สู่วิถีอมตะ - บทที่ 436 ปีศาจต้นไม้ดับสูญ
ปีศาจต้นไม้พูดไม่ทันจบ มันก็หยุดการเคลื่อนไหวไป
ปีศาจต้นไม้ตกตาย ไม่เหลือเค้าแห่งวิญญาณ มีเพียงล าต้น
หลงเหลือ
เจียงผิงอันมองทุกสิ่งตรงหน้าด้วยสีหน้าจังงัง
นี่… มันเกิดอะไรขึ้น?!
เหตุใดต้นหลิวขาวซึ่งได้บรรลุเซียนจึงตกตาย?
เส้นทางสีทองสลายหาย เหลือเพียงกฎฟ้าดินอันรวนเร
พื้นดินตลบคลุ้งด้วยม่านฝุ่น ศิลาหลอมแดงฉานทะลักจากพื้น
เจิ่งนอง กลุ่มควันหนาทึบพัดกระหน ่าทั่วแดน
หมอกพิษสีขาวรอบต้นหลิวขาวปลาสนาการ ล าต้นซึ่งเดิมเปี่ยม
ชีวิตชีวาแห้งแตก
ใบหน้าของปีศาจต้นไม้เปี่ยมความหวาดผวา ราวได้เห็นบางสิ่ง
ซึ่งน่ากลัวสุดแสน
ขณะนี้ อารมณ์ในใจเจียงผิงอันปะทุโชติเช่นเปลวเพลิง มิอาจ
สงบลงได้
เขามีค าถามมากมายในใจ
ปีศาจต้นไม้บรรลุเซียนแล้วชัด ๆ แต่ท าไมมันถึงยังตาย?
มิใช่พูดกันว่าเซียนอยู่ยงอมรณาหรือ?
หลังจากปีศาจต้นไม้เข้าสู่ภพเซียน มันไปเจออะไรมา? ผ่านไป
เดี๋ยวเดียวก็ดับสูญไม่เหลือแล้ว!
ปีศาจต้นไม้นี้เป็นตัวตนระดับสูงสุดในภพมนุษย์ เป็นผู้น่า
สะพรึงกลัวซึ่งผ่านทัณฑ์อัสนีมาแล้วสองหน กระทั่งใช้ศาสตราเซียน
ครึ่งขั้นพู่กันพิพากษาด้วย!
แต่ตัวตนทรงพลังน่ากลัวเช่นนี้ บรรลุขึ้นไปได้เพียงประเดี๋ยวก็
กลับมา ซ ้ายังกลายเป็นศพ!
ขณะนี้ สันหลังของเจียงผิงอันหนาววาบ รู้สึกแล้วว่าภพเซียน
มิได้งดงามเช่นเขาคาดฝัน
เซียนก็ตายได้ ไม่เหมือนเช่นต านานเลยสักนิด
หรือเรื่องที่เซียนชุบชีวิตคนตายได้ก็เป็นค าลวงเช่นกัน?
หากเขาบรรลุเซียน จะต้องเผชิญสิ่งเดียวกับปีศาจต้นไม้นี้
หรือไม่?
ในภพเซียนมีอะไรอยู่ จึงท าให้ปีศาจต้นไม้หลิวขาวตะโกนว่า
อย่าบรรลุเซียน?
ความรู้สึกงุนงง กระวนกระวายและหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจเจียง
ผิงอัน
เขาหารู้ไม่ว่าจะพยายามหนักหนาเพื่อการใด หากมิอาจฟื้นชีวิต
บุพการีกลับคืนมา
เจียงผิงอันเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง แล้วจึงยกมือสัมผัสดวงตาขวา
แล้วสีหน้าซึ่งเดิมสับสนก็พลันเปลี่ยนสู่หนักแน่น
หากโลกนี้ไร้การคืนชีพ เขาก็จะสร้างการคืนชีพขึ้นมา!
หากสร้างวิชาคืนชีพมิได้ เขาก็จะแข็งแกร่งพอบรรลุมหาเต๋าแห่ง
เวลา ให้ตนเองย้อนเวลาผันมิติ!
นับแต่ประมือมหาจักรพรรดิ พลังใจของเจียงผิงอันก็เพิ่มสูงเกิน
กาลก่อน
เขายังกลัวได้ ยังพรั่นพรึงเป็น ยังมีความสับสน แต่จะไม่มีวันยอม
แพ้
เจียงผิงอันเก็บร่างเกาเฉวียนที่ข้างตัวไป ก่อนจะเหินมายังซาก
ต้นหลิวขาว รับพู่กันพิพากษาคืน
ผ่านเหตุพลิกผันมากมาย แต่สุดท้ายพู่กันพิพากษาก็ยังได้คืน
สิ่งใดที่เป็นของเขา จะไม่มีวันเสียไป
เจียงผิงอันมองซากต้นหลิวมหึมาตรงหน้าด้วยอารมณ์ซับซ้อน
ต้นหลิวต้นนี้ใช้ชีวิตมาแสนปี ผ่านเหตุการณ์มากมาย สร้าง
ต านานเรื่องเล่ากี่มากน้อย
ความตายช่างง่ายดายเหลือเกิน
แต่ตายไปก็ดีแล้ว
ซากปีศาจต้นไม้ระดับนี้ หากน าออกมาขาย ราคาไม่ด้อยไปกว่า
ยอดสมบัติแน่แท้
ขณะที่เจียงผิงอันก าลังจะเก็บซากปีศาจต้นไม้ไป พลังวิญญาณ
ทรงพลังสายหนึ่งก็ผลักเจียงผิงอันปลิวไปชนกับภูเขาลูกหนึ่ง
“ของพรรค์นี้ใช่สิ่งที่บุคคลเล็กจ้อยเช่นเจ้าครอบครองได้หรือ?”
ชายชุดขาวคนหนึ่งเหินมาด้วยความเร็วสูง ฉวยซากปีศาจต้นไม้
ไปอย่างตื่นเต้น
ซูเหยียนรู้สึกว่าตนช่างโชคดีเหลือแสน เขาสังเกตเห็นการ
เคลื่อนไหวที่นี่จึงมาดู ไม่คาดว่าเขาได้สมบัติเช่นนี้มา
ไว้ภายหลังเขาจะน ามันไปขาย แลกเป็นทรัพยากร เหยียบย่างสู่
ขอบเขตบูรณาการ นั่นมิใกล้เพียงเอื้อมมือแล้วหรือ?
ซูเหยียนมองลงมาจากเจียงผิงอันจากที่สูง ถามด้วยน ้าเสียงออก
ค าสั่ง “เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น? ต้นหลิวขาวตายได้อย่างไร?”
ซูเหยียนรู้ว่ามีใครบางคนรับทัณฑ์อัสนี แต่มิทราบว่าที่นี่เกิดอะไร
ขึ้นกันแน่
เขาถือเจียงผิงอันเป็นเพียงผู้ผ่านทาง
เจียงผิงอันเงยหน้าจ้องมองอีกฝ่ายตรง ๆ “ซากของปีศาจต้นไม้
นั่น ข้าพบก่อน”
ซากของต้นหลิวขาวมูลค่าสูงเทียบยอดสมบัติ มันเป็นของเขา
แต่กลับถูกฉวยไป
“เจ้าไม่รู้หรือว่าพูดกับใครอยู่?”
สายตาของซูเหยียนเย็นเยียบ เจ้านี่ไม่เห็นขอบเขตของเขาหรือ
ไร?
พลังวิญญาณแข็งแกร่งหลากออกจากร่างของซูเหยียน กดลง
บนตัวเจียงผิงอัน
นี่คือวิชาลับพิเศษของพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน ‘เจตฤทธิ์’
สามารถแผลงฤทธิ์ข่มขวัญวิญญาณศัตรูได้
ในฐานะยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา การรับมือผู้ฝึก
ตนระดับต ่าเช่นนี้ง่ายยิ่งนัก
ทว่า ซูเหยียนก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าอีกฝ่ายหาเปลี่ยนสีหน้าไม่
ยังมองตรงมาที่เขา!
เป็นไปไม่ได้!
พลังวิญญาณของเขาแข็งแกร่งถึงขนาดที่กระทั่งผู้ฝึกตน
ขอบเขตเดียวกันยังต้องรับผลอย่างเลี่ยงมิได้
คนผู้นี้อยู่เพียงขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ไฉนจึงไร้ปฏิกิริยา
ใด ๆ?
“ส่งมันคืนให้ข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น ตาย!” เสียงของเจียงผิงอันเย็น
เยียบสุดขั้ว
วันนี้เขาเกือบตายมาหลายหน ท าให้เขาอารมณ์เสียยิ่งจนเกือบ
หลุดการควบคุมอารมณ์อยู่รอมร่อ
เมื่อได้ยินค าขู่นี้ ซูเหยียบก็เกือบหลุดหัวเราะลั่น
“จะให้ข้าตาย? มาสิ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะให้ข้าตายเช่นไร”
เขาเพิ่งเคยได้เห็นเจ้าคนถือดีเช่นนี้เป็นครั้งแรก เป็นแค่ผู้ฝึกตน
ขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา กลับมาข่มขู่ผู้ฝึกจิตขั้นปลายขอบเขต
หลอมสุญตา สมองถูกประตูหนีบมาหรือไร?
ซูเหยียนใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจคุกรุ่นด้วยเปลวเพลิง มาถูกเจ้า
หนูขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาข่มขู่เช่นนี้ ช่างน่าร าคาญใจนัก
แม้แดนศักดิ์สิทธิ์ไม่อนุญาตให้เข่นฆ่า ฆ่าเพียงผู้ผ่านทาง
ธรรมดาสักคนย่อมไม่รู้ถึงส านักได้หรอก
ขณะที่เจียงผิงอันก าลังจะลงมือนั้นเอง เส้นแสงซึ่งแปรจากผู้ฝึก
ตนอันมีปราณแข็งแกร่งสามคนก็พุ่งเข้ามา
เจียงผิงอันหน้าเสีย รีบก้าวถอยไปก้าวหนึ่ง คนกลุ่มนี้ต่างก็เป็นผู้
ฝึกจิต เป็นคนกลุ่มเดียวกันไม่ผิดแน่
สีหน้าของซูเหยียนก็แปรเปลี่ยน เหตุใดผู้อาวุโสจึงมากันตั้ง
หลายท่าน จบสิ้นแล้ว มิอาจเก็บซากปีศาจต้นไม้ไว้ได้แล้ว
“คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน!”
ซูเหยียนรีบก้มคารวะ
ผู้อาวุโสทั้งหลายจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนเมินซูเหยียนไป จด
จ้องสายตามาที่เจียงผิงอันแทน
“สหายเต๋าเจียง?”
ชายในชุดคลุมสีเขียวซึ่งมีรูปลักษณ์งามสง่าผู้หนึ่งเอ่ยอย่างไม่
แน่ใจ
เจียงผิงอันมองอีกฝ่ายอย่างฉงนใจ อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นใครได้
อย่างไรกัน?
ซูมู่อวิ๋นกล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ “ข้าชื่อซูมู่อวิ๋น ผู้อาวุโสรอง
ของแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน ข้าได้รับค าขอความช่วยเหลือจากหอ
วาณิชมั่งคั่งกว้างไกล จึงออกมาตามหาสหายเต๋าเจียง ขอบังอาจ
ถามว่าใช่สหายเต๋าเจียงหรือไม่?”
ซูมู่อวิ๋นเป็นยอดฝีมือแท้ ๆ แต่เขาในขณะนี้ไร้การถือตัวใด ๆ
ซูเหยียนซึ่งยืนอยู่ข้างกันผงะนิ่ง
ไฉนผู้อาวุโสรองจึงแย้มยิ้ม?
ผู้อาวุโสรองผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดในแดนศักดิ์สิทธิ์ ตีหน้า
เข้มใส่ทุกบุคคล นี่เขาไปกินโอสถหมดอายุมาหรือไร?
ซูเหยียนสังหรณ์ร้าย “ผู้อาวุโสรอง ท่านจ าผิดคนแล้วหรือไม่?
เขาเป็นเพียงผู้ผ่านทาง มีการฝึกฝนเพียงขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญ
ตาเท่านั้นนะ”
เจียงผิงอันโล่งใจเล็กน้อยยามได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นคนจากแดน
ศักดิ์สิทธิ์เสินหุน
เขาไม่กลัวขุมก าลังใหญ่เช่นนี้หรอก กลัวก็แต่ผู้ฝึกตนไร้สังกัดที่
ไร้สิ่งใดให้ห่วง
ผู้ฝึกตนไร้สังกัดเหล่านี้จะหนีไปทันทีหลังท าเรื่องชั่ว หากลัวการ
คิดบัญชีไม่
แต่ขุมก าลังใหญ่เหล่านี้แตกต่างออกไป ต่อให้เป็นอริกัน แต่
อย่างน้อยก็ยังไกล่เกลี่ยได้ยามเผชิญหน้า
ยิ่งกว่านั้น อีกฝ่ายยังเหมือนจะมาช่วยเขาด้วย
เจียงผิงอันคืนสู่ลักษณ์จริง กุมก าปั้นคารวะผู้อาวุโสทั้งหลาย
“ล าบากผู้อาวุโสทุกท่านแล้ว ผู้น้อยไม่เป็นไร”
เมื่อเห็นว่าเป็นเจียงผิงอันจริง ๆ ซูมู่อวิ๋นและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็
ช าเลืองกันด้วยสายตาเปี่ยมความตกใจ
พวกเขาได้ข่าวมาว่าเจียงผิงอันถูกยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
ผู้หนึ่งไล่ล่า และยามนี้ ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการผู้นั้นไม่อยู่แล้ว
แต่เจียงผิงอันยังมีชีวิตอยู่!
เป็นเรื่องเหลือเชื่อสิ้นดี
พวกเขาไม่ได้หวังอะไรไว้ แต่ยามเห็นว่าที่นี่มีผู้ฝึกตนขั้นปลาย
ขอบเขตหลอมสุญตาอยู่ พวกเขาจึงมาถามทาง แต่มิคาดว่าจะมา
เจอเขา!
ท าได้อย่างไรกัน?
เจียงผิงอันปลดค าสาปได้แล้ว หมายความว่าอัจฉริยะไร้เทียม
ทานผู้นั้นหวนคืน!
เจียงผิงอันช าเลืองซูเหยียน กล่าวกับคนทั้งหลายว่า “ผู้อาวุโส
ทุกท่าน นี่คือศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนของทุกท่านหรือไม่? เขา
ปล้นของของข้าไป”