สู่วิถีอมตะ - บทที่ 438 หอคอยสยบเซียน
ผู้อาวุโสทั้งหลายรีบเร่งถ่ายทอดกระแสปราณ สื่อสารกันผ่านจิต
สัมผัส
“เฒ่าเก้า เจ้าอยู่ดีไม่ว่าดี งานนี้จะท าเช่นไร?”
“ช่วยข้าคิดทีว่าจะผ่านมันไปได้เช่นไร?”
“เกี่ยวกับเราที่ไหน เจ้าเองที่โอ้อวด เจ้าก็ต้องแก้เองสิ”
เมื่อเห็นผู้คนรอบข้างที่นี่หาช่วยเขาไม่ ผู้อาวุโสเก้าซูไห่ก็เดือด
ดาลจนอยากขว้างจอกสุรา เขาครุ่นคิดเล็กน้อย วางจอกสุราลง แล้ว
กล่าวว่า
“สหายเต๋าเจียง เราแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนอยากช่วยเจ้าจัดการ
กับขยะมนุษย์ตระกูลฉางซุนเหล่านั้นจริง ๆ”
“แต่เราแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนช่วงนี้สถานการณ์หาดีไม่ ข้าก็ยังมี
ค าไหว้วานอยู่ หากเจ้าคลี่คลายมันได้ อย่าว่าแต่ช่วยเจ้าท าลาย
ตระกูลฉางซุนเลย ต่อให้ท าลายหอต าราเทียนเต้าให้ราบก็ยังได้”
วาทะเหล่านี้เหลวไหลทั้งเพ แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนเกรียงไกรแสน
นาน จะอยู่ในสถานการณ์ย ่าแย่ได้อย่างไร
เขาจงใจพูดเช่นนี้เพื่อสร้างภาพว่าพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เสิน
หุนยุ่งหัวปั่นยากช่วยเหลือ อยากให้เจียงผิงอันถอยไปเอง
จุดประสงค์แท้จริงก็คือจะพูดว่า ‘หากเจ้าช่วยเราไม่ได้ เราจะช่วย
เจ้าได้อย่างไร?’
เขาคิดว่าเจียงผิงอันจะเข้าใจความนัยของเขา และจะไม่ถามต่อ
จากนี้ และละอายมิขอความช่วยเหลือจากพวกเขาอีก
“ค าไหว้วานใด?” เจียงผิงอันถามเข้าประเด็น
ซูไห่ “…”
ไฉนเจ้าถามออกมาจริง ๆ เล่า!
เจ้าจะแก้มัน หรือแค่ถามเล่น ๆ?
แท้จริง เจียงผิงอันอยากถามอีกฝ่ายอยู่ว่าอยากได้ทรัพยากรใด
หรือไม่ เขาจะใช้อ่างสัมฤทธิผลลอกเลียนมาให้ พวกเขาจะได้ร่วมมือ
กัน
เพียงแต่ว่า เขามิคาดว่าอีกฝ่ายจะบังเอิญต้องการความ
ช่วยเหลือ จึงถามขึ้นมา
ซูไห่ช าเลืองผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ซึ่งท าไม่รู้ไม่เห็น ดื่มด ่าส าราญกัน
ต่อไป
นี่แหละผลของความไม่จริงใจ โกหกหนึ่งครั้ง ก็ต้องโกหกไป
เรื่อย ๆ
โชคยังดี ซูไห่เป็นผู้ฝึกจิต ความคิดของเขาไหลเร็วมาก และพบ
ทางออกในทันที่
“สหายเต๋าเจียง เจ้าน่าจะเคยได้ยินถึงหุนหวัง เขาคือบรรพชน
ของเรา ผู้ฝึกจิตที่แข็งแกร่งสูงสุดถัดจากมหาจักรพรรดิ เป็นคนสร้าง
ระบบฝึกฝนจิตขึ้นมา”
“กาลก่อน เพื่อล้างแค้นให้คนรัก หุนหวังบุกถึงรังศัตรู ล้างหนึ่ง
เผ่าพันธุ์ด้วยตัวคนเดียว แต่ตัวเขาเองก็ตกตาย”
“การสละชีพของหุนหวังกะทันหันเกินไป มีหลายเรื่องที่ยังมิอาจ
สะสาง โดยเฉพาะวิชาคะนึงทิพย์ซึ่งไม่ถูกถ่ายทอดส่งต่อ”
“แต่วิชาคะนึงทิพย์นี้อยู่ชั้นบนสุดของศาสตราเซียน หอคอยสยบ
เซียนในส านักข้า”
“แต่ไม่เคยมีผู้ใดไปถึงบนนั้นมาก่อน หากเจ้าขึ้นไปน า ‘วิชา
คะนึงทิพย์’ มาได้ เราจะช่วยเจ้า”
“นอกจากนั้น เสินหวังยังเคยพูดไว้ ว่าผู้ใดไปถึงยอดหอคอยสยบ
เซียน ผู้นั้นจะได้เป็นประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนทันที”
หลังพูดออกไปเช่นนี้ ซูไห่ก็ผ่อนหายใจยาวอย่างโล่งอก
ในที่สุดก็พลิกกลับมารักษาหน้าไว้ได้
สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ ไร้ผู้ใดในภพมนุษย์
ขึ้นถึงยอดหอคอยได้
ยอดฝีมือมากมายในโลกหล้าเคยมาเผชิญมัน แต่ล้วนมิส าเร็จ
นับประสาอะไรกับผู้ฝึกตนต ่าต้อยอย่างเจียงผิงอัน
ซูไห่กล่าวกับเจียงผิงอันอีกว่า “สหายเต๋าเจียงมีความสามารถ
พากเพียรยิ่งนัก เขาจะแก้ปัญหาของเราแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนได้ ถูก
หรือไม่?”
เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ วันนี้ตาเฒ่าผู้นี้จะสั่งสอนเจ้าเองว่าสิ่งใดควร
ไม่ควรพูด
เจียงผิงอันมองออกไปข้างนอก เห็นหอคอยสยบเซียนอัน
เรืองรองแสงทองอร่าม มหาเต๋าหลากไหลล้อมวน ตั้งตระหง่านดั้น
เมฆา ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมยิ่งใหญ่
ศาสตราเซียน รากฐานอันแข็งแกร่งสูงสุดของเผ่ามนุษย์
ศาสตราเซียนครึ่งขั้นในส านักเพียวเหมี่ยว ก็ท าเลียนแบบ
หอคอยเซียนหลังนี้
“การฝึกฝนของข้ายังไม่พอ ข้าปีนมิได้” เจียงผิงอันยอมรับตรง
ๆ
ซูไห่กล่าวยิ้ม ๆ “หอคอยนี้มิได้จ ากัดการฝึกฝน แต่เป็นพลังใจ
และจิตวิญญาณ ปกติแล้วถูกใช้ขัดเกลาพลังใจของเหล่าศิษย์”
“สหายเต๋าเจียงเป็นอัจฉริยะแห่งยุคสมัย ความเพียรล ้าเลิศเกิน
ใคร ข้าเชื่อว่าสหายเต๋าเจียงจะขึ้นถึงยอดได้อย่างแน่นอน!”
“ขอเพียงไปถึงยอดได้ ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์จะสละต าแหน่ง
สหายเต๋าเจียงจะขึ้นสู่อ านาจ แล้วเราจะกวาดล้างพวกหนอนแมลงใน
หอต าราเทียนเต้าด้วยกัน!”
ขณะพูดรัวไม่หยุด ซูไห่ก็มิให้โอกาสเจียงผิงอันปฏิเสธ พาตัว
เจียงผิงอันมายังฐานหอคอยทันที่
หอคอยสยบเซียนมีทั้งสิ้นสิบชั้น และนับแต่หุนหวังสละชีพ ก็มี
เพียงสองคนเท่านั้นที่ปีนขึ้นถึงชั้นเก้า
ผู้อื่นปีนได้อย่างมากก็แปดชั้น หากมาถึงชั้นแปดได้ ก็ประชันชิง
ต าแหน่งประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว
หากคิดจะปีนให้ถึงยอดก็ฝันไปเถอะ เว้นแต่หุนหวังจะคืนชีพ
กลับมา
“ไปเถิด เราจะรอข่าวดีจากเจ้า!”
ซูไห่ผลักเจียงผิงอันเข้าไปทันที่
ผู้อาวุโสทั้งหลายตามเขามา
“เฒ่าเก้า เจ้าจะเปลี่ยนนิสัยหุนหันพลันแล่นของเจ้าได้ยามใด?”
“ในนั้นมีแรงกดดันพลังวิญญาณรุนแรง หากเกิดอะไรขึ้นกับ
เจียงผิงอัน เราจะอธิบายต่อนิกายเทวมารเช่นไร?”
ผู้อาวุโสทั้งหลายจนใจกับการกระท าของซูไห่นัก ไร้ผู้ใดคาดคิด
ว่าเขาจะท าเรื่องเช่นนี้ แต่ก็ยังมีเหตุผล
ซูไห่กล่าวเสียงเรียบ “ใครใช้ให้ก่อนหน้านี้พวกเจ้าไม่ช่วย ข้าจึง
ท าได้เช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ขึ้นถึงยอดมิได้อยู่ดี”
“อยู่เฉย ๆ สนุกอะไร ใช้เมรัยถนอมจิตไหหนึ่งเดิมพันกันดีกว่าว่า
เจ้าหนูเจียงผิงอันจะปีนได้สักกี่ชั้น? เจ้าเด็กนี่พากเพียรดี น่าจะขึ้นถึง
ชั้นห้าได้”
ขึ้นถึงชั้นห้าได้นับแต่ครั้งแรก นับเป็นการประเมินสูงแล้ว
ศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนของพวกเขา ฝึกฝนมาหลายปี ก็ยังมี
ผู้ขึ้นถึงชั้นห้าได้ไม่มาก
หากขึ้นถึงชั้นหกได้ จะกลายเป็นเป้าฝึกฝนหลักของแดน
ศักดิ์สิทธิ์ หากขึ้นถึงชั้นเจ็ด ก็จะเป็นผู้มีสิทธิ์เป็นผู้อาวุโส หากถึงชั้น
แปด ก็สามารถประชันชิงต าแหน่งประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ได้
ผู้อาวุโสรองซูมู่อวิ๋นพลันกล่าวอย่างเคร่งขรึม “เฒ่าเก้า เจ้ารู้
หรือไม่ว่ามีเส้นทางสู่สวรรค์อยู่ในซากโบราณมหาจักรพรรดิ”
“รู้สิ เหตุใดถึงถามเช่นนี้?” ซูไห่ถามอย่างงุนงง
ซูไห่เคยไปยังซากโบราณมหาจักรพรรดิแล้วครั้งหนึ่ง เห็นใคร
หลายคนพูดถึงเส้นทางสู่สวรรค์ ตัวเขาเองก็เคยขึ้นไป แต่ก็ปีนได้แค่
เก้าสิบกว่าชั้น มิอาจขึ้นถึงยอดได้
แรงกดดันจากเส้นทางสู่สวรรค์และหอคอยสยบเซียนไม่
เหมือนกัน แต่ก็คล้ายคลึงกันด้วย
ซูมู่อวิ๋นกล่าวต่อเสียงเข้ม “เช่นนั้น เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจียงผิงอันเคย
พิชิตถึงยอดได้แล้ว?”
“เขาขึ้นถึงยอด? เป็นไปไม่ได้!”
รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของซูไห่ เขาเคยปีนเส้นทางสู่สวรรค์
มากับตัว จึงรู้ว่าการเดินบนนั้นยากเย็นเพียงไร
ตัวเขายังพิชิตมิได้ เจียงผิงอันท าได้เช่นไร?
ยามผู้อาวุโสคนอื่นได้ยินเช่นนี้ พวกเขาเองก็เผยสีหน้าเหลือเชื่อ
ไม่ต่างกัน
“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว” ซูมู่อวิ๋นมองหอคอยสยบเซียนตรงหน้า
“เด็กนี่มีความเพียรสูงล ้า มีโอกาสขึ้นถึงยอดได้จริง ๆ”
สีหน้าของซูไห่แปรเปลี่ยนไปมา “ข้าประเมินเด็กนี่ต ่าไป แต่
เส้นทางสู่สวรรค์ไม่เหมือนหอคอยสยบเซียน นอกจากทดสอบความ
เพียร ยังทดสอบวิญญาณของเขาด้วย”
“ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางถึงชั้นบนสุดได้ น่าจะแค่
ถึงชั้นเจ็ดเท่านั้นแหละ”
ผู้อาวุโสสามพลันถามขึ้น “หากเขาขึ้นถึงยอดได้จริง ๆ เล่า?”
ซูไห่ช าเลืองเขา “ความเป็นไปได้นั้นไม่มีเลย เจ้าคิดว่าเขามีพลัง
ใจของมหาจักรพรรดิหรือ? หรือจะมีพลังวิญญาณเช่นหุนหวัง?”
พวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนยืนยงมาเนิ่นนาน ให้ก าเนิดยอด
ฝีมือเกินนับถ้วน แต่ไม่เคยมีใครบรรลุถึงชั้นสิบได้มาก่อน
การท าเช่นนี้ต้องมีพลังใจสูงส่งเลิศล ้า ขนาดสัตว์ประหลาดเฒ่า
อายุหมื่นปียังปีนไม่ได้ เด็กน้อยอายุเพิ่งเลยร้อยปีอย่างเจียงผิงอันจะมี
ความเพียรมากมายอะไรเพียงนั้น
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะร้ายกาจเพียงไร เขาก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนที่
บรรลุเพียงกฎเกณฑ์ขั้นสาม
หากขึ้นถึงชั้นหกหรือเจ็ดได้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว
“ข้าบอกว่าถ้า” ผู้อาวุโสสามว่า
“ไม่มีถ้าเช่นนั้นหรอก”
ซูไห่โบกมือ ขอให้อีกฝ่ายอย่าพูดอะไรที่ไม่สมจริงเช่นนั้น
ออกมา
แต่ในใจเขา แท้จริงซูไห่กลัวยิ่งว่าจะเกิดเหตุนี้ขึ้นจริง
ขณะพวกเขาเสวนา ร่างอันคุ้นตาก็เดินออกมาจากหอคอย
เซียน
ซูไห่มองเจียงผิงอันเดินออกมา ก็ยิ้มให้ผู้อาวุโสทั้งหลายข้างกาย
“ดูซิ ก่อนหน้านี้ข้าพูดไว้เช่นไร? เขาออกมาแล้ว พวกเจ้าประเมิน
เขาสูงไปมากโข”
เขานึกว่าเจียงผิงอันจะขึ้นได้ถึงชั้นสูง ๆ แต่ดูจะเดาผิดเสียแล้ว
ผ่านไปเดี๋ยวเดียว อีกฝ่ายก็ถูกขับออกมา
ดูซิว่าเจ้าเด็กนี่ยังจะขอให้ช่วยอะไรอีก
แต่ซูไห่ก็ใช่จะไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์ เรื่องนี้ทุกผู้ทราบ
กันดี