สู่วิถีอมตะ - บทที่ 457 ความปรารถนาในใจเจียงผิงอัน
“องคุลีมารสวรรค์! อำนาจศักดิ์สิทธิ์!”
“เป็นไปได้เช่นไร!”
เมื่อเห็นนิ้วยาวยี่สิบลี้นั้น สีหน้าเหล่าผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมาร
ล้วนแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
องคุลีมารสวรรค์เป็นหนึ่งในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเผ่ามาร
อำนาจศักดิ์สิทธิ์คือชื่อเรียกวรยุทธ์สูงสุดในภพมนุษย์ เนื่องจาก
เปลืองพลังและมหาศาลและต้องใช้เคล็ดพลังเข้าร่วมด้วย จึงสามารถ
ใช้ได้เพียงยามบรรลุขอบเขตบูรณาการแล้วเท่านั้น
บุตรมารตนนี้ใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ขณะอยู่ในขั้นกลางขอบเขต
หลอมสุญตาได้อย่างไร?
“เป็นองคุลีมารสวรรค์จริง ๆ แต่ไม่มีอำนาจเคล็ดพลัง พลังมิได้
ร้ายกาจเท่าอำนาจศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง”
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารผู้หนึ่งประจักษ์ว่า แม้นี่จะเป็นอำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์ แต่มันหามีเคล็ดพลังเช่นอำนาจศักดิ์สิทธิ์ควรมีไม่
แต่ถึงจะไร้เคล็ดพลัง พลังทำลายล้างของมันก็ยังชวนขนลุก
มิใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนขอบเขตนี้จะขัดขืนไหว
“ไป!”
บุตรมารยกนิ้วขึ้นชี้เจียงผิงอัน
หนึ่งองคุลีรวนนภา กวนจักรวาล
องคุลีมารมหึมายี่สิบลี้นี้กระแทกลงใส่เจียงผิงอัน กฎเกณฑ์เลี่ยง
หลบ สุญตาพังทลาย วายุโหยหวนในรัศมีสามร้อยจั้งขณะเคลื่อน
ผ่าน ประหนึ่งเรืองฤทธิ์พิชิตเหนือหล้า
เจียงผิงอันประหลาดใจเล็กน้อย คลื่นอำนาจของการโจมตีนี้มิได้
ด้อยไปกว่าหมัดทำลายล้างเลย
เขากำหมัด ลวดลายอักขระคนเถื่อนไต่ไปทั่วกาย เพิ่มความ
แข็งแกร่งของเขาสองเท่าตัว ใช้งานวิชาเทียมเทพสงครามขั้นสี่ที่เพิ่ง
ได้เรียน เพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นห้าเท่าตัว
ต่อหน้าองคุลีชวนสะพรึงนี้ เจียงผิงอันมิได้เลี่ยงหลบ แต่โจมตีมัน
ตรง ๆ
ตู้ม!
องคุลีมารสวรรค์มหาศาลระเบิดแหลก พลังมืดชวนสะท้าน
กระจายตัวฉีกกระชากสุญตา เมฆาดำทะมึนบนฟ้าถูกขยี้ไม่
หลงเหลือไปทันที
เจียงผิงอันยืนกลางสุญตา ไร้การเคลื่อนไหว เส้นผมดำพลิ้วไสว
ร่ายรำ
ขณะมองหมัดที่เจ็บเล็กน้อย เจียงผิงอันก็พยักหน้า “ไม่เลว วิชา
นี้แข็งแกร่งมาก”
ทุกดวงตาเบิกกว้าง เจียนกระเด้งหลุดจากเบ้า
นี่เรียกไม่เลว? นี่คือองคุลีมารสวรรค์เลยนะ!
เหตุผลที่พวกเขาอารมณ์หลุดการควบคุมได้ขนาดนี้ก็เพราะ
เจียงผิงอันรับการโจมตีนี้ไว้ได้! ซ ้ายังทำได้ง่าย ๆ เสียด้วย
ความถือดีบนใบหน้าบุตรมารหน้าแพะหายลับสิ้นร่องรอย เหลือ
เพียงความขุ่นมัวเครียดขรึม
เจียงผิงอันผู้นี้ มิได้แข็งแกร่งอย่างอวดอ้าง
ต่อให้เผชิญหน้าองคุลีมารสวรรค์ได้ ก็ไม่มีทางที่เขาจะรับมันได้
ง่าย ๆ เช่นที่เห็น
“เจ้ายังมีโอกาสอีกสองหน”
เวลาการฝึกฝนของเจียงผิงอันแสนสั้น เจนครรลองน้อยนิด เขา
จึงต้องประจักษ์วิชาระดับสูงสุดสารพัดแขนง เพื่อที่ภายหน้าจะได้
เลี่ยงการเผชิญแต่ไม่รู้จัก กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปได้
ดวงตาของบุตรมารเปลี่ยนสีเป็นแดงเลือด จ้องตรงมาที่ตาของ
เจียงผิงอัน
จิ้งจอกเก้าหางจี้เฟยพลันนึกถึงบางสิ่งได้ สีหน้าของนาง
แปรเปลี่ยนมหันต์ “อย่ามองตามัน นี่คือเนตรมาร สามารถปลุกเร้า
สันดานดิบในตัว ทำให้คนตกสู่วิถีชั่วร้าย!”
เผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางก็เป็นหนึ่งในเผ่ามารแต่นานมา ทราบ
ความลับเกี่ยวกับเผ่ามารมากมาย
เนตรมารเป็นพลังวิญญาณแขนงหนึ่ง แตกต่างจากวิชาโจมตี
ทั่วไป การโจมตีเช่นนี้มิอาจหยุดยั้งได้
เพราะวิชานี้มิใช่การโจมตีอย่างแท้จริง แต่เป็นการชักนำ เสริม
ความคิดชั่วร้ายและความปรารถนาในใจคน
ในโลกหล้าไร้ผู้ใดสมบูรณ์แบบ ทุกผู้ล้วนมีความคิดชั่วร้ายและ
ความยึดติดในใจของตน
นารี สถานะ เงินตรา อำนาจ อายุขัย… ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิต ก็มิ
อาจอยู่ได้โดยไร้ความคิดเหล่านี้
เนตรมารสามารถขยายความปรารถนาเหล่านี้ได้อย่างไร้จำกัด
ทำให้ผู้ฝึกตนผู้เปี่ยมคุณธรรมทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย
เหล่านี้ จึงตกสู่วิถีมาร
เช่นหากเป้าหมายของผู้ฝึกตนคนหนึ่งคือทะลวงสู่ขอบเขตถัดไป
แล้วมาต้องเนตรมารเข้า ผู้ฝึกตนคนนี้ก็จะปล้น ฆ่า ช่วงชิงเพื่อให้
ทะลวงขอบเขตนี้ไปได้…
สีหน้าเฉยชาของเจียงผิงอันค่อย ๆ แปรเปลี่ยน คิ้วของเขาขมวด
แน่นราวกำลังสะกดบางสิ่ง
เขาพยายามสะกดความปรารถนาในใจอย่างสุดชีวิต แต่ก็มิอาจ
รั้งมันไหว ความปรารถนาเพิ่มพูนอย่างบ้าคลั่ง ราวจะกลืนกินหัวใจ
เขาไปทั้งดวง
“ไร้ผู้ใดหยุดเนตรมารได้ บุตรศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าจะกลายเป็นทาส
สันดานดิบของตัวเองในไม่ช้า”
รอยยิ้มลำพองปรากฏบนใบหน้าแพะของบุตรมาร
การทำเช่นนี้มิต่างจากทำลายบุตรศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเทวมาร
เพิ่มคนชั่วช้าแก่พวกเขาเผ่ามนุษย์มาอีกคน
ร่างของเจียงผิงอันสะท้าน เส้นผมสีดำพลันหงอกขาว ปราณลี้
ลับชวนขนลุกโอบล้อมร่างของเขา ชวนให้รู้สึกขนลุกขนพอง
เห็นเช่นนี้ สีหน้าของเฉียนฮวั่นโหรวก็แปรเปลี่ยน “จบสิ้นแล้ว”
เยี่ยอู๋ฉิงได้ยินเฉียนฮวั่นโหรวพูดเช่นนี้ก็กำกระบี่ในมือ อารมณ์
ของเขาดิ่งสู่ก้นเหว
ลูกพี่จะกลายเป็นคนชั่วไปหรือ?
แต่ลูกพี่จะเป็นเช่นไร เขาก็จะติดตามอีกฝ่ายเสมอ จะทำทุกสิ่งที่
ลูกพี่บอกให้เขาทำ ต่อให้จะต้องเป็นศัตรูกับความยุติธรรมและปวง
ชนก็ตามที
“บุตรศักดิ์สิทธิ์!”
ขณะที่สมาชิกระดับสูงของนิกายเทวมารจะเข้าช่วยเหลือเจียงผิง
อัน ยอดฝีมือจากเผ่ามารก็เข้าขวางไว้ทันที
“จุ๊ ๆ จะรีบไปไหน?”
ยอดฝีมือเผ่ามารแมงมุมหน้ามนุษย์แค่นหัวเราะ
“การต่อสู้ของผู้น้อย ผู้ใหญ่ไม่ควรเข้าแส่สิ”
ยอดฝีมือมารแมลงพันขากล่าวยิ้ม ๆ
แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังห่างชั้นกับบุตรมารของ
พวกมันอยู่
จิ้งจอกเก้าหางจี้เฟยตะโกนบอกเจียงผิงอันอย่างร้อนใจ “อดทน
ไว้ อย่าถูกความปรารถนาควบคุมนะ!”
ยอดฝีมือเผ่ามารกล่าวอย่างดูแคลน “หากสรรพชีวิตต้านความ
ปรารถนาได้ โลกหล้าคงสงบสุขไปนานแล้ว”
ความแตกต่างสูงสุดระหว่างสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตก็คือ สิ่งมีชีวิต
มีความปรารถนา
และเนตรมารก็ขยายความปรารถนานั้นอย่างไร้จำกัด สรรพสิ่ง
จึงทำทุกวิธีการเพื่อให้บรรลุประสงค์นี้
เมื่อเห็นเจียงผิงอันใจลอย บุตรมารก็ฉวยโอกาสใช้องคุลีมาร
สวรรค์โจมตีอีกครั้ง
เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้น เส้นผมขาวทิ้งตัวสยาย เผยใบหน้าเฉยชา
เด็ดเดี่ยว
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าความปรารถนาลึกสุดของข้าคือสิ่งใด?”
เจียงผิงอันเงื้อหมัด ฟาดขยี้องคุลีมารสวรรค์ในหมัดเดียว
“สิ่งที่ข้าปรารถนาที่สุดคือปกป้องผู้คนรายล้อมข้า ดังนั้นพวก
เจ้าที่เป็นภัยต่อผู้คนรายล้อมข้าต้องตาย!”
จิตสังหารบ้าคลั่งระเบิดออกจากร่างของเจียงผิงอัน เส้นผมขาว
พลิ้วไสว
เมื่อประจักษ์แก่จิตสังหารรุนแรงจากเจียงผิงอัน หัวใจหมู่มาร
ล้วนสะท้าน รู้สึกพรั่นพรึงขวัญเสีย
การโจมตีน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เจียงผิงอันกลับทำลายมันได้ง่าย
ๆ
คนผู้นี้แข็งแกร่งเพียงไหนกัน?
โหดฉิบหาย! เนตรมารสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาแล้วตนหนึ่ง!
เจียงผิงอันจ้องมองบุตรมารอย่างเย็นชา “ดูเหมือนเจ้าจะไร้ลูกไม้
โจมตีอื่นแล้ว เช่นนั้นก็ตายได้แล้ว”
ร่างของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนสู่อัสนี ไหวกายมาตรงหน้าบุตร
มาร
ม่านตาของบุตรมารหดตัว
คนผู้นี้แข็งแกร่งสุดขั้ว เขาสู้ด้วยตรง ๆ มิได้ ต้องถอยเท่านั้น!
บุตรมารใช้อำนาจมืด ตั้งใจใช้มันสะกดปราณมารในตัวเจียงผิง
อัน
แต่บุตรมารก็ต้องรู้สึกเหลือเชื่อเมื่อเจียงผิงอันหาได้มีผลกระทบ
ไม่!
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าใช้ปราณมารอยู่แท้ ๆ จะไม่ถูกอำนาจมืดของ
เลือดบริสุทธิ์กระทบได้อย่างไร!”
เว้นแต่… เจียงผิงอันก็มีสายเลือดมารสวรรค์บริสุทธิ์เช่นกัน!
บุตรมารตกใจยิ่ง มันไม่มีเวลาให้มัวคิด ยกมือขึ้นรับการโจมตี
ของเจียงผิงอัน ใช้พลังของอีกฝ่ายช่วยส่งตัวถอยออกมา
ความคิดของบุตรมารนั้นดียิ่ง แต่เขาประเมินความแข็งแกร่งของ
เจียงผิงอันต ่าเกินไป
เจียงผิงอันออกหมัดหนึ่งออกไป หนึ่งเสียงเลื่อนลั่น แล้วโลหิตสี
ดำก็สาดกระเซ็น
บุตรมารร่างระเบิดทันที
อักขระยันต์แห่งชีวิตวูบไหว แล้วร่างของบุตรมารก็หวนคืน
ยันต์ตัวตายตัวแทน
เจียงผิงอันซ ้าออกไปอีกหมัด ร่างบุตรมารระเบิดอีกครั้ง
หนนี้ บุตรมารมิได้ถูกคืนชีพ ของมีน้อยหายากอย่างยันต์ตัว
ตายตัวแทน มีสักแผ่นก็ประเสริฐแล้ว
หากเป็นผู้สืบทอดขุมกำลังใหญ่ของเผ่ามนุษย์ อาจมีผู้ถือครอง
ยันต์ตัวตายตัวแทนมากกว่าหนึ่งแผ่น
ทุกสิ่งเกิดขึ้นไวยิ่งนัก ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าหมู่มารจะจางหาย
บุตรมารก็ตกตายสนิทไปแล้ว
ปวงชนทุกนามต่างนิ่งค้าง
สองหมัด… ประหารบุตรมารในสองหมัด
หากไม่มียันต์ตัวตายตัวแทน ก็หมัดเดียวจบ!
เหตุนี้ทำให้ปวงชนเกิดมายาไปว่าบุตรมารหาแข็งแกร่งไม่
ทว่า องคุลีมารสวรรค์ที่บุตรมารใช้ออกมาพิสูจน์แล้วว่ามันน่า
กลัวมากจริง ๆ
ทว่า…
ปวงชนมองชายผมขาวซึ่งยืนกลางเวหาอย่างใจลอย
พวกเขาคลับคล้ายเห็นความเกรียงไกรของเทพมารบรรพกาล
และมหาจักรพรรดิทับซ้อนอยู่ราง ๆ
กระทั่งบุตรมาร มารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ผู้แข็งแกร่งยังถูกสังหาร
ในพริบตา!
“ข้าถึงได้บอกไงว่าจบสิ้นแล้ว”
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัวน้อย ๆ
นางเคยเห็นมากับตาแล้วว่าเจียงผิงอันผู้ถูกย้อมขาวแข็งแกร่ง
เพียงไร เป็นตัวตนซึ่งมหาจักรพรรดิยามเยาว์มิอาจหยุดยั้งได้
เยี่ยอู๋ฉิง “…”
ปรากฏว่าที่จบสิ้นคือบุตรมาร เขาก็นึกไปว่าลูกพี่จบสิ้นแล้วเสีย
อีก