สู่วิถีอมตะ - บทที่ 455 แน่จริงก็อย่าใช้ยอดสมบัติสิ
เจียงผิงอันเยื้องย่างผ่านบรรพตลำธาร ทั่วกายห้อมล้อมด้วย
ปราณมาร ร่างมหึมาข้ามฟ้าดินดุจนายหนึ่งเดียวเหนือสรรพสิ่ง
ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงหมัด กำปั้นของเขาเสียดสีกับอากาศเยี่ยง
ลูกไฟ กระแทกเป็นวงบนร่างบรรพชนจระเข้ รัวกระหน ่าใส่จนกระอัก
เลือด
ปวงชนในสมรภูมิล้วนนิ่งอึ้ง
มิใช่ว่า… พลังกลืนกินของเขาถูกร่างโกลาหลปล้นไปแล้วหรือ?
“เกิดอะไรขึ้น? เจียงผิงอันถึงกับครอบครองพลังกลืนกินทรงพลัง
เทียบเท่าบรรพชนจระเข้ด้วย”
แทบทุกผู้คิดไปว่าเจียงผิงอันจบสิ้นแน่ การเปลี่ยนแปลง
กะทันหันนี้สร้างความหวังแก่เผ่ามนุษย์ซึ่งเดิมสิ้นหวัง
ในทางกลับกัน ความตื่นเต้นของเผ่าปีศาจอันนำโดยเผ่าจระเข้
กลืนสวรรค์ดิ่งวูบถึงก้นบึ้งทันที
เจียงผิงอันแข็งแกร่งอยู่แล้ว หลังได้พลังกลืนกินไป ยามเขาใช้วร
ยุทธ์ก็ยิ่งไร้กังวล
หมัดทำลายล้างถูกใช้ออกมาเป็นครั้งคราว
“สัตว์เลื้อยคลานสมควรตาย! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
บรรพชนจระเข้เดือดโทสะที่พลังซึ่งเดิมเป็นของมันเพียงหนึ่งถูก
ผู้อื่นควบคุมได้ ประหนึ่งเมียรักถูกใครสักคนช่วงชิง
บรรพชนจระเข้ใช้พลังและวรยุทธ์ที่บรรลุมาจู่โจมใส่เจียงผิงอัน
ทว่า เจียงผิงอันซึ่งได้พลังกลืนกินมามีปราณวิญญาณเพียงพอ
จะใช้วิชาต่าง ๆ ได้อย่างไร้คำนึง
ต่อให้บาดเจ็บสาหัส ก็ยังใช้ ‘ทวีคูณอนันต์’ ฟื้นฟูตนเองได้
สองฝ่ายโจมตี กลืนกินพลังของกันและกัน ไม่ว่าฝ่ายใดก็ทำร้าย
กันมิได้ ทำได้เพียงยื้อกันไว้
“บัดซบ! บัดซบ!”
บรรพชนจระเข้อัดอั้นใจยิ่ง นี่เป็นพลังของมันแท้ ๆ แต่มนุษย์ผู้นี้
กลับได้มันไป
หากมิใช่เพราะพลังกลืนกินของเขา เจียงผิงอันผู้นี้คงตายไปแล้ว
แท้ ๆ!
อีกฝ่ายไปได้พลังกลืนกินมาได้เช่นไรกันแน่!
เซี่ยชิงฉวยโอกาสนี้ตะโกนบอกเหล่าทหารมนุษย์ “เพื่อบ้านเกิด
และญาติมิตรเบื้องหลังเรา ฆ่า!”
“ฆ่า!”
เหล่าทหารมนุษย์เปลี่ยนสีหน้า ฟื้นคืนความมั่นใจกลับมา ชัก
อาวุธเปื้อนเลือดเข่นฆ่าปีศาจกันอีกครั้ง
บรรพชนจระเข้แล้วเช่นไร? พวกเขามีเจียงผิงอัน!
มหาจักรพรรดิไม่อยู่ แต่เจียงผิงอันอยู่!
ทะเลบูรพา
ทัพปีศาจสมุทรรุกประชิด ขณะที่ทัพขจัดปีศาจล่าถอยต่อเนื่อง
เฉียนจั้วเห็นบ้านเมืองและผู้คนอยู่เบื้องหลัง มือก็กำหมัดแน่น
จะถอยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ยามนี้ต้องเผชิญหน้าสิ่งที่อยู่
ตรงหน้าเท่านั้น
“หยุดการถอย! พร้อมรับศึก!”
ได้ยินเช่นนี้ ร่างของทหารมากมายสะท้านเกินควบคุม ใบหน้า
ปรากฏรอยยิ้มขื่นขม
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อชักทัพกลับ จำนวนคนหายไปสามในสิบ
หนึ่งบุคคลต้องเผชิญหน้าปีศาจสมุทรร่วมขอบเขตอย่างน้อยสองตน
ในศึกนี้มีโอกาสตายมากกว่าเก้าส่วน ไร้โอกาสชนะใด ๆ ผู้ใด
มาก็ไร้ประโยชน์
“ฮ่า ๆ ดูซิพวกเจ้าจะหนีไปไหนได้!”
ปีศาจสมุทรนับไม่ถ้วนโถมทะยานมืดฟ้ามัวดิน ปราณปีศาจคลุ้ง
บ้าคลั่ง กวนวายุป่วนพิรุณ
แรงกดดันนั้นมหาศาลจนทหารมนุษย์ทุกนามเครียดเขม็ง
ขณะที่สองฝ่ายกำลังจะสู้กันนั้น มิติพลันสั่นสะท้าน เรือเหาะลำ
แล้วลำเล่าข้ามมิติมาปรากฏสู่ทุกสายตา
เหล่าทหารมนุษย์ปรีดา
“กำลังเสริมมาแล้ว!”
ใครบางคนดับหวัง “อย่าดีใจไปนัก เรือเหาะมีแค่ไม่กี่สิบลำ อย่าง
มากก็มีทหารเป็นหลักหมื่น ไม่อาจกระทบสถานการณ์โดยรวมได้
หรอก”
“เจียงผิงอัน! นั่นเจียงผิงอัน! เจียงผิงอันมาแล้ว!”
ไม่อาจทราบว่าใครตะโกนขึ้นก่อน แต่ทุกผู้ล้วนมองไปยังคนผู้
เดียวโดยทันที
ชายผู้นั้นสวมอาภรณ์ดำ ท่าทีผึ่งผาย ใบหน้าเคร่งขรึม ในคู่
เนตรพริบพราวเจิดจรัสนั้นไร้คลื่นอารมณ์ใด สุขุมนิ่งเงียบดุจศิลา
การปรากฏตัวของเจียงผิงอันทำให้ทัพซึ่งเดิมขวัญกำลังใจหด
หายตื่นเต้นในพริบตา
ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่คือผู้เจนสงคราม เคยเห็นเจียงผิงอันเปลี่ยน
กระแสศึก ไร้เทียมทานในหนึ่งขอบเขต สังหารปีศาจสมุทรจนมิกล้า
คืบใกล้บุกรุกมากันแล้ว
การปรากฏตัวของเจียงผิงอันเป็นเช่นเข็มสงบสมุทร ทำให้
อารมณ์ของปวงชนเสถียรตัวทันใด
เฉียนจั้วและยอดฝีมือมากมายมีอารมณ์ซับซ้อนปรวนแปร การ
ปรากฏตัวของเจียงผิงอันน่าอุ่นใจยิ่งกว่ายอดฝีมือทั้งหลายเสียอีก
เมื่อเจียงผิงอันปรากฏตัว ทัพปีศาจสมุทรซึ่งเดิมโถมทะยานเปี่ยม
จิตสังหารพลันชะงักการเคลื่อนไหว
“มิใช่เจียงผิงอันประชันศึกอยู่ที่หทัยแผ่นดินหรือ? ไฉนจึงมาอยู่
ที่นี่ได้?”
“ข้าได้ยินว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่า ใครจะเอาชนะปีศาจร้ายนี่
ได้?”
ปีศาจสมุทรขอบเขตหลอมสุญตาทั้งหลายมีสีหน้าบูดเบี้ยวสุด
ขีด หัวใจเปี่ยมด้วยความกลัว
พวกมันไม่อยากเผชิญหน้าตัวตนชวนขนลุกนี่เลยจริง ๆ
ยอดฝีมือจากเผ่าปีศาจสมุทรตะโกนเสียงดัง “อย่าไปกลัว เจียง
ผิงอันก็แค่เพิ่งบรรลุกฎเกณฑ์ขั้นสาม”
“เราปีศาจสมุทรมีจำนวนมากกว่าพวกเขาตั้งหลายเท่า ไม่ว่า
เจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางฆ่าตัวตนขอบเขตหลอมสุญ
ตาได้หมดหรอก”
“หากใครฆ่าเจียงผิงอันได้ จะได้บำเหน็จเป็นยอดสมบัติหนึ่งชิ้น
และได้รับการฝึกฝนเป็นหลักในเผ่า!”
เมื่อได้ยินว่ารางวัลเป็นยอดสมบัติ ความกลัวในใจเหล่าปีศาจ
สมุทรก็ถูกซัดหาย หลงเหลือเพียงความโลภปรารถนา
“รุมเข้าไปเลย!”
“ฆ่าเจียงผิงอันให้ได้!”
“ยอดสมบัติเป็นของข้า!”
เสียงการต่อสู้ดังก้องกลางนภา การปะทะบังเกิดขึ้นอีกครั้ง
กฎเกณฑ์ทั่วแดนบูรพาส่วนใหญ่สะท้านรุนแรง มิอาจเลี่ยงผลกระทบ
ได้
ปีศาจสมุทรขอบเขตหลอมสุญตานับไม่ถ้วนแห่เข้าใส่เจียงผิงอัน
ราวเสียสติ
ปูแดงก้ามยักษ์ มังกรน ้าเขาคู่ หมึกแปดกร…
เจียงผิงอันนำกิ่งมารสะเทือนสรวงออกมาอย่างเงียบ ๆ
ยามบรรจบกับอวตาร อวตารได้นำกิ่งมารสะเทือนสรวงกับ
ทรัพยากรบางส่วนมาให้เขา
ขณะนี้ ความตื่นเต้นบนใบหน้าปีศาจสมุทรขอบเขตหลอมสุญ
ตามากมายชะงักนิ่ง
มารดามัน! ใช้ยอดสมบัติออกมาแล้ว!
ความคึกคะนองล้นฟ้าของปีศาจสมุทรพลันหดหาย หันหลังเผ่น
หนีกันจ้าละหวั่น
แต่เจียงผิงอันหรือจะให้โอกาสพวกมัน
ร่างของเจียงผิงอันขยายตัว กิ่งมารสะเทือนสรวงในมือขยายขึ้น
ตาม ร่ายรำทั่วท้องนภา
ไม่ว่ากิ่งมารจะฟาดผ่านที่ใด ปีศาจสมุทรก็จะร่างแหลกสาด
โลหิตคลุ้งฟ้า
การเข่นฆ่าเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ
เจียงผิงอันเป็นดั่งเทพมาร เมื่อมียอดสมบัติเข้าช่วยก็ไร้ผู้ใด
หยุดยั้งเทียบเทียมเขาได้ในสมรภูมิขอบเขตหลอมสุญตา
“เจียงผิงอัน! แน่จริงก็อย่าใช้ยอดสมบัติสิ!”
มังกรน ้าเขาคู่ตนหนึ่งที่หนีมาได้แผดเสียงสนั่น เจียงผิงอัน
แข็งแกร่งอยู่แล้ว มีกิ่งมารเพิ่มเข้ามา ใครจะเอาชนะเขาได้?
“แน่จริงก็สู้กันตัวต่อตัวสิ”
เจียงผิงอันใช้ผนึกสรวงตรึงร่างของอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะตวัดกิ่งมาร
ปลิดชีวิต
ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาเหล่านี้ไร้ยางอายนัก รุม
เขาเป็นร้อย ๆ ตน จะไม่ให้เขาใช้ยอดสมบัติได้หรือ?
ไม่บอกให้เขาอย่าขัดขืนไปเลยล่ะ?
หากพวกมันไม่พอใจ ก็ให้พวกมันมอบยอดสมบัติให้ปีศาจสมุทร
ขอบเขตหลอมสุญตาสักตนก็ได้ เจียงผิงอันสนับสนุนอย่างแรงกล้า
เลยด้วย
เพราะถึงอย่างไร เขาก็ชอบเรื่องประเสริฐอย่างส่งทรัพยากรถึงมือ
เขาเช่นนี้อยู่แล้ว
สมรภูมิของเจียงผิงอันในขอบเขตหลอมสุญตาง่ายดายยิ่งนัก
แต่สมรภูมิอื่นมิได้สุขสบายขนาดนี้
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อถอนตัว ความต่างระหว่างทหารมนุษย์
และปีศาจสมุทรถีบตัวสูง ทุกผู้ต้องรับมือการกลุ้มรุมของศัตรู
เจียงผิงอันโยนถุงเก็บสัตว์ภูตหลายสิบใบออกมาทันที แมลงสูบ
โลหิตเก้าวังเวงหนาแน่นบินกรู
ทหารแมลงมีตั้งแต่ขอบเขตสร้างรากฐานถึงแปรเทวะ ครบถ้วน
ทุกขอบเขต
แมลงโฉมใหม่สีแดงตัวแล้วตัวเล่าพุ่งไปยังจุดที่ปีศาจสมุทร
กระจุกตัวอยู่
“ระวัง! นั่นคือแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวง!”
ปีศาจสมุทรตนหนึ่งเตือนเสียงดัง
ปีศาจสมุทรมากมายมองข้ามไป “ข้ากลัวตายละ ของพรรค์นี้
หลัก ๆ แล้วอาศัยเพียงจำนวน สู้ด้วยเดี่ยว ๆ แล้วขยะสิ้นดี แค่บี้ก็ตาย
ง่าย ๆ”
จำนวนของพวกมันปีศาจสมุทรเหนือกว่าอีกฝ่ายมหาศาล แมลง
สูบโลหิตเก้าวังเวงเหล่านี้ส่งผลกระทบถึงพวกมันก็จริง แต่ก็เป็นผล
เพียงเล็กน้อย มิอาจอุดช่องโหว่ได้
ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ทหารแมลงสีแดงตัวหนึ่งพลันระเบิด ล้างปีศาจ
สมุทรใกล้เคียงไปหลายสิบตนในทันที
ปีศาจสมุทรมากมายนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพวกมันทันไหวตัว
ทหารแมลงสีแดงตัวที่สอง สาม สี่ก็พากันระเบิดตาม ๆ กัน…
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงระเบิดดังเลื่อนลั่นทั่วฟ้าดิน ปีศาจสมุทรมากมายแหลก
ระเบิดตายไป
“เกิดอะไรขึ้น!”
“ระวังแมลงสีแดง! พวกมันจะระเบิดตัวเอง!”
ปีศาจสมุทรตนหนึ่งพบลักษณะพิเศษของทหารแมลงสีแดง ร้อง
เตือนออกมาทันที
นี่คือความสามารถที่ได้มายามแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวง
วิวัฒนาการหนที่สาม ระเบิดตนเอง
ก่อนหน้านี้ เสี่ยวจิ่วถามเขาว่าเขาอยากได้ทหารแมลงแบบไหน
เจียงผิงอันบอกว่าพลังโจมตียิ่งแข็งแกร่งยิ่งดี แต่มิคาดคิดเลยว่า
เสี่ยวจิ่วจะพัฒนาทหารแมลงระเบิดมาให้เขา