สู่วิถีอมตะ - บทที่ 418 สู่หทัยแผ่นดิน
“มันเกิดบ้าอะไรขึ้น มิใช่ก่อนหน้านี้เจ้าพูดหรือว่าเจียงผิงอันตาย
แล้ว!”
ฉางซุนผิงเจิ้นฉวยหัตถ์ใหญ่คว้าคอสายสืบมาถามเสียงดัง
อารมณ์ซึ่งเดิมปรีดาหายวับไร้ร่องรอย
สายสืบหายใจติดขัด ใบหน้าปูดบวม
“บ… บรรพชน ข้าหารู้เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ แต่ก่อนหน้านี้ศิษย์นิกาย
เทวมารพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาตายแล้วขอรับ”
“ไม่ได้เรื่อง!”
ฉางซุนผิงเจิ้นเหวี่ยงร่างสายสืบไปกระแทกภูเขาลูกหนึ่ง
สีหน้าของฉางซุนผิงเจิ้นด าคล ้าบูดบึ้ง ก่อนหน้านี้เจียงผิงอัน
หายตัวไป ต้องถูกส่งเข้าสู่ภาพวาดของมหาจักรพรรดิแล้วเป็นแน่
ยามนี้เมื่อหวนปรากฏ ก็หมายความว่าเจียงผิงอันหนีจาก
ภาพวาดของมหาจักรพรรดิได้
แต่นี่คือจุดที่ฉางซุนผิงเจิ้นยากยอมรับที่สุด
หากเจียงผิงอันเอาชนะจ านงมหาจักรพรรดิในภาพวาดได้ เจียง
ผิงอันก็ร้ายกาจเกินไปแล้ว
เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลยที่เจียงผิงอันจะคว้าชัย สัจธรรมน่าจะ
เป็นเจียงผิงอันใช้วิธีพิเศษบางอย่างหนีออกมามากกว่า
เช่นใช้ยอดสมบัติ
“หากซือถูหลิงเฟิงรู้เข้า ต้องไม่พอใจแน่ ๆ รีบส่งคนไปจัดการ
เจียงผิงอันซะ!”
ฉางซุนผิงเจิ้นรู้สึกอับอายนัก จัดการกับบุคคลเล็กจ้อยเช่นนี้
เขากลับทุ่มเทมหาศาลโดยไม่ส าเร็จ
สายสืบซึ่งถูกเหวี่ยงออกไปเหินกลับมาคุกเข่าบนพื้น “บรรพชน
อย่าใช้คนในตระกูลเด็ดขาดนะขอรับ!”
“กล่าวกันว่าเจียงผิงอันจะได้เป็นเจ้านิกายเทวมาร!”
“หากเราส่งคนจากตระกูลฉางซุนของเราไปจัดการกับเจียงผิง
อันแล้วนิกายเทวมารทราบเข้า ผลที่ตามมาจะเกินคาดหยั่ง อีกอย่าง
เจียงผิงอันยังมีสามขุมก าลังใหญ่ในแดนบูรพาอยู่เบื้องหลังด้วยนะ
ขอรับ”
สีหน้าเฒ่าชราของฉางซุนผิงเจิ้นชะงัก
“นิกายเทวมารถึงกับให้ผู้ฝึกตนระดับต ่าเป็นเจ้านิกาย? นิกาย
เทวมารเป็นขยะไปแล้วหรือ? บัดซบ!”
ไม่ยักรู้มาก่อนว่าเจียงผิงอันมีขุมก าลังหนุนหลังมากเพียงนี้
กระทั่งหอต าราเทียนเต้าของพวกเขายังมิกล้าลงมือด้วยอย่าง
เปิดเผย
หากรู้เช่นนี้ น่าจะฆ่าเจ้าเด็กนี่ตั้งแต่แรกพบที่ทะเลบูรพา
อันที่จริง ยามนั้นเขาก็คิดฆ่า แต่ไม่ได้ท าจนส าเร็จ
“เช่นนั้นก็ทุ่มเงินจ้างมือสังหารของหอเทียนซา เก็บเป็นความลับ
อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้”
หอเทียนซา กลุ่มมือสังหารอันดับหนึ่งในโลกหล้าผู้ฝึกตน
รากฐานลึกล ้าเกินหยั่ง กระจายตัวอยู่ทุกแห่งหน
ขอเพียงจ่ายไหว ไม่ว่าผู้ใด หอเทียนซาก็กล้าลอบสังหาร
“รายงาน!”
ทันใดนั้น สายสืบอีกคนก็ตะลีตะลานเข้ามา
“บรรพชน เกิดเรื่องแล้วขอรับ!”
เมื่อได้ยินค านี้ ฉางซุนผิงเจิ้นก็หัวใจสะท้าน เกิดสังหรณ์ไม่ดี
ขึ้นมา
อาจเป็นเพราะขอบเขตสูงเกินไป เกิดการเชื่อมต่อเล็กน้อยกับ
กฎเกณฑ์เต๋าสวรรค์ ฉางซุนผิงเจิ้นจึงสัมผัสได้ว่าข่าวที่สายสืบผู้นี้จะ
มารายงานก็เกี่ยวข้องกับเจียงผิงอันเช่นกัน
สายสืบรีบคุกเข่าลง “บรรพชน เมื่อครู่เพิ่งมีข่าวว่าเจียงผิงอันตั้ง
ค่าหัวตระกูลฉางซุนของเราในหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลขอรับ!”
ฉางซุนผิงเจิ้นผ่อนลมหายใจโล่งอก “แค่นี้เอง ลนลานท าไม? ผู้
ฝึกตนระดับต ่าอย่างเขาจะเอาอะไรมาเป็นค่าหัวได้เท่าไหร่เชียว”
ค่าหัวจากผู้ฝึกตนระดับต ่าหาสะท้านรากฐานตระกูลฉางซุนของ
พวกเขาไม่
สายสืบหดคอ กระวนกระวายเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่าง
ระมัดระวัง
“เจียงผิงอันน ายอดสมบัติชิ้นหนึ่งนามขวดผลาญปีศาจมาเป็น
ค่าหัวส าหรับยอดฝีมือมหายานสองคน ศิลาทองรวนวิญญาณหนึ่ง
ชิ้นเป็นค่าหัวส าหรับยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการหนึ่งคน น าเม็ด
บงกชแจ้งวิถีสิบห้าเม็ดและโอสถเทียนเสวียนห้าเม็ดเสนอเป็นค่าหัว
ส าหรับใครก็ได้ในตระกูลฉางซุน ไม่จ ากัดขอบเขต…”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ สายสืบก็ไม่กล้าพูดต่อแล้ว
ฉางซุนผิงเจิ้นเบิกตากว้าง เจียงผิงอันน ายอดสมบัติชิ้นหนึ่งมา
ตั้งค่าหัวลูกหลานเขาจริง ๆ!
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันด่าเขาผ่านป้ายหยกสื่อสาร ก็ยกเรื่องนี้
ขึ้นมาพูด
แต่เขาหาเชื่อสักนิดไม่ คิดเพียงว่าเจียงผิงอันแค่พูดเฉย ๆ มิคาด
ว่าอีกฝ่ายจะท าจริง!
มีทรัพยากรมากมายเพียงนี้ เจียงผิงอันกลับไม่ใช้ฝึกฝน แต่
น ามาเป็นค่าหัวลูกหลานตระกูลฉางซุนของเขา สมองเจียงผิงอันมี
ปัญหาหรือไร?
ใช้ยอดสมบัติเป็นค่าหัวยอดฝีมือขอบเขตมหายานสองคน ต้อง
มียอดฝีมือเต็มใจรับงานนี้แน่
นี่คือหายนะครั้งใหญ่!
ขณะนี้ เสียงกระวนกระวายเสียงหนึ่งดังออกมาจากยันต์สื่อสารที่
เอวเขา
“ท่านพ่อช่วยด้วย! ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติผู้หนึ่งจู่โจมข้า!”
ตู้ม!
สุญตารอบกายฉางซุนผิงเจิ้นแหลกละเอียดจากปราณที่แผ่รอบ
กาย ใบหน้าเปี่ยมด้วยโทสะ ก้าวเข้ารอยแตกมิติหายลับไป ทิ้งไว้
เพียงเสียงค ารามสะท้านผืนฟ้า
“เจียงผิงอัน คอยก่อนเถอะ!”
ครั้งนี้ เจียงผิงอันทุ่มทุนมหาศาลจริงแท้ แต่เขายอมเสียยอด
สมบัติเพื่อมิให้ศัตรูอยู่ดี
หากศัตรูอารมณ์เสีย เขาก็จะอารมณ์ดี
เมื่อเขาอารมณ์ดี ความคิดก็จะกระจ่างชัด การฝึกฝนจะเป็นไป
อย่างรวดเร็ว
เจียงผิงอันในแดนอุดรขณะนี้ยังไม่มีอะไรท า รอเตรียมการขึ้น
เป็นเจ้านิกายเทวมารในอีกปีสองปีข้างหน้า
ถึงยามนั้น ก็จะสามารถฟัดเหวี่ยงกับร่างโกลาหลอย่าง
ตรงไปตรงมาได้
ร่างนี้ของเขาซ่อนตัวตน ลอบนั่งเรือเหาะสู่หทัยแผ่นดิน เตรียม
ล่าล้างลูกหลานตระกูลฉางซุนบางส่วนด้วยมือตน
ให้ผู้อื่นลงมือ ไม่เคยสาใจเท่าล้างแค้นด้วยตนเอง
เดิมที่ เขาอยากใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมายังหทัยแผ่นดิน แต่ไม่มี
ค่ายกลเคลื่อนย้ายใดเชื่อมตรงถึงจุดหมาย สู้นั่งเรือเหาะที่มีกลไก
ข้ามมิติยังไวกว่า ทั้งยังสะดวกด้วย เขาจึงไม่ได้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย
แม้เรือเหาะจะข้ามมิติได้ แต่ก็ยังต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนกว่าจะถึง
หทัยแผ่นดิน แสดงให้เห็นว่ามันไกลเพียงไร
บนท้องฟ้ามีดวงดาวมากมาย แต่ไม่มีดวงใดใหญ่เทียบแดน
บูรพา
เรือเหาะล านี้ล าเลียงสินค้าจากเทือกเขาไร้สิ้นสุดสู่หทัยแผ่นดิน
ระหว่างทางก็ยังมีการแวะรับคนด้วย
เนื่องจากราคาสูงถึงหนึ่งกฎเกณฑ์ ผู้ที่ขึ้นมาบนเรือเหาะได้ส่วน
ใหญ่จึงเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะ และยังมีผู้ฝึกตนขอบเขต
วิญญาณแรกก าเนิดและหลอมสุญตาปนมาประปราย
ทันทีที่ขึ้นมาบนเรือเหาะ เจียงผิงอันก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน
แล้วเจียงผิงอันก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบคนคุ้นหน้าผู้หนึ่ง
“การประลองอัจฉริยะในหทัยแผ่นดินครั้งนี้ อัจฉริยะอันดับหนึ่ง
ต้องเป็นใต้เท้าซือถูหลิงเฟิงไม่ผิดแน่ มีใต้เท้าอยู่ เราเผ่ามนุษย์ย่อม
ไม่ต้องกลัวเผ่าใด”
“ร่างโกลาหลเป็นคนชั่วน่ารังเกียจ ใช้อ านาจยอดฝีมือขอบเขต
พ้นพิบัติช่วยเหลือเพื่อชิงพรสวรรค์ของเจียงผิงอัน อัจฉริยะของ
เราต้าเซี่ย ควรค่าเป็นเสาค ้าจุนเผ่ามนุษย์แล้วหรือ?”
หนิงโหยวเดือดดาลสุดขีดยามได้ยินผู้อื่นพูดดูแคลนเจียงผิงอัน
นี่คือชายที่นางชื่นชมที่สุด ผู้ใดก็ห้ามดูแคลน
หนิงโหยว เจ้าส านักขวานฟ้า ส านักเล็ก ๆ ในอาณาเขตของต้า
เซี่ย กาลก่อนยามซากโบราณมหาจักรพรรดิเปิดขึ้น หนิงโหยวก็ได้
พบเจียงผิงอันโดยบังเอิญ
ขณะนั้น เจียงผิงอันยังอ่อนแอมาก แต่ผ่านไปไม่กี่สิบปี เขาก็
สะท้านสะเทือนทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน
ครั้งสุดท้ายที่ได้พบเจียงผิงอันก็คือระหว่างศึกของต้าเซี่ยและต้า
ฉู่
นางได้เห็นชายผู้นั้นพิชิตทั่วหล้าจากไกล ๆ ใช้การฝึกฝน
ขอบเขตจอมจักรพรรดิสยบมือสังหารขอบเขตหลอมสุญตา
ศึกนั้นประทับใจหนิงโหยวเกินลบเลือน
ขณะเดียวกัน มันก็ปลุกจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของหนิงโหยว
ขึ้นมาเช่นกัน
เนื่องด้วยพวกนางช่วยศึกต้าเซี่ย ได้รับการดูแลจากต้าเซี่ย
ส านักขวานฟ้าจึงมีทรัพยากร
ยามส านักมียอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะเพิ่มอีกคน นางก็สละ
ต าแหน่งเจ้าส านัก เตรียมมุ่งหน้าสู่หทัยแผ่นดิน
หทัยแผ่นดินเต็มไปด้วยอัจฉริยะ มีส านักใหญ่เกินนับถ้วน พร้อม
ทั้งมรดกส านักเก่าแก่และโอกาสมากมาย
ทันทีที่นางขึ้นมาบนเรือเหาะ นางก็ได้ยินคนเสวนากันเรื่องงาน
ประลองอัจฉริยะที่หทัยแผ่นดิน นางที่ผ่านมาจึงออกความเห็นแทรก
ก่อนจะเกิดการทะเลาะกับบางคนเข้า
ชายในชุดยาวสีน ้าเงินซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามแค่นเสียงเย็น “ใต้เท้า
ซือถูชิงพรสวรรค์ของเจียงผิงอันไป นั่นก็เพราะเห็นค่าเจียงผิงอัน
หรอก”
“ใต้เท้าซือถูยามได้พรสวรรค์กลืนกินมาจะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน
เผ่ามนุษย์จึงจะแข็งแกร่งขึ้น สตรีผมยาวความรู้สั้นอย่างเจ้าจะเห็น
ภาพรวมได้อย่างไร?”
“โชคยังดี ใต้เท้าซือถูชิงพรสวรรค์กลืนกินของเจียงผิงอันไปได้
ก่อน ข้าได้ยินมาว่าเจียงผิงอันตายอยู่ที่แดนอุดรนี่”
“น่าเสียดายข้ามิได้เจอเจียงผิงอัน หากเจอเขา บางทีข้าอาจลอบ
สังหารเขาได้ แล้วจะได้เป็นผู้ติดตามของซือถูหลิงเฟิง”
สีหน้าของชายชุดน ้าเงินยกย่องชื่นชมร่างโกลาหลซือถูหลิงเฟิง
เสียเหลือเกิน