สู่วิถีอมตะ - บทที่ 421 เนรคุณแว้งกัด
เจียงผิงอันมองผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาทั้งสองที่พุ่ง
เข้ามาใส่โดยไม่รู้สึกกดดันมากนัก
แม้ร่างหลักจะแข็งแกร่งไม่สู้อวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมิใช่ผู้ที่
โจรเหล่านี้จะสู้ด้วยไหว
และเขาก็จะได้ลองพลังต่อสู้ของคัมภีร์มารอัสนีไปด้วยในตัว
“สหายเต๋า! ข้ามาช่วยแล้ว!” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตะโกนมาจาก
เบื้องหลัง
ผู้ฝึกตนคนนี้ก็เป็นยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา
เขาเห็นโจรเหล่านี้มียอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาเหลือ
เพียงสอง และเจียงผิงอันก็แข็งแกร่งมาก เขาจึงตัดสินใจลงมือ
ทว่า พูดยังไม่ทันสิ้นค า เขาก็เห็นเจียงผิงอันกลายเป็นแสงสีด า
หายวับไปจากที่ในพริบตา
เปรี้ยง เปรี้ยง!
ร่างของโจรทั้งสองระเบิดแหลก ผู้ฝึกตนขั้นต้นของเขตหลอม
สุญตาที่จะเข้ามาช่วยชะงักนิ่ง สีหน้าค้างเติ่ง
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ เองก็สีหน้าแข็งค้าง หนังศีรษะชาวาบ เกิด
ความเงียบขึ้นรายล้อม กระทั่งเสียงหายใจยังได้ยินชัดยิ่ง
หลายบุคคลสมองว่างโล่งจังงัง
สี่ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา… บรรลัยสิ้น… เพราะผู้
ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะคนหนึ่งในพริบตา…
ยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาปวกเปียกเพียงนี้แต่ยามใด?
หลังบรรลุขอบเขตหลอมสุญตา มิใช่ผู้ฝึกตนตายยากตายเย็น
กันแล้วหรือ?
จะมาตายในพริบตากันเช่นนี้ได้อย่างไร?
หากเป็นยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาลงมือ หรือคน
ร่วมขอบเขตแผลงฤทธิ์ทรงพลังเช่นนี้ออกมา พวกเขาก็คงไม่ตกใจ
กันเพียงนี้
ปัญหาอยู่ตรงที่คนผู้นี้มีเพียงพลังของกฎเกณฑ์ขั้นสอง… ไม่สิ!
กฎขั้นสามต่างหาก!
ยามนี้เอง ปวงชนจึงพบว่าคนผู้นี้มีอ านาจกฎเกณฑ์ขั้นสามพลุ่ง
พล่าน ปรากฏว่าก่อนหน้านี้เขาซ่อนการฝึกฝนมาตลอด!
มิเพียงเท่านั้น เหตุใดกฎเกณฑ์บนร่างคนผู้นี้จึงมีพลังขั้วหยิน
มืดมิดชั่วร้ายนัก?
หรือคนผู้นี้จะเป็นผู้ฝึกมาร?
มิน่าเล่าจึงโหดเหี้ยมนัก
“อ่อนแอเกินไป”
เจียงผิงอันร าพึง สองคนนี้อ่อนแอเสียจนมิอาจทดสอบฤทธิ์
คัมภีร์มารอัสนีได้เลย
ปวงชน “…”
พวกเขาสงสัยว่าเจ้าเด็กนี่จะแกล้งพูดโอ่ แต่ก็ไร้หลักฐานยืนยัน
โจรขอบเขตแปรเทวะที่เหลือร่างสะท้าน
“เผ่นเร็ว! เจ้านี่เป็นผู้ฝึกมาร!”
พวกเขาคิดจะหนี แต่ก็พบว่ามีค่ายกลสังหารห้าทิศของตัวเอง
กางล้อม มิอาจหนีออกไปได้
“ไหน ๆ ก็ลงมือแล้ว มาจบเรื่องนี้กันเถอะ”
เจียงผิงอันยกมือขึ้น แล้วอสรพิษขนาดจ้อยตัวหนึ่งซึ่งเรืองรอง
ด้วยอัสนีทมิฬก็เลื้อยทะลวงศีรษะเหล่าโจรขอบเขตแปรเทวะทั้งหลาย
สิบคนทันที่
เพียงพริบตา เหล่าโจรขอบเขตแปรเทวะทั้งหลายสิบต่างตกตาย
ถ้วนหน้า
เจียงผิงอันรู้สึกว่าตนปรานียิ่งแล้ว ให้คนเหล่านี้ได้ตายสบายไร้
ความเจ็บปวด
ยามผู้ฝึกตนทั้งหลายบนเรือเหาะเห็นเช่นนี้ หนังศีรษะของพวก
เขาก็ชาวาบ
ผู้ฝึกตนเหล่านั้นผ่านอุปสรรคมากมายจนมาถึงขอบเขตแปรเท
วะกันได้ แต่เพียงพริบตา พวกเขาล้วนถูกก าจัดเรียบ
ขณะที่ตัวการยังลอยหน้าลอยตา สุขุมราวเพิ่งกินมื้อเย็นมา เจ้า
นี่ต้องเป็นมารร้ายแน่ ๆ!
เจียงผิงอันเก็บซากศพทั้งหลายไว้ป้อนให้เสี่ยวจิ่ว ไม่ก็ใช้ลอก
ทรัพยากร
คนเหล่านี้ฝึกฝนกันมาเป็นพัน ๆ ปี เป็นอาหารเสริมชั้นดีส าหรับ
เสี่ยวจิ่ว
ท้ายที่สุด เขาก็เก็บธงค่ายกลสังหารห้าทิศไป
ธงค่ายกลนี้หยุดยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาได้ มีประโยชน์
ยิ่งในยามคับขัน
ยามเจียงผิงอันหันกลับมา ปวงชนก็เผลอตัวก้าวถอย
พวกเขามีความกลัวต่อผู้ฝึกมารกันในใจนิดหน่อย
นี่มิใช่แดนอุดร ผู้ฝึกตนทั่วไปมีอคติต่อผู้ฝึกมารอย่างลึกล ้า
“เจ้าฆ่าพวกเขาไปหมด! รู้หรือไม่ว่านี่จะก่อหายนะมากมายเพียง
ไหน!”
ฉางซุนเชียนเฮ่อชักอาวุธ ตั้งค าถามกับเจียงผิงอันอย่างเกรี้ยว
กราด
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว “พวกเขาเป็นโจร ก็ควรถูกฆ่ามิใช่หรือ?”
คนผู้นี้จะไม่ช่วยก็ช่าง ยังจะขัดแข้งขาผู้อื่น ท าให้เขาต้องเผย
เขี้ยวเล็บออกมาเล็กน้อย
ฉางซุนเชียนเฮ่อเดือดดาลเก็บอาการไม่อยู่ “พวกเขาก็แค่โจร
ส่วนหนึ่งของสมาพันธ์พยัคฆ์ด า ในสมาพันธ์ของพวกเขายังมีตัวตน
ขั้นกลางและปลายขอบเขตหลอมสุญตา มีกระทั่งยอดฝีมือขอบเขต
บูรณาการผู้หนึ่ง!”
“เจ้าฆ่าพวกเขาไป พวกเขาจะมาล้างแค้นเรือสินค้าของเรา
แน่นอน!”
เดิมที่ พวกเขาเจรจากับสมาพันธ์พยัคฆ์ด าได้แล้วเชียว แต่เจ้านี่
กลับแข็งแกร่งเสียจนฆ่าคนสมาพันธ์พยัคฆ์ด าไปสิ้น
ยามผู้คนรายล้อมได้ยินว่าสมาพันธ์พยัคฆ์ด าแข็งแกร่งเพียงนี้ สี
หน้าของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“ยามนี้รีบไปเถอะ อย่าให้คนจากสมาพันธ์พยัคฆ์ด าตามมาทัน!”
“เขาฆ่าคนเหล่านั้น นี่มันลากเราไปตายด้วยชัด ๆ!”
ฉางซุนเชียนเฮ่อกล่าวกับเจียงผิงอันเสียงเย็น “ยามนี้ เจ้าห้ามไป
ไหนทั้งสิ้น รอคนจากสมาพันธ์พยัคฆ์ด ามาทวงถามเอาผิดกับเจ้าที่นี่
แหละ”
หนิงโหยวฟื้นจากความตกใจ แผดเสียงใส่ฉางซุนเชียนเฮ่ออย่าง
เดือดดาล
“ผู้อาวุโสท่านนี้ช่วยพวกเจ้าไว้ ไม่ขอบคุณยังพอว่า ยังคิดท า
ร้ายเขาอีก! นี่มันเนรคุณแว้งกัดกันชัด ๆ!”
“เราขอให้เขาช่วยหรือ?” ฉางซุนหลงในชุดสีน ้าเงินกล่าวขึ้น
เฉียบพลัน
เจียงผิงอันช าเลืองคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย กล่าวกับฉาง
ซุนเชียนเฮ่อเสียงเรียบ “คิดหรือว่าเจ้าหยุดข้าได้?”
สายตาของฉางซุนเชียนเฮ่อเยาะหยัน “อย่าคิดว่ามีฝีมือแล้วจะ
แน่ โลกหล้าใหญ่โตกว่าเจ้าคิดมากนัก มียอดฝีมือมากกว่าเจ้าคาด
ฝัน ไม่ว่าผู้ใดในตระกูลฉางซุนของข้าในขอบเขตเดียวกันก็ฆ่าเจ้า
ได้”
“ตระกูลฉางซุน? ตระกูลฉางซุนไหน?”
เจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยน ตะลึงไปเล็กน้อย
ฉางซุนหลงที่ข้างกันเห็นเจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยนก็นึกว่ากลัว จึง
เชิดหน้าเอ่ยขึ้น “ตระกูลฉางซุนแห่งหอต าราเทียนเต้า!”
เสียงของเขาเลื่อนลั่นเช่นสายฟ้า ด้วยกลัวมีผู้ใดไม่ได้ยิน
ร่างของปวงชนรอบข้างสั่นสะท้าน
ปรากฏว่าเป็นตระกูลฉางซุนจากหอต าราเทียนเต้า!
หอต าราเทียนเต้า ใช้เต๋าสวรรค์มาเป็นชื่อ รวบรวมอัจฉริยะทั่ว
โลกหล้าเกินคณานับ ผู้เข้าเรียนในหอต าราเทียนเต้าได้ต้องมีประวัติ
เชื้อสายผู้บรรลุเซียน
ตระกูลฉางซุนคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งหอต าราเทียนเต้า
สถานะของพวกเขาสูงส่ง มีวิชาลับระดับสูงสุดและสมบัติฟ้าดิน
มากมายในครอบครอง
ได้อยู่ในตระกูลเช่นนี้ มีรากฐานเพียงพอให้ล าพองแล้วจริง ๆ
หนิงโหยวเองก็อยากช่วยเจียงผิงอันทวงถามความยุติธรรม แต่
เมื่อได้ยินตัวตนของอีกฝ่าย นางก็หุบปากฉับทันใด
ยักษ์ใหญ่เช่นนี้มิใช่ผู้ที่บุคคลเล็กจ้อยอย่างพวกนางล่วงเกินได้
อย่าได้มองด้วยสายตาผู้ฝึกตนทั่วไป ที่ผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเท
วะแข็งแกร่งมากแล้ว แต่ในสายตาตระกูลใหญ่ยักษ์เช่นนี้ พวกเขาหา
มีความส าคัญสักนิดไม่
หนิงโหยวรีบถ่ายทอดกระแสปราณบอกเจียงผิงอัน “ผู้อาวุโส
ช่างมันเถอะนะ ขุมก าลังใหญ่เช่นนี้ล่วงเกินมิได้หรอก”
“ฮะ ๆ ฮ่า ๆ”
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็แย้มสรวล เสียงหัวเราะจากใจดังก้องฟ้า
มิได้ปรีดาเช่นนี้มานานแล้ว
เสียงหัวเราะของเขาท าให้ปวงชนสะดุ้ง
คนผู้นี้เป็นอะไร? กลัวจนสติแตกไปแล้วหรือ?
“หัวเราะอะไรของเจ้า อยากจะอ้อนวอนขอความเมตตาหรือไร?
ไม่มีทาง”
ฉางซุนหลงเกลียดสีหน้าเฉยชาบนใบหน้าเจียงผิงอันนัก
เสียงหัวเราะของเจียงผิงอันสลายไป จ้องตรงมาที่ฉางซุนเชีย
นเฮ่อ
“บนตัวเจ้ามีตราวิญญาณใดหรือไม่?”
หากฆ่าผู้มีตราวิญญาณ ตราวิญญาณจะสลักบนตัวผู้ฆ่า เป็นที่
ติดตามได้ง่าย ตระกูลใหญ่ทั้งหลายมักจะใช้กัน
เมื่อได้ยินค าถามนี้ ทุกผู้ในตระกูลฉางซุนก็ชักอาวุธ จ้องมอง
เจียงผิงอันอย่างหวาดระแวง
ฉางซุนเชียนเฮ่อพร้อมลงมือ “อย่าวอนหาที่ตายเลย บุตรข้ามี
ตราวิญญาณระดับสูงกับตัว”
เขาไม่เชื่อว่าคนตรงหน้าจะโง่เง่า กล้าลงมือกับคนตระกูลฉางซุน
ของพวกเขา
คนทั่วไปไม่กล้าท ากันจริง ๆ แหละ
แต่เจียงผิงอันมายังหทัยแผ่นดินเพื่อตามหาพวกเขา!
รอยยิ้มเบ่งบานบนใบหน้าเจียงผิงอัน
“เยี่ยมไปเลย หมายความว่าพอข้าฆ่าลูกเจ้า คนตระกูลเจ้าก็จะ
แห่มาหาข้ากันเอง”
หัวใจของเหล่าคนตระกูลฉางซุนร่วงวูบ
คนผู้นี้มีความแค้นกับตระกูลฉางซุนของพวกเขาอยู่แน่ ๆ!
ฉางซุนเชียนเฮ่อตะโกนบอกปวงชนรอบข้าง “สหายเต๋าทุกท่าน
เขามาคนเดียว ร่วมกับพวกข้าฆ่าคนเหล่านี้เถอะ แล้วตระกูลฉางซุน
ของข้าจะซาบซึ้งยิ่ง!”
ทว่า ปวงชนบนเรือเหาะต่างกระจายตัวหนีหายทั่วทิศ
ปลาสนาการจากที่เดิมของพวกตนในพริบตา ด้วยกลัวจะถูกลากไป
พัวพันด้วย
ช่วยเจ้า? สมองยังอยู่ดีหรือไม่ ไม่เห็นหรือว่าเจ้านี่ฆ่ายอดฝีมือ
ขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาได้ง่าย ๆ ในพริบตา?
รีบเผ่นเอาตัวรอดเสียเดี๋ยวนี้ดีกว่า เดี๋ยวจะโดนมารตนนี้ฆ่าปิด
ปากเอาได้