สู่วิถีอมตะ - บทที่ 417 ข้าไม่บุ่มบ่ามหรอก
มั่วชงหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ไร้วาจาใด ๆ ถือได้ว่าเป็นการ
ยอมรับโดยปริยาย
เจียงผิงอันปลดค าสาปแล้ว มูลค่าของเขาต่อนิกายเทวมารสูงขึ้น
ยิ่งกว่าเก่า
ต่อให้ยามนี้มั่วชงคิดคัดค้าน เขาก็มิอาจเอ่ยปาก ต่อให้พูด
ออกมาก็ไร้ประโยชน์
เมื่อไร้ค าค้านจากมั่วชง เจียงผิงอันก็จะได้เป็นเจ้านิกาย
สิ่งนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่โดยแท้ นับแต่บรรพ
กาล ไม่เคยมีขุมก าลังสูงสุดแห่งใดของเผ่ามนุษย์ที่มีประมุขอายุน้อย
เพียงนี้
พูดให้ถูกคือ ไร้ประมุขผู้ใดขอบเขตต ่าเพียงนี้
เหตุที่นิกายเทวมารท าเช่นนี้ก็ง่ายยิ่ง เจ้านิกายคนก่อนตกตาย
นิกายเทวมารขณะนี้ย ่าแย่อย่างยิ่ง และต้องการปลุกขวัญก าลังใจ
ของเหล่าศิษย์นิกาย
อิทธิพลของเจียงผิงอันชัดเจนต่อทุกสายตา เป็นตัวเลือกที่
เหมาะสมกว่าใคร
“คารวะใต้เท้าเจ้านิกาย!”
เหล่าศิษย์นิกายเทวมารคุกเข่าลงข้างหนึ่งพลางคารวะ ดวงตา
เปี่ยมความเคารพนับถือ
เมื่อเห็นศิษย์ผู้ถือตนมากมายยอมรับหมดใจ เหล่าผู้อาวุโสก็
เข้าใจเสียทีว่าเหตุใดก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันจึงแจกจ่ายทรัพยากรแก่
ปวงศิษย์
เจียงผิงอัน เจ้าเด็กนี่ซื้อใจคนอยู่นับแต่มาถึงนิกายเทวมาร พวก
เขาล้วนสงสัยอยู่ว่าเจ้าเด็กนี่หมายตาต าแหน่งเจ้านิกายอยู่แต่แรก
แล้วหรือไม่
บางที่ เจียงผิงอันอาจไร้จุดบอดนอกจากพลังที่ต ่าไปหน่อยอย่าง
เดียวจริง ๆ
การรับต าแหน่งเจ้านิกายต้องจัดเตรียมพิธี จ าเป็นต้องเชิญขุม
ก าลังหลักมาจัดการสารพัดเรื่อง และต้องใช้เวลาวางแผนอย่างน้อยปี
สองปี
แต่การขึ้นเป็นเจ้านิกายเป็นเรื่องชัดเจนแน่แล้ว
ไม่นานนัก ข่าวที่เจียงผิงอันไม่ตายก็แพร่ออกไป พร้อมกับสัจ
ธรรมที่เขาก าลังจะได้เป็นเจ้านิกายเทวมารด้วย
“เจียงผิงอันยังไม่ตาย! ก่อนหน้านี้ใครกันปล่อยข่าวปลอมบอก
ว่าเขาตายแล้วฟะ?”
“นิกายเทวมารสติแตกไปแล้วหรือ? ถึงกับให้เจียงผิงอันเป็นเจ้า
นิกายเนี่ยนะ?”
“นิกายเทวมารถดถอยแล้วจริง ๆ ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่
ไหน เขาก็อยู่แค่ระดับขอบเขตหลอมสุญตา หากเขาเป็นเจ้านิกายได้
ข้าไปข้าก็ได้เป็น”
“นิกายเทวมารจบสิ้นแล้ว นี่น่าจะเป็นขุมก าลังหลักแห่งแรกของ
เผ่ามนุษย์ที่ล่มสลาย”
เมื่อทราบว่าเจียงผิงอันจะได้เป็นเจ้านิกายเทวมาร ข่าวลือ
มากมายก็แพร่กระจายในโลกหล้า หลายบุคคลกระทั่งคิดว่านิกาย
เทวมารแตกแล้ว
เจ้านิกาย ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิในขุมก าลังใหญ่ต่าง
ๆ ขั้นต ่าล้วนอยู่ในขอบเขตบูรณาการทั้งสิ้น
จะมีก็เพียงเจียงผิงอัน ขอบเขตวิญญาณสวรรค์อะไรนั่นเทียบได้
เพียงขอบเขตหลอมสุญตา ความต่างชั้นใหญ่โตเกินไป
หลายบุคคลเชื่อว่า การตัดสินใจของนิกายเทวมารแสดงให้เห็น
ถึงความตกต ่า นิกายเทวมารจะพังทลายในไม่ช้าก็เร็ว
เจียงผิงอันนั่งเรือเหาะกลับนิกายเทวมาร
เผ่ามารจะไม่กล้าโจมตีอีกในชั่วกาลอันสั้น เว้นแต่พวกมันจะมี
วิธีจัดการกับเจียงผิงอัน หรือรอเจียงผิงอันถูกผู้อื่นจัดการไปก่อน
เจียงผิงอันกลับสู่แนวหลัง และสามารถฝึกฝนได้อย่างสบายใจยิ่ง
กว่า
เจียงผิงอันมอบยันต์สื่อสารสองแผ่นให้กับเยี่ยอู๋ฉิง
“สองแผ่นนี้เชื่อมกับอีกสองร่างของข้า ภายหน้าอย่าได้วู่วาม
หากไม่มียันต์ตัวตายตัวแทน ป่านนี้เจ้าตายไปแล้ว”
ก่อนหน้านี้ เยี่ยอู๋ฉิงคิดว่าเขาตายและตั้งใจล้างแค้น สู้กับมั่วปู้
ฟานโดยไม่สนเป็นตายของตน จนถูกมั่วชงฟาดฝ่ามือสังหารสองหน
เยี่ยอู๋ฉิงไม่พูดอะไร เขาเก็บยันต์สื่อสารแล้วหาห้องไปฝึกฝน
ต่อให้เขาย้อนกลับไปได้อีกครั้ง เขาก็ยังจะท าเช่นเดิม
เจียงผิงอันปฏิบัติต่อเขาเช่นสหาย ช่วยชีวิตหลายต่อหลายครั้ง
ให้ทรัพยากรฝึกฝน ลูกผู้ชายพร้อมตายเพื่อสหายร่วมอุดมการณ์
จุดประสงค์ที่เขาฝึกฝนก็เป็นเช่นนี้
“ยินดีด้วยนะ เจ้านิกายเจียง”
จี้เฟยบิดเอวบางขาวเนียนเยี่ยงอสรพิษเดินมาหาเจียงผิงอัน ทั่ว
กายส่งกลิ่นหอมอบอวล
เจียงผิงอันไม่อยากยุ่งกับอีกฝ่ายมากนัก
“ทรัพยากรที่ตกลงกันไว้เป็นของเจ้า เจ้าไปเถอะ”
“เฮ้ ๆ ๆ นี่ทัศนคติอะไรของเจ้า ยังไม่ทันเป็นเจ้าส านักก็บ้า
อ านาจแล้วหรือ?”
จี้เฟยยกมือเพรียวบาง จะโอบแขนรอบคอเจียงผิงอัน
ทว่า จี้เฟยไม่ทันได้ลงมือ หนึ่งเงาร่างก็ปราดมายืนตรงหน้า
จี้เฟยหรี่ตาลงจ้องสตรีตรงหน้า “สาวใช้อย่างเจ้าควรค่า
เผชิญหน้าข้าแล้วหรือ? ไสหัวไปให้พ้นทางซะ”
เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวเสียงเรียบ “ยามข้าลือนาม ปู่เจ้ายังไม่เกิด
เลย”
“นางบ่าวนี่ปากดีนักนะ ดูเหมือนต้องสั่งสอนเจ้าสักหน่อยแล้ว!”
จี้เฟยหงุดหงิดใจนัก เจียงผิงอันถือตัวก็เกินพอแล้ว สาวใช้ผู้นี้ยัง
บ้าระห ่า
ขณะที่นางเงื้อมือขึ้นจะตบ เฉียนฮวั่นโหรวก็คืนลักษณ์ดั้งเดิม
มือของจี้เฟยหวดโดนเพียงอากาศ ตามองเฉียนฮวั่นโหรวอย่าง
ไม่อยากเชื่อ
“จ… เจ้า…”
“ไสหัวไป”
เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวเสียงเรียบ
แม้ขอบเขตของนางจะถดถอย อ านาจของนางก็ยังท าให้จี้เฟ
ยไม่กล้าขยับ
เฉียนฮวั่นโหรวลือลั่นทั่วโลกหล้ามานานปี ศึกที่ท าให้นางโด่งดัง
ที่สุดคือที่ทะเลบูรพา ยามสามดวงดาวถูกนางเหวี่ยงลงจากจักรวาล
จี้เฟยลดมือลง มองเจียงผิงอันด้วยสายตาเปี่ยมความเคืองแค้น
“มิน่าเจ้าจึงตาสูงนัก มิหวั่นไหวแม้อยู่ต่อหน้าข้าผู้นี้ ที่แท้เจ้าก็มี
หญิงงามล ้าเลิศเช่นนี้ให้เล่นด้วยทุกวันคืน”
“ระวังค าพูดด้วย ข้ากับผู้อาวุโสไม่มีอะไรกัน” เจียงผิงอันกล่าว
“จ้า ข้าเข้าใจ”
จี้เฟยท าหน้าเหมือนข้าจะเหยียบความลับนี้ไว้
“ครั้งนี้ข้ามาบอกเจ้าว่า อย่าเผยตัวตนแท้จริงให้พวกตระกูลอู๋รู้”
ยามเจียงผิงอันขึ้นเป็นเจ้านิกายอย่างเป็นทางการ จี้เฟยก็จะมี
ทรัพยากรใช้ นางจึงไม่ต้องการอุบัติเหตุใด ๆ
เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ “ตัวตนของข้าไม่ส าคัญต่อพวกเขาหรอก
ยามผลประโยชน์มากพอ ข้าจะเป็นเจียงผิงอันหรืออู๋เหลี่ยงก็ได้”
“ก็จริง”
จี้เฟยผ่อนคลายลง เจียงผิงอันในขณะนี้ส าคัญต่อนิกายเทวมาร
อย่างยิ่ง ต่อให้ต้องเผชิญหน้าตระกูลอู๋ ก็จะไม่เกิดผลกระทบมากมาย
อะไร
จี้เฟยพินิจเฉียนฮวั่นโหรวอย่างลึกล ้า ก่อนจะหันกายเดินออกไป
ขณะพึมพ าว่า “ที่แท้เด็กนี่ก็ชอบผู้หญิงสายเย็นชา ยามเล่นด้วยแล้ว
รู้สึกคุ้มค่ากับชัยชนะหรือ…”
จี้เฟยจากจร เจียงผิงอันกล่าวกับเฉียนฮวั่นโหรว “ผู้อาวุโส ท่าน
มิได้บอกหรือว่ามิอาจเปิดเผยตัวตน? ไฉนจึงเปิดเผยตัวออกมาเอง
เล่า?”
ก่อนหน้านี้ เฉียนฮวั่นโหรวบอกเขาไว้ว่ามีศัตรู มิอาจเปิดเผย
ตัวตนได้ แต่จู่ ๆ ก็เผยตัวเองเสียอย่างนั้น
“ข้าจะท าอะไร ต้องอธิบายกับเจ้าทุกอย่างหรือ?”
เฉียนฮวั่นโหรวไม่อยากตอบค าถามของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมิอาจประจักษ์เข้าใจความคิดสตรี ในเมื่ออีกฝ่ายไม่
บอก เขาก็ไม่ถาม
เขาน าภาพวาดของมหาจักรพรรดิออกมา แล้วจิตสังหารก็
ปรากฏในดวงตาของเจียงผิงอัน
“ร่างโกลาหล เจ้าให้ของขวัญล ้าค่ากับข้าเช่นนี้ ข้าจะไม่ตอบ
แทนได้อย่างไร?”
จากวาทะเฉียนฮวั่นโหรว นางเคยเห็นภาพวาดนี้ในหอต ารา
เทียนเต้าเมื่อกาลก่อน แต่ภาพวาดนี้กลับมาปรากฏในมือมั่วปู้ฟาน
เรื่องนี้ย่อมเกี่ยวข้องกับร่างโกลาหลอย่างแน่นอน
เจียงผิงอันยามนี้ยังฆ่าร่างโกลาหลไม่ได้ แต่เขาเริ่มจากตระกูล
ของผู้อารักขาเขาได้
“อย่าได้บุ่มบ่าม ยามนี้เจ้าปลดค าสาปแล้ว ค่อย ๆ ฝึกฝนไป ไม่
ช้าก็เร็ว เจ้าจะล้างแค้นได้แน่” เฉียนฮวั่นโหรวเกลี้ยกล่อมข้างกาย
เขา
เบื้องหลังร่างโกลาหลคือหอต าราเทียนเต้า ยักษ์ใหญ่เช่นนี้
ล่วงเกินไม่ง่ายเลย
“ข้าไม่บุ่มบ่ามหรอก”
ดวงตาของเจียงผิงอันนิ่งงันเหมือนคนตาย
ร่างต้นของเขาน าพู่กันพิพากษา ศาสตราเซียนครึ่งขั้นมุ่งสู่หทัย
แผ่นดิน เริ่มฆ่าล้างคนตระกูลฉางซุนระบายโทสะ หาไม่แล้วคงมิอาจ
สงบใจ
ชิงพรสวรรค์เขาไปไม่พอ ยังท าร้ายเขา ตั้งค่าหัวหนักหนาให้
เขา… เขารังแกง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ?
เดิมที่ เจียงผิงอันอยากส่งอวตารกลืนสวรรค์ไปหทัยแผ่นดินอีก
ร่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
แต่ก่อนหน้านี้ เขาได้ศิลาทองรวนวิญญาณชิ้นใหญ่มาชิ้นหนึ่ง
ซึ่งใช้ลอกโลหิตของบรรพชนจระเข้ได้ และสามารถลองว่าอวตาร
กลืนสวรรค์จะได้พลังกลืนกินคืนมาหรือไม่
หากอวตารกลืนสวรรค์ฟื้นพลังกลืนกินกลับมา ก็จะให้ร่างนี้ไป
หทัยแผ่นดินแทน
ได้ยินว่าหอต าราเทียนเต้าในหทัยแผ่นดินก าลังจัดงานประลอง
อัจฉริยะจากขุมก าลังใหญ่ เมิ่งจิงเองก็จะไป เจียงผิงอันไม่ได้สนใจ
เรื่องนี้ เขาต้องการเพียงฆ่าคน
นอกจากนั้น หทัยแผ่นดินยังอยู่ห่างไกลยิ่งนัก แม้รีบเร่งมุ่งหน้าก็
ยังอาจใช้เวลายาวนาน กว่าจะถึง บางทีการประลองอาจจบลงแล้ว
หทัยแผ่นดิน หอต าราเทียนเต้า
ฉางซุนผิงเจิ้นก าลังเตรียมงานประลองอัจฉริยะให้กับร่าง
โกลาหลซือถูหลิงเฟิงอย่างเบิกบานใจ
เนื่องจากจัดการเจียงผิงอันได้ส าเร็จ หากงานเลี้ยงนี้เป็นไปตาม
ครรลอง ซือถูหลิงเฟิงก็รับปากจะพาเขาบรรลุเซียนไปด้วยในภาย
หน้าอย่างแน่นอน
ไม่รู้ภพเซียนเป็นเช่นไร แต่ปรารถนาอยากไปเหลือเกิน
ขณะนั้นเอง สายสืบผู้รับหน้าที่สืบข่าวในแดนอุดรผู้หนึ่งก็วิ่งปรี่
เข้ามาหา
“บรรพชน! เกิดเรื่องแล้วขอรับ!”
“ลนลานแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องรีบร้อน เจียงผิง
อันฟื้นคืนชีพมาได้หรือไร”
ที่แดนอุดรไม่มีอะไรต้องสนใจนอกจากเจียงผิงอันเพียงหนึ่ง แต่
เจียงผิงอันตายไปแล้ว เรื่องแย่ที่สุดและเป็นไปได้น้อยที่สุดก็คือเจียง
ผิงอันคืนชีพ
สายสืบคุกเข่าลงพูด “บรรพชนท านายแม่นดุจเทพพินิจ เจียงผิง
อันฟื้นคืนชีพแล้วจริง ๆ ขอรับ!”
รอยยิ้มบนใบหน้าฉางซุนผิงเจิ้นชะงักค้าง