สู่วิถีอมตะ - บทที่ 443 ร่างโกลาหลปราชัย
ยามนี้ ผู้เดียวที่จะหยุดเจียงผิงอันได้ก็คือร่างโกลาหลซือถูหลิง
เฟิง
“อย่าหนีเชียว อีกไม่ช้าเจ้าจะได้ตายอย่างไร้ที่ฝัง!”
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น
ในดินแดนลับของภูเขาจักรพรรดิ ขุมกำลังสูงสุดของเผ่ามนุษย์
และอัจฉริยะเลิศล ้าทั้งหลายกำลังนั่งชมการประลองอัจฉริยะอยู่ใน
ลานประลอง
ขณะนั้น ทุกผู้จ้องมองสมรภูมิตาค้าง ใบหน้าเปี่ยมความตกตะลึง
ไม่อยากเชื่อ
สีหน้าของฉางซุนผิงเจิ้นแข็งค้าง “นี่… เป็นไปไม่ได้ นายน้อย…
พ่ายแล้ว…”
ในค่ายอาคม ณ ลานประลอง ร่างของซือถูหลิงเฟิงเจียน
พังทลาย เห็นกระทั่งหัวใจที่ยังเต้นอยู่ของเขา
แต่ถึงอย่างนั้น ซือถูหลิงเฟิงก็ยังไม่ตาย ดวงตาของเขาเลื่อน
ลอยงุนงง จ้องตรงมาที่บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เหลี
ยงเซียวหงตรงหน้าเขา
“เจ้า… เมื่อครู่ใช้วิชาหมัดอะไร?”
หมัดสุดท้ายของเหลียงเซียวหงทรงพลังสุดแสน ขนาดเขาใช้
อำนาจกลืนกินและพลังโกลาหลยังมิอาจแม้แต่จะหยุดยั้ง
เหลียงเซียวหงเกลี่ยผมตัวเองพลางกล่าวเบาๆ “หมัดจักรพรรดิ”
เมื่อได้ยินวาทะนี้ ยอดฝีมือทั้งหลายใกล้เคียงต่างผุดลุก แผ่
ปราณชวนสะพรึงในตัวกันอย่างเกินควบคุม
“หมัดจักรพรรดิ? หรือจะเป็นวิชาหมัดที่มหาจักรพรรดิสร้าง
ขึ้น?”
“ต้องใช่แน่ ๆ! เมื่อครู่ข้าสัมผัสแรงกดดันพิเศษได้ มิใช่สิ่งที่วิชา
ลับธรรมดาจะมีได้เลย!”
“มิใช่วรยุทธ์นี้ไม่มีการสืบทอดหรือ? เหลียงเซียวหงไปบรรลุมัน
ได้อย่างไร?”
หมัดจักรพรรดิ วิชาหมัดอันทรงพลังสูงสุดในโลกหล้า
มหาจักรพรรดิสังหารบรรพชนจระเข้ บุกเบิกอนาคตของ
เผ่าพันธุ์มนุษย์ จู่โจมสามเขตหวงห้ามด้วยวิชาหมัดนี้
ทว่าวิชาหมัดสุดยอดนี้มิได้สืบทอดสานต่อ ตราบกาลจนยามนี้
เหลือไว้เพียงนาม
แม้จะเหลือเพียงนาม โลกหล้าก็ยังเต็มใจเรียกขานมันว่าวิชา
หมัดอันแข็งแกร่งที่สุดในโลก
แต่ยามนี้ ปรากฏว่าเหลียงเซียวหงอ้างตนว่าบรรลุหมัดจักรพรรดิ
แล้ว!
ปวงชนจะไม่ตกใจได้หรือ?
เหลียงเซียวหงกลายเป็นจุดสนใจของปวงชน ร่างของเขาตั้งตรง
สูงตระหง่าน ทรงพลังเยี่ยงขุนเขา มัดกล้ามปรากฏให้เห็นจาง ๆ ใต้
อาภรณ์เขียว
คิ้วคมเช่นกระบี่ ดวงตาเรืองรองเช่นหมู่ดาว สันจมูกสูง ริมฝีปาก
ได้รูป เผยความทะนงตนจากภายในเช่นราชันผู้สง่างาม
หัวใจผู้ฝึกตนหญิงมากมายเต้นระรัวเกินควบคุม
เมิ่งจิงกำหมัด จ้องมองเหลียงเซียวหงด้วยสายตาเกลียดชัง
นางมิคาดเลยว่าเหลียงเซียวหงจะแข็งแกร่งเพียงนี้ แข็งแกร่งยิ่ง
กว่าร่างโกลาหลเสียอีก
เหลยจั้ง ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเหลยซึ่งอยู่ข้าง ๆ เมิ่งจิงกล่าวเสียง
เข้ม “เด็กนี่ไม่ธรรมดา วาสนาสูงล ้าท้าทายสวรรค์ เจ้าเอาชนะไม่ได้
หรอก”
“ข้ารู้ แต่เจ้าท่อนไม้จะล้างแค้นให้ท่านพ่อข้าแน่”
เมิ่งจิงไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่นางสำเหนียกตนดี กระทั่งซือถูหลิง
เฟิงผู้มีร่างเทวะสิบประการและวิชาลับมากมายยังปราชัย นับประสา
อะไรกับนาง
แต่นางเชื่อว่าเจ้าท่อนไม้จะล้างแค้นให้บิดาของนางได้
เหลยจั้งส่ายหัว “เจียงผิงอันไม่ไหวหรอก บุตรศักดิ์สิทธิ์แดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อผู้นี้บรรลุโอกาส… ยิ่งใหญ่เกินไป”
กระทั่ง ‘หมัดจักรพรรดิ’ ที่สูญหายยังได้มา ต้องเป็นโอกาสอันน่า
สะพรึงกลัวมากแน่ ๆ
อาจกระทั่งได้มรดกของมหาจักรพรรดิมา…
“เจ้าท่อนไม้จะชนะ เจ้าท่อนไม้ไร้เทียมทาน!” เมิ่งจิงกำหมัด เชื่อ
ในเจียงผิงอันเกินกว่าใคร
เหลยจั้งส่ายหัวอย่างจนใจ หลานเขาผู้นี้ถูกความรักบังตาบอด
สนิทแล้ว
เจียงผิงอันอาจปลดคำสาปตัวเองมิได้ด้วยซ ้า จะมาสู้กับอีกฝ่าย
ได้ไฉน?
เหลียงเซียวหงยืนกลางอาคมมิติ มองไปยังอัจฉริยะรอบข้าง
พลางเอ่ยเสียงดัง
“ขณะนี้ หมื่นเผ่าพันธุ์ต่างกำแหง สถานะของเผ่ามนุษย์อยู่ใน
อันตราย ยุคสมัยของเราต้องการผู้นำเพื่อรวมผองมนุษย์เป็นปึกแผ่น
ร่วมกันต่อต้านเผ่าพันธุ์อื่นๆ”
“ข้าเหลียงเซียวหง แม้ไร้สามารถก็ยังอยากเป็นผู้นำที่ว่านี้ แบก
รับภาระของมวลมนุษย์ รับผิดชอบปกป้องเผ่ามนุษย์ ผู้ใดจะ
คัดค้าน?”
เหล่าผู้สืบทอดขุมกำลังหลักทั้งหลายล้วนไม่ยินยอมยิ่ง
แม้พวกเขาจะไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้เหลียงเซียวหงมาชี้นิ้ว
สั่งพวกตน แต่ขณะนี้ ไม่มีใครสู้กับอีกฝ่ายได้เลย
สมญาอัจฉริยะอันดับหนึ่งเป็นได้เพียงของเหลียงเซียวหง หาก
มองในแง่ดี เขาก็จะเป็นผู้นำของเผ่ามนุษย์ในยุคสมัยนี้ด้วย
เมื่อเห็นว่าไร้ผู้ใดพูดจา มุมปากเหลียงเซียวหงก็ยกขึ้น
ขณะนี้ เขาได้ยืนบนแท่นประวัติศาสตร์อารยธรรมของเผ่ามนุษย์
และประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์ในยุคสมัยนี้ก็จะเป็นของเขาเหลียงเซียว
หง
ไม่ว่าเผ่ามนุษย์จะเผชิญอันตรายยามใด ก็จะบังเกิดวีรชนไร้
เทียมทานปรากฏขึ้นแปรกระแสศึก และยามนี้ ผู้เขียนประวัติศาสตร์
ของเผ่ามนุษย์ก็จะเป็นเขาเหลียงเซียวหง
“แย่แล้ว! เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”
ขณะที่ทุกสายตาจ้องมาที่เหลียงเซียวหงนั้นเอง หนึ่งเสียงพลัน
ตะโกนขึ้น
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนผู้หนึ่งตะลีตะลานเหินมาหาฉางซุนผิง
เจิ้น “บรรพชน เกิดเรื่องแล้วขอรับ!”
ความพ่ายแพ้ของซือถูหลิงเฟิงทำให้ฉางซุนผิงเจิ้นรู้สึกแย่สุดขีด
เป็นทุนเดิม ยามเห็นสมาชิกตระกูลโวยวายเข้ามาหา เขาก็ระเบิด
โทสะทันใด
“เจ้าโวยวายอะไร! อย่าทำข้าเสียหน้า!”
ฉางซุนผิงเจิ้นตบหน้าอีกฝ่ายกระเด็นห่าง
ผู้ฝึกตนคนนั้นปลิวไปไกล แต่ก็รีบร้อนเหินกลับมา
“บรรพชน แย่แล้วจริง ๆ ขอรับ! เจียงผิงอันมาแล้วขอรับ!”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘เจียงผิงอัน’ ทุกสายตาก็มองมากันทันที
ผู้คนทั้งหมดที่นี่ล้วนเป็นตัวตน ณ จุดสูงสุดของเผ่ามนุษย์ ย่อม
ทราบว่าเจียงผิงอันคือใคร
เมิ่งจิงซึ่งเพิ่งนั่งลงผุดลุกขึ้นทันที ทิวเขาเบื้องหน้าซึ่งพัฒนา
ยิ่งใหญ่สะท้านกระเพื่อมรุนแรง ใบหน้าเปี่ยมความตื่นเต้นปรีดา
“เจ้าท่อนไม้มาแล้ว!”
นางใช้อัสนีพริบตาหายไปจากที่ทันที
เหลยจั้ง ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเหลยรวดร้าวใจยิ่งยามเห็นท่าทีใจ
ร้อนของเมิ่งจิง
พวกเขาตระกูลเหลยดีกับเมิ่งจิงขนาดนี้ ยังสู้การเอ่ยนามเดียว
ไม่ได้
“เจียงผิงอันสมควรตายนี่ ไฉนจึงยังมีชีวิตอยู่อีก” เหลยจั้งบ่นอุบ
อย่างไม่พอใจ
ขุมกำลังหลายแห่งพอทราบสถานการณ์อยู่บ้าง พวกเขาเหมือน
กำลังชมมหรสพ ในใจตะโกนยุ ‘สู้สิ เร็ว ๆ เลย’
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนละเลียดจิบชาในถ้วย
เขาเห็นว่าหอตำราเทียนเต้าและนิกายเทวมารเกะกะลูกตามา
นานแล้ว ยิ่งสองฝ่ายสู้กันหนักเพียงไรยิ่งดี พินาศไปข้างได้ยิ่ง
ประเสริฐ เขาชอบดูละครเช่นนี้ที่สุด เพราะถึงอย่างไรมันก็ไม่เกี่ยว
อะไรกับแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนของพวกเขาอยู่แล้ว
ฉางซุนผิงเจิ้นกำหมัด ดวงตาเรืองรองด้วยจิตสังหาร “เจียงผิงอัน
ถึงกลับกล้าบุกมาที่หอตำราเทียนเต้า! หรือยอดฝีมือจากนิกายเทว
มารตามเขามากันด้วย?”
เขาไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะกล้ามาคนเดียว
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนคุกเข่าลงร้องว่า “ยอดฝีมือจากนิกาย
เทวมารไม่มา แต่ผู้อาวุโสจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนคุ้มกันเจียงผิงอัน
อยู่ขอรับ!”
“เจียงผิงอันอยู่ที่ตีนเขาจักรพรรดิ เข่นฆ่าผู้ฝึกตนตระกูลเรา
อย่างบ้าคลั่ง ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาสิบคน ขั้นกลาง
ห้าคนก็หยุดเขามิได้! ตายตกกันหมดแล้วขอรับ!”
ผู้ฝึกตนที่มาส่งข่าวเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพรวม
“อะไรนะ!”
เสียงอุทานดังระงม
ถ้วยชาในมือประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนถูกขยี้ป่น ใบหน้าของ
เขาตะลึงจังงัง
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ไฉนพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนจึงมา
พัวพันในเรื่องนี้ด้วย?
เรื่องที่ทำให้ผู้อื่นตกใจก็คือ ปรากฏว่าเจียงผิงอันปลดคำสาปได้
แล้ว และขณะเพิ่งทะลวงสู่ขอบเขตหลอมสุญตาได้ ก็สังหารปวงชน
ไปมากมายในคราวเดียว!
ต้องทราบว่าผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนมีพรสวรรค์พิเศษ นับได้
เป็นตัวตนซึ่งสูงกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างน้อยหนึ่งขอบเขต
การฆ่ายอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาห้าคนได้ในคราว
เดียวนับว่าน่ากลัวนัก
ความเย่อหยิ่งบนใบหน้าเหลียงเซียวหงจางหาย แปรเปลี่ยนสู่
ความเคร่งขรึม
ยามเขาแรกพบเจียงผิงอันในซากโบราณมหาจักรพรรดิ เขาตบ
อีกฝ่ายตายได้ในฝ่ามือเดียว
แต่ยามนี้ ปรากฏว่าอีกฝ่ายเติบโตได้ถึงเพียงนี้ พลังต่อสู้ร้ายกาจ
ทรงพลังยิ่ง
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นศัตรูตัวฉกาจ ต้องถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด
เหลียงเซียวหงจะไม่นึกเสียใจในสิ่งที่เคยกระทำ ก็แค่ฆ่าตัวตนต ่า
ต้อยสักคน หากเขาคิดจะฆ่าก็คือฆ่า ในเมื่อเจียงผิงอันกล้าหยุดเขา
เช่นนั้นก็ต้องตาย!
“เจียงผิงอันบัดซบ! วอนตายซะแล้ว!!”
ฉางซุนผิงเจิ้นผู้เดือดดาลเป็นทุนเดิมยิ่งเดือดโทสะ
แม้จะเป็นพวกเขาตระกูลฉางซุน การเสียยอดฝีมือขอบเขต
หลอมสุญตาสิบห้าคนก็ยังรวดร้าวถึงทรวงยิ่ง และมิอาจฟื้นคืนมาได้
เลยหากไม่ใช้เวลาอีกเป็นร้อย ๆ ปี
ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องฆ่าเจียงผิงอันเสียวันนี้
ทว่า ขณะนั้นเอง เหลยจั้งซึ่งผงะนิ่งไปครู่หนึ่งพลันลุกขึ้น อำนาจ
อัสนีรุนแรงปะทุออกจากร่างทันใด
“ผู้ใดกล้าแตะต้องหลานเขยตระกูลเหลยของข้า!!”
“???”
เหล่าปวงชนตระกูลเหลยคนอื่น ๆ มีเครื่องหมายคำถามบินว่อน
มิใช่เมื่อครู่ผู้อาวุโสใหญ่ยังอุบอิบว่า ‘ทำไมเจียงผิงอันยังไม่ตาย’
อยู่เลยหรือ? ไฉนยามนี้กลายเป็นหลานเขยบ้านเขาเสียแล้วเล่า?