สู่วิถีอมตะ - บทที่ 426 ยาพิษหลิวขาว
ราชวงศ์จักรพรรดิมนุษย์ ราชวงศ์แรกของเผ่ามนุษย์ และหนึ่งใน
ขุมก าลังสูงสุดของเผ่ามนุษย์
จักรพรรดิของขุมก าลังเช่นนี้มีสถานะสูงส่งจนยากคาดวัด เป็น
ผู้น าซึ่งยืนบนจุดสูงสุดของเผ่ามนุษย์ สร้างผลกระทบต่อปวงชนเกิน
นับถ้วนได้ด้วยเพียงวาทะหนึ่งค า
แต่ยายหนูน้อยนี้กลับด่าอีกฝ่ายเป็นพวกชิงสุนัขเกิด
“จากข้อมูลที่มี เดิมทีนิยายเรื่องนี้เขียนโดยจักรพรรดิยามยัง
เยาว์ ภายหลังจับพลัดจับผลูขึ้นเป็นจักรพรรดิ จึงหยุดเขียนมันไป”
หลีหม่าน เจ้าหน้าที่ของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลเองก็ประหลาด
ใจ มิคาดว่าจักรพรรดิท่านนี้ก็เขียนนิยาย ไว้ภายหลังต้องตามหามา
ลองอ่าน
“จักรพรรดิผู้นี้อยู่ที่ใด ข้าจะไปโวยเขา!” เสี่ยวไป๋กล่าวอย่าง
เดือดดาล
น่าโมโหจริง ๆ นิยายดี ๆ ยากพบพาน แต่กลับดองไปกลางคัน
เช่นนี้ ความรู้สึกมันอัดอั้นเพียงไร เขารู้หรือไม่?
เจียงผิงอันเองก็ขวัญสะท้านจนหนังศีรษะตื้อชา รีบปิดปากยาย
หนูนี่อย่างรวดเร็ว
ภายหลังต้องสอนความรู้ที่เกี่ยวข้องในโลกหล้าผู้ฝึกตนกับนาง
บ้างแล้ว จะได้ไม่เกิดปัญหา
หลังถามข่าวให้เสี่ยวไป๋ เจียงผิงอันก็เริ่มค าถามของตนเอง
“ที่นี่ขายพิษอะไรแรงที่สุด?”
“พิษที่แรงที่สุด…”
หลีหม่านใช้ค่ายกลตรวจสอบคลังสินค้าของร้าน และตอบว่า
“พิษแรงที่สุดของเราชื่อยาพิษหลิวขาว ท าจากกิ่งและใบของต้นหลิว
เทวะกลายพันธุ์อายุหมื่นปี”
“ต้นหลิวเทวะกลายพันธุ์นั่น สหายเต๋าอาจเคยได้ยินถึงมันแล้ว
ห่างจากที่นี่ทางประจิมเพียงล้านลี้ เพราะต้นหลิวกลายพันธุ์ต้นนี้ รอบ
ข้างมันจึงถูกหมอกปกคลุมเป็นวงกว้าง กระทั่งยอดฝีมือขอบเขต
บูรณาการเข้าไปยังอาจถูกพิษ”
“แม้ยาพิษหลิวขาวนี้จะไม่แข็งแกร่งเท่าต้นจริง แต่ก็สลายร่าง
ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาได้ หากไม่ขัดขืน ร่างก็จะ
แหลกเหลวเป็นกองเลือดไปทันที่ ต่อให้ขัดขืนสุดชีวิต ก็ยังมิพ้นตก
ตายอย่างน่าสยดสยองภายในสิบปี”
“ราคาของมันแพงอยู่สักหน่อย ต้องใช้สามสิบกฎเกณฑ์”
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว “พิษอ่อนเพียงนั้นเลยหรือ? ต้องใช้เวลาตั้ง
สิบปีกว่าจะตาย”
ใบหน้าของผู้ดูแลหลีหม่านกระตุก “สหายเต๋า ยอดฝีมือขอบเขต
หลอมสุญตาเป็นก าลังหลักของโลกหล้าผู้ฝึกตนแล้ว อายุขัยขั้นต ่า
ห้าพันปี ทลายสุญตาเป็นริ้วแถบได้”
“โดยเฉพาะยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาที่แข็งแกร่ง
ยิ่งกว่า ในไม่ช้าก็จะบรรลุขอบเขตบูรณาการ ไต่ระดับสูงล ้าไปอีกขั้น
อัจฉริยะในขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาจากขุมก าลังใหญ่ ๆ
กระทั่งใช้อ านาจศักดิ์สิทธิ์ได้นิดหน่อยด้วยซ ้าไป”
อ านาจศักดิ์สิทธิ์เป็นขั้นที่สูงขึ้นไปของวิชาลับ เช่น ‘ธรรม
ลักษณ์ฟ้าดิน’ ‘สามเศียรหกกร’ เป็นต้น
“ฆ่ายอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาได้ ยาพิษหลิวขาว
นี้ก็นับเป็นพิษที่ร้ายแรงยิ่งแล้ว”
หลีหม่านสงสัยว่าที่อีกฝ่ายบอกว่าพิษนี้อ่อนแอ น่าจะเป็นเพราะ
ยานี้ราคาแพงจนซื้อไม่ไหว จึงหาสาเหตุมาบ่ายเบี่ยง
มีหลายครั้งที่ลูกค้าอยากจะซื้อบางสิ่ง แต่เพราะมันแพงเกินไป
พวกเขาจึงต้องรักษาหน้า หาข้ออ้างมาปฏิเสธก้าวถอย
ผู้ฝึกตนตรงหน้าเขาก็น่าจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกันอย่าง
ชัดเจน
แต่เพราะผ่านการอบรมมาอย่างดี หลีหม่านจึงไม่ ‘กล่าวแย้ง’ อีก
ฝ่าย
เจียงผิงอันจมในภวังค์ครุ่นคิดลึกล ้า ก่อนจะพลันประจักษ์ว่าตน
ฆ่ายอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาไปมากมายนัก ท าให้เขาหลงนึก
ไปว่าขอบเขตหลอมสุญตาอ่อนแอเหลือเกิน
“ข้าซื้อ”
เจียงผิงอันน าป้ายทอง ประดับห้าดาราสีทองออกมาส่งให้หลี
หม่าน
ป้ายนี้ใช้ลดราคาได้ ประหยัดกฎเกณฑ์ไปได้หลายอยู่
ดวงตาของหลีหม่านเบิกกว้าง
ป้ายห้าดารา!
ปรากฏว่าผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่งมีป้ายห้าดารา
นี่ต้องเป็นอัจฉริยะสูงสุดของขุมก าลังใหญ่เป็นแน่!
หลีหม่านเปลี่ยนท่าทีสู่นอบน้อมทันใด ลุกขึ้นรับป้ายด้วยสองมือ
โชคยังดีที่เมื่อครู่เขาไม่ได้ท าอะไรล ้าเส้นออกไป
หลีหม่านวางป้ายห้าดาราลงบนค่ายกล อยากเห็นว่าอัจฉริยะผู้นี้
มาจากขุมก าลังใหญ่ใดกัน
ที่นี่ใกล้กับแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนมาก หรือจะเป็นอัจฉริยะจาก
แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน?
ค่ายกลวูบไหว เผยชื่อเจ้าของป้ายออกมา
เมื่อเห็นข้อมูลตรงหน้า หัวใจของหลีหม่านก็เหมือนถูกค้อนทุบ
ใส่จนส่ายไหวรุนแรง มองผู้ฝึกตนตรงหน้าเขาอย่างตกใจ
“จ… เจ้า…”
“รีบหน่อยได้หรือไม่ ข้าก าลังรีบ” เจียงผิงอันว่า
“ขออภัยที่กิริยาไม่ดี ข้าจะไปน ายามาให้ท่านเดี๋ยวนี้”
หลีหม่านผู้ตกใจจังงังเดินไปหยิบยาในคลัง
มิคาดคิดเลยว่าคนผู้นี้ แท้จริงก็คือเจียงผิงอัน!
ป้ายทั้งหลายล้วนสลักตราวิญญาณไว้ ผู้อื่นมิอาจใช้มันได้ จึงไม่
มีทางผิดคน
มิใช่ยามนี้มีข่าวลือหรือว่าเจียงผิงอันอยู่ในแดนอุดร เตรียมตัว
เป็นเจ้านิกายเทวมารอยู่?
เขามายังหทัยแผ่นดินได้อย่างไร?
มาเข้าร่วมการประลองอัจฉริยะหรือ?
ไม่นานนัก หลีหม่านก็กลับมาพร้อมยาพิษหลิวขาว
ยานี้ถูกบรรจุในไหสีขาวซึ่งเต็มไปด้วยชั้นผนึก ด้วยกลัวพิษ
ภายในจะซึมออกมา
หลังเจียงผิงอันจ่ายเงินเสร็จสิ้น หลีหม่านก็ปริปากถาม “ขอถือ
วิสาสะถาม ท่านมาเพื่อเข้าร่วมชุมนุมอัจฉริยะหรือ?”
“เปล่า” เจียงผิงอันตอบเสียงเบา
ใบหน้าของหลีหม่านเผยเค้าเสียดายเล็กน้อย นึกว่าจะกอบโกย
เงินได้มหาศาลเพราะเจียงผิงอันแล้วเชียว
หากเจียงผิงอันมิได้เข้าร่วม เช่นนั้นอันดับหนึ่งก็เป็นร่างโกลาหล
ไม่ผิดแน่
“เตรียมห้องให้ข้าห้องหนึ่ง วันนี้ข้าจะพักที่นี่”
เจียงผิงอันเตรียมพร้อมแทรกแซงเรือเหาะที่ชิงมา ความเร็วการ
พุ่งหนีศัตรูจะได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็จะย่อยพิษนี้ เพื่อให้แมลง
หมื่นพิษเจ็ดดาราคุ้นชินกับพิษระดับสูง
“ได้เลย”
หลีหม่านรีบจัดเตรียมห้องชั้นดีที่สุดให้เจียงผิงอัน และพาเขาไป
ที่นั่นด้วยตนเอง
ในที่สุด เจียงผิงอันก็เตือนขึ้น “อย่าปล่อยข่าวข้าออกไปเชียว”
“วางใจเถิด เราหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลมีจรรยาบรรณชื่อเสียง
รับประกันความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าได้อย่างแน่นอน” หลีหม่าน
ยืนยัน
เจียงผิงอันปิดประตู ไม่พูดอะไรอีก
พูดไปฟังดูดี แต่ยามผลประโยชน์มากพอ จรรยาบรรณชื่อเสียง
อะไรนั่นก็ไม่มีหรอก
ห้องนี้กว้างขวางสว่างไสว มีค่ายกลรวมวิญญาณระดับสูง
ก ายานไม่ทราบที่มาก้อนหนึ่งถูกจุดอยู่บนโต๊ะ ส่งกลิ่นหอมประโลม
จิตให้เยือกเย็น เหมาะสมแก่การอุทิศตนฝึกฝน
เจียงผิงอันเปิดอาคมในห้อง น าธงค่ายกลออกมาวางอาคมซ้อน
อีกชั้นเพื่อความอุ่นใจ
“ถุ้ย! ชิงสุนัขเกิด”
เสี่ยวไป๋ก่นด่าแล้วกลับไปอ่านนิยายต่อในถุงเก็บสัตว์ภูต
“…”
เจียงผิงอันน ายาพิษหลิวขาวออกมาโยนเข้าปากอย่างรวดเร็ว
พิษทรงพลังท าให้เจียงผิงอันรู้สึกราวโลกทั้งใบหมุนคว้าง ปราณ
วิญญาณในกายปั่นป่วน ร่างกายคลับคล้ายจะละลายเหลว
แต่สถานการณ์นี้ก็ไม่อยู่นาน มันค่อย ๆ คลายตัวคืนเสถียร
แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราในหัวใจของเขาวิ่งวนอย่างตื่นเต้น
พิษครั้งนี้แรงยิ่งนัก มันชอบมาก ๆ
เพราะมีแมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราในตัว เจียงผิงอันจึงไม่กลัวพิษใด
แน่นอน พิษก็แรงเกินไปไม่ได้อีก หาไม่เขาก็เกินทานทน
ยาพิษหลิวขาวนี้เรียกได้ว่าพอเหมาะพอดี
นอกจากจะต้านพิษได้แล้ว ด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวชี เขาก็
ยังสามารถสร้างพิษที่เคยกินเข้าไปในตัวได้เช่นกัน
หลังจากเสถียรพิษในตัวได้ เจียงผิงอันก็เข้าไปในถุงเก็บสัตว์ภูต
หนิงโหยวสังเกตเห็นว่ามีผู้มา จึงลุกขึ้นทันที่ “ผู้อาวุโส…”
“เจ้าเป็นใคร?”
หนิงโหยวผงะไป มิอาจจ าเจียงผิงอันผู้เปลี่ยนรูปลักษณ์ได้
“เจ้ามีตราวิญญาณอยู่กับตัว”
เจียงผิงอันกล่าวกับหนิงโหยวอย่างสุขุม
หนิงโหยวสับชายหนุ่มจากตระกูลฉางซุนผู้หนึ่งตกตายมาก่อน
และบังเอิญคนผู้นั้นมีตราวิญญาณกับตัว
หนิงโหยวได้ยินเสียงเจียงผิงอัน ก็รู้ว่านี่แหละผู้ที่เคยช่วยนาง
ก่อนหน้านี้
มิคาดว่าผู้อาวุโสท่านนี้จะหนีพ้นการไล่ล่าของยอดฝีมือขั้น
ปลายขอบเขตหลอมสุญตาได้ด้วย ยอดเยี่ยมอัศจรรย์จริงแท้
เมื่อได้ยินเจียงผิงอันกล่าวถึงตราวิญญาณ ใบหน้างดงามของห
นิงโหยวก็เกือบบิดบี้เป็นเชือกป่าน
“ข้าแค่อยากฆ่าเจ้านั่น ไม่ได้คิดมากมายถึงเพียงนั้นเลย”
ด้วยตราวิญญาณนี้ ต่อให้นางหนีจนสุดหล้า ตระกูลฉางซุนก็ยัง
ไล่ตามนางได้
หนิงโหยวยามนี้กังวลเรื่องนี้ไม่ตกจนกระวนกระวายไปหมด
เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ “ระดับอัจฉริยะผู้นั้นไม่สูง ตราวิญญาณก็
มิได้แกร่งอะไรนัก ข้าจัดการมันได้”
หากเป็นตราวิญญาณบนตัวสุดยอดอัจฉริยะ กระทั่งผู้ฝึกตน
ขอบเขตพ้นพิบัติก็อาจมิสามารถลบล้าง
แต่ผู้ที่นางฆ่าไปก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าระดับไม่สูงเพียงนั้น
หนิงโหยวยิ้มขมขื่น “ผู้อาวุโส นี่คือตราวิญญาณขั้นกลาง
ขอบเขตหลอมสุญตา ต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาลหากจะลบมัน
ท่านลบมันมิได้หรอก”
แม้ผู้อาวุโสตรงหน้านางคนนี้จะแข็งแกร่ง พลังต่อสู้ยิ่งยงอัศจรรย์
กระทั่งเขาก็คงมิอาจลบตราวิญญาณนี้ได้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขั้น
กลางขอบเขตหลอมสุญตายังท าไม่ได้เลย
ขอบเขตของผู้อาวุโสท่านนี้ยังไมถึงระดับนั้นอย่างชัดเจน
https: | novel- kk. com/
:ู