สู่วิถีอมตะ - บทที่ 416 มั่วปู้ฟานตกตาย
วาทะของมั่วปู้ฟานเป็นเหตุผลเป็นยิ่ง การให้เจียงผิงอันปกป้อง
นิกายเทวมารเป็นเรื่องน่าอายอยู่นิดหน่อยจริงแท้
แต่สมาชิกระดับสูงทั้งหลายของนิกายเทวมารก็จนใจ
ใครใช้ให้เจียงผิงอันแข็งแกร่งเกินไปจนบดขยี้ยอดฝีมือร่วม
ขอบเขตเกินโงหัวกันเล่า
เป็นเรื่องยากยิ่งกว่าจะเลี้ยงดูยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาได้
สักคน ต้องใช้ทรัพยากรมากมายและเวลานับพัน ๆ ปี แต่ยอดฝีมือที่
เลี้ยงดูอย่างยากล าบากเหล่านี้ เจียงผิงอันฆ่าได้สบายมาก
เผ่ามารมิอาจรับความสูญเสียเช่นนี้ได้ และมิกล้าเปิดศึกสุ่มสี่สุ่ม
ห้า จึงท าได้เพียงถอยทัพไปชั่วคราว
หากไม่มีเจียงผิงอัน พวกเขานิกายเทวมารแม้จะไม่ถูกเผ่ามาร
กวาดล้าง แต่ก็ไร้จ าเป็นต้องเสียทรัพยากรไพร่พลต่อเนื่องเช่นนั้น
หลู่ตันลูบเคราพลางร าพึง “มั่วชง ในฐานะผู้อาวุโสใหญ่ เจ้ารู้ว่า
ต้องท าอย่างไร อย่าให้ปวงชนขายหน้าเลย”
มั่วชงกัดฟัน กล่าวกับเจียงผิงอันเสียงเข้ม “ผู้อาวุโสผู้นี้ให้สมบัติ
ลับกับเจ้าชิ้นหนึ่งได้ ให้เรื่องนี้แล้วกันไป หาไม่แล้ว ก็มีแต่จะบีบคั้น
ให้เสียน ้าใจกันเปล่า ๆ”
สมบัติลับเป็นอาวุธชั้นดีส าหรับผู้มิใช่ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติ
ในขุมก าลังใหญ่
มั่วชงเชื่อว่าเจียงผิงอันจะหวั่นไหวอย่างแน่นอน
แต่เขาประเมินโทสะของเจียงผิงอันต ่าไปมาก และยังประเมิน
รากฐานปัจจุบันของเจียงผิงอันต ่าเกินไป
เจียงผิงอันแค่นยิ้ม “เช่นนั้นก็ยินดีด้วย บุตรเจ้าได้เป็นบุตร
ศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
ว่าแล้ว เขาก็หันกายเตรียมเหินจาก
หลู่ตันรีบเหินเข้ามาหยุดเขา พลางตะโกนบอกมั่วชง “มั่วชง!
เจ้าอยากทิ้งผลประโยชน์ของนิกายไปจริง ๆ หรือ?”
มือในแขนเสื้อของมั่วชงก าแน่น กล่าวขึ้นเสียงแข็ง “เจียงผิงอัน
ใส่ความบุตรข้า จะให้บุตรข้าตายนะ!”
เขายังดื้อแพ่ง คิดปกป้องมั่วปู้ฟาน
ขณะนี้ อ านาจชั่วร้ายด ามืดอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกวาดมา
จากอีกฝั่งของแถบผาสะบั้นฟ้า ท้องนภามืดด าลงในพริบตา
มารปีศาจชวนสะพรึงตนแล้วตนเล่ายกพลกลับมา
สีหน้าปวงชนในนิกายเทวมารแปรเปลี่ยน
เผ่ามารต้องได้ข่าวการตายของเจียงผิงอันแล้วเป็นแน่ จึงได้แห่
กันมา
สายตาของผู้น าระดับสูงของนิกายเทวมารแปรเปลี่ยนสู่เย็นเยียบ
จ้องตรงมาที่มั่วปู้ฟาน
จากท่าทีเด็ดเดี่ยวของผู้น าระดับสูงทั้งหลาย มั่วชงก็ยิ้มขมขื่น
น ้าตาขุ่นมัวสองสายรินไหลจากคู่เนตร ก่อนจะหันมองมั่วปู้ฟานอย่าง
แค้นเคือง
“ข้าบอกเจ้าแล้ว อย่ายุ่งกับเจียงผิงอัน อย่ายุ่งกับเจียงผิงอัน
ท าไมเจ้าไม่ฟัง!”
มั่วปู้ฟานตระหนักถึงบางสิ่ง เขารีบคุกเข่าลงกับพื้น กอดต้นขา
มั่วชงอ้อนวอนอย่างเสียขวัญ
“ท่านพ่อ ได้โปรดช่วยข้าด้วย ท่านเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของนิกาย
เทวมาร ต้องมีวิธีช่วยข้าสิ ใช่หรือไม่?”
มั่วชงลูบหัวมั่วปู้ฟานพลางกล่าวอย่างเมตตา “แทนที่จะตายด้วย
มือผู้อื่น ข้า บิดาผู้นี้จะส่งวิญญาณเจ้าเอง”
“ท่านพ่อ! ไม่เอานะขอรับ!” มั่วปู้ฟานหลั่งน ้าตา ใบหน้าเปี่ยม
ความหวาดกลัว
เขาไม่อยากตาย เขายังอยากเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ อยากเป็นเจ้า
นิกาย เขานึกเสียดาย เสียดายนักที่ฆ่าเจียงผิงอันไม่ได้
มั่วชงหลับตาลง แล้วอ านาจทรงพลังก็หลากออกจากฝ่ามือ
พริบตานั้น บุตรเขามั่วปู้ฟานก็ตกตาย
เพื่อสถานะของตัวเขา และผลประโยชน์ส่วนรวมของตระกูลมั่ว
บุตรผู้นี้ต้องตาย
ความเศร้าบนใบหน้าของมั่วชงอยู่เพียงประเดี๋ยว แล้วเขาก็กุม
ก าปั้นกล่าวกับเจียงผิงอัน “ตาเฒ่าผู้นี้สั่งสอนเขาไม่ดี ต้องส่งบุตรสู่
ภพหน้า ขอบุตรศักดิ์สิทธิ์อยู่สู้กับศัตรูภายนอกด้วยกันเถิด!”
สีหน้าของเขาเฉยชาราวฆ่าหนึ่งบุคคลที่ไร้ความเกี่ยวดองกัน
“ความแค้นของข้าสะสางแล้ว แต่ความแค้นที่ฆ่าเยี่ยอู๋ฉิงเล่า?”
เจียงผิงอันยังคงแข็งกร้าว
หากมิใช่เพราะจี้เฟยเข้าช่วยเหลือ เยี่ยอู๋ฉิงก็คงตายไปแล้ว
มั่วชงกัดฟัน รู้ว่าหากวันนี้เขาไม่ขูดเลือดเนื้อตัวเองครั้งใหญ่
เจียงผิงอันจะไม่รามือแน่นอน
เขาน ากระบี่ล ้าค่าระดับสูงสุดเล่มหนึ่งโยนให้เยี่ยอู๋ฉิง
เจียงผิงอันช าเลืองมัน “กระทั่งสมบัติลับยังไม่ใช่ น าสมบัติลับที่
เจ้าเพิ่งพูดถึงออกมา”
“เจียงผิงอัน! อย่ารังแกกันให้มากนักนะ!”
มั่วชงมิอาจเสแสร้งต่อไป ใบหน้าของเขาเปี่ยมโทสะ อ านาจชวน
สะพรึงทะลักล้อม
สมบัติลับมีขายตามแผงลอยข้างถนนหรือ? ผู้ฝึกตนขอบเขต
แปรเทวะคนเดียว ควรค่าให้ใช้สมบัติลับมาท าขวัญด้วยหรือไร?
“ลูกพี่ พอเถอะ สมบัติชิ้นนี้ก็ไม่เลวนะ”
เยี่ยอู๋ฉิงรีบคว้าแขนเจียงผิงอัน ไม่อยากให้สองฝ่ายครุ่นแค้นกัน
ต่อไป
เจียงผิงอันเห็นเยี่ยอู๋ฉิงไม่โกรธแล้ว เขาจึงผ่อนโทสะลง
เขาไม่สนใจมั่วชงอีก ปราณทรงพลังระเบิดออกจากกาย หันไป
กล่าวกับทัพมาร
“ไสหัวไป!”
เสียงนั้นดังสนั่นฟ้า กวาดกระหน ่าทั่วท้องนภาจรดแดน กระทั่ง
สุญตายังเจียนร้าวราน
ก้อนอ านาจมืดด าอันคืบคลานชะงักเฉียบพลัน
“เจียงผิงอัน! เขายังไม่ตาย!”
“เวรจริง! สารเลวตัวไหนมันบอกนะว่าเจียงผิงอันตายแล้ว?”
“ส่งพวกหน่วยข่าวกรองไปขุดเหมืองกันให้หมด!”
ยามเหล่ามารเห็นเจียงผิงอันยังอยู่ หัวใจของพวกมันก็สะท้าน
ด้วยตื่นกลัว ตะโกนอย่างเสียขวัญตามกัน
เพื่อรักษาหน้าไว้สักนิด ยอดฝีมือเผ่ามารตนหนึ่งจึงตะโกนทิ้ง
ท้าย “พวกเจ้านิกายเทวมารรอก่อนเถอะ! เจียงผิงอัน ฝากไว้ก่อน
เถอะ!”
“ถอยทัพ!”
ทัพมารอันเกรียงไกรขามาว่าเร็วแล้ว ยามถอยทัพเร็วยิ่งกว่า
เหล่าศิษย์นิกายเทวมารซึ่งเตรียมสู้กันแล้วยืนมองภาพตรงหน้า
กันตาค้าง
วาทะค าเดียวของเจียงผิงอันท าเผ่ามารหนีหายขวัญผวา กระทั่ง
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติยังไม่มีอ านาจกดดันถึงเพียงนี้
แม้อ านาจกดดันของเจียงผิงอันจะอยู่บนรากฐานของนิกายเทว
มารทั้งนิกาย ก็ยังเพียงพอแสดงให้เห็นว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่ง
กวาดล้างสรรพศัตรูในหนึ่งขอบเขต ไร้ตัวตนใด ๆ หยุดเขาได้
อัจฉริยะเผ่ามนุษย์ชิงความเป็นหนึ่งในยุคสมัยปัจจุบันกันอยู่ใน
หทัยแผ่นดิน แต่เทียบกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว พวกนั้นนับเป็นอะไร?
สมาชิกระดับสูงของนิกายเทวมารมองเจียงผิงอันด้วยสีหน้า
ซับซ้อน
ไม่รู้ท าไม แต่พวกเขารู้สึกเสมอว่าเจียงผิงอันในขณะนี้มีอ านาจ
กดดันประหลาดเพิ่มมาจากยามก่อนหายตัวไปสายหนึ่ง
อ านาจกดดันเช่นนี้มิใช่อ านาจจากขอบเขต แต่มาจาก
วิญญาณ เป็นความรู้สึกราวมองข้ามสรรพสิ่ง
เมื่อเห็นเผ่ามารถอยทัพไป หลู่ตันก็ถอนหายใจโล่งอก กล่าวกับ
เจียงผิงอันยิ้ม ๆ
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องห่วงนะ เรานิกายเทวมารจะหาทางปลดค า
สาปให้เจ้าแน่”
เขารู้ว่าเจียงผิงอันมีความเคืองแค้นต่อพวกเขาเล็กน้อยเพราะ
เหตุการณ์เมื่อครู่ จึงอยากพยายามชดเชยแก้ตัว
“ไม่ต้องแล้ว” เจียงผิงอันพูดเบา ๆ
“จะไม่ต้องได้อย่างไร? หากไม่ปลดค าสาป บุตรศักดิ์สิทธิ์จะไม่
อาจท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ระดับสูงขึ้น ไม่อาจแข็งแกร่งขึ้นได้เลย
นะ”
หลู่ตันคิดว่าเจียงผิงอันพูดด้วยโทสะ
เจียงผิงอันยกนิ้วขึ้น แล้วก้อนพลังสีด าก็ปรากฏบนนิ้วมือ
อ านาจชวนขนลุกขยี้สุญตาเกิดรอยร้าว
เพียงตวัดนิ้ว ก้อนพลังสีด าก้อนจ้อยก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง
สู่หมู่มาร
กฎท าลายล้างอันอัดแน่นเป็นก้อนขยายตัวปกคลุมอาณาเขต
ยี่สิบลี้เฉียบพลัน มารใด ๆ ในระยะล้วนถูกล้างสิ้น หนึ่งในนั้นมีกระทั่ง
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาตนหนึ่ง
พลังอันชวนสะพรึงท าให้เหล่ามารยิ่งขวัญสะท้าน แผดร้องพลาง
หนีหัวซุกหัวซุน
เห็นเช่นนี้ ร่างของเหล่ายอดฝีมือรอบกายเจียงผิงอันก็สะท้าน
รุนแรง
“กฎท าลายล้าง!”
กฎท าลายล้างเป็นกฎเกณฑ์ขั้นสาม ยามนี้เจียงผิงอันควบคุม
พลังนี้ได้ง่าย ๆ แล้ว หมายความว่าเขาบรรลุกฎเกณฑ์นี้เป็นที่
เรียบร้อย
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ เจ้า… ปลดค าสาปได้แล้วหรือ?”
หัวใจของหลู่ตันเต้นรัวเร็วขึ้น ถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ
“ถูกต้อง”
เจียงผิงอันไร้จ าเป็นต้องปิดบัง มีเพียงการแสดงตนแข็งแกร่งพอ
เขาจึงให้นิกายเทวมารให้ความสนใจสูงขึ้นได้
ปวงชนล้วนสุดตกใจและงุนงง เจียงผิงอันปลดค าสาปได้แล้วจริง
ๆ แต่เขาปลดค าสาปได้อย่างไร?
ขณะนี้ เจียงผิงอันในสายตาพวกเขาเพิ่มปริศนามาอีกชั้น
จี้เฟยฉวยโอกาสนี้พูดขึ้น “ข้าขอเสนอให้เจียงผิงอันเป็นเจ้า
นิกายอีกครั้ง ผู้ใดคัดค้าน?”
ผู้อาวุโสทั้งหลายมองมาที่มั่วชงเป็นตาเดียว
ก่อนหน้านี้ มีเพียงเขาที่คัดค้าน
https: | novel- kk. com/
:ู