สู่วิถีอมตะ - บทที่ 432 โจมตีด้วยพิษ
สิ่งที่หลีหม่านงุนงงที่สุดคือ เงามายาที่ต่อสู้อยู่กับเจียงผิงอันคือ
อะไร
มันแผ่ปราณชั่วร้ายอย่างเห็นได้ชัด มีรูปลักษณ์เหมือนเจียงผิง
อัน แต่โจมตีผู้อื่นได้ ขณะที่ผู้อื่นโจมตีมันไม่ได้
กระทั่งหลีหม่านผู้รอบรู้ในหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลยังเพิ่งได้เห็น
วิญญาณเทวะวิญญาณร้ายเป็นครั้งแรก
ขณะนี้ แสงสีแดงสายหนึ่งระเบิดออกจากจักรวาลพร่างพราว ฟ้า
ดินถูกย้อมแดงฉาน
หัวใจของหลีหม่านและคณะกระเด้งแขวนสูงทันใด พวกเขาเห็น
แสงสีเลือดนี้ระเบิดออกจากตัวเซี่ยงเสีย ปราณชั่วร้ายอัดแน่นชวนสะ
พรึง
เซี่ยงเสียผลาญชีวิตตัวเอง!
ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาผลาญชีวิตตัวเอง เป็น
เรื่องน่าสะพรึงกลัวยิ่ง เจียงผิงอันอาศัยเพียงความแข็งแกร่งของยอด
ฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ไม่มีทางเอาชนะอีกฝ่ายลงได้
กระทั่งชีวิตเขาเองยังอยู่ในอันตราย
สีหน้าของเซี่ยงเสียบูดเบี้ยวอัปลักษณ์
เขาถึงกับถูกผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งไล่ต้อน
จนมุมได้เพียงนี้
เพื่อมิให้ศึกยืดเยื้อต่อไป เซี่ยงเสียจึงทุ่มสุดก าลัง ผลาญอายุขัย
ร้อยปี กระตุ้นพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา
หนึ่งหมัดชกเจียงผิงอันกระแทกเข้ากับก าแพงอาคมจนกระอัก
เลือด
“สารเลวสมควรตาย ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยังมีไพ่ตายอื่น! ต่อให้
มหาจักรพรรดิมาก็ช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว!”
เซี่ยงเสียผู้เดือดดาลตัดสินใจฆ่าคนผู้นี้แล้วเอาเนื้อไปต้มน ้าแกง
เสีย!
ขณะที่เซี่ยงเสียก าลังจะจัดการกับเจียงผิงอันในคราวเดียวกัน จู่
ๆ ปราณในกายของเขาก็แตกสลายสับสนดุจลูกหนังถูกเจาะลม เงา
ด าขนาดร้อยลี้ก็หายไปเช่นกัน
เซี่ยงเสียสีหน้าเปลี่ยน
เกิดอะไรขึ้น?
เจียงผิงอันเช็ดเลือดจากมุมปาก กล่าวกับอีกฝ่ายอย่างสุขุม “เจ้า
คิดหรือว่าในหมัดแรกที่ชกเจ้ามีเพียงอัสนีหยินแค่นิดหน่อย?”
ยามนี้เองที่เซี่ยงเสียตระหนัก ว่าร่างของเขาเต็มไปด้วยพิษร้าย!
“นี่… นี่มันพิษหลิวขาว!!”
เซี่ยงเสียอุทานด้วยสีหน้าสุดหวาดกลัว
ห่างจากที่นี่ทางประจิมล้านลี้ มีต้นหลิวกลายพันธุ์อายุแสนปีอยู่
ต้นหนึ่ง กล่าวกันว่าหากมิใช่มันมิอาจบรรลุเซียนได้ในยุคสมัยนี้ ต้น
หลิวนี้คงเป็นเซียนไปแล้ว
ร่างของมันแผ่พิษพิเศษเฉพาะ ท าให้บริเวณล้านลี้รอบข้างไร้ซึ่ง
ชีวิตใด มีเพียงหมอกขาวประหลาดปกคลุม
กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการยังอาจตายได้หากเข้าไปใน
เขตหมอกขาว
เซี่ยงเสียเคยไปที่นั่นมาก่อน แต่ท าเพียงพินิจมันจากชายขอบ
ผู้ใดถูกพิษนี้ ปราณในตัวจะปั่นป่วน หากรักษาไม่ทัน ก็จะ
กลายเป็นกองเลือดแหลกเหลว
ยามนี้เขาถูกพิษนี่เข้า!
แต่คนตรงหน้าส่งพิษเข้าสู่ตัวเขาได้อย่างไร?
เจียงผิงอันเปิดฉากจู่โจม ระหว่างการโจมตี หมอกขาวสายหนึ่ง
ก็ลอยออกมาจากหมัดของเขา
เซี่ยงเสียหน้าถอดสี พิษหลิวขาว!
เป็นไปได้อย่างไร! เหตุใดคนผู้นี้จึงปล่อยพิษหลิวขาวได้!
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
หัวใจของเซี่ยงเสียเปี่ยมโทสะ ความกลัวและความสับสนเกิน
เข้าใจ
พลังต่อสู้และตรรกะของคนผู้นี้ไม่มีทางเป็นสิ่งที่คนจากขุมก าลัง
ทั่วไปเทียบชั้นได้
เจียงผิงอันยังคงโจมตีด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ อีกฝ่ายถูกพิษซึมลึก
แล้ว ต่อจากนี้ก็แค่ถ่วงเวลาให้อีกฝ่ายตายไปเอง
แม้ร่างนี้จะไม่มีพลังของอวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมีการโจมตี
ด้วยพิษที่ร่างมารศักดิ์สิทธิ์ไม่มี
ทุกครั้งที่ปะทะถูกตัว พิษก็จะช าแรกเข้าสู่ร่างศัตรู
พิษในร่างของเซี่ยงเสียค่อย ๆ ทวีความรุนแรง การผลาญอายุขัย
ร้อยปีมิเพียงไม่เพิ่มพลังต่อสู้ ยังกลายเป็นยันต์สั่งตายด้วย
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะตายแน่ ๆ
“ข้าจะให้เจ้าตาย!!”
เซี่ยงเสียเหมือนจะรู้จุดจบตน เขาแผดเสียงอย่างเดือดดาล จู่โจม
เจียงผิงอันอย่างบ้าคลั่งโดยไม่มัวป้องกันอีกต่อไป
หากต้องตาย ก็ขอลากอีกฝ่ายไปด้วย!
เจียงผิงอันเปลี่ยนสู่การตั้งรับทันที่ ใช้หมัดอู๋จี๋สลายการโจมตี
ของเซี่ยงเสีย และตอบโต้การโจมตีของอีกฝ่ายด้วยพลังที่เหนือกว่า
เรื่องส าคัญคือถ่วงเวลา มิต้องรีบร้อนสู้กัน
อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา มีความ
แตกต่างกันสองขอบเขตย่อย สู้กันตรง ๆ มิใช่เรื่องฉลาด
ดวงตาของเซี่ยงเสียแดงก ่า ยิ่งเขาพยายามโจมตี ยิ่งมิอาจถูกตัว
อีกฝ่ายได้
ศึกระหว่างทั้งสองกินเวลาครึ่งชั่วยาม
ภายใต้การโจมตีของเจียงผิงอันและวิญญาณเทวะวิญญาณร้าย
เซี่ยงเสียซึ่งเดิมมีรูปลักษณ์เช่นชายวัยกลางคนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสู่วัย
ชรา เส้นผมร่วงหล่น ร่างเหี่ยวแห้ง ปราณมรณะคละคลุ้ง ทั้งก าลังและ
ความเร็วลดลงฮวบฮาบ
ขณะนี้เอง จู่ ๆ เจียงผิงอันก็ปริปาก
“ผนึก!”
ตรวนวิญญาณมหาศาลก่อตัวตรึงร่างของเซี่ยงเสียเอาไว้
เจียงผิงอันใช้ ‘หมัดท าลายล้าง’ อีกครั้ง ครั้งนี้ หมัดท าลายล้าง
ผสานกฎจ านงสัประยุทธ์ขั้นสามและกฎท าลายล้างอันสมบูรณ์แล้ว
ไม่ว่าหมัดนี้จะผ่านที่ใด สุญตาล้วนแหลกเละเป็นจุณ
“หมัดอู๋จี๋ พลังวิญญาณ กฎจ านงสัประยุทธ์… เจ้าคือเจียงผิงอัน
ที่เล่าลือ!”
ในวาระสุดท้าย เซี่ยงเสียคลับคล้ายเดาตัวตนของเจียงผิงอันได้
สีหน้าของเขาตกตะลึง
แสงสว่างเรืองรองพุ่งผ่าน แล้วร่างของเซี่ยงเสียก็ถูกทะลวงเป็น
สองท่อน โลหิตสาดย้อมสุญตา
ปวงชนจากจวนเจ้าเมืองเทียนหมิงและหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล
มองภาพตรงหน้าตาค้าง
ผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งถูกผู้ฝึกตนขั้นต้น
ขอบเขตหลอมสุญตาสังหารลงในเวลาไม่ถึงชั่วยาม
ก่อนตาย ผู้ฝึกตนชั่วร้ายผู้นั้นพูดอะไรนะ?
เจียงผิงอัน? อัจฉริยะแห่งยุคสมัยผู้นั้น!
เจียงผิงอันมิปรากฏอารมณ์ใดบนสีหน้า มิได้ยินดียินร้ายกับการ
ฆ่ายอดฝีมือไปหนึ่งคน
เขาเช็ดเลือดจากร่าง ดวงตาแหงนมองฟ้าพลางเอ่ยเรียบ ๆ
“ขอบเขตนี้ชื่อว่าขอบเขตวิญญาณสวรรค์”
ขณะนี้ เขาไม่ขอให้เต๋าสวรรค์ยอมรับอีกต่อไป ท าเพียงแถลงสัจ
ธรรมเท่านั้น
เขาก้าวบนเส้นทางที่ไม่ต้องการให้ผู้ใดยอมรับ ไม่ว่าผลจะเป็น
เช่นไร เขาก็จะก้าวต่อไปสู่เป้าหมายอันเหินห่าง
วิ้ง!
เสียงประหลาดดังก้องในฟ้าดิน แล้วรัศมีเรืองรองเจ็ดสีอันไร้
สิ้นสุดก็ปรากฏขึ้นปกคลุมร่างของเจียงผิงอัน
นี่คือพรจากเต๋าสวรรค์ หมอกมงคลเจ็ดสีนี้บรรจุวาสนาฟ้าดิน
มอบโชคท้าทายสวรรค์ให้ผู้ที่ได้ครอบครอง
ยามคนทั่วไปทะลวงขอบเขต แค่ได้หมอกมงคลเจ็ดสีมาสักหนึ่ง
ฝ่ามือก็บรรเจิดแล้ว
แต่เจียงผิงอันได้หมอกมงคลเจ็ดสีอันมหาศาลปกคลุมรัศมีร้อย
ลี้!
ขณะมองร่างสูงใหญ่ของเขา สีหน้าของผู้ฝึกตนเบื้องล่างล้วน
เผยความตกตะลึงชื่นชม
บุกอาณาเขตของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ หยุดทัพเผ่าปีศาจทะเล
บูรพา สยบการรุกรานของเผ่ามารแดนอุดร ประชันร่างโกลาหล ประ
มือเสมอบรรพชนจระเข้ สร้างขอบเขตของตนเอง สร้างวิญญาณเท
วะท้าทายสวรรค์ สังหารยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา……
เหตุการณ์ใดบ้างไม่สะเทือนโลกา เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ มิ
อาจเอื้อมถึง
ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด เมื่อนึกว่าอัจฉริยะคนอื่น ๆ ก าลังประลองกัน
ในหอต าราเทียนเต้า ณ ขณะนี้เพื่อต าแหน่งอัจฉริยะอันดับหนึ่งของ
ยุคสมัย จู่ ๆ ก็นึกขันขึ้นมาเล็กน้อย
เจียงผิงอันเป็นยอดคน ก้าวข้ามนามอัจฉริยะไปแล้ว
ขณะที่เจียงผิงอันก าลังดูดซับหมอกมงคลเจ็ดสีอยู่นั้น เขาพลัน
สังเกตเห็นบางสิ่งแล้วหันกลับไป
ผู้ฝึกตนซึ่งผสานกับกฎฟ้าดินทั่วกายปรากฏขึ้น ดูยิ่งยง
น่าชื่นชมราวนายเหนือสรวง
คนผู้นี้จ้องมองหมอกมงคลรอบกายเจียงผิงอันอย่างอึ้งทึ่ง เห็นได้
ชัดว่าตกใจที่เห็นหมอกมงคลมากมายเพียงนี้ และมิอาจทราบว่า
หมอกมงคลมากมายเพียงนี้มาได้อย่างไร
เมื่อเห็นคนผู้นี้ เจียงผิงอันก็หัวใจสะท้าน
เขาเคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน ร่างมารศักดิ์สิทธิ์ที่แดนอุดรเคย
เผชิญหน้ามือสังหารกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหัวหน้ากลุ่ม ยอดฝีมือขอบเขต
บูรณาการหนีรอดไปได้
ซึ่งก็คือคนผู้นี้!
แต่เหตุใดอีกฝ่ายจึงมาอยู่ที่นี่?
สองฝ่ายมองหน้ากันอยู่สองสามวินาที่ สายตาทั้งคู่ล้วนแสนงุนงง
เจียงผิงอันพยายามรักษาความเยือกเย็นอย่างสุดสามารถ ยามนี้
เขาเปลี่ยนรูปลักษณ์ อีกฝ่ายคงจ าเขาไม่ได้
ขณะนั้นเอง คนจากจวนเจ้าเมืองพากันคุกเข่าลงบนพื้น ตะโกน
ออกมาว่า “ขอบคุณสหายเต๋าเจียงผิงอันที่ก าจัดสารเลวผู้ฆ่าล้าง
เมือง ล้างแค้นให้ชาวเมืองเทียนหมิง!”
ดวงตาของเกาเฉวียนเบิกกว้าง ดูตะลึงไป
ร่างของเจียงผิงอันชุ่มเหงื่อเฉียบพลัน
แค่จัดการยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาให้ได้สักคน
นับเป็นขีดจ ากัดของเขาแล้ว ต่อหน้ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการซึ่ง
บรรลุเคล็ดพลังแล้วเช่นนี้ ต่อให้เขามีศาสตราเซียนในมือ ก็ยังอาจมิ
สามารถท าร้ายอีกฝ่ายได้สักนิด!
ปฏิกิริยาและความเร็วของคนระดับนี้อยู่ในอีกระดับหนึ่ง ไม่อาจ
โจมตีโดนได้เลย
อีกฝ่ายโจมตีครั้งเดียว ก็ส่งเขากลับปรภพได้แล้ว!
วิกฤติถึงตายเกาะกุมทั่วร่างของเขาเฉียบพลัน หัวใจของเจียงผิง
อันเต้นกระหน ่าเช่นอัสนี เส้นขนทั่วกายลุกซู่