สู่วิถีอมตะ - บทที่ 422 อัสนีหยิน
เพียงพริบตา ดาดฟ้าที่เคยคับคั่งด้วยผู้ฝึกตนก็เหลือคนเพียงสิบ
กว่า
พวกเขาส่วนใหญ่มาจากตระกูลฉางซุน
เหลือเจียงผิงอันเป็นคนนอกเพียงหนึ่ง
ดวงตาเย็นเยียบของฉางซุนเชียนเฮ่อฉายประกายเย้าเย้ย
“คิดจริง ๆ หรือว่าแค่ฆ่าขยะไม่กี่ชิ้นได้ในพริบตา เจ้าก็จะไร้เทียม
ทานแล้ว?”
แม้เขาจะประจักษ์ฤทธิ์เจียงผิงอันเมื่อครู่นี้ ฉางซุนเชียนเฮ่อใน
ขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาก็หาได้ลนลานไม่
“ตาเฒ่าผู้นี้เพิ่งบอกไป เหตุผลที่เราไม่ลงมือกับสมาพันธ์พยัคฆ์
ด าก็เพราะพวกเขายังมีอ านาจหนุนหลัง และตาเฒ่าผู้นี้ก็ไม่ต้องการ
ปัญหายุ่งยาก”
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ในเมื่อคิดสร้างปัญหาให้เราตระกูลฉางซุน
ก็ทิ้งชีวิตกับทรัพยากรไว้ที่นี่ซะ”
แสงสีแดงเลือดสาดออกมาจากร่างของฉางซุนเชียนเฮ่อ ทั่วทั้ง
กายอาบไล้ด้วยกฎเกณฑ์
เพียงพริบตา เขาก็ทะยานจากขั้นต้นสู่ขั้นกลางขอบเขตหลอม
สุญตา ปราณรุนแรงกวาดกระหน ่าสู่ฟ้า
นี่คือพรสวรรค์เฉพาะของตระกูลฉางซุน สามารถเพิ่มความ
แข็งแกร่งหนึ่งขอบเขตย่อยได้ในชั่วขณะหนึ่ง
หากผู้ฝึกตนคนอื่นคิดพัฒนาความสามารถหนึ่งขอบเขตย่อย ก็
ต้องใช้วิชาต้องห้ามโดยใช้ชีวิตเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
แต่พวกเขาตระกูลฉางซุนไม่ต้องท าเช่นนั้น พวกเขาบรรลุได้
ด้วยพรสวรรค์ แต่หลังชั่วกาลนั้นพวกเขาจะเหนื่อยอ่อน ร่างกาย
เกิดผลกระทบเล็กน้อย
“เป็นพรสวรรค์สายเลือดที่ดีมาก”
ยามเจียงผิงอันไปตั้งค่าหัวตระกูลฉางซุนที่หอวาณิชมั่งคั่ง
กว้างไกล เขาก็ซื้อข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลฉางซุนมานิดหน่อย และ
ทราบถึงพรสวรรค์พิเศษของตระกูลฉางซุน
ในที่สุดก็จะได้ทดสอบฤทธิ์ ‘คัมภีร์มารอัสนี’ ดี ๆ แล้ว
ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาก่อนหน้านี้ใช้ไม่ได้กันจริง ๆ
ในฐานะผู้ก่อตั้งตระกูลหนึ่งของหอต าราเทียนเต้า ตระกูลฉางซุน
ต้องมีวิชาลับสุดยอดมากมาย มิใช่อะไรที่ผู้ฝึกตนทั่วไปในโลก
ภายนอกเทียบติด
“ยังสามหาวไม่เลิก”
ฉางซุนเชียนเฮ่อไหวกายมาตรงหน้าเจียงผิงอัน ออกหมัดอย่าง
แสนรวดเร็วพร้อมแผดเสียงบ้าคลั่ง กฎเกณฑ์ขั้นสามพล่านพุ่ง
เจียงผิงอันแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีด าทะยานหลบไปเบื้องหลังอย่าง
รวดเร็ว เรือเหาะล านี้ระดับสูงยิ่ง มิอาจท าลายได้ เพราะเดี๋ยวมันก็จะ
เป็นของเขาแล้ว
“เจ้าคนสามหาว อย่าหนีสิ!”
ฉางซุนหลง บุตรของฉางซุนเชียนเฮ่อเห็นเจียงผิงอันเลี่ยงหนี ก็
ล้อเลียนออกมาทันที่
เจ้านี่คิดสร้างปัญหากับตระกูลฉางซุนของพวกเขา เบื่อชีวิตแล้ว
จริง ๆ
ทันทีที่เจียงผิงอันถอยออกมา ฉางซุนเชียนเฮ่อก็ไล่ตาม ด้วย
การหนุนส่งของกฎแห่งวายุ การไล่ล่าโจมตีของเขาจึงรวดเร็วสุดขั้ว
หนึ่งวังวนก่อตัวตรงหน้าหมัดของฉางซุนเชียนเฮ่อ กฎแห่งวายุ
และกฎเกณฑ์แห่งทองผสานตัว สุญตาบิดเบี้ยว ทะลวงถึงเจียงผิงอัน
ทันใด
ดวงตาของฉางซุนเชียนเฮ่อฉายประกายปรีดา ระยะประชิดเช่นนี้
คนผู้นี้หนีมิได้หรอก
ต่อหน้าวิชาลับสูงสุดของพวกเขาตระกูลฉางซุน ‘พายุทองโถม
ท าลาย’ คนผู้นี้หากไม่ตายก็สาหัส!
เปรี้ยง!
เสียงกระแทกดังสนั่น ปราณบ้าคลั่งพัดโถมทั่วฟ้า
ทว่า โล่ปราณประหลาดสีด าก่อตัวขึ้นขวางตรงหน้าเจียงผิงอัน
มิให้ถูกการโจมตีอันดุเดือดนี้
ม่านตาของฉางซุนเชียนเฮ่อหดตัว
ปวงชนจากตระกูลฉางซุนบนเรือเหาะล านี้ต่างก็จังงัง
ในฐานะผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุน พวกเขาย่อมรู้จักพายุทอง
โถมท าลาย และประจักษ์ฤทธิ์มันดี
วิชานี้ผสานกฎแห่งวายุและกฎแห่งทอง พลังท าลายล้างอัศจรรย์
ยิ่ง ผู้ฝึกตนน้อยนักในขอบเขตเดียวกันจะต้านได้ เป็นสิ่งลือนามสุด
แสน
วิชาลับนี้ อย่าว่าแต่ตระกูลฉางซุนเลย กระทั่งทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึก
ตนยังนับเป็นจุดสูงสุดของวิชาโจมตีธาตุลมแล้ว
แต่กลับถูกอีกฝ่ายรับไว้ได้ง่าย ๆ!
โล่สีด านั่นมันอะไร?
กฎอัสนีเรืองรองบนโล่สีด า แต่นี่ยิ่งประหลาดไปกว่า มิใช่กฎอัสนี
ควรมีคุณสมบัติสุดขั้วหยางหรือ?
เหตุใดพื้นฐานของกฎอัสนีนี้จึงมืดด านัก? มันดูเป็นสุดขั้วหยิน
อันมืดด าเกินใคร
“อัสนีหยินในต านาน!”
ฉางซุนเชียนเฮ่อเหมือนจะคิดอะไรออก สีหน้าของเขาเต็มไป
ด้วยความไม่อยากเชื่อ
วิชาอัสนีเช่นนี้เป็นเรื่องเล่าต านานมาโดยตลอด ตราบกาลเคย
ปรากฏเพียงหน
แต่คนผู้นี้กลับมีอ านาจที่ว่านี้!
เขาเป็นใครกัน?
แต่ฉางซุนเชียนเฮ่อก็ไม่มีเวลาให้มัวคิด รีบใช้อ านาจวายุฉีกมิติ
ตรงหน้ามาป้องกันทันใด
ฝ่ามืออันปกคลุมด้วยอัสนีหยินของเจียงผิงอันฟาดเข้าใส่รอย
แตกมิติ ขณะที่ฉางซุนเชียนเฮ่อฉวยโอกาสนี้รีบถอยออกไป
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
ฉางซุนเชียนเฮ่อจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคร่งขรึม
การบรรลุอ านาจเช่นนี้ได้ย่อมมิใช่คนธรรมดา บางทีอีกฝ่ายอาจ
มาจากตระกูลใหญ่สักตระกูล
เจียงผิงอันมิได้ตอบ เขาเหยียบย่างบนอัสนีทมิฬ บุกโจมตีเข้ามา
อย่างรวดเร็ว
สีหน้าของฉางซุนเชียนเฮ่อด าคล ้า “ยังจะโจมตีเข้ามาอีก คิดจริง
ๆ หรือว่าตาเฒ่าผู้นี้ท าลายการป้องกันของเจ้ามิได้?”
เขาเร่งโคจรกฎแห่งวายุและกฎแห่งทอง เริ่มการดวลความเร็วกับ
เจียงผิงอัน
เขาเชื่อว่าด้วย ‘พายุทองโถมท าลาย’ เขาจะเอาชนะอีกฝ่ายได้
อย่างแน่นอน
ผู้ฝึกตนบนเรือเหาะมองตามพวกเขาไม่ทันเลย เห็นเพียงแสงสี
ด าและพายุโหมพัดกระหน ่า
“ท่านพ่อ! ฆ่าเจ้านี่ให้ได้นะ! พัฒนาความเกรียงไกรให้เราตระกูล
ฉางซุน!”
แม้ฉางซุนหลงจะตกใจในความแข็งแกร่งของบุคคลลึกลับผู้นี้
เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่าบิดาตนจะแพ้พ่าย
ความแตกต่างของสองฝ่ายคือหนึ่งขอบเขตย่อย ท่านพ่อก็มีวิชา
ลับระดับสูง จะพ่ายได้เช่นไร?
เว้นแต่อีกฝ่ายจะเป็นอัจฉริยะผู้ลือนามทั่วหล้า แต่เห็นได้ชัดว่า
คนผู้นี้ยังไม่ถึงขนาดนั้น
แต่คนผู้นี้ก็แข็งแกร่งจริง ๆ ถึงกับประชันสูสีกับบิดาเขาได้
ฉางซุนเชียนเฮ่อซึ่งอยู่ในสมรภูมิ ยิ่งสู้ยิ่งหัวใจสะท้านหวั่น
เขามีขอบเขตสูงกว่าอีกฝ่ายหนึ่งขอบเขตย่อย บรรลุวิชาลับ
ระดับสูง หากอีกฝ่ายเป็นตัวตนขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาทั่วไป
คงหนีหายไปนานแล้ว
แต่ยามนี้ เขากลับท าร้ายอีกฝ่ายไม่ได้สักนิดเดียว
การป้องกันของอัสนีหยิน สุดท้ายก็แข็งแกร่งเกินทะลวงผ่าน
อัสนีหยางมีพลังท าลายล้างแข็งแกร่ง ขณะที่อัสนีหยินเด่นชัด
ด้านพลังป้องกันมากกว่า
อัสนีหยินเองก็รวดเร็วเช่นอัสนีหยาง เรื่องส าคัญที่สุดคือพลัง
โจมตีของมันไม่ได้ด้อยกว่าอัสนีหยางมากนัก
สองฝ่ายประมือกันอยู่นาน ไม่ว่าฉางซุนเชียนเฮ่อจะโจมตีเช่นไร
ก็มิอาจทะลวงการป้องกันของเจียงผิงอันได้
ทันใดนั้น ร่างของฉางซุนเชียนเฮ่อก็ชะงัก หยุดการเคลื่อนไหว
ไป
ม่านตาของฉางซุนเชียนเฮ่อหดตัวรุนแรง เกิดอะไรขึ้น? ไฉนตัว
เขาจึงนิ่งค้างเฉียบพลัน?
อัสนีหยิน!
ฉางซุนเชียนเฮ่อเพิ่งค้นพบยามนี้เอง ว่ายามประมือกับอีกฝ่าย
อีกฝ่ายได้แทรกอัสนีหยินสู่กายเขาทีละน้อย
เดิมที่ พลังเล็กจ้อยแค่นี้เขาหาคณามือไม่ เพราะถึงอย่างไร การ
โจมตีนี้ก็ไร้ผลมากนัก
ใครจะทราบว่าจู่ ๆ อัสนีหยินเหล่านี้จะรวมตัวกันราวมีสติเป็นของ
ตัวเอง แล้วพลังท าลายล้างของมันก็โถมทะยานเฉียบพลัน ท าให้ร่าง
ของเขาชะงักค้างทันใด
นี่คือพลังเฉพาะตัวของธาตุสายฟ้า ยามโจมตีสามารถท าให้ร่าง
ศัตรูชาค้างได้
อัสนีหยินยิ่งพิเศษกว่าใคร อัสนีหยินจะกระจายตัวเช่นหนอนตัว
น้อย มุดชอนไชสู่กายศัตรู รอถูกเรียกใช้ในยามต้องการ
อัสนีหยินนี่ เรียกอัสนีสามานย์ก็ยังได้
ชั่วครู่สั้น ๆ นี้เองคือโอกาสโจมตีส าหรับผู้ฝึกตนธาตุสายฟ้า
เจียงผิงอันเคลือบอัสนีหยินบนก าปั้น ชกเข้าใส่ร่างฉางซุนเชีย
นเฮ่อ
เปรี้ยง!
ฉางซุนเชียนเฮ่อปลิวกระเด็นรวดเร็วยิ่ง กระแทกลงพื้นดังสนั่น
บรรพตเบื้องใต้พังทลายฝุ่นตลบ
เจียงผิงอันยืนเหนือสุญตา รายล้อมด้วยอัสนีทมิฬ
แตกต่างจากความแข็งกร้าวรุนแรงของอัสนีหยาง อัสนีหยินนั้น
เงียบเชียบและมืดคล ้า รูปลักษณ์ของมันดูกระทั่งคล้ายของเหลวลอย
วนรอบกาย เป็นภาพน่าดูชมยิ่ง
“พลังโจมตีเบาไปนิด”
เจียงผิงอันพอใจในพลังป้องกันของอัสนีหยินอย่างยิ่ง แต่พลัง
โจมตีนั้นยังเบาไปสักหน่อย
ทุกผู้จากตระกูลฉางซุนบนเรือเหาะนิ่งค้างมองเจียงผิงอัน แล้วจึง
หันมองฉางซุนเชียนเฮ่อซึ่งถูกชกร่วงลงกระอักเลือดไม่หยุดบนพื้น
ข้ามขอบเขตไปอัดคนเช่นนี้ ยังมาบอกว่าพลังโจมตีเบาไปอีก
หรือ?
คนเหล่านี้หรือจะรู้ว่าค าจ ากัดความของค าว่า ‘แข็งแกร่ง’ ในใจ
เจียงผิงอันเป็นเช่นไร
เขาเหยียบบนอัสนีทมิฬ ไหวกายมาตรงหน้าฉางซุนเชียนเฮ่อ
เฉียบพลัน
ฉางซุนเชียนเฮ่อร่วงลงมาคลุกฝุ่น ร่างเรืองรองด้วยอัสนีทมิฬ
กระอักเลือดค าแล้วค าเล่า
ทันทีที่เขาเห็นเจียงผิงอันพุ่งเข้ามา ท่าทีอ่อนล้าบนสีหน้าก็เลือน
หาย แทนที่ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
อ านาจกฎเกณฑ์ธาตุดินและธาตุทองขั้นสามทะลักออกจากร่าง
ฟ้าดินพลันไหวรวน ก่อเป็นมังกรพสุราอ้าปากกลืนเจียงผิงอันแล้ว
ทะยานฟ้าไปทันที่
ตู้ม!
ฉางซุนเชียนเฮ่อใช้วิชาลับ มังกรพสุธาระเบิดเหนือเวหา
แรงระเบิดมหาศาลปัดเป่ามวลเมฆาบนฟ้าจนหายสิ้นในฉับพลัน
ผู้ฝึกตนทั่วไปไกลออกไปหลายพันลี้ยังสัมผัสแรงระเบิดชวนผวา
เช่นนี้ได้
แสงตะวันสาดลงบนพื้น ฉางซุนเชียนเฮ่อปาดโลหิตที่มุมปาก
แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้น
“แข็งแกร่งจริง ๆ แหละ แต่สุดท้ายก็ยังอ่อนหัด สิ่งที่กระทบผลศึก
จริง ๆ มิใช่พลังต่อสู้ของคนอย่างเดียว แต่มันสมองก็ด้วย”