไม่ได้!”
“เรานิกายเทวมารยังต้องให้เขามาช่วยด้วยหรือ!”