สู่วิถีอมตะ - บทที่ 435 ทะลวงสู่ภพเซียน
อัสนีเลื่อนลั่นบนชั้นฟ้า สั่นสะท้านถึงโลกา ทัณฑ์อัสนีอหังการ
ขนาดรัศมีล้านลี้ปรากฏขึ้น
ขอบเขตพ้นพิบัติ ก าลังรบสูงสุดของภพมนุษย์ หลังผ่านพิบัตินี้
ไปได้ ก็จะทะยานฟ้าบรรลุเซียน
อันที่จริง หลิวขาวนี้ผ่านทัณฑ์มาแล้วหนึ่งหน แต่เนื่องจาก
หนทางสู่ภพเซียนสูญสลาย มันจึงไม่อาจเป็นเซียนได้
หากเส้นทางเซียนมิได้พังทลาย มันก็บรรลุเซียนไปแล้ว
ครั้งนี้ ด้วยความช่วยเหลือของศาสตราเซียนครึ่งขั้น มันเชื่อว่า
มันจะสามารถทลายข้อจ ากัดของเต๋าสวรรค์ บรรลุถึงภพเซียนได้
แน่นอน!
ยอดฝีมือทั่วโลกหล้าล้วนสัมผัสได้
แต่ยอดฝีมือเหล่านี้ก็ทราบว่าท าไปก็ไร้ค่า
ตัวตนผู้เผชิญทัณฑ์สวรรค์มาล้วนทราบทั่ว ว่าเหตุที่เส้นทาง
เซียนพังลงก็เพราะภพเซียนผนึกเส้นทางนี้
ส่วนเหตุผลนั้น พวกเขาหาทราบไม่
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติมากมายไร้โอกาสบรรลุสู่ภพเซียนจน
วันตาย
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติบางคนที่อายุขัยเจียนถึงฝั่ง หากมิ
หาทางรอดกันเอง ก็สู้ตายเพื่อบรรลุเป็นเซียน
แต่ตราบกาลผ่านมา ผู้เดียวที่ทะยานสู่ภพเซียนได้ก็คือนักพรต
เสินซวีซึ่งสร้างระบบฝึกฝนของตัวเอง
ยอดฝีมือผู้อื่นล้วนล้มเหลว
ตู้ม!
อัสนีอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งโปรยลงจากฟ้า แผ่ปราณชวนขน
ลุก
เจียงผิงอันขวัญผวาเสียจนมุดดินหลบ
หลิวขาวสะบัดกิ่งก้านสีขาว ท าลายอัสนีไร้คู่เปรียบอันน่า
สะพรึงกลัวนี้ไป
“ครั้งแรกที่พ้นพิบัติ เจ้ารั้งข้ามิได้ ครั้งนี้เจ้าก็หยุดข้ามิได้
เช่นกัน! ไสหัวไปให้หมด!”
เสียงอันเย่อหยิ่งอหังการดังก้องในฟ้าดิน กิ่งก้านมากมายป่าย
ปัด แต่ละเส้นมิต่างจากยอดสมบัติ
กิ่งก้านเหล่านี้ทะลวงสูงสู่เมฆา ร่ายร ากวัดไกว ฉีกกระชากมวล
เมฆาแหลกกระจาย
เจียงผิงอันซึ่งซ่อนตัวคลุกฝุ่นอยู่ใต้ดินมองภาพนี้ด้วยหัวใจตื่น
ตะลึงเกินคณานับ
กฎเกณฑ์อันลึกล ้า อัสนีอันชวนขนหัวลุก และสังขารอันแผ่
หมอกขาวนั้น…
เจียงผิงอันได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
การโจมตีส่ง ๆ ของอีกฝ่ายทรงพลังยิ่งกว่าวิชาลับที่เขาทุ่ม
สุดก าลังไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
นี่หรือยอดฝีมือไร้เทียมทานของภพมนุษย์?
มีเพียงยามได้เห็นกับตา จึงได้เข้าใจว่ายอดฝีมือเหล่านี้แข็งแกร่ง
กันเพียงใด
แต่ขณะนี้ เจียงผิงอันร้อนรนในใจยิ่งกว่า
พู่กันพิพากษาของเขาถูกอีกฝ่ายชิงไป
หากเจ้านี่มิอาจได้เป็นเซียน ภายหลังยามเขาเติบโต เขาจะมา
ชิงศาสตราเซียนครึ่งขั้นคืนแน่นอน
เจียงผิงอันสะกดความตื่นตะลึงในใจ สยบพิษในกายอย่างเต็ม
ก าลัง
เขาถูกปีศาจต้นไม้แทงท้อง พิษจากมันแทรกซึมไปทั่วตัว
แม้เสี่ยวชีจะต้านพิษได้ แต่พิษนี้มีกฎเกณฑ์ขั้นสูงเข้าพัวพัน
เห็นได้ชัดว่าเกินขีดจ ากัดของเสี่ยวชีจะต้านไหว
เสี่ยวชีหมดสติไปแล้วเนื่องจากดูดกลืนพิษนี้อย่างบ้าคลั่ง
ท าเช่นไรดี!
ไม่เหลือหนทางแก้แล้ว
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาตายแน่ ๆ!
ร่างนี้ค่อย ๆ หลอมละลาย เส้นผม แขนขา… ทั่วร่างของเขา
คลับคล้ายจะละลายเป็นกองเนื้อเน่ายุ่ย
ยามตกตายแม้สักร่าง ร่างอื่นอีกสองก็ตายด้วย!
ยามนี้ ต่อให้มียันต์ตัวตายตัวแทนก็ไร้ค่า พิษจะยังตกค้างในกาย
แม้จะฟื้นคืนชีพมาก็ยังจะตายซ ้าซากอยู่ดี
วันนี้เขาต้องมาตายที่นี่หรือ?
เขาไม่อยากตาย เขาอยากเป็นเซียน!
ต้องมีหนทางรอดสักทาง โลกหล้าไร้ทางใดตันสนิท!
ยามได้ยินเสียงอัสนีเลื่อนลั่นบนพื้น จู่ ๆ เจียงผิงอันก็นึกถึง
หนทางหนึ่งได้
นี่คือโอกาสสุดท้าย บางทีอาจต้องตาย แต่ก็ต้องสู้!
ขณะที่เจียงผิงอันก าลังจะกลายเป็นกองเลือดอย่างสมบูรณ์นั้น
เจียงผิงอันพลันส่งอัสนีหยินออกมาสายหนึ่ง
อัสนีหยินสายนั้นทะลวงผ่านชั้นดินสู่เวหาอย่างรวดเร็ว
อัสนีสายจ้อยสาดลงจากฟ้า ฟาดใส่อัสนีหยินอย่างรวดเร็ว ก่อน
จะไหลลงมาตามสายอัสนีหยิน กระแทกลงบนร่างเจียงผิงอัน
เปรี้ยง!
อักขระอัสนีหยินในกายเจียงผิงอันถูกกระตุ้น ปะทุสายฟ้าสีด า
ออกมา
อัสนีสวรรค์และอัสนีหยินผสานรวมกัน เกิดเป็นอัสนีขาวด า
เคลื่อนวนในกาย กฎเกณฑ์ในพิษหลิวขาวแตกสลายหายไป
ขณะเดียวกัน ร่างของเจียงผิงอันก็แหลกสลาย
ทว่าไม่นานจากนั้น กฎแห่งชีวิตอันลึกลับเคลื่อนตัว ร่างของ
เจียงผิงอันถูกประกอบขึ้นใหม่
เจียงผิงอันหอบหายใจอย่างขวัญผวา ใบหน้าเปี่ยมความกลัวไป
ชั่วขณะ
เกือบแล้ว เกือบจบสิ้นแล้ว
โชคยังดีที่เขาคิดหาทางใช้อัสนีระดับสูงผ่าใส่ตัวเอง ท าลายพิษ
ส่วนใหญ่ในตัวไปได้
ส่วนเสี่ยวชีซึ่งอยู่ในตัวเขานั้น เมื่อครู่ก็ถูกผ่าตาย และยามนี้ก็
ถูกฟื้นชีวิตกลับมาเช่นกัน
แค่ยันต์ตัวตายตัวแทนใบเดียว ของเช่นนี้เขามีเยอะแยะ ทั้งยังท า
ให้เสี่ยวชีอยู่หลายแผ่น
แต่ยันต์ตัวตายตัวแทนมิได้ไร้เทียมทาน หลังสู้กับศัตรูสักครั้ง สิ่ง
นี้ก็มิอาจท างานได้เต็มที่
หากอีกฝ่ายรู้แล้วโจมตีหว่างคิ้วเขา ท าลายยันต์ตัวตายตัวแทน
ไป เขาก็จะมิอาจฟื้นชีพได้
ยามนี้เสี่ยวชีหมดสติ ไม่รู้จะฟื้นตัวกลับมายามใด
เจียงผิงอันเงยหน้ามองออกไปข้างนอก ถลึงตามองต้นหลิวขาว
ต้นมหึมาอย่างเคืองแค้น
เขาเกือบตายเพราะเจ้านี่เสียแล้ว
กิ่งก้านเกินคณานับบนต้นหลิวขาวกระจายทัณฑ์อัสนีได้ ทรง
พลังอย่างสุดขั้ว
เส้นทางสีทองสายหนึ่งปรากฏสู่คลองจักษุ ที่สุดเส้นทางมีประตู
บานหนึ่ง อ านาจอักขระลึกลับเคลือบย้อมอยู่บนนั้น
เจียงผิงอันกลั้นหายใจมองจ้องอย่างตกตะลึง
นี่… หรือจะเป็นเส้นทางเซียนในต านาน?
หากเดินผ่านประตูบานนั้นไป ก็จะได้บรรลุเซียน! ได้คืนชีพให้
พ่อแม่!
ขณะนี้ เจียงผิงอันกระทั่งอยากพุ่งเข้าไป
กิ่งหนึ่งของหลิวขาวขมวดผูกพู่กันพิพากษา จ่ายปราณสู่พู่กัน
พิพากษาสุดก าลัง อ านาจเซียนสูบฉีดเผยฤทธาสะเทือนทุกดวงใจ
ยามเจียงผิงอันใช้พู่กันพิพากษา เขามิอาจกระตุ้นอ านาจเช่นนี้
ได้ หาไม่ เกาเฉวียนคงตายไปนานแล้ว
“เปิดเสีย!” หลิวขาวสะบัดพู่กันพิพากษาเข้าใส่ประตูสีทอง
กร๊อบ!
หนึ่งรอยร้าวปรากฏบนประตูสีทอง
ลมหายใจของเจียงผิงอันขาดช่วง ประตูร้าวแล้ว!
“มีโอกาสแล้ว!”
ยามหลิวขาวเห็นภาพนี้ มันก็สุดแสนลิงโลดตื่นเต้นเกินควบคุม
ผลาญตัวเองครึ่งตัวอย่างเด็ดเดี่ยว สะบัดพู่กันพิพากษาอีกครั้ง
ขอเพียงได้เป็นเซียน ไม่มีร่างสักครึ่งตัวจะเป็นไรไป
ขอเพียงได้เป็นเซียน ก็จะยืนยงอมรณา!
ตู้ม!
ในการปะทะนี้ ฟ้าดินสั่นสะท้านรุนแรง ยอดฝีมือทั่วโลกหล้าล้วน
รับรู้
ยอดฝีมือมากมายในหอต าราเทียนเต้าซึ่งก าลังดูการประลอง
อัจฉริยะพลันลุกขึ้นมองทางบูรพา
หนึ่งเสียงเย้ยหยันดังออกมาจากในเขตแดนมารมืดทมิฬ
“ไอ้โง่!”
ยอดฝีมือแทบทุกผู้ล้วนสัมผัสอ านาจชวนพรั่นพรึงสายหนึ่งได้
หลิวขาวมองชิ้นส่วนประตูร่วงหล่น เผยหนึ่งช่องว่างอันน าสู่ภพ
เซียน
“ฮ่า ๆ! เปิดแล้ว! เปิดแล้ว!”
หลิวขาวหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างของมันพลันหดเล็ก ทะลวงไช
เข้าไปในช่องว่าง
สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนมหันต์
ศาสตราเซียนครึ่งขั้นของเขาถูกอีกฝ่ายฉวยไป!
เขาอยากสบถสาปออกมานัก
เดี๋ยวสิ!
ประตูนั่นจะเข้าสู่ภพเซียนได้หรือ? จะได้ชีวิตยืนยงไม่ตกตาย
ฟื้นชีวิตบุพการีเขาได้หรือ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็เต้นเร็วขึ้น
บางทีอาจเป็นเช่นนั้นจริง!
เจียงผิงอันกลืนโอสถ รีบฟื้นปราณวิญญาณในกาย พุ่งขึ้นสู่พื้น
เตรียมทะยานไปหา
ความหวังในการคืนชีพบุพการีอยู่เพียงเอื้อมแล้ว!
ทว่า ทันทีที่ยกเท้าจากพื้น ประตูเซียนพลันระเบิดเปิดออก
ร่างของหลิวขาวปลิวหัวทิ่มกลับออกมาเยี่ยงอุกกาบาต กระแทก
สู่พื้นอย่างหนักหนา พสุธาปริแยก บรรพตล าธารเคลื่อนต าแหน่ง
ร่างของหลิวขาวถูกผ่าเป็นสองท่อน ใบหน้าบนต้นไม้เปี่ยมความ
ขวัญผวา “อย่าบรรลุเซียน! อย่าบรรลุเซียนเด็ดขาด ที่นั่น…”