สู่วิถีอมตะ - บทที่ 425 ความเร็วอันน่าขนลุกของเสี่ยวไป๋
“เจ้าว่าอะไรนะ? เงื่อนไขคืออะไร?”
เจียงผิงอันคิดว่าตนหูฝาดเสียแล้ว
“ตอนต่อของนิยายเรื่อง ‘ข้าปรารถนาเป็นเซียน’ ข้าเคยขอให้
เสียวเสวี่ยช่วยข้าหาอยู่ แต่หาไม่เจอ”
เสี่ยวไป๋กล่าวเสียงเข้ม “หากเจ้าช่วยข้าหาตอนต่อได้ ข้าจะช่วย
เจ้าครั้งหนึ่ง”
เจียงผิงอัน “…”
ครั้งนี้เขาแน่ใจแล้วว่าตนไม่ได้ฟังผิด
เมื่อสัมผัสจิตสังหารเบื้องหลังได้ เจียงผิงอันก็รีบเอ่ยปาก “เจ้า
อยากได้อะไร ข้าให้ทั้งนั้น รีบวิ่งเถอะเดี๋ยวจะสายไป!”
“อย่าผิดวาจาล่ะ ข้าจะทุ่มสุดตัวแล้วนะ”
ทันทีที่สิ้นค า แสงสีขาวเรืองรองพลันสาดส่องจากร่างของเสี่ยว
ไป๋ แสงนี้เรืองรองเกินดวงดาว อ านาจกฎเกณฑ์ลึกลับพลุ่งพล่าน
เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าเสี่ยวไป๋ก าลังทะลวงขอบเขต
เส้นขนบนร่างเสี่ยวไป๋ยาวขึ้น เขาสีขาวสองข้างงอกขึ้นบนศีรษะ
เกล็ดสีขาวดุจหิมะปกคลุมที่กีบเท้า
ครู่ต่อมา มันก็บรรลุขอบเขตหลอมสุญตาจากขอบเขตแปรเทวะ
ได้ส าเร็จ ปราณของมันแปรเปลี่ยนไปอย่างสะท้านสะเทือน
ยามเหล่าโจรเบื้องหลังใกล้ตามมาทัน ความเร็วของเสี่ยวไป๋ก็
ทะยานสูง พุ่งทะยานเช่นเส้นแสงหายวับไปทันที่
เซี่ยงเสียโจมตีพลาดไปอีกครั้ง
เซี่ยงเสียไล่ล่าสุดก าลัง ทว่าความเร็วของเสี่ยวไป๋สูงเกินไป อีก
ฝ่ายหายลับไปอย่างรวดเร็ว
“บัดซบ! ปล่อยมันหนีไปเสียได้! สัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนี้ไม่มีทาง
ธรรมดา!”
เซี่ยงเสียรีบน ายันต์สื่อสารออกมา “หัวหน้าสมาพันธ์ ข้าเจอสัตว์
ภูตกลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่บรรลุกฎเกณฑ์แห่งแสง…”
เขาจับไม่ได้ เขาก็ท าได้เพียงบอกหัวหน้าสมาพันธ์ บางทีเขาก็
อาจยังได้รางวัลอยู่
เมื่อได้ยินค าอธิบายถึงสัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนั้นของเซี่ยงเสีย
เสียงอุทานก็ดังขึ้น ณ อีกฟากของยันต์สื่อสาร
“ยามนี้เจ้าอยู่ที่ใด หัวหน้าสมาพันธ์ผู้นี้จะไปหาเจ้า”
เกาเฉวียนนึกสนใจ สัตว์ภูตกลายพันธุ์ขอบเขตแปรเทวะถึงกับ
ท าให้ผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาตามไม่ทัน
นี่ต้องเป็นสัตว์ภูตกลายพันธุ์ที่มีสายเลือดระดับสูงแน่นอน
เซี่ยงเสียรีบบอกต าแหน่งปัจจุบันของตนกับหัวหน้าสมาพันธ์
เจียงผิงอันหารู้ไม่ว่าตนถูกยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการผู้หนึ่ง
หมายหัวเข้าเสียแล้ว
เขากอดคอเสี่ยวไป๋ สีหน้าเปี่ยมความตกใจ
เร็วเกินไปแล้ว เร็วเกินกว่าเขาจะเทียบติดฝุ่น
อย่าว่าแต่เขาเลย ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอม
สุญตาที่มิได้เจนจัดด้านความเร็วก็ยังเกินเอื้อมถึง
เจียงผิงอันรู้สึกถูกหลอก มิใช่ก่อนหน้านี้เสี่ยวไป๋พูดอยู่หรือว่ามิ
อาจทิ้งห่างอีกฝ่ายได้?
เสี่ยวไป๋นิสัยเสียไปแต่ยามใด?
เรื่องนี้ เจียงผิงอันเข้าใจเสี่ยวไป๋ผิด เสี่ยวไป๋เพิ่งทะลวงขอบเขต
เองเป็นครั้งแรก มันชินกับการกินดื่มเอกเขนก อ่านนิยายไปเรื่อย ๆ
ก็ทะลวงขอบเขตได้เอง
มันมิคาดว่าการบรรลุสู่ขอบเขตหลอมสุญตาจะง่ายดายเพียงนี้
มิใช่เสียวเสวี่ยบอกอยู่ว่ายากเย็นหรือ? หลอกกันชัด ๆ
เจียงผิงอันยกมือขึ้นสัมผัสเขาสีขาวบนศีรษะเสี่ยวไป๋
“เสี่ยวไป๋ เจ้าเป็นสัตว์ภูตกลายพันธุ์ชนิดใดกันแน่?”
ฝีมือของเสี่ยวไป๋ท าให้เจียงผิงอันตกตะลึงอย่างยิ่ง กระทั่งริษยา
น้อย ๆ
เจ้านี่ทั้งวันไม่ท าอะไร แค่อ่านนิยายไปวัน ๆ แต่กลับมีความเร็ว
ชวนขนลุกเช่นนี้
“ข้าก็ไม่รู้ ยามข้าจ าความได้ครั้งแรก มีม้าบางตัวอยากท าเรื่อง
แย่ ๆ กับข้า ข้าเลยกัดพวกมัน ก่อนที่จะถูกเจ้าคนชั่วอย่างเจ้าจับตัว
ได้”
หลังเหินทะยานอยู่ครึ่งชั่วยาม ไม่รู้หนีหายไปกี่ลี้แล้ว เสี่ยวไป๋ก็
เห็นเมืองเมืองหนึ่งแล้วหยุดฝีเท้าทันที่
มันคืนสู่ลักษณ์มนุษย์ แต่รูปร่างก็ยังเหมือนเด็กน้อยไม่
เปลี่ยนแปลง
ร่างนั้นจิ้มลิ้มกะทัดรัด ใบหน้าพริ้มเพรา องคาพยพได้รูป คิ้วโค้ง
เช่นกิ่งหลิว ดวงตาเรืองประกายเช่นดวงดาว ริมฝีปากแดงเรื่อ ผิวขาว
เนียนเช่นหยก ทั่วกายให้บรรยากาศใสซื่อ ชวนให้ผู้พบเห็นอดอยาก
เข้าใกล้นางมิได้
บนศีรษะของนางมีเขาคู่น้อยเพิ่มมาคู่หนึ่ง เพิ่มบรรยากาศพิกล
ให้กับนาง
“เร็วเข้า เจ้ารับปากข้าไว้ว่าจะซื้อนิยายให้ข้า”
เสี่ยวไป๋เขย่าแขนเจียงผิงอัน กลัวอีกฝ่ายจะผิดสัญญา
เจียงผิงอันหัวเราะมิออกร ่าไห้มิได้ ไฉนเจ้านี่จึงชอบของพรรค์นี้
นัก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเบื่อ
ในเมื่อเขาตกลงแล้ว เจียงผิงอันย่อมไม่ผิดสัจจะ
ก่อนจะเข้าเมือง เขาเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ ผูกผมเสี่ยวไป๋เป็น
ก้อนกลม ๆ สองก้อน ปิดเขาบนศีรษะไว้แล้วจึงพาเข้าเมือง
เมืองแห่งนี้มิได้ใหญ่โตอะไรนัก แต่ก็ไม่ได้เล็ก ต้องมีสาขาของ
หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลเปิดอยู่แน่
หากของพรรค์นี้มิได้เป็นที่นิยมอะไร ก็อาจมิสามารถหาซื้อได้
จึงมีแต่ต้องไปถามข่าวจากวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลว่ามีขายอยู่ที่ไหน
เท่านั้น
เจียงผิงอันพบร้านสาขาของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล ในร้าน
ขณะนี้แออัดด้วยผู้คน
คนเหล่านี้ล้วนออกมาจากบริเวณเดิมพันศิลา
“การประลองอัจฉริยะของหอต าราเทียนเต้าครั้งนี้ ผู้ได้เป็น
อัจฉริยะอันดับหนึ่งต้องเป็นร่างโกลาหลไม่ผิดแน่ ร่างโกลาหลได้ร่าง
เทวะไปสิบชนิด วิชาลับหลายสิบวิชา ใครในหล้าจะต่อกรได้?”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนมิ่งก็มิได้อ่อนแอนะ ข้าได้
ยินว่าเขาเห็นอนาคต ท านายการโจมตีของผู้อื่นได้ด้วย”
“ยังมีร่างเซียนอัสนี ความหวังของตระกูลเหลยโบราณอีก ข้าได้
ยินว่ายามร่างเซียนอัสนีแรกพบร่างโกลาหล สองคนนี้เกือบได้สู้กัน
อยู่แล้วด้วย”
“ท าไมล่ะ? สองคนนี้มีความขัดแย้งกันหรือ?”
“เจ้าไม่รู้อะไรเสียแล้ว เพราะเจียงผิงอันยังไงเล่า ร่างเซียนอัสนี
เมิ่งจิงและเจียงผิงอันอาจเป็นคู่บ าเพ็ญกัน แล้วร่างโกลาหลชิง
พรสวรรค์กลืนกิน ตั้งค่าหัวเจียงผิงอันด้วยพฤกษากระจ่างเต๋า ร่าง
เซียนอัสนีจะไม่ล้างแค้นได้อย่าง?”
“ข้าได้ยินว่าเจียงผิงอันกระหายเลือด ตกสู่วิถีมาร เขาสมควร
ตายแล้ว! นี่คือการผดุงเต๋าแทนสวรรค์!”
ยามได้ยินปวงชนหารือ เจียงผิงอันก็พอรู้ว่าพวกเขาเดิมพันอะไร
กันอยู่
หอต าราเทียนเต้ารวบรวมผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์ นิกายและ
ราชวงศ์ต่าง ๆ มาประชันชิงความเป็นหนึ่งในรุ่นสมัยปัจจุบัน
เจียงผิงอันไร้ความสนใจเดิมพันหากไร้ความมั่นใจ
เมื่อเดินเข้ามาในหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล เจ้าหน้าที่หญิงนาง
หนึ่งก็เข้ามาโค้งให้ “สหายเต๋าจะมาซื้ออะไรหรือ?”
“นิยาย” เจียงผิงอันกล่าว
เจ้าหน้าที่หญิง “???”
ท างานที่นี่มาก็หลายปี เพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก
ยามผู้ฝึกตนข้างกายเขาได้ยิน พวกเขาล้วนเผยสีหน้าประหลาด
ใจ
เจ้าบ้านนอกนี่มาจากไหน?
ไม่รู้หรือว่าหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลคือที่ใด?
เห็นเป็นแผงลอยข้างถนนหรือ?
เจ้าหน้าที่หญิงนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังแย้มยิ้ม “สหายเต๋า เราขาย
สมบัติหายาก อาวุธ โอสถและวิชาลับมากมาย แต่มิได้ขายนิยาย
หากเจ้าจะซื้อ ไปซื้อที่อื่นดีกว่านะ”
นางมิได้ด่าใครตรง ๆ นั่นก็เพราะสมาชิกทุกคนของหอวาณิชมั่ง
คั่งกว้างไกลล้วนถูกอบรมมาอย่างดี
หากมาซื้อวิชาลับที่หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลก็ว่าไปอย่าง แต่มา
ซื้อนิยายเนี่ยนะ
เจียงผิงอันปล่อยปราณกฎเกณฑ์ขั้นสองออกมา
เมื่อสัมผัสปราณนี้ เจ้าหน้าที่หญิงและผู้คนรายล้อมพลันสะท้าน
“สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตแปรเทวะ!”
ผู้ฝึกตนรายล้อมรีบดึงสายตาพิกลของตนกลับ มิกล้ามองมาอีก
ต่อไป
สัตว์ประหลาดเฒ่าเช่นนี้มิใช่ผู้ที่พวกเขาล่วงเกินได้
เจ้าหน้าที่หญิงรีบกล่าวขึ้น “ผู้อาวุโสเชิญไปที่ห้องส่วนตัวก่อน
เจ้าค่ะ! ข้าจะติดต่อผู้รับผิดชอบให้”
ยอดฝีมือระดับนี้มิใช่ผู้ที่นางมารับรองได้
อย่าว่าแต่อีกฝ่ายจะมาซื้อนิยายเลย ต่อให้มาซื้อแป้งทอดก็ยัง
ต้องต้อนรับขับสู้อย่างจริงจัง
พวกเขาหรือจะรู้ว่าเจียงผิงอันจงใจซ่อนการฝึกฝน การฝึกฝน
แท้จริงของเขาสูงยิ่งกว่านี้อีก
ยามออกนอกถิ่น ต้องไม่ล าพอง จงใจซ่อนคมไว้สักนิด เพื่อที่ผู้
จะลงมือกับเขาจะได้ตัดสินผิดพลาด
ยามมาถึงห้องส่วนตัว เจ้าหน้าที่ขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งก็มา
รับรองเขา
เจียงผิงอันมิได้โอ้เอ้ เขาอธิบายเจตนาของตนออกมาทันที่ “เรา
อยากได้นิยายเรื่อง ‘ข้าปรารถนาเป็นเซียน’”
“ข้อมูลเช่นนี้หาใช่ข่าวสารอันเป็นที่นิยมไม่ อาจหาไม่เจอด้วย
ซ ้า ดังนั้นขอสหายเต๋าเตรียมใจ รอสักครู่ก่อน”
ผู้รับผิดชอบทราบว่าข่าวเช่นนี้ไม่มีหรอก แต่ด้วยหน้าที่และ
ความเป็นมืออาชีพ เขาจึงยังสืบค่ายกลหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
หลังจากเห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบก็ผงะไปเล็กน้อย มิ
คาดว่าจะมีข่าวของนิยายเรื่องนี้อยู่จริงๆ จึงอดรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
ไม่ได้
“นิยายเรื่องนี้ไม่เขียนต่อแล้ว”
“ท าไมไม่เขียนต่อล่ะ?”
ยามเสี่ยวไป๋ได้ยินเช่นนี้ นางก็เหมือนต้องอัสนีฟาดยามแดดจัด
ตะลึงจังงังไปเสียนาน ก่อนจะกุมหัวร้องไห้โวยวาย “ไม่น้า~ เจ้าคน
ชิงสุนัขเกิดนี่!”
“เฮือก!”
ผู้รับผิดชอบสูดหายใจเฮือก รีบร้อนพูดขึ้นว่า “อย่าพูดพล่อย ๆ
นะ ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ ปัจจุบันเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์จักรพรรดิ
มนุษย์แล้ว!”