สู่วิถีอมตะ - บทที่ 424 ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาไล่ล่า
“ตาม!”
เซี่ยงเสียถือธงวิญญาณร้าย กลืนกินผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนที่
เหลืออยู่แล้วพาสมาชิกสมาพันธ์พยัคฆ์ด านับร้อยไล่ตามเจียงผิงอัน
ไป
หากเขาปล่อยผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งหนีไป
ได้ต่อหน้าต่อตา เขาจะยังมีหน้าเผชิญพี่น้องผู้อื่นได้อย่างไร?
เขาไม่คิดเลยว่าคนผู้นี้จะหนีไปได้ ถึงอีกฝ่ายจะรวดเร็ว เขาก็ยัง
เป็นผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา
เจียงผิงอันใช้ ‘อัสนีพริบตา’ ขั้นสี่สุดก าลัง เคลื่อนกายสองร้อยลี้
ในหนึ่งหน
น่าเสียดายที่ป้ายควบคุมเรือเหาะอยู่กับฉางซุนเชียนเฮ่อ
หาไม่ หากเขาควบคุมเรือเหาะข้ามมิติไปเลย ก็จะหนีได้ไวกว่านี้
แน่นอน
“ผู้อาวุโส หากข้าถ่วงความเร็วท่าน ท่านก็ทิ้งข้าไปเถอะนะ!”
หนิงโหยวแขนขาชาดิก กล่าวกับเจียงผิงอันเสียงสนั่น กล่าววา
ทะอันยากเอ่ยที่สุดด้วยท่าทีขลาดเขลาเกินครั้งใด
ก่อนเจียงผิงอันจะจรจาก เขาดึงตัวสตรีผู้นี้ขึ้นมา
เขาจะช่วยสตรีผู้นี้หรือไม่ มิได้กระทบสถานการณ์ปัจจุบันของ
เขาเลย และหากมันกระทบจริง ๆ เขาก็ย่อมไม่สนใจ
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สังเกตเห็นบางสิ่ง สีหน้าของเขา
แปรเปลี่ยน รีบโยนตัวสตรีผู้นี้เข้าไปในถุงเก็บสัตว์ภูตของตน
ขณะเดียวกัน สุญตาเบื้องหน้าของเขาก็พังทลาย แล้วเซี่ยงเสียผู้
มีร่างก าย าแข็งแกร่งก็ปรากฏตรงหน้าเขาพร้อมธงวิญญาณร้ายใน
มือ
ยอดฝีมือขั้นกลางและปลายขอบเขตหลอมสุญตาจะสามารถ
ผสานสู่สุญตา ทะยานสัญจรได้รวดเร็วกว่าเหาะเหินภายนอก แต่
แน่นอน นี่มิใช่การข้ามมิติ
การจะข้ามมิติได้จริง ๆ ต้องบรรลุขอบเขตบูรณาการก่อนเท่านั้น
แน่นอน หากเป็นผู้ฝึกตนซึ่งเชี่ยวชาญวรยุทธ์มิติ ขอบเขต
วิญญาณแรกก าเนิดก็ข้ามมิติได้แล้ว
“ยังคิดหนีอีกหรือ?”
เซี่ยงเสียโบกธงวิญญาณร้าย วิญญาณร้ายนับล้านกรูกัน
ออกมารายล้อมเจียงผิงอัน
“แค่ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาคนเดียว ยังคิดท าอะไร
ได้อีก?”
ธงวิญญาณร้ายของเขา ต่อให้ผู้ถูกล้อมอยู่ในขั้นปลายขอบเขต
หลอมสุญตายังบาดเจ็บ
วิญญาณร้ายเป็นสิ่งพิเศษยิ่ง การโจมตีทั่วไปไร้ผลกับมัน มีเพียง
อ านาจสุดขั้วหยางที่ท าร้ายพวกมันได้
ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาผู้นี้มีอ านาจขั้วหยินในกาย ไม่มี
ทางใช้อ านาจสุดขั้วหยางมาลบล้างวิญญาณร้ายเหล่านี้ได้
กร๊อบ!
ขณะที่เซี่ยงเสียคิดว่าเจียงผิงอันจะถูกกลืนกินแน่แล้วนั้นเอง ห่วง
บนของธงวิญญาณร้ายในมือเขาพลันสะบั้นแหลก
ธงวิญญาณร้ายซึ่งเดิมมีปราณแข็งแกร่งร่วงหดหาย
ม่านตาของเขาหดตัว เบิกตากว้างมองธงวิญญาณร้าย
เกิดอะไรขึ้น?
เหตุใดห่วงสีด าบนธงวิญญาณร้ายจึงแตก?
เปรี๊ยะ! เพล้ง!
ห่วงสีด าอันแทนพลังของธงวิญญาณร้ายแตกสลายตามกัน
ฤทธาของมันหดหายฮวบฮาบ
พรวด!
ปากของเซี่ยงเสียพ่นโลหิต นี่คืออาวุธวิเศษคู่ชีวิตที่เขาสร้างมา
เป็นพัน ๆ ปี เชื่อมโยงกับชีวิตของเขา ยามนี้เมื่อธงวิญญาณร้าย
เสียหาย เขาก็ย่อมได้รับผลข้างเคียงไปด้วย
ทว่า เหตุใดธงวิญญาณร้ายที่ไม่ถูกโจมตีจึงเสียหาย?
เซี่ยงเสียถลึงตามองผู้ฝึกตนซึ่งถูกวิญญาณร้ายรุมโจมตีอยู่
วิญญาณร้ายซึ่งเดิมหนาแน่นเป็นล้าน ๆ ตน บัดนี้หายไป
ครึ่งหนึ่ง
วิญญาณร้ายของข้าล่ะ? วิญญาณร้ายของข้าหายไปไหนหมด?
วิญญาณร้ายเหล่านี้ หลังเข้าไปในตัวคนผู้นี้ก็ปลาสนาการไป
เลย!
“เป็นไปไม่ได้!”
วิญญาณร้ายล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตสุดหยินแสนชั่วร้าย กระทั่งผู้ฝึก
ตนชั่วร้ายยังไม่กล้าดูดซับพวกมันเข้าสู่กาย เพราะพวกมันจะกระทบ
อายุขัยของพวกเขา
แต่คนผู้นี้ดูดซับวิญญาณร้าย!
เป็นเรื่องผิดปกติอย่างสิ้นเชิง!
ในกายคนผู้นี้ต้องมีบางอย่างน่าสะพรึงยิ่ง กลืนกินวิญญาณร้าย
เหล่านี้อยู่เป็นแน่!
เป็นเช่นเซี่ยงเสียคาดเดา วิญญาณร้ายซึ่งถูกผนึกในชีพจรของ
เจียงผิงอันหิวโหยกันมานาน ยามเห็นวิญญาณร้ายทั้งหลายกรูเข้า
มา พวกมันก็เริ่มกลืนกินอย่างบ้าคลั่ง
ส าหรับผู้อื่น วิญญาณร้ายช่างน่ากลัว
แต่ส าหรับเจียงผิงอัน สิ่งเหล่านี้หากระทบกระเทือนเขาไม่
“สารเลวสมควรตาย! หยุดนะ!”
ยามเซี่ยงเสียเห็นวิญญาณร้ายที่ตนเลี้ยงดูมาอย่างยากล าบาก
ถูกกลืนกิน ดวงตาก็แดงฉานร้อนรน บุกโจมตีใส่เจียงผิงอันทันที่
ดวงตาของเจียงผิงอันเรืองโรจน์ด้วยจ านงศึก แต่ยามเห็นโจรนับ
ร้อยไล่ตามมา เขาก็ใช้อัสนีพริบตาเลือกหนีจากอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาไหวกายติดต่อกันสิบหน พุ่งทะยานออกไปพันลี้ แต่ด้วย
ความเร็วนี้ยังมิอาจเลี่ยงการไล่ตามของยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขต
หลอมสุญตาไปได้เลย
หากยอดฝีมือมากมายเช่นนี้ไล่ตามเขาทัน เขาก็มีแต่จะเผชิญ
เรื่องร้ายมากกว่าดี
ยามนี้ต้องหนีให้ได้
เจียงผิงอันน าตัวเด็กหญิงมีหางม้าผู้หนึ่งออกมาจากถุงเก็บสัตว์
ภูตอย่างเด็ดเดี่ยว
เด็กหญิงสูงราวสองฉื่อ หน้าตาเหมือนอายุสิบเศษ ทั่วกาย
เรืองรองด้วยประกายแสงสีขาวจุดน้อย หนึ่งมือถือโอสถ อีกมือถือ
สมุดบันทึก ใบหน้าน้อยเปี่ยมความสับสน
เสี่ยวไป๋ซึ่งจู่ ๆ ก็ถูกน าออกมาจับต้นชนปลายสถานการณ์ไม่ถูก
เล็กน้อย ก่อนจะเม้มปากปัดมือที่จับคอเสื้อมันอยู่ออกไป
“อย่ายกตัวข้าเช่นนี้ มันดูเหมือนข้าตัวเล็กจ้อยนัก ข้าเป็น
ผู้ใหญ่แล้วนะ”
เสี่ยวไป๋ร าคาญใจเล็กน้อยที่ผ่านไปหลายปี รูปลักษณ์มันก็ไม่โต
ขึ้นเลย
ขณะนี้ ปราณชวนสะพรึงสายหนึ่งกวาดเข้าหา
“เดี๋ยวก็รู้ว่าเจ้าจะหนีไปไหนได้!”
เซี่ยงเสียผู้เดือดดาลระเบิดสุญตาไล่ล่าเข้ากระชั้น
“อุ๊ยว้ายตาเถร!”
ร่างของเสี่ยวไป๋เกร็งด้วยความตกใจ แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ภูต
กลายพันธุ์ผู้งามสง่า ดูคลับคล้ายอาชา ร่างสีขาว เส้นขนกระจ่าง
เกลี้ยง ขาวโพลนไปทั้งตัว
ยามกายมันเรืองแสงสีขาว มันและเจียงผิงอันก็ปลาสนาการจาก
ที่ทันที่
การโจมตีของเซี่ยงเสียพลาดเป้า ท าให้ตัวเขายืนตะลึง
นั่นอะไร ท าไมจึงไวนัก?
เพียงพริบตา สัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนั้นก็หนีหายไปพันลี้แล้ว!
“กฎแห่งแสง!”
ความตกใจปรากฏบนสีหน้าของเซี่ยงเสีย
ปรากฏว่าสัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนั้นบรรลุกฎเกณฑ์แห่งแสงอัน
หายาก รวดเร็วได้ถึงเพียงนี้ทั้ง ๆ ที่ฝึกฝนได้เพียงขอบเขตแปรเทวะ
ต้องเป็นสมบัติหายากอย่างแน่นอน!
หากเขาจับมันไปมอบให้หัวหน้าสมาพันธ์ได้ เขาจะได้รางวัล
อย่างแน่นอน!
ขณะนี้ เซี่ยงเสียคลายความแค้นต่อผู้ฝึกตนคนนี้ลงแล้ว แต่
ความกระหายในทรัพย์สินของอีกฝ่ายพอกพูนขึ้น
เสี่ยวไป๋เหินบินบนอากาศ ยามสังเกตเห็นศัตรูไล่ตามมา มันก็
ขวัญเสียจนเจียนร ่าไห้
“แง ข้ายังเด็กนะ สู้ไม่ไหวหรอก ส่งข้ากลับถุงเก็บสัตว์ภูตเถอะ!”
เสี่ยวไป๋ขี้กลัวเสมอมา มันชอบซ่อนอยู่แต่ในถุงเก็บสัตว์ภูตของ
เจียงผิงอัน วัน ๆ เอาแต่กินโอสถอ่านหนังสือ
นี่เป็นครั้งแรกที่มันมาเจอเรื่องเช่นนี้ ท าให้มันขวัญหนีดีฝ่อนัก
เจียงผิงอันนั่งบนหลังเสี่ยวไป๋ ช าเลืองกลับไปยังศัตรู
“ข้าไวไม่เท่าศัตรู หากข้าถูกจับตัวได้ เจ้าจะไม่เหลือโอกาสได้
อ่านหนังสืออีก จะถูกเขาขี่แล้วฟาดแส้เฆี่ยนใส่ทุกวันเลยล่ะ”
เสี่ยวไป๋นึกตามถึงวันคืนอัปยศเช่นนั้นแล้วขวัญผวา ความเร็ว
ของมันยิ่งทวีคูณ
เมื่อเห็นเสี่ยวไป๋เร็วได้ขนาดนี้ เจียงผิงอันก็ถอนหายใจโล่งอก
เลี้ยงทหารมาพันวัน เพื่อใช้ทหารเพียงประเดี๋ยว โอสถที่เลี้ยงมัน
ไปเยอะแยะมิได้เสียเปล่า
ยามเจียงผิงอันยังมิได้สร้างรากฐาน เขาก็จับเสี่ยวไป๋มาได้และ
เลี้ยงมาจนทุกวันนี้ ในที่สุดก็ได้ใช้ประโยชน์เสียที่
เซี่ยงเสียซึ่งไล่ตามมาเห็นความเร็วของเสี่ยวไป๋เพิ่มขึ้นอีก ความ
โลภในใจก็ยิ่งเพิ่มสูง
ยิ่งสัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนี้แข็งแกร่ง ยิ่งล ้าค่า
เซี่ยงเสียน า ‘ยันต์เทพสัญจร’ ออกมาแผ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นยันต์
ระดับสูงที่ตนถนอมไม่อยากใช้เสมอมา จะมีก็แต่ยามเตรียมเอาตัว
รอดเท่านั้น
หากเขาจับสัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนี้ได้ อย่าว่าแต่ยันต์วิเศษชิ้น
เดียว สิบชิ้นเขาก็ทุ่มได้
เซี่ยงเสียแปะมันกับตัวอย่างไร้ลังเล อักขระปรากฏคลุมกาย
ความเร็วของเขาโผนทะยานสองเท่าทันที่
เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายเพิ่มความเร็ว หัวใจก็ตะลึงจังงัง “เสี่ยวไป๋!
ยังเร่งความเร็วได้หรือไม่?”
“ยากมาก” เสียงของเสี่ยวไป๋เข้มขรึม จริงจังสุดขั้ว
ไม่ว่าอย่างไร มันก็มีการฝึกฝนเพียงขอบเขตแปรเทวะ แต่อีก
ฝ่ายอยู่ในขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา แตกต่างกันหนึ่งขอบเขต
ใหญ่
เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายพูดว่า ‘ยากมาก’ แต่มิใช่เป็นไปไม่ได้ ก็
ถามอย่างร้อนใจว่า
“ยากเพียงไร? ต้องใช้โอสถอีกเท่าไหร่ ข้ามีอยู่ครบครัน! หาก
ต้องผลาญอายุขัย วันหลังก็ยังชดเชยให้เจ้าได้!”
โจรกระชั้นเข้าใกล้แล้ว ไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไรก็คุ้มค่า
เสี่ยวไป๋กล่าวเสียงเข้ม “ต้องใช้ตอนต่อของนิยายเรื่อง ‘ข้า
ปรารถนาเป็นเซียน’”
เจียงผิงอัน “???”