สู่วิถีอมตะ - บทที่ 456 บุตรมาร
ตู้ม ตู้ม!
แมลงระเบิดตัวเองสีแดงแผลงฤทธิ์ทำลายล้างชวนขนลุก ทำให้
ปีศาจสมุทรทั้งหลายถอยกรูดครั้งแล้วครั้งเล่า
ตามด้วยทหารแมลงโล่เนื้อ ผู้ฝึกตนขนาบข้างทหารแมลงจู่โจม
ร่วมกันเข่นฆ่าปีศาจสมุทร
แม้จะมีทหารแมลงมากมาย ก็ยังมิเพียงพอเปลี่ยนกระแสศึกทั่ว
สมรภูมิ แต่ถึงอย่างนั้น อย่างน้อยที่สุด ก็ยังช่วยแบ่งเบาแรงกดดันไป
ได้บ้าง
ทหารแมลงเพิ่มมาหนึ่งตัว ช่วยชีวิตทหารได้เพิ่มอีกคน
ศึกอันรุนแรงมิได้จบลง สงครามมิใช่เรื่องเล่าเทพนิยาย ชีวิตถูก
เกี่ยวเก็บเช่นต้นหญ้า ซากศพซึ่งเคยมีชีวิตร่วงโรยเช่นสายฝนสู่
พื้นดิน
สองฝ่ายล้วนตาแดงฉาน วิชาลับระดับสูงสุดเรืองรองกลางเวหา
กฎเกณฑ์นับหมื่นปรวนแปรทั่วสรวงอย่างรุนแรง
แม้จะเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างเจียงผิงอันก็ยังเพิ่มบาดแผลอย่าง
ต่อเนื่อง และเพราะเขากวัดแกว่งกิ่งมารสะเทือนสรวงไม่ว่างเว้น ฝ่า
มือของเขาจึงถูกครูดจนเห็นกระดูกขาว
เจียงผิงอันหารู้ไม่ว่าฆ่าศัตรูไปกี่มากน้อย ทราบเพียงว่ามิอาจฆ่า
ศัตรูหมดสิ้นได้เลย พวกมันหนาแน่นสุดลูกหูลูกตาไปหมด
มิอาจทราบว่าต้องใช้เวลาเพียงไร บางทีอาจสองสามเดือนหรือ
นานกว่า แต่เผ่ามารแดนอุดรสุดแสนดีใจยามได้ยินข่าวจากแดน
บูรพา
“ข่าวดี! เจียงผิงอันกลับแดนบูรพาไปแล้ว!”
“ข้าได้ยินจากทางเผ่าปีศาจทะเลบูรพาว่าเจียงผิงอันฆ่าไพร่พล
ฝั่งพวกมันไปอย่างบ้าคลั่ง เผ่าปีศาจสมุทรเสียหายย่อยยับ”
“เจียงผิงอันไม่อยู่ นี่แหละโอกาสล้างแค้นของเราเผ่ามาร!”
“เจียงผิงอันสมควรตายนั่น คิดจริง ๆ หรือว่าเรากลัวเขา? แต่เขา
ก็ชิงเผ่นไปก่อนที่บุตรมารของเราจะลืมตาตื่น มิเช่นนั้นเขาก็มิพ้น
ตายตก”
“เดินทัพเต็มกำลัง จู่โจมนิกายเทวมาร ยึดแถบผาสะบั้นฟ้า!”
เมื่อรู้ว่าเจียงผิงอันอยู่ในแดนบูรพา เหล่ามารก็จู่โจมอีกครั้งอย่าง
เอิกเกริก บุกทะลวงตรงถึงแถบผาสะบั้นฟ้า ก่อนจะพลันชะงักงันไป
ที่แถบผาสะบั้นฟ้า ชายผมดำผู้หนึ่งมองพวกมันด้วยสายตาเฉย
ชา ไร้วาทะใด ๆ
“บัดซบ! มิใช่พูดกันหรือว่าเจียงผิงอันอยู่ในแดนบูรพา!”
เผ่ามารตกใจยิ่งยามเห็นว่าเจียงผิงอันยังอยู่
“นี่น่าจะเป็นอวตารร่างหนึ่งของเจียงผิงอัน อย่าไปกลัว กิ่งมาร
และทหารแมลงของเขาไม่อยู่กับตัวแล้ว จัดการง่ายล่ะทีนี้”
“เจ้าหรือเจียงผิงอัน?”
หนึ่งเสียงอันสุดเย่อหยิ่งถือตนดังขึ้นกะทันหัน
ตัวตนประหลาดซึ่งมีร่างเป็นคน ศีรษะเป็นแพะปรากฏขึ้น
ตรงหน้าหมู่มาร แผ่อำนาจมืดทมิฬแข็งกล้า
ยามมันปรากฏตัว หัวใจเหล่าผู้ฝึกมารระดับต ่าล้วนสั่นสะท้าน
ปราณมารในตัวคลับคล้ายจะถูกสยบนิ่ง ยากจะโคจรเคลื่อนไหวได้
กระทั่งยอดฝีมือยังสัมผัสได้ว่าการโคจรปราณมารในตัวเกิดการ
ติดขัด
นี่คืออำนาจกดข่มของต้นกำเนิดปราณมาร
“บุตรมาร! มันออกจากการเก็บตัวแล้ว!”
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายเทวมาร หลู่ตันหน้าเสีย รีบเตือนเจียงผิง
อัน “บุตรศักดิ์สิทธิ์ระวังด้วย มันเป็นมารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์!”
“มารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์?”
เจียงผิงอันเพิ่งเคยได้ยินคำเรียกนี้เป็นครั้งแรก
สีหน้าของหลู่ตันเคร่งขรึมอย่างยิ่ง “สถานะของมารสวรรค์เลือด
บริสุทธิ์ในเผ่ามาร เหมือนกับร่างโกลาหลต่อเผ่ามนุษย์”
“มารมีต้นกำเนิดจากเขตแดนมารมืดทมิฬ ปราณมารในโลก
หล้าล้วนพัฒนาหลังการตกตายของมารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ตนหนึ่ง”
“ทุกชั่วขณะหนึ่งจะปรากฏมารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ขึ้นในโลก
หล้า พวกมันบรรลุพลังอันมืดมิดสุดขั้วในโลกหล้า เป็นจุดยอดของ
อำนาจมืดทั้งปวง”
การโจมตีโดยปราณมารทั่วไปจะแข็งแกร่งกว่าปราณปกติสอง
สามเท่า ขณะที่ปราณมารของมารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์แข็งแกร่งกว่า
นั้นไปอีกขั้น
“บุตรศักดิ์สิทธิ์น่าจะสัมผัสได้แล้วว่าปราณมารในตัวถูกอีกฝ่าย
ข่มไว้ได้ สู้กับมันก็เหมือนถูกกดขอบเขตลงหนึ่งขั้นย่อย”
ดวงตาของหลู่ตันเรืองประกายริษยาเล็กน้อย หากเขาได้
สายเลือดบริสุทธิ์เช่นนี้มาจะดีสักเพียงไร เขาจะพัฒนาต่อได้อย่าง
แน่นอน
ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัวเล็กน้อย ก่อนจะหันมองบุตรมาร “ดู
ลำบากขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ”
“ลำบากนิดหน่อย?”
ยามหลู่ตันได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน เขาก็แทบกระอักเลือด “นี่
ไม่เรียกลำบากนิดหน่อยแล้ว”
“มารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ตนนี้อยู่ในขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญ
ตา ซ ้ายังมีการกดข่มของพลังมืด ยากนักที่จะมีตัวตนใดในขอบเขต
เดียวกันเทียบมันได้”
“มารเลือดบริสุทธิ์ตนก่อนก็คือมังกรมาร มันเกือบจะบรรลุเป็น
เซียนได้ แต่น่าเสียดายที่ไปเจอนักพรตเสินซวี ถูกอีกฝ่ายสังหารไป
จึงมิอาจบรรลุเป็นเซียน”
“แต่ในยุคสมัยนั้น นอกจากนักพรตเสินซวี ก็ไม่มีใครเป็นคู่มือ
มังกรมารนั่นได้อีก”
หลู่ตันรู้ว่าเจียงผิงอันทรงพลัง หากทั้งสองอยู่ในขอบเขตเดียวกัน
ก็อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้
แต่บุตรมารอยู่ในขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตา และยังมี
สายเลือดระดับสูงสุด กระทั่งฆ่ายอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญ
ตามาแล้ว พลังต่อสู้ร้ายกาจไม่ธรรมดา
มิใช่สิ่งที่ขอบเขตปัจจุบันของเจียงผิงอันจะเอื้อมถึงได้เลย
มารร่างมนุษย์หัวแพะยืนกลางสุญตา ห้อมล้อมด้วยพลังมืดทมิฬ
ดวงตาว่างเปล่ามองลงมายังเจียงผิงอัน
“ข้าได้ยินว่าเจ้าพรสวรรค์ไม่เลว ข้าจะบำเหน็จโอกาสให้เจ้าครั้ง
หนึ่ง คุกเข่าศิโรราบแก่บุตรมารผู้นี้เสียเดี๋ยวนี้ ภายหน้า บุตรมารผู้นี้
เป็นใหญ่ในโลกา ก็จะมีที่สำหรับเจ้าซุกหัวนอน”
เจียงผิงอันหันไปถามหลู่ตัน “ร่างจริงเจ้านี่เป็นแพะหรือ?”
หลู่ตันไม่รู้ความคิดของเจียงผิงอัน ทำไมจึงถามคำถามไร้
ประโยชน์เช่นนี้ออกมา แต่ก็ยังตอบกลับไปว่า “มิใช่แพะ เป็นมนุษย์
หัวแพะต่างหาก”
“น่าเสียดาย กินมิได้”
เจียงผิงอันเสียดายเล็กน้อย สำหรับสิ่งมีชีวิตร่างคล้ายมนุษย์ เขา
หามีความอยากกินไม่ เขานึกอยากลองอยู่เชียวว่ารสชาติของมาร
สวรรค์เลือดบริสุทธิ์เป็นเช่นไร
หลู่ตัน “…”
บุตรมาร “…”
ปวงชน “…”
บ้า บ้าไปแล้วชัด ๆ
นี่คือมารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ ตัวตนสูงสุดในสายเลือดมาร แต่
เจียงผิงอันถึงกับคิดจะกินอีกฝ่าย
สีหน้าหลู่ตันสุดแสนจนใจ บุตรศักดิ์สิทธิ์บรรลุผลงานยิ่งใหญ่
ตั้งแต่ยังอายุน้อยจนเหลิงในฤทธิ์อย่างเห็นได้ชัด ยามนี้ไม่เห็นผู้ใดใน
สายตาแล้ว
ความคิดนี้จะกระทบต่อการเติบโตอย่างยิ่ง
บุตรมารตนนี้ปรากฏตัวได้เหมาะเจาะนัก ให้บุตรศักดิ์สิทธิ์พ่าย
สักครั้ง จะเป็นผลดีต่อการเติบโตมากกว่า
ด้วยพลังต่อสู้ของบุตรศักดิ์สิทธิ์ แม้บุตรมารจะแข็งแกร่งมาก ก็มิ
อาจฆ่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้ง่าย ๆ
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน รอยยิ้มหยันก็ปรากฏบนใบหน้า
บุตรมาร
“เพิ่งเคยเห็นใครบ้าคลั่งได้ยิ่งกว่าบุตรมารผู้นี้ก็ครั้งแรก เจ้าเสีย
โอกาสอันล ้าค่าที่สุดในชีวิตไปแล้ว”
“กล้าสู้กันหรือไม่ ข้าจะทำลายเจ้าในสามกระบวนท่า”
น ้าเสียงของบุตรมารเย่อหยิ่งเกินใคร เป็นความมั่นใจอันมาจาก
สายเลือดอันสูงส่ง
มันเป็นมารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ ชั่วชีวิตนี้ มันย่อมได้โผนทะยาน
บรรลุเซียน
ความปรารถนาที่ผู้อาวุโสมังกรมารพลาดไป มันจะเป็นผู้เติมเต็ม
เอง
เจียงผิงอันค่อย ๆ ย่างเท้า เดินทีละก้าวสู่สุญตาเบื้องบน
อัจฉริยะผู้แข็งแกร่งสูงสุดของสองขุมกำลังใหญ่ยืนหน้าสุด หนึ่ง
เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทวมาร ขณะที่อีกฝ่ายคือบุตรมารแห่ง
เผ่ามาร
ทุกผู้ล้วนมองมายังทั้งคู่
ระหว่างทั้งสอง ผู้ใดแพ้ชนะ ย่อมกระทบขวัญกำลังใจของฝ่าย
หนึ่ง
“บุตรศักดิ์สิทธิ์สู้เขา!”
แม้เหล่าศิษย์นิกายเทวมารจะถูกแรงกดดันกดทับหัวใจ พวกเขา
ก็ยังมีความหวังและให้กำลังใจเจียงผิงอัน
“บุตรศักดิ์สิทธิ์บ้าบออะไร ผู้ฝึกตนอายุแค่ร้อยปี บุตรมารของเรา
เผ่ามารเก็บตนฝึกฝนมานับพันปี จะเอาอะไรมาเทียบบุตรมารของเรา
ได้? บุตรมารสู้เขา!”
ฝั่งมารโห่ร้องเข้าข้างบุตรมาร
ศิษย์นิกายเทวมารตอบโต้ทันที “พวกเจ้าเผ่ามารยังมีหน้ามาพูด
อีกหรือ ฝึกฝนเป็นพันปี บรรลุได้แค่ขอบเขตนี้ ให้เวลาบุตรศักดิ์สิทธิ์
เราพันปี เขาก็คงฆ่ายอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติของพวกเจ้าได้แล้ว!”
บุตรมารจ้องมองเจียงผิงอัน “ข้าหวังว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเช่นคำร ่า
ลือ อย่าให้ข้าผิดหวัง ความไร้เทียมทานนั้นช่างอ้างว้างจริง ๆ”
“ช่วยหยุดโม้เหม็นทีได้หรือไม่? ข้ารีบ” เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ
เขาอยากเห็นจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งถึงเพียงไร
“ฮี่ ๆ อยากรีบไปเกิดใหม่สินะ? นี่จะส่งเจ้าไปเกิดใหม่เอง!”
บุตรมารค่อย ๆ ยกนิ้วขึ้น ปราณมารรุนแรงไร้จุดจบบีบอัดเป็น
นิ้วมือขนาดยี่สิบลี้ ประหนึ่งเสาค ้าสวรรค์ บรรลุพลังอันชวนอึดอัด
เหล่าศิษย์นิกายเทวมารเผลอตัวกำอาวุธกลั้นหายใจ แรงกดดัน
จากอำนาจมืดระดับสูงเช่นนี้ทำให้พวกเขาถูกกดดันเหลือแสน
นี่คือพลังที่หนึ่งตัวตนในขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาใช้ได้จริง
ๆ หรือ?