สู่วิถีอมตะ - บทที่ 459 แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อซึ่งถูกกีดกัน
“เจียงผิงอัน?”
คิ้วของเหลียงผิงขมวดแน่น ใบหน้าสุดแสนงุนงง “เจียงผิงอัน
ทำไม? เขาให้ผลประโยชน์อะไรกับขุมกำลังพวกนี้?”
“มิใช่ให้ผลประโยชน์อะไรหรอก”
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อสูดหายใจลึก ๆ ราวอยากจะสงบ
อารมณ์ในใจ
“เจียงผิงอันบดขยี้ปีศาจสมุทรขอบเขตหลอมสุญตาไปครึ่งหนึ่ง
ในทะเลบูรพา ขัดขวางบรรพชนจระเข้ไว้ในเทือกเขาไร้สิ้นสุด และใน
แดนอุดร เขาสังหารบุตรมาร มารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ลงได้”
ยามเขากล่าวถึงตอนท้าย น ้าเสียงของเขาแปรเปลี่ยน เจือเสียง
สั่นเล็กน้อย
ดวงตาของเหลียงผิงเบิกกว้าง ใบหน้าปรากฏความเหลือเชื่อ
“มิใช่…”
เขาอ้าปากจะพูดบางสิ่ง ทว่าเมื่อนึกถึงพลังต่อสู้ของเจียงผิงอัน
ขึ้นมา เขาก็เปลี่ยนไปกัดฟันกล่าว “เรื่องเช่นนี้ บุตรข้าก็ทำได้
เหมือนกัน!”
ยามเหลียงผิงกล่าวถึงตรงนี้ น ้าเสียงของเขามิได้ชัดเจน เห็นได้
ชัดว่าหามั่นใจไม่
เลิกพูดถึงว่าบรรพชนจระเข้เป็นตัวตนแข็งแกร่งชวนสะพรึงเช่น
ไรไปก่อน ว่าถึงบุตรมาร มารสวรรค์สายเลือดบริสุทธิ์ลำพังก็น่ากลัว
มากแล้ว
มารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ตนก่อนหน้าคือมังกรซึ่งเกือบบรรลุเป็น
เซียนได้
มารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์เป็นตัวตนซึ่งต่อสู้ทัดเทียมร่างโกลาหล
ได้ แม้บุตรเขาเหลียงเซียวหงจะเอาชนะร่างโกลาหลมาแล้ว แต่นั่น
เป็นเพียงชัยชนะฉิวเฉียด ชนะได้เพราะวรยุทธ์
หากให้สู้กันจริง ๆ บุตรเขาเหลียงเซียวหงอาจฆ่าร่างโกลาหล
มิได้
แต่เจียงผิงอันกลับฆ่าบุตรมารลงแล้ว
การจะทำเช่นนี้ได้ หมายความว่าความแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน
ต้องสูงกว่าบุตรมารมากนัก
“ข้ายังพูดไม่จบ” ผางเหิง ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อกล่าว
เสียงเข้ม “ศึกทั้งสามเกิดขึ้นพร้อมกัน”
“อะไรนะ! เกิดขึ้นพร้อมกัน! เจ้านี่สู้สามสมรภูมิในคราวเดียว ตัว
ประหลาดหรือไร!”
เหลียงผิงมิอาจสะกดอารมณ์ไว้ในอกได้อีก
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมแขกเหรื่อในงานเลี้ยงจึงจรจากกัน
กะทันหัน
สามร่างของเจียงผิงอัน แต่ละร่างล้วนมีพลังต่อสู้ระดับอัจฉริยะ
สูงสุด ต่อสู้แยกกันได้!
ขณะที่บุตรเขาเพิ่งทำได้แค่ทำให้หัวหน้าเผ่าน้อยของเผ่าอีกา
ทองสามหัวถอยร่นไป เจียงผิงอันก็ฆ่าบุตรมาร ขวางบรรพชนจระเข้
ไว้…
ความต่างชั้นนี้มิใช่ธรรมดา
ยามขุมกำลังหลักเห็นว่าเจียงผิงอันผิดมนุษย์เพียงนี้ พวกเขาก็
เริ่มดีดลูกคิดในใจกันทันที
หากเจียงผิงอันมิได้เติบโตก็ว่าไปอย่าง แต่ยามใดเขาเติบโต เขา
จะเป็นนักพรตเสินซวีคนต่อไปอย่างแน่นอน!
ทุกผู้ทราบว่าพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อมีความขัดแย้งกับ
เจียงผิงอัน และต้องเลี่ยงพวกเขาไปก่อนชั่วขณะหนึ่ง
เหลียงผิงพลันรู้สึกว่างานเลี้ยงของพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เทียน
เจ๋อเหมือนกลายเป็นเรื่องน่าขัน
แค่ขับไล่เผ่าอีกาทองสามหัวไปได้ พวกเขากลับอวดโอ่เอิกเกริก
จัดงานเลี้ยงฉลอง
ขณะที่ศัตรูใดที่เจียงผิงอันเผชิญ ล้วนเหนือชั้นกว่าอีกาทองสาม
หัวมากนัก
เทียบกันแล้ว พวกเขาเหมือนจำอวดข้างถนนไม่มีผิด
“ท่านพ่อ ท่านประมุข”
เหลียงเซียวหงเดินเข้ามา ใบหน้าของเขาซีดขาว ร่างสิ้นจิต
วิญญาณเช่นกาลก่อน
เห็นได้ชัดว่าเขาก็ทราบเรื่องของเจียงผิงอันแล้วเช่นกัน
เหลียงผิงกลัวว่าความไร้เทียมทานของบุตรตนจะถูกกระทบ จึง
รีบปลอบใจ “ลูกพ่อ เจ้าอย่าคิดมากเลย”
“เจ้าแตกต่างจากเจียงผิงอัน เจ้ามีมรดกของมหาจักรพรรดิ ไม่
ช้าก็เร็ว เจ้าก็จะบรรลุถึงจุดสูงสุด เจียงผิงอันนั่นสร้างขอบเขตของ
ตัวเอง มิอาจไปไกลได้เลย เบิกสามขอบเขตได้ก็สุดสามารถแล้ว”
หากไม่พูดออกมาก็แล้วไป แต่พอพูดออกมา เหลียงเซียวหงก็ยิ่ง
รู้สึกอัดอั้นในใจ
สร้างขอบเขต เดินบนเส้นทางของตนเอง โลกนี้มีทำได้สักกี่คน?
นับแต่บรรพกาล มีเพียงสามเท่านั้น
มหาจักรพรรดิ ราชันศักดิ์สิทธิ์ นักพรตเสินซวี
ผู้ใดบ้างมิใช่ตัวตนผู้เลิศล ้าเจิดจรัสในหนึ่งยุคสมัย?
แม้เจียงผิงอันจะสร้างได้เพียงสามขอบเขต แต่จะมีสักกี่คนทำได้
เช่นเขา?
ไม่เลย โลกนี้ไม่มีเรื่องเช่นนั้น
“ท่านพ่อ ข้าจะออกเดินทางตามรอยจักรพรรดิต่อไป”
เหลียงเซียวหงรู้ว่าหากสู้กับเจียงผิงอัน เขาไม่มีทางชนะแน่ จึง
ต้องขัดเกลาตัวเองอีกครั้ง
เหลียงผิงรำพึง “ข้าจะให้ผู้อาวุโสของสำนักไปคุ้มกันเจ้า…”
“อย่า! ครั้งนี้ข้าจะไปลำพัง”
เหลียงเซียวหงผู้มีสีหน้าเด็ดเดี่ยวหันกายจากอย่างอาจหาญ
หากเขามีผู้คุ้มกัน ต่อให้รอดชีวิต เขาก็จะต้องมาตายด้วยมือ
เจียงผิงอันอยู่ดี
สู้เขาไปตายบนเส้นทางแห่งจักรพรรดิ ก้าวข้ามตนเองสู่จุดอันสูง
กว่า ก้าวข้ามเจียงผิงอันไปไม่ดีกว่าหรือ
เหลียงผิงมองตามแผ่นหลังของบุตรชาย มือกำหมัดแน่น หัวใจ
เปี่ยมจิตสังหารและความไม่ยินยอม
เจียงผิงอันสมควรตาย ไฉนต้องปรากฏตัว! ไฉนมิตายเสียที!
บุตรเขาควรเป็นผู้โดดเด่นในยุคสมัยนี้สิ!
ผู้ใดยืนขวางทางบุตรเขาต้องตาย!
ผางเหิง ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อรู้ทันความคิดเหลียงผิง
จึงเอ่ยว่า
“เจ้าอย่าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าจะดีกว่า หากลงมือไป ผลลัพธ์จะเกิน
คาดหยั่ง อีกฝ่ายมีคนมากมาย มิใช่เรื่องดีสำหรับเรา”
เหลียงผิงสะกดโทสะ “แต่ประมุข หากไม่กำจัดเด็กนี่เสีย เราแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อจะจบสิ้นกันหมดนะ!”
สามขุมกำลังใหญ่ตัดสัมพันธ์กับพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เทียน
เจ๋อแล้ว ยามเจียงผิงอันเติบโต ขุมกำลังอื่น ๆ จะค่อย ๆ เลี่ยงหลบกีด
กันพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเพื่อเอาใจเจียงผิงอันอย่าง
แน่นอน
นี่เป็นเรื่องน่ากลัวมาก
“ข้าบอกว่าอย่าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า มิได้พูดว่าอย่าทำเสียหน่อย”
ดวงตาของผางเหิงฉายประกายเหี้ยมเกรียม
ยามนี้ไร้หนทางแล้ว มีเพียงต้องให้เจียงผิงอันตายไป แดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อจึงมิตกสู่วิกฤติ
เพื่อแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ต่อให้เรื่องนี้ผิดก็ให้มันผิดไป
ในยุคสมัยนี้ ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งก็พอแล้ว
เหลียงผิงถามอย่างตื่นเต้น “ประมุขหมายความว่า…”
“ใช้วิธีการของปีศาจสมุทรทะเลบูรพา…”
ผางเหิงกล่าวบางสิ่งกับเหลียงผิง เมื่อเหลียงผิงได้ยิน รอยยิ้ม
เหี้ยมเกรียมก็ปรากฏบนใบหน้า
“ครั้งนี้ เจียงผิงอันตายแน่! ต่อให้เซียนมาก็ช่วยไม่ได้!”
ไม่นานจากนั้น ข่าวของเจียงผิงอันก็ค่อย ๆ กระจายไป
“วิกฤติของแดนบูรพาคลี่คลายแล้ว! เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์นำ
ทัพปีศาจกลับเทือกเขาไร้สิ้นสุด ข้าได้ยินว่าเพราะเจียงผิงอันหยุด
บรรพชนจระเข้เอาไว้”
“เผ่าปีศาจทะเลบูรพาก็ถูกหยุดไว้ที่ชายฝั่ง มิอาจรุกคืบเข้ามาได้
เจียงผิงอันลำพังสังหารยอดฝีมือปีศาจสมุทรขอบเขตหลอมสุญตาไป
เกินครึ่ง เผ่าปีศาจสมุทรเสียหายยับเยิน!”
“ข่าวใหญ่! บุตรมาร มารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ถูกเจียงผิงอัน
สังหารแล้ว!”
ข่าวศึกที่เจียงผิงอันกวาดล้างสามสมรภูมิลือลั่นทั่วโลกหล้าผู้ฝึก
ตน
“นี่มันข่าวปลอมหรือไม่? เจียงผิงอันจะมีพลังพอวิ่งไปวิ่งมา ต่อสู้
ต่างสมรภูมิได้ไฉน?”
“มิใช่ข่าวปลอมหรอก เพราะเจียงผิงอันมีอวตาร เขามีทั้งสิ้นสาม
ร่าง แยกกันสู้ละเลงเลือดในสามสมรภูมิต่างหาก”
“คุณพระ! แบบนี้ก็หมายความว่าอวตารทุกร่างของเจียงผิงอันมี
พลังต่อสู้เช่นอัจฉริยะสูงสุด? จะน่ากลัวไปแล้ว”
“เหมือนข้าจะได้เห็นตัวตนในตำนานอีกคนเรืองอำนาจขึ้นเลย”
ผู้ฝึกตนทั้งหลายที่ได้ทราบข่าวของเจียงผิงอันล้วนตกใจ
ประชันบรรพชนจระเข้ที่เทือกเขาไร้สิ้นสุด รับมือปีศาจสมุทรใน
ทะเลบูรพา ประหารบุตรมารแดนอุดร…
เหลียงเซียวหงเทียบมิติดฝุ่นเลย
ต้องทราบว่าเจียงผิงอันมีอายุเพียงร้อยปี ผู้ฝึกตนทั่วไปซึ่งฝึกฝน
มานับพัน ๆ ปีอาจเอื้อมไม่ถึงขอบเขตปัจจุบันของเขาด้วยซ ้า
พินิจทั่วเผ่ามนุษย์ ในยุคสมัยนี้ ไร้อัจฉริยะคนใดแข็งแกร่งไปกว่า
เจียงผิงอัน
“กาลก่อน เจียงผิงอันมิได้ประลองกับบุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อก็เพราะเขาต้องเข้าร่วมศึกพิทักษ์เผ่ามนุษย์ หาใช่
ขลาดเขลาหนีศึกไม่”
“นี่สิจึงเป็นวีรชน นี่คือคุณธรรมแล้ว”
“ผู้นำทางจิตวิญญาณของยุคสมัยนี้ควรเป็นเจียงผิงอัน แดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อคิดแยกทาง ฆ่าทหารและปุถุชนไปมากมาย”
เสียงก่นด่าเจียงผิงอันเมื่อกาลก่อนมลายสิ้น พวกเขาล้วนก่นด่า
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋ออย่างเดือดดาล
ยามศึกต่าง ๆ พากันหยุดลง ตระกูลเหลยและราชวงศ์ต้าเฉียน
ต่างประกาศว่าพวกเขาจะตัดสัมพันธ์กับแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
ต้าเซี่ย สำนักเพียวเหมี่ยวและขุมกำลังอื่น ๆ ในแดนบูรพาก็
ประการเช่นกันว่าจะมิยุ่งเกี่ยวกับแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
เพราะแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อชักทัพกลับตามใจชอบ มิเพียงการ
กระทำนี้จะไปกระตุ้นให้เผ่าปีศาจสมุทรมาโจมตี ยังทำให้เผ่าจระเข้
กลืนสวรรค์ลงมือด้วย
บ้านเมืองหลายแห่งถูกทำลาย จำนวนผู้ตกตายยากนับถ้วน
สร้างความเสียหายมหาศาลแก่แดนบูรพา
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อถูกแดนบูรพาทั้งแดนกีดกัน
แต่ระหว่างชั่วกาลนี้ หนึ่งข่าวซึ่งไม่ทราบที่มาก็แพร่ไปทั่วทั้งโลก
หล้าผู้ฝึกตน
“เจียงผิงอันมีศาสตราเซียนอยู่กับตัวจริง ๆ!”