สู่วิถีอมตะ - บทที่ 431 ปะทะยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา
วิญญาณเทวะวิญญาณร้ายทะลุผ่านก าแพงพสุธา ไหวกายมา
ตรงหน้าเซี่ยงเสีย
เซี่ยงเสียมิได้เชื่องช้า เขาตระหนักทันทีว่าต้องใช้อ านาจธาตุห
ยางจัดการกับสิ่งนี้
เขาใช้กฎแห่งอัคคี พ่นลูกไฟออกจากปากโจมตีเจียงผิงอัน
ทว่า กฎแห่งอัคคีที่ผู้ฝึกตนชั่วร้ายอย่างเซี่ยงเสียใช้มิใช่อ านาจ
ธาตุไฟสุดขั้วหยางบริสุทธิ์ มันเอนเอียงไปทางอัคคีหยินมากกว่า
แม้จะเป็นเปลวเพลิงเหมือนกัน ธรรมชาติของมันก็ยังแตกต่าง
เหมือนเช่นอัสนีหยินและอัสนีหยาง
อัคคีหยินเช่นนี้ แม้จะมีผลกระทบต่อวิญญาณเทวะวิญญาณร้าย
ของเจียงผิงอัน มันก็มิได้เป็นภัยร้ายแรงเท่าผู้ฝึกตนธาตุไฟทั่วไป
อย่างแน่นอน
อัคคีหยินทะลวงร่างของวิญญาณเทวะวิญญาณร้ายไปทันที่ หา
มีความเสียหายที่ชัดเจนใด ๆ
สีหน้าของเซี่ยงเสียหมองคล ้าสุดแสน แต่แล้วก็สัมผัสพบบางสิ่ง
แล้วหันกลับไปโจมตี
“คิดจะลอบโจมตีเหลาจื่อ! รออีกร้อยปีเถอะ!”
เซี่ยงเสียสัมผัสได้ว่าเจียงผิงอันอยู่ข้างหลังเขา ก็เตรียมท าลาย
ร่างเจียงผิงอันเสียเดี๋ยวนี้
ทว่า ขณะนั้นเอง ร่างของเซี่ยงเสียพลันแข็งค้าง การโจมตีชะงัก
ลงกะทันหัน
เซี่ยงเสียเพิ่งค้นพบยามนี้เองว่ากาลก่อนเมื่อเจียงผิงอันโจมตี
เขาฝังอัสนีหยินสู่ร่างตน ซึ่งถูกกระตุ้นฤทธิ์ขึ้นในขณะนี้!
“สารเลวสมควรตาย เจ้าเล่ห์นักนะ!”
ท้ายที่สุด เซี่ยงเสียก็ยังเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญ
ตาผู้หนึ่ง อิทธิพลของอัสนีหยินปัจจุบันจึงมีจ ากัด ก่อนเจียงผิงอันจะ
โจมตีถึงตัว เขาก็ยกมือคว้าหมัดของเจียงผิงอันไว้ได้
สีหน้าของเซี่ยงเสียเปี่ยมจิตสังหาร ออกหมัดใส่ศีรษะเจียงผิงอัน
อีกครั้ง “ดูซิว่าเจ้าจะยังหนีไปไหนได้!”
ครั้งนี้ เจ้านี่ตายแน่!
ไม่ว่าแรงอัดอากาศจากการออกหมัดนี้จะผ่านที่ใด สุญตาล้วน
แหลกร้าวพังทลาย ประกายแสงจากกฎเกณฑ์เรืองรองบ้าคลั่ง
หัวใจของหลีหม่านและคนอื่น ๆ แขวนกลางอากาศ
จบสิ้นแล้ว!
เปรี้ยง!
ศีรษะของเจียงผิงอันระเบิดออก
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าเซี่ยงเสีย “ขยะเอ๊ย ยัง
อยากสู้กับเหลาจื่อ เจ้าคู่ควรที่ไหน!”
ทว่า จู่ ๆ เขาก็ประจักษ์ถึงบางสิ่ง รอยยิ้มที่มุมปากชะงักค้าง
เฉียบพลัน
หลังจาก ‘ศัตรู’ ตรงหน้าระเบิดไป หามีเลือดบนกายสักหยดไม่!
นี่มิใช่ร่างจริง!
เป็นวิญญาณเทวะต่างหาก!
เงาร่างโปร่งแสงประชิดตัวเซี่ยงเสีย ล้วงผ่านหัวใจของเขา ปล่อย
พลังอัสนีหยินสู่กาย ท าลายหัวใจของเซี่ยงเสียในพริบตา
เรื่องท าลายหัวใจนั้นเป็นแผลเล็ก แต่สิ่งที่ท าให้เซี่ยงเสียขวัญ
ผวาจริง ๆ ก็คืออายุขัยของเขาก าลังเสื่อมสลาย!
“บัดซบ! บัดซบ!”
เซี่ยงเสียเด้งตัวไปด้านหลัง เผ่นหนีไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ในการประมือสั้น ๆ นี้ เขาบาดเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่า
สารเลวน่ารังเกียจผู้นี้จงใจแสดงท่าทีหวาดกลัวให้เขาดูแคลนมา
แต่แรก แล้วฉวยโอกาสเล่นงานรุนแรงจนเขาสาหัส
จากนั้น คนผู้นี้ก็ท าลายศาสตราคู่ชีพ ท าให้เขาบาดเจ็บสาหัส
อีกครั้ง
ภายหลัง ก็ปล่อยสิ่งประหลาดนั่นมากลืนกินอายุขัยของเขา
จนสุดท้าย อีกฝ่ายจงใจใช้วิญญาณเทวะอันล ้าค่าเป็นเหยื่อล่อ
จุดประสงค์แท้จริงก็เพื่อให้สิ่งประหลาดเบื้องหลังเขาลอบโจมตี
เซี่ยงเสียกลัวแล้ว ความกลัวแพร่เข้าเกาะกุมหัวใจ
แม้คนผู้นี้จะเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา แต่
นับแต่แรก อีกฝ่ายไม่เคยกลัวจะสู้กับเขา
นับแต่แรก คนผู้นี้คลับคล้ายค านวณทุกสิ่งไว้ล่วงหน้า ท าให้เขา
บาดเจ็บสะบักสะบอม
คนเช่นนี้ต้องเป็นตัวตนสูงสุดจากขุมก าลังใหญ่สักแห่ง มี
ประสบการณ์ศึกโชกโชนเป็นแน่แท้
เซี่ยงเสียกระทั่งสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจเคยท้าทายตัวตนที่แข็งแกร่ง
ยิ่งกว่าเขามาแล้วด้วย
แม้ไม่เต็มใจ เซี่ยงเสียก็ยังหนีทันทีอย่างเด็ดเดี่ยว
ความขลาดเป็นเหตุผลหลักที่เขายังอยู่รอดได้จนบัดนี้
เซี่ยงเสียมิเคยปะทะผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกัน กล้าก็แค่รังแกผู้
ฝึกตนระดับต ่ากว่าตน
แต่มิคาดว่าครั้งนี้จะเตะถูกแผ่นเหล็กเข้าให้
เมื่อเห็นเซี่ยงเสียหนีหายอย่างรวดเร็ว ผู้ฝึกตนทั้งหลายซึ่งอยู่
ห่างออกไปล้วนตะลึงงัน
ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่ง ถึงกับเล่นงานยอด
ฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาจนหนีไปได้!
หากมิได้เห็นกับตา พวกเขาคงไม่มีทางยอมเชื่อ
กระทั่งสุดยอดอัจฉริยะผู้สืบทอดแดนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย
ยังไม่มีพลังต่อสู้เช่นนี้เลยกระมัง?
แต่ก่อนเซี่ยงเสียจะทันหนีไปได้ไกล เขาก็พุ่งชนเข้ากับอาคม
ชั้นหนึ่งขวางตรงหน้า
เมื่อครู่ เจียงผิงอันกางค่ายกลสังหารห้าทิศไว้แล้วเพื่อป้องกันอีก
ฝ่ายหนี
หากให้เวลากับเซี่ยงเสีย อีกฝ่ายจะทะลวงอาคมออกไปได้แน่
แต่เจียงผิงอันหรือจะให้โอกาส
“เจ้าคือผู้ที่ข้าจะใช้พิสูจน์ขอบเขตนี้กับเต๋าสวรรค์ ดังนั้นจึงหนี
ไม่ได้”
เจียงผิงอันปรากฏเบื้องหลังเซี่ยงเสียอย่างเยือกเย็น ขณะที่
วิญญาณเทวะวิญญาณร้ายยืนห่างออกไป
เซี่ยงเสียหันขวับกลับมา แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่อีกฝ่าย
จะฆ่าเขาแน่ ๆ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหัวหน้าสมาพันธ์พยัคฆ์ด าของเราเป็นใคร!
หัวหน้าสมาพันธ์ของเราเป็นยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ ยามนี้รีบ ๆ
ไสหัวไปเสีย ข้าจะไม่เอาความกับเจ้า หาไม่ เจ้าตายแน่!”
สิ่งที่ตอบเขากลับมาคือการโจมตีของเจียงผิงอัน ไร้การโอ้เอ้
มากความ
ขณะนี้ เจียงผิงอันไร้การออมมือ จู่โจมออกมาอย่างสุดก าลัง
เขาใช้จุลศาสตร์ไร้ลักษณ์ขยายร่างอย่างรวดเร็ว ใช้วิชาเทียม
เทพสงครามเพิ่มพลังต่อสู้ หมัดมหึมาโปรยลงจากฟ้าเยี่ยงดวงดาว
สีหน้าของเซี่ยงเสียแปรเปลี่ยนมหันต์ แผดเสียงสนั่น “คิดจริง ๆ
หรือว่าข้าจะเอาชนะเจ้าไม่ได้!”
ในเมื่อหนีไม่ได้ ทางเดียวที่มีก็คือส่งอีกฝ่ายสู่ปรภพเสีย
แม้เซี่ยงเสียจะบาดเจ็บ บางทีในศึกนี้อาจแลกมาด้วยราคา
มหาศาล แต่ผู้ชนะสุดท้ายต้องเป็นเขา
ทั้งสองมีความต่างชั้นด้านขอบเขตอยู่
เงามารด าทมิฬชวนพรั่นพรึงพุ่งออกจากร่างของเซี่ยงเสีย ยืนสูง
มหึมาร้อยลี้ ใหญ่กว่าร่างจากวิชาจุลศาสตร์ไร้ลักษณ์ของเจียงผิงอัน
ห้าเท่าตัว
ส าหรับปุถุชน นี่เป็นจ านวนมหาศาลยิ่ง กระทั่งการเดินทางของ
ปุถุชนผู้หนึ่งในหนึ่งวันยังอาจมิสามารถไปไกลได้เพียงนั้น
นี่คือยอดฝีมือในโลกหล้าผู้ฝึกตน ในสายตาปุถุชน ผู้ฝึกตน
ระดับนี้นับเป็นเซียนได้แล้ว
ความรู้สึกกดดันชวนขนลุกท าให้ปวงชนในจวนเจ้าเมืองและหอ
วาณิชมั่งคั่งกว้างไกลรีบถอยห่างจากที่นี่ด้วยกลัวถูกลูกหลง
สองร่างมหึมาปะทะกัน เสียงค ารามสนั่นไกลหลายพันลี้ ค่ายกล
สังหารห้าทิศสั่นสะท้านรุนแรง
เจียงผิงอันถูกผลักถอย เพื่อป้องกันมิให้ผู้คนบนพื้นบาดเจ็บไป
ด้วย เขาจึงควบคุมค่ายกลสังหารห้าทิศให้ทะยานตามเขาสู่จักรวาล
เบื้องบน
เซี่ยงเสียควบคุมเงาด ามหึมาไล่ล่าตามไป “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร
เหลาจื่อจะสับเจ้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้นให้ได้!”
คลื่นกฎเกณฑ์ชวนสะพรึงวูบไหวพร้อมรัศมีเรืองรอง ไล่ตาม
เจียงผิงอันมาได้ในหนึ่งย่างก้าว ออกหมัดมหึมาเข้าใส่อีกครั้ง
เจียงผิงอันใช้กฎแห่งก าลัง ออก ‘หมัดอู๋จี๋’ เข้ารับ
การโจมตีซึ่งเดิมพุ่งมาทางเจียงผิงอันถูกผลักกลับไปโดนเงาด า
เสียเอง เกือบท าให้เงาด านั้นแหลกสลาย
เซี่ยงเสียหน้าเสีย ปรากฏว่ามีวิชาหมัดน่ารังเกียจอย่างหมัดอู๋จี๋
อยู่ด้วย
ช่างมันเถอะ แค่หมัดอู๋จี๋ไม่พอลบความต่างชั้นระหว่างทั้งสองได้
หรอก
เซี่ยงเสียเหวี่ยงหมัดจู่โจมต่อไป ทว่าขณะนี้เอง แรงโน้มถ่วง
มหาศาลก็กดลงมาใส่เขา
แม้จะควบคุมเขามิได้หมดจดเสียทีเดียว มันก็ยังส่งผลชะลอ
ความเร็วลงมาก
เจียงผิงอันจู่โจมพัวพันตรงหน้าเซี่ยงเสีย ขณะที่วิญญาณเทวะ
วิญญาณร้ายลอบจู่โจมเขากะทันหันจากข้างหลัง
ด้วยพลังเฉพาะตัวของมัน วิญญาณเทวะวิญญาณร้ายจึง
ลิดรอนอายุขัยของเซี่ยงเสียอย่างต่อเนื่อง
แม้วิญญาณเทวะวิญญาณร้ายจะมิได้ร้ายกาจ สูบชีวิตคู่ต่อสู้
ครั้งละมหาศาลได้เท่ากฎมรณะ มันก็ยังมีความถี่สูงลิบ
แต่เจียงผิงอันเองก็มิได้สบายใจ ร่างของเขาอยู่ภายใต้แรงกดดัน
มหาศาล กระดูกบดเบียดรวดร้าว กล้ามเนื้อฉีกขาดหลั่งเลือด
เพราะสุดท้าย เซี่ยงเสียก็ยังเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขต
หลอมสุญตา บรรลุกฎแห่งอัคคี กฎพสุธา กฎแห่งก าลังขั้นสามแล้ว
หากมิใช่เพราะวิชาลับมากมายของเจียงผิงอันหนุนเสริมพลังให้
เขาคงไม่อาจรับการกระหน ่าโจมตีเช่นนี้ได้เลย
ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในสภาพยับเยินทั้งคู่ ไร้ผู้ใดสุขกายสบายดี
ขึ้นกับว่าผู้ใดจะหมดแรงก่อนกัน
ผู้ฝึกตนทั้งหลายยืนบนพื้น มองศึกระหว่างทั้งสองอย่างแน่นิ่ง อ้า
ปากค้าง
ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่มีทางเชื่อเรื่องเช่นนี้ลงได้เลย
ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งถึงกับประมือยอด
ฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาได้!
คนผู้นี้คือใคร?
หลีหม่านงุนงงอย่างยิ่ง เจียงผิงอันจะใช้ยอดสมบัติก็ได้แท้ ๆ ไฉน
จึงยอมเสี่ยงสู้กับผู้ฝึกตนชั่วร้ายคนนี้…
ทันใดนั้น หลีหม่านก็นึกถึงบางสิ่งได้ ร่างของเขาสะท้านรุนแรง
ใบหน้าตื่นตะลึงตกใจ
จากข้อมูลที่เขามี เจียงผิงอันน่าจะก าลังเตรียมตัวเถลิงบัลลังก์ใน
แดนอุดร ไม่มีทางมาปรากฏในชายแดนระหว่างหทัยแผ่นดินกับแดน
บูรพาได้!
นี่หมายความว่า ‘เจียงผิงอัน’ ในแดนอุดรก็ยังอยู่ในแดนอุดร!
ร่างตรงหน้าเขามิใช่ร่างที่แข็งแกร่งสูงสุดของเจียงผิงอัน ร่างมาร
ศักดิ์สิทธิ์! หามียอดสมบัติอยู่กับตัวไม่!
นี่มิใช่ร่างมารศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่งที่สุด แต่ประชันยอดฝีมือขั้น
ปลายขอบเขตหลอมสุญตาได้!
ยามนีเจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงไร?
https: | novel- kk. com/
:ู