สู่วิถีอมตะ - บทที่ 441 เจียงผิงอันมาตาย?
“สหายเต๋าเจียง อย่าวู่วามเลย ตระกูลฉางซุนมีภูมิหลังลึกล ้า
บรรลุวิชาลับทรงพลังมากมาย…”
ซูไห่ยังเกลี้ยกล่อมไม่เสร็จ เจียงผิงอันก็เอ่ยขึ้นเฉียบพลันว่า
“หวังว่าผู้อาวุโสทุกท่านจะระวังยอดฝีมือจากอีกฝ่ายไว้ อย่าให้คน
เหล่านั้นลงมือ”
ว่าแล้ว เจียงผิงอันก็เหินไปทันที
“เจ้า…”
ซูไห่อารมณ์เสียมากจนร่างสะท้าน
แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่งมาก แต่การทำเช่นนี้บ้าบอเกินไปนัก
อีกฝ่ายมีกันสิบคน เขาจะเอาชนะได้หรือ?
นี่คือการต่อสู้ตัดสินเป็นตาย มิใช่เด็กเล่นกัน หากไม่ระวังก็
เท่ากับความตาย!
หนึ่งมือวางลงบนบ่าของซูไห่ ซูมู่อวิ๋นพูดขึ้นเบา ๆ “ข้าสัมผัส
โทสะสุดขั้วถูกสะกดไว้ในตัวเจียงผิงอันได้ ต้องระบายมันออกมา”
“หากเกิดอันตรายขึ้นจริง ๆ เราก็แค่ปกป้องเขา”
ซูไห่ผ่อนหายใจทางจมูกอย่างแรง “เจ้าเด็กเจียงผิงอันนี่น่าเป็น
ห่วงนัก ไม่รู้รอดมาจนบัดนี้ได้อย่างไร”
เจียงผิงอันเหยียบเข้าสู่อาณาเขตภูเขาจักรพรรดิ และพบว่า
กฎเกณฑ์รอบข้างพิเศษยิ่งนัก มิติที่นี่หนาแน่นกว่า พื้นดินเองก็
แข็งแกร่งดุจถูกบีบอัด
แต่มันมิใช่การบีบอัด เป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งจน
ยากทำลาย
ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาสิบคนตรงหน้ามองมาที่
เขาอย่างดุดันราวกำลังมองยอดสมบัติ
หากพวกเขาฆ่าเจียงผิงอันได้ ตระกูลก็จะเลี้ยงดูพวกเขาอย่างดี
ให้ทรัพยากรฝึกฝน กระทั่งจะได้พฤกษากระจ่างเต๋ามาฝึกฝนด้วย
ดังนั้น ในสายตาพวกเขา เจียงผิงอันจึงดูไม่เหมือนศัตรู เหมือน
เป็นโอกาสมากกว่า
ตู้ม!
ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนเริ่มกระตุ้นพลังสายเลือด อำนาจรุนแรง
ป่วนวายุพัดโหม
กฎแห่งอัคคี กฎแห่งทอง กฎพสุธา กฎแห่งวารี… อำนาจกฎ
มากมายปรากฏขึ้น เรืองรองรัศมีเจิดจรัส
คลื่นพลังรุนแรงทำให้เป็นการยากที่จะหายใจทั่วท้อง
เจ้าโง่อวดดีเจียงผิงอันจะท้าทายพวกเขาสิบคน น่าหัวร่องอหาย
นัก นี่ต่างอะไรกับเอาหัวมามอบให้กันเปล่า ๆ?
พวกเขาทั้งสิบบรรลุขอบเขตหลอมสุญตาแล้ว ไม่นานก็จะก้าวสู่
ขั้นกลางได้
หากพวกเขาฆ่าเจียงผิงอันไม่ได้ พวกเขาก็ฆ่าตัวตายเถอะ…
ขณะที่พวกเขาเร่งพลังสายเลือดกันอยู่นั้น จู่ ๆ พวกเขาก็สัมผัส
ได้ว่าร่างของพวกตนหนักอึ้งสุดขีด พลังในกายมิอาจโคจร หนึ่งสาย
ตรวนรัดพันไปทั่วกาย
ทั้งสิบล้วนสีหน้าเปลี่ยน
ชั่วกาลแสนสั้นนี้ ขนาดตัวของเจียงผิงอันขยายใหญ่เฉียบพลัน
ใช้หมัดทำลายล้างออกมาทันที
เปรี้ยง!
หมัดของเจียงผิงอันฟาดใส่คนเหล่านี้ พสุธาส่ายไหวเคลื่อน
โคลง เกิดเสียงกึกก้องไปทั่วทั้งภูเขาจักรพรรดิ
แดนดินที่นี่แข็งเสียจนยากทำลาย
เจียงผิงอันค่อย ๆ ยกหมัดขึ้น
สิบบุคคลที่เพิ่งแสดงตัวยากเห็นชิ้นส่วนร่างกาย จะเห็นได้ก็เพียง
แอ่งโลหิตจำนวนมหาศาล พิสูจน์ได้ว่ามีคนตายอยู่ที่นี่
สายลมพัดผ่านเส้นผมของปวงชน ต่างผู้มองภาพตรงหน้าตา
ค้าง
ยอดฝีมือสูงสุดขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาถูกสังหารในพริบตา
พร้อมกันสิบคน…
นี่มันหมัดบ้าอะไรกัน? เหตุใดจึงน่ากลัวนัก? เป็นอำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์หรือ?
ยอดฝีมือทั้งหลายที่นี่ตกใจยิ่งนัก พวกเขาใช้ชีวิตมาเกินนับปี
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นหมัดในขอบเขตนี้น่ากลัวได้เพียง
นั้น
เจียงผิงอันเช็ดเลือดจากมือด้วยสีหน้ารังเกียจ “เตรียมโลงมาเสีย
เปล่าแล้วสิ พวกเจ้าไม่ต้องใช้มันเลย”
กระทั่งซากยังไม่เหลือ จะใช้โลงได้อย่างไร
เหล่าผู้ฝึกตนใกล้เคียงภูเขาจักรพรรดิสัมผัสการเคลื่อนไหวได้
จึงมาตรวจสอบ ยามเห็นสถานการณ์ที่นี่ พวกเขาล้วนตะลึงนิ่งตาม
กัน
“เหตุใดจึงมีคนมาฆ่าคนที่ตระกูลฉางซุนกัน? ยังเป็นเรื่องล่า
ค่าหัวหรือ?”
“น่าจะมิใช่ พวกเขาบางคนเหมือนจะเป็นผู้อาวุโสจากแดน
ศักดิ์สิทธิ์เสินหุนนะ”
“เหตุใดสองฝ่ายจึงกระทบกระทั่งกันได้เล่า?”
ขณะที่คนเหล่านี้กำลังงุนงง ยอดฝีมือจากตระกูลฉางซุนก็แผด
เสียงอย่างเดือดดาล
“เจียงผิงอัน! เจ้าสารเลว! บังอาจฆ่าผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนของ
ข้า!”
การเลี้ยงดูยอดฝีมือเช่นนี้ต้องใช้ทรัพยากรเกินคณานับ แต่แล้ว
ก็ต้องเสียพวกเขาไปสิบคนในคราวเดียว เป็นความเสียหายมหาศาล
เจียงผิงอันยิ้มเย้ย “แล้วไฉนพวกเจ้าฆ่าข้าได้ฝ่ายเดียว แต่ข้าจะ
ฆ่าพวกเจ้าบ้างมิได้เล่า?”
“เจ้ามันตัวอะไร! ควรค่าเทียบเคียงเราสกุลฉางซุนแห่งหอตำรา
เทียนเต้าด้วยหรือ!”
ยอดฝีมือตระกูลฉางซุนเดือดดาลจนร่างสะท้าน
“ข้าเป็นอะไรไม่รู้ แต่พวกเจ้าที่ฆ่าข้ามิได้ เป็นยิ่งกว่าตัวอะไรไม่รู้
เสียอีก!”
โทสะของเจียงผิงอันถูกจุดปะทุด้วยโลหิต ตวาดลั่นออกมาอีก
ครั้ง “มาอีกสิ!”
เสียงนั้นอหังการสะท้านทั่วฟ้า
สายตาของเหล่าผู้ฝึกตนที่มาชมศึกเบิกกว้าง
เจียงผิงอัน?
ปรากฏว่าเขามายังหทัยแผ่นดิน และยังมาเยือนตระกูลฉางซุนถึง
หน้าประตู!
มิใช่พูดกันว่าเขาไร้ประโยชน์ไปแล้วหรือ? เหตุใดจึงมีปราณ
แข็งแกร่งได้เพียงนี้?
ผู้ฝึกตนรอบรู้บางคนพอจะทราบเหตุผลความขัดแย้ง แต่มิคาด
ว่าเจียงผิงอันจะกล้ามาบุกฆ่าคนที่นี่
“ในเมื่อสิบคนไม่กล้าออกมา ก็ยี่สิบ!”
ร่างมโหฬารของเจียงผิงอันยืนกลางเวหาเยี่ยงเทพมาร เผย
ปราณทรงพลังทั่วกาย เส้นผมสีดำพลิ้วไสว
ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนทั้งหลายมองหน้ากัน ไร้ผู้ใดกล้าก้าว
ออกมา
หมัดเมื่อครู่น่ากลัวเสียจนพวกเขาร่างสะท้าน
ผู้ฝึกตนซึ่งพินิจศึกอยู่ล้วนนิ่งงัน
“ตระกูลฉางซุนขลาดเขลาเพียงนี้เลยหรือ? ให้ออกมายี่สิบคนก็
ยังมิกล้า?”
“มิได้พูดกันหรือว่าตระกูลฉางซุนมีรากฐานลึกล ้า ลูกหลานล้วน
เป็นอัจฉริยะ? แต่กลับมิกล้าออกมาลงมือกันเสียนี่”
“ก็ต้องขึ้นกับเผชิญหน้าผู้ใดอยู่ด้วย ต่อหน้าเจียงผิงอัน อัจฉริยะ
ทั้งปวงล้วนแล้วธรรมดา”
ผู้ฝึกตนหลายคนมองเจียงผิงอันด้วยสายตารุ่มร้อน มิคาดฝันว่า
จะได้ประจักษ์ฤทธิ์อัจฉริยะผู้นี้ด้วยตาตนเอง
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดกล้าออกมา เจียงผิงอันก็ส่ายหัวอย่างจนใจ
“ใช้ได้ที่ไหนกัน เช่นนั้นก็ ผู้ฝึกตนขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาห้า
คน กล้าออกมากันหรือไม่?”
“เฮือก!”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้คนมากมายก็สูดหายใจเฮือก
เจียงผิงอันบ้าไปแล้วหรือ?
การท้าทายผู้ฝึกตนขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาห้าคนของ
ตระกูลฉางซุน ต่างอะไรกับท้าทายผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตหลอม
สุญตาห้าคน?
แม้เจียงผิงอันจะท้าทายสวรรค์เพียงไร ก็คงไม่มีทางเอาชนะยอด
ฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาห้าคนได้ในคราวเดียวกระมัง?
นี่มันมิใช่การท้าทายแล้ว หาที่ตายชัด ๆ!
“ทำบ้าอะไรเนี่ยเจ้าหนู? เจ้ายามนี้อยู่เพียงขั้นต้นขอบเขตหลอม
สุญตา ยังแข็งแกร่งไม่พอหรอกนะ!”
ซูไห่เคร่งขรึมสุดขีด
กระทั่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเองในขั้นกลาง
ขอบเขตหลอมสุญตา ก็ยังไม่มีทางท้าทายผู้ฝึกตนระดับสูงกว่าตัวเอง
หนึ่งขั้นย่อยห้าคนจากตระกูลฉางซุนในเวลาเดียวกันได้เลย
หากคู่ต่อสู้เป็นเพียงผู้ฝึกตนไร้สังกัดทั่วไป มิได้บรรลุวรยุทธ์
ระดับสูงสุด ก็ยังพอมีโอกาส
แต่ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนนั้นแตกต่าง พวกเขาล้วนเป็น
ตัวตนชั้นเลิศผู้บรรลุวิชาลับมากมาย มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งสุดขั้ว
เจียงผิงอันอยู่เพียงขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ห่างชั้นสองขั้น
เช่นนี้ จะยังสู้ได้อย่างไร?
“เจ้าวอนตายเองนะ!”
ยอดฝีมือขั้นกลางของเขตหลอมสุญตาห้าคนเหินออกมา
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเช่นเมื่อครู่ พวกเขาจึงชิงกระตุ้น
สายเลือดล่วงหน้า ยกระดับการฝึกฝนของพวกตนสู่ขั้นปลาย
ขอบเขตหลอมสุญตากันก่อน
พวกเขายอมรับว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก ไร้เทียมทานใน
ขอบเขตเดียวกัน กระทั่งรับมือศัตรูข้ามระดับได้
แต่หากจะให้ฆ่ายอดฝีมือห้าคน ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน
ปราณของยอดฝีมือทั้งห้าทำให้ฟ้าดินสั่นสะท้าน รุมจู่โจมเจียง
ผิงอันอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย
ผู้ฝึกตนซึ่งพินิจศึกอยู่ถอนใจส่ายหน้า จบสิ้นแล้ว เจียงผิงอันผู้
เย่อหยิ่งจะเผชิญอุบัติเหตุที่นี่แน่
จริงเช่นนั้น เมื่อห้ายอดฝีมือประสานร่วมมือ เจียงผิงอันก็อยู่ใน
สภาพสะบักสะบอมสุดแสน วรยุทธ์สายแล้วสายเล่าปะทะกาย ย้อม
อาภรณ์แดงฉานด้วยโลหิต
เห็นเช่นนี้ เหล่ายอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนก็สุดจนใจ
เจียงผิงอันผู้นี้โง่งมหรือไร ตัวเองรับไม่ไหว ไฉนต้องท้าทายคน
มากมายเพียงนี้ในคราวเดียวด้วย
ดูเหมือนพวกเขาต้องลงมือกันเสียแล้ว