สู่วิถีอมตะ - บทที่ 440 บุกสังหารถึงบ้านตระกูลฉางซุน
อันที่จริง การที่เจียงผิงอันมายังหทัยแผ่นดินก็เพื่อเตรียมลอบ
สังหาร ฆ่าคนระบายโทสะ
เขาหรือจะรู้ว่ายามมาจริง เขาจะได้โอกาสขอให้ยอดฝีมือจาก
แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนคุ้มกัน
แน่นอน เจียงผิงอันรู้ว่าการขึ้นเป็นประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน
จะมีผลประโยชน์สูงสุดต่อเขา
แต่ไม่มีใครยินดี
สู้เปลี่ยนมันเป็นโอกาสอารักขา ให้อีกฝ่ายปรีดาเหมือนกันจะ
ดีกว่า
ผู้อาวุโสจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้าย
เดินทางสู่อาณาเขตใกล้เคียงที่ตั้งตระกูลฉางซุน
อันที่จริง เหล่าผู้อาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนเห็นหอต ารา
เทียนเต้าในแง่ลบมานานแล้ว
ในกาลก่อน หอต าราเทียนเต้าเป็นสถานที่ซึ่งปวงชนล้วนถกวิถี
เต๋า ขัดเกลาอัจฉริยะร่วมกัน บางผู้ซึ่งมากปัญญาทุ่มเทแบ่งปันวร
ยุทธ์และทรัพยากรเพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์
แต่ยามนี้ ที่แห่งนั้นอัดแน่นด้วยสารพัดเรื่องอัปรีย์ บรรยากาศ
ย ่าแย่ยิ่งนัก
กาลก่อน หอต าราเทียนเต้ามิได้รับเพียงสายเลือดระดับสูง ผู้ฝึก
ตนทั่วไปก็มาเข้าเรียนได้
ภายหลัง คนกลุ่มหนึ่งซึ่งส าคัญตนเองสูงยิ่งมาเปลี่ยนหอต ารา
เทียนเต้า จนกลายเป็นสถานที่ซึ่งมีเพียงคนจากสายเลือดเซียน
เท่านั้นจึงเข้าศึกษาได้
ดูเจียงผิงอันเป็นตัวอย่าง หอต าราเทียนเต้าถึงกับน าทรัพยากร
ออกมาตั้งค่าหัวเจียงผิงอัน จงใจเล่นงานอัจฉริยะของเผ่ามนุษย์
หากเรื่องนี้ทราบถึงผู้อาวุโสที่ก่อตั้งหอต าราเทียนเต้า ดีไม่ดีเขา
อาจกลับจากภพเซียน ฆ่าล้างลูกหลานเนรคุณพวกนี้เสียก็เป็นได้
ก่อนหน้านี้ ขุมก าลังใหญ่จะส่งอัจฉริยะบางส่วนไปศึกษาในหอ
ต าราเทียนเต้า แต่ภายหลัง พวกเขาไม่ส่งอัจฉริยะของตนเองไปแล้ว
ผู้อาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนเกลียดหอต าราเทียนเต้า แต่มิ
อาจล่วงเกินได้ จึงเมินเฉยกันไป
ยามนี้เมื่อเห็นเจียงผิงอันจะไปหาเรื่องอีกฝ่าย ไม่รู้ท าไม พวกเขา
ก็รู้สึกตื่นเต้นกันขึ้นมาเล็กน้อย
ตระกูลฉางซุนอาศัยอยู่บน ‘ภูเขาจักรพรรดิ’ อันลือนาม
ภูเขาจักรพรรดินี้ เดิมทีเป็นสถานที่ซึ่งมหาจักรพรรดิและยอด
ฝีมือมากมายบรรลุเต๋า ได้รับอิทธิพลจากกฎสวรรค์ เกิดเป็นอ านาจ
เหลือเชื่อในภูเขาลูกนี้
หนึ่งในนั้นคือ ความเร็วการบรรลุกฎเกณฑ์บนภูเขาลูกนี้สูงกว่า
ที่อื่นถึงสามเท่า
ในอดีต มันเปิดกว้างแก่บุคคลภายนอก แต่ภายหลัง ตระกูลฉาง
ซุนยึดครองมัน กลายเป็นพื้นที่ของตระกูลตน
หอต าราเทียนเต้าตั้งอยู่ในดินแดนลับพิเศษในภูเขาจักรพรรดินี้
เอง
วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ท้องนภาแจ่มใสไร้เมฆบัง
สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ เหล่าเวรยามหน้าประตูล้วนมองซ้ายมอง
ขวาอย่างระแวดระวัง
ชั่วกาลนี้ ตระกูลฉางซุนถูกลอบสังหารหลายครั้ง บาดเจ็บล้ม
ตายกันอย่างหนัก
“เจียงผิงอันสมควรตาย อย่าให้เหลาจื่อเจอนะ มิเช่นนั้นได้ถูก
ช าแหละแยกส่วนแน่!”
หนึ่งในเวรยามสบถด่าอย่างเคืองแค้น
อดีตนั้นงานเวรยามเป็นงานแสนง่าย จนกระทั่งไม่นานมานี้ เมื่อ
เจียงผิงอันออกค่าหัวสังหารผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนของพวกเขา
ความตายของยอดฝีมือขอบเขตมหายานสองคน และลูกหลาน
ในตระกูลอีกเกินนับส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพวกเขาตระกูลฉางซุน
ทุกผู้ล้วนอยู่ในอันตราย
โชคยังดี ค่าหัวก าลังจะหมดลง การลอบสังหารจะจบลงในไม่ช้า
“ข้าถึงขอบเขตหลอมสุญตาเมื่อไหร่ จะไปฆ่าไอ้เลวนั่นซะ กล้า
ท้าทายเราตระกูลฉางซุน เขาไปเอาความกล้ามาแต่ใด?”
“ต้องเป็นนิกายเทวมารอยู่แล้วน่ะสิ เขาจะเป็นเจ้านิกายอยู่แล้วนี่”
“เจ้านิกายบ้าบออะไร ผู้น าระดับสูงของนิกายเทวมารสมองมี
ปัญหากันหมดแล้ว ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็จบเห่ ถึงกับให้ขยะมาเป็น
เจ้านิกายได้…”
ก่อนที่ผู้ฝึกตนคนนั้นจะทันพูดจบ โลงหินหลังหนึ่งพลันพุ่งเข้า
มากระแทกร่างของคนทั้งหลายในบริเวณ โลหิตกระฉูดเปื้อนอาภรณ์
ผู้ฝึกตนรอบข้าง ท าให้ทุกผู้ตกใจตามกัน
คนเหล่านี้ปฏิกิริยารวดเร็ว กระตุ้นค่ายกลคุ้มกันทันที่
“ศัตรูบุก! ศัตรูบุก!”
ผู้ฝึกตนในตระกูลฉางซุนมองออกมาข้างนอกอย่างเป็นกังวล
และแล้ว พวกเขาก็เห็นผู้ฝึกตนอันมีปราณแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่ง
เหินเวหาเข้ามา พวกเขาแทบทุกคนแข็งแกร่งสุดขั้ว
สีหน้าของผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“ค่าหัวจะหมดอยู่แล้ว ไฉนจึงยังมียอดฝีมือมามากเพียงนี้?”
“คนตรงหน้านั่นคือเจียงผิงอัน!”
“อะไรนะ เจียงผิงอัน? หรือคนเหล่านี้จะมาจากนิกายเทวมาร?”
ผู้ฝึกตนที่เพิ่งพูดว่าจะฆ่าเจียงผิงอันหน้าซีดด้วยความสะพรึง
ทันที่
“พวกเจ้าจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน มาท าอะไรกันที่นี่!”
หนึ่งเสียงค ารามอย่างเดือดดาลดังออกมาจากในภูเขาจักรพรรดิ
ยอดฝีมือจากตระกูลฉางซุนปรากฏขึ้นตามกัน
ยอดฝีมือเหล่านี้ส่วนใหญ่รู้จักกัน ยอดฝีมือของตระกูลฉางซุน
จึงทราบว่ายอดฝีมือรอบกายเจียงผิงอันล้วนมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์
เสินหุน
ผู้อาวุโสรองซูมู่อวิ๋นเอ่ยหน้าตาย “เราติดหนี้สหายเต๋าเจียง ยาม
นี้จึงมาตอบแทน”
ใบหน้าของยอดฝีมือตระกูลฉางซุนงอง ้า “พวกเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์
เสินหุนคิดลงมือกับเราหอต าราเทียนเต้า? จะเป็นศัตรูกับเราหรือ?”
“อย่าชี้ชาวบ้านมั่วซั่วสิ เราไม่สนใจหรอกว่าสหายเต๋าเจียงจะท า
อะไร เราแค่มาคุ้มกันความปลอดภัยของสหายเต๋าเจียงเท่านั้น”
ผู้อาวุโสเก้าซูไห่กล่าวเนิบ ๆ
ยอดฝีมือตระกูลฉางซุนผ่อนหายใจโล่งอก แม้เห็นได้ชัดว่าแดน
ศักดิ์สิทธิ์เสินหุนมาปกป้องเจียงผิงอัน แต่ก็หาใช่การโจมตีกันตรง ๆ
ไม่
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนถลึงตาจ้องเจียงผิงอัน “เจ้าถึงกับกล้า
มาหาที่ตายถึงหทัยแผ่นดิน!”
พวกเขาคิดหาวิธีจัดการเจียงผิงอันยังไม่ได้ แต่เด็กนี่กลับบ้า
ระห ่าเสียจนมาหากันถึงที่
เจียงผิงอันควบคุมพลังวิญญาณ น าโลงหินที่ขัดอย่างดีร้อยโลง
ออกมาจากแหวนเก็บของมาวางไว้ข้าง ๆ
“ข้าคร้านจะพูดมาก มิใช่พวกเจ้าพยายามฆ่าข้าหรือ? ข้าอยู่ที่นี่
แล้วไง ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ผู้ใดจะมา”
ปล้นพรสวรรค์ของเขา ออกค่าหัวเขามหาศาล ใส่ความสร้าง
ข่าวลือ… ยามนี้เจียงผิงอันเกินค าว่าโกรธไปแล้ว สีหน้าของเขาหามี
อารมณ์ใด
เมื่อเห็นคลื่นพลังกฎเกณฑ์บนตัวเจียงผิงอัน สีหน้าของผู้ฝึกตน
จากตระกูลฉางซุนก็แปรเปลี่ยนในที่สุด
“กฎเกณฑ์ขั้นสาม! มิใช่เขาถูกสาปหรือ? เขาบรรลุกฎเกณฑ์
ขั้นสามได้อย่างไร?”
“หรือค าสาปจะถูกปลดแล้ว?”
เมื่อได้ข่าวนี้ ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนล้วนหนักใจยิ่งนัก
ความน่ากลัวของเจียงผิงอันมิใช่สิ่งที่ผู้ใดจะพรรณนาได้แล้ว
เขาไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน ยากจะพบคู่ต่อกร
ยามคนเช่นนี้ปลดค าสาปได้ ก็เหมือนปลดปล่อยตัวตนบรรพ
กาลอันน่าสะพรึงกลัวออกจากคุมขัง
ผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกันมิกล้ามองเขา ต่างผู้ล้วนเงียบไป
ทุกผู้ทราบว่า แม้เจียงผิงอันจะแค่บรรลุกฎเกณฑ์ขั้นสามได้ไม่
นาน ก็ยังยากยิ่งหากผู้ใดในขอบเขตเดียวกันจะเอาชนะ
เจียงผิงอันเห็นว่าไม่มีใครพูด สีหน้าก็เย้ยหยันดูแคลน
ผู้ฝึกตนของตระกูลฉางซุนล้วนเดือดดาล แต่ก็ยังไร้ผู้ใดกล้าพูด
สักค า
ผู้อาวุโสจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนมองเจียงผิงอันด้วยสีหน้า
ซับซ้อน
เป็นเช่นค าร ่าลือจริงแท้ เจียงผิงอันไม่ตาย ใครจะกล้าอ้างตัวว่า
ไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน
กระทั่งตระกูลฉางซุนอันแข็งแกร่ง ยังไร้ผู้ใดกล้าต่อกร
“หากหนึ่งคนไม่กล้ามา ก็สิบคนเป็นไร” เจียงผิงอันกล่าวเสียง
เรียบ
ยามนี้ เขาต้องการเพียงระบายความคับแค้นใจด้วยการฆ่าฟัน
สายตาของผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนเรืองประกาย
“เจ้าเด็กสามหาว เจ้าวอนหาเรื่องเองนะ!”
“กล้ามาหาเรื่องเราตระกูลฉางซุนถึงบ้าน เจ้าไม่ได้กลับไปแน่!”
“เดี๋ยวเหลาจื่อจะสับเจ้าเป็นชิ้น ๆ เอง!”
ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนซึ่งเดิมมิกล้ามองมาทางเจียงผิงอัน จู่ ๆ ก็
กระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมา
ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาคนแล้วคนเล่าพุ่งออกมา
สีหน้าผู้อาวุโสทั้งหลายของแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนแปรเปลี่ยน
“สหายเต๋าเจียง เจ้าท าเรื่องยุ่งอะไร! พวกเขาตระกูลฉางซุนมี
สายเลือดพิเศษ พัฒนาการฝึกฝนหนึ่งขอบเขตย่อยได้ในช่วงเวลา
สั้น ๆ นะ!”
เจียงผิงอันท้าทายยอดฝีมือสิบคนในคราวเดียว ไม่ต่างกับท้า
ทายยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาสิบคนในหนึ่งศึก
แม้พวกเขาจะรู้ว่าเจียงผิงอันเคยเอาชนะผู้ฝึกตนขั้นปลาย
ขอบเขตหลอมสุญตามาแล้ว แต่นั่นก็คือบุคคลเพียงหนึ่ง ไม่ได้อยู่ใน
ระดับเดียวกับผู้ฝึกตนจากตระกูลใหญ่เช่นนี้
เจียงผิงอันผู้นี้ถูกโทสะบังตาแล้วแน่แท้ มิเช่นนั้นก็คงไม่รู้ฤทธิ์
ตระกูลฉางซุน จึงวางท่าทีใหญ่โตได้เช่นนี้
นี่คือล้างแค้นตรงไหน รนหาที่ตายชัด ๆ!