สู่วิถีอมตะ - บทที่ 442 ความมั่นใจของเจียงผิงอัน
ต่อหน้ายอดฝีมือทั้งห้า เจียงผิงอันมิอาจเอาชนะด้วยกำลังตนได้
จริง ๆ
ในหมู่ยอดฝีมือทั้งห้า พลังต่อสู้ของพวกเขาคนใดล้วนก้าวข้าม
ผู้ฝึกตนชั่วร้ายขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาที่เขาเคยฆ่ามาทั้งสิ้น
แม้ประมือหนึ่งต่อหนึ่ง เจียงผิงอันก็ยังยากรับมือ อย่าว่าแต่ห้าคน
เลย
ห้ายอดฝีมือรุมโจมตีเจียงผิงอัน ทิ้งบาดแผลไว้บนตัวชายหนุ่ม
มากมาย
“ฮ่า ๆ ไอ้หนู ลองบ้าคลั่งอีกสิ!”
“มิใช่เมื่อครู่ยังปากดีอยู่เลยหรือ?”
“ชิ นี่ควรค่าประชันร่างโกลาหลแล้วหรือ? ไปตายซะ!”
เมื่อเห็นว่าเจียงผิงอันเพิ่มบาดแผลอย่างต่อเนื่อง เหล่าผู้อาวุโส
จากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนก็พร้อมลงมือช่วยเหลือเจียงผิงอัน
ทว่าขณะนั้น จิตสัมผัสของเจียงผิงอันส่งวจีดังขึ้นในใจพวกเขา
“ไม่ต้องลงมือ”
“ยังไม่ต้องการความช่วยเหลืออีกหรือ? เจ้าจะตายแล้วนะ!”
ดวงตาของซูไห่เบิกกว้าง
“ตายไปจะมีหน้าที่ไหนให้รักษา พ่ายแพ้ไม่น่าอายหรอก เจ้ามิได้
สู้กับคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันสักหน่อย”
ซูมู่อวิ๋นคิดไปว่าเจียงผิงอันคิดรักษาหน้า จึงไม่ให้พวกเขาลงมือ
ขณะนั้นเอง หมัดของเจียงผิงอันชกเข้าใส่ร่างผู้ฝึกกายาผู้หนึ่ง
เรื่องประหลาดคือ ไร้เสียงสะเทือนแดนดินใด ๆ แต่หมัดของเจียง
ผิงอันชกอีกฝ่ายแหลกเป็นกองเลือดเนื้อในทันที
ยามการโจมตีของคนอื่น ๆ ตามเข้ามา เจียงผิงอันก็หนีหายไป
ทันที
อีกสี่คนสะดุ้งโหยงยามเห็นผู้ฝึกตนคนหนึ่งตกตาย
เกิดอะไรขึ้น?
สัมผัสได้ว่าหมัดของเจียงผิงอันไม่ได้ทรงพลังนัก แต่เหตุใดจึงยัง
ชกคนตายได้อยู่?
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็ชกใส่บ่าผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
บ่าของผู้ฝึกตนคนนั้นยุบตัวสลายแหลก ตามด้วยส่วนอื่น ๆ แพร่
ไปทั่วกายอย่างรวดเร็ว
ผู้ฝึกตนคนนั้นผงะตกใจ รีบร้อนฟื้นฟู แต่ก็ไร้ประโยชน์
“นี่มันพิษ! ยาพิษ! แกสารเลวน่ารังเกียจ ถึงกับใช้พิษด้วย!”
เพียงชั่วครู่แสนสั้น หนึ่งผู้ฝึกตนตกตาย อีกคนบาดเจ็บสาหัสจน
มิอาจต่อสู้ได้ ต้องทุ่มพลังทั้งหมดที่มีไปกับการต้านพิษที่แผ่ซ่านไป
ทั่วกาย
“พิษอะไร ทำไมน่ากลัวเพียงนั้น?”
อีกสามคนล้วนผงะตกใจ กางโล่คุ้มกัน ใช้ศาสตราของตนถอย
ออกห่างไปสู้กับเจียงผิงอันจากระยะไกลกันทันที
พิษคือสิ่งที่ทำให้เจียงผิงอันมั่นใจ กล้าท้าทายห้าต่อหนึ่ง
เสี่ยวชีตื่นขึ้นแล้ว และได้ผสานกับพิษหลิวขาวระดับสูง ทำให้
เสี่ยวชีสร้างพิษที่แข็งแกร่งขึ้นอีกได้
เจียงผิงอันทราบเพียงว่าพิษจะแรงขึ้น แต่มิคาดว่าพิษที่เกิดใหม่
จะสลายสังขารคนได้
หมัดพิษนี้ ไม่รู้พวกเขาจะรับมันไหวหรือไม่
การต่อสู้ดำเนินต่อ
อัสนีหยินประหลาดสีดำ กฎทำลายล้างอันมีอำนาจทะลุทลาย
รุนแรง และพิษร้ายแรงอันแสนพิกล…
พร้อมด้วยวิชาลับมากมาย เจียงผิงอันก็ข้ามขอบเขตสู้ผู้ฝึกตน
มากมายได้โดยไร้ความเพลี่ยงพล ้า ประหนึ่งเป็นเทพสงคราม
ปวงชนทั่วทิศตะลึงงัน
“นี่หรืออัจฉริยะแห่งยุคสมัย เจียงผิงอัน?”
“ต่อหน้าห้ายอดฝีมือซึ่งแกร่งกว่าเขาสองขั้นย่อย เขาก็ยังสู้ได้ไม่
เพลี่ยงพล ้า”
“ตระกูลฉางซุนเตะถูกแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว”
พลังต่อสู้อันเรืองฤทธิ์ของเจียงผิงอันทำให้ปวงชนตกใจ
แต่นี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เจียงผิงอันเร่งอัสนีหยินในกาย เมฆสายฟ้าสีเลือดชวนสะพรึง
ปรากฏบนท้องฟ้า วายุหยินหวีดหวิว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
โครงกระดูกวิญญาณร้ายถูกเรียกมา หลากไหลเข้าจากทั่ว
สารทิศ
“วิญญาณร้าย! เราเรียกวิญญาณร้ายมาได้!”
“อัสนีสีดำ? โลกนี้มีอัสนีเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?”
“เวรเอ๊ย ข้าเกลียดวิญญาณร้ายที่สุดเลย!”
ผู้ฝึกตนมากมายซึ่งชมศึกอยู่ล้วนผงะกับอัสนีสีดำ
ยามเห็นวิญญาณร้ายเข้า พวกเขาก็ขวัญผวาเสียจนรีบลี้ไป
สิ่งนี้พิเศษยิ่ง พวกมันกลืนกินอายุขัยผู้ฝึกตนได้
วิญญาณร้ายจำนวนมากพรั่งพรูเข้าสู่สมรภูมิ กรูกันเข้าหาเจียง
ผิงอันและศัตรูรอบข้าง
วิญญาณร้ายเหล่านี้ไร้ผลกับเจียงผิงอัน สามารถต่อสู้กับพวก
มันได้อย่างเต็มกำลัง
แต่มันทำให้คู่ต่อสู้ทั้งหลายขวัญผวา
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้เล็งเป้าคนผู้หนึ่ง ใช้วิชาดึงดาราและ
ผนึกสรวงตรึงร่างอีกฝ่าย ก่อนจะออกหมัดเข้าใส่
ร่างของอีกฝ่ายสลายเหลวในพริบตา
ศัตรูตกตายไปอีกคน
ขณะมองเจียงผิงอันเก็บเกี่ยวชีวิตศัตรูในสมรภูมิ ซูไห่ก็ถ่ายทอด
กระแสปราณถึงผู้อาวุโสคนอื่น ๆ “พวกเจ้าว่าเจียงผิงอันเป็นมารจริง
ๆ แล้วหรือเปล่า ปราณของเขาพิกลนัก”
ไหนจะปราณมาร ไหนจะอัสนีสีดำ ไหนจะเรียกวิญญาณร้าย
ไหนจะพิษ…
ให้ความรู้สึกราวเจ้าเด็กนี่เกือบจะมีคุณสมบัติคนชั่วพร้อมสรรพ
แล้ว
“เวรเอ๊ย!”
ยอดฝีมือตระกูลฉางซุนเดือดดาลร่างสั่นเทิ้ม
มิคาดเลยว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ยอดฝีมือของตระกูลพวกเขาน่าจะได้ตก
ตายที่นี่อีกหลายคนแน่แท้
ยอดฝีมือผู้หนึ่งพลันยกฝ่ามือ ลอบจู่โจมใส่เจียงผิงอัน
กำแพงพลังวิญญาณแข็งแกร่งพลันปรากฏขึ้นขวางฝ่ามือนี้ไว้
ตู้ม!
ทั้งสองปะทะกัน เกิดเป็นคลื่นปราณแปรปรวนชวนสะพรึง
คลับคล้ายฟ้าดินจะถูกฉีกกระชาก
ยอดฝีมือตระกูลฉางซุนถลึงตามองยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์
เสินหุน “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนด้วย!”
ซูไห่ยิ้มเย้ย “พวกเจ้าเฒ่ายังมีหน้ามาพูดอีก ผู้น้อยสู้กัน ผู้ใหญ่
ลอบโจมตีซ ้า มิน่าเล่าหอตำราเทียนเต้าจึงถดถอย”
กาลก่อน หอตำราเทียนเต้าตอบรับทุกผู้ใฝ่ศึกษา โลกหล้าผู้ฝึก
ตนเต็มไปด้วยศิษย์หอตำราเทียนเต้า
ยามนี้ หอตำราเทียนเต้ากลายเป็นเป้าให้ถ่มถุย
ยามเห็นว่ามีผู้ลอบโจมตี ดวงตาของเจียงผิงอันก็เรืองประกาย
เย็นวาบ “เรื่องที่ข้าชอบที่สุดคือยามยอดฝีมือเช่นพวกเจ้าลงมือนี่
แหละ เพราะข้าจะได้ทำอะไรไม่สนกฎเกณฑ์ได้บ้าง”
ได้ยินเช่นนี้ ยอดฝีมือตระกูลฉางซุนก็เหมือนตระหนักถึงบางสิ่ง
สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยน ตะโกนบอกผู้ฝึกตนที่เหลือ “รีบกลับมาเร็ว
เข้า!”
แต่ก็ยังสายไป
กิ่งหลิวสีขาวกิ่งหนึ่งปรากฏในมือเจียงผิงอัน
ผู้ฝึกตนทั้งหลายคิดว่าเจียงผิงอันจะใช้ยอดสมบัติ พวกเขาจึง
แตกตื่น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายใช้เพียงกิ่งหลิวกิ่งเดียว ความกังวลใน
ใจพวกเขาจึงมลายสิ้น
แค่นี้หรือ?
หนึ่งบุคคลพลันใช้กระบี่โจมตีจากเบื้องหลังเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันรีบหันกลับไปเหวี่ยงกิ่งหลิวอย่างเรียบเฉย แล้วกระบี่
ในมือผู้ฝึกตนคนนั้นก็ถูกตัดขาดง่ายดายราวเต้าหู้
เห็นเช่นนี้ ทุกสายตาก็เบิกกว้างอย่างตกใจ
เป็นไปไม่ได้!
กิ่งหลิวอะไรจะคมได้ขนาดนั้น!
แน่นอน กิ่งหลิวทั่วไปไม่มีทางแข็งแกร่งได้เพียงนี้หรอก แต่นี่คือ
กิ่งจากปีศาจต้นหลิวขาวซึ่งผ่านพ้นทัณฑ์อัสนีสองหน ทะยานถึงภพ
เซียนมาแล้ว!
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ขวัญเสียมากจนอยากเผ่นหนี
เจียงผิงอันหรือจะมอบโอกาสให้พวกเขา เขาเคลือบกฎทำลาย
ล้างไว้บนกิ่งหลิว พุ่งตามไปสะบัดกิ่งหลิวทันใด
ผู้ฝึกตนทั้งสองเปราะบางเช่นเศษกระดาษ ถูกสับเนื้อแยกส่วน
ร่วงโรยจากบนอากาศทันที
เมฆสายฟ้าสีเลือดคลุมฟ้า วายุหยินโหยหวน ร่างของเจียงผิงอัน
ห้อมล้อมด้วยอัสนี ถือกิ่งหลิวซึ่งหยาดหยดโลหิตในมือ ทั่วกายเผย
ปราณโหดเหี้ยม ให้บรรยากาศชวนขนลุกจนปวงชนมิกล้าหายใจ
ยอดฝีมือทั้งห้าซึ่งสูงล ้ากว่าเจียงผิงอันสองขั้นย่อยล้วนตายสิ้น
ปวงชนล้วนพูดไม่ออกอย่างตกใจ
กระทั่งอัจฉริยะที่ประชันกันในหอตำราเทียนเต้ายังไม่ร้ายกาจ
เท่านี้เลยกระมัง?
“มิใช่พวกเจ้าอยากฆ่าข้าหรือ? มิใช่ตั้งค่าหัวข้ากันหรือ? มิใช่จะ
ให้ข้าตายหรอกหรือ? ข้าอยู่นี่แล้วไง เข้ามาสิ!”
เสียงของเจียงผิงอันสะท้อนทั่วภูเขาจักรพรรดิ จิตสังหารในใจ
พรั่งพรูเช่นเพลิงโหม
คนเหล่านี้ทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายหลายต่อหลายครั้งเพื่อ
ประจบเอาใจร่างโกลาหล เขาต้องถูกมือสังหารเพ่งเล็งจนมิอาจอยู่
เป็นสุข ด้วยกลัวจะมีศัตรูมาลอบสังหาร
แรงกดดันเช่นนี้ มีเพียงผู้ประสบมันกับตัวเท่านั้นจึงเข้าใจ
คนพวกนี้คิดว่าตัวเองสูงส่งเกินใคร สถานะตระกูลยิ่งยง จะ
ควบคุมชะตาผู้อื่นเช่นไรก็ได้
แต่เขามิได้เดินตามครรลองชะตาที่คนเหล่านี้จัดสรรให้
อยากให้เขาตายใช่ไหม? งั้นก็ให้พวกเขาตายก่อน!
ปวงชนในตระกูลฉางซุนแสนเคียดแค้นเจียงผิงอัน สารเลว
สมควรตายนี่ทำให้พวกเขาเสียหน้า ทั้งยังเสียผู้ฝึกตนไปมากมาย
พวกเขาตระกูลฉางซุนเคยถูกหยามเพียงนี้แต่ยามใด?
พวกเขาอยากฆ่าเจียงผิงอัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เจียงผิงอันร้ายกาจเกินไป ตัวตนร่วมระดับฆ่าเขาไม่ตาย และยัง
มียอดฝีมือระดับสูงคุ้มกันเขาอยู่ ลงมือมิได้เลย
ผู้อาวุโสตระกูลฉางซุนสั่งการบริวาร “ไปขอความช่วยเหลือจาก
ใต้เท้าซือถูที่หอตำราเทียนเต้า!”