สู่วิถีอมตะ - บทที่ 461 จิตศาสตราของอ่างสัมฤทธิผล
หัวใจของเจียงผิงอันสะท้าน ใครกันมาพูดในหัวเขา?
สมองหลอน?
“ข้าคือจิตศาสตรา”
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง มิใช่เจียงผิงอันฟังผิด
นี่มิเพียงไม่ตอบความสงสัยของเจียงผิงอัน ยังทำให้เจียงผิงอัน
งุนงงยิ่งกว่าเก่า
“จิตศาสตราอะไร?”
กิ่งมารสะเทือนสรวงซึ่งมีจิตศาสตราอยู่ที่ทะเลบูรพา มิได้อยู่กับ
เขา
“เจ้าใช้อะไรลอกเลียนทรัพยากรจนบัดนี้เล่า?”
เสียงของจิตศาสตราฟังดูเลือนราง เหมือนผู้ฝึกตนบาดเจ็บคน
หนึ่ง
ม่านตาของเจียงผิงอันพลันหดตัว “อ่างสัมฤทธิผล!”
“อ้อ ที่แท้เจ้าก็เรียกข้าเช่นนี้… ข้าดูเหมือนอ่าง แต่ไม่ใช่อ่าง
หรอกนะ… ข้าเป็น…”
เสียงของอ่างสัมฤทธิผลกระท่อนกระแท่น
“เพราะความเสียหาย… เกือบสลายไป… ต้องซ่อมแซมโดย
ด่วน… ยิ่งเจ้าลอกเลียน… ยิ่งซ่อมได้เร็ว…”
“น่าจะต้องใช้ของที่เทียมเท่ายอดสมบัติสองชิ้นหรือมากกว่า…
ข้าจึงกลับเป็นปกติได้……”
“ซ่อมข้ากลับมาโดยเร็วที่สุด… กลียุคกำลังมา… สรรพสิ่งในโลก
หล้าจะตกตาย……”
ทันใดนั้น เสียงของจิตศาสตราอ่างสัมฤทธิผลก็ขาดหาย
ประโยคสุดท้ายทำให้เส้นขนทั่วกายเจียงผิงอันลุกซู่
“สรรพสิ่งในโลกหล้าจะตกตาย? เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เจียงผิงอันรีบถาม
ทว่าอีกฝ่ายเหมือนจมสู่นิทราลึกล ้า มิได้ตอบกลับแล้ว
มันหมายความเช่นไรกันแน่?
จะมีหายนะอะไรเกิดขึ้นหรือ?
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติจะตายกันหมดหรือ?
สังหรณ์ร้ายสูบฉีดเข้ามาในใจเขา
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว เขามิคิดว่าอ่างสัมฤทธิผลจะหลอกเขาใน
เรื่องพรรค์นี้
เขาต้องรีบฟื้นสภาพอ่างสัมฤทธิผล รับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
และเตรียมตัวเผชิญวิกฤติล่วงหน้าโดยด่วน
เขาหันมองจี้เฟยซึ่งกำลังหรี่ตาด้วยสีหน้าอิ่มเอิบอารมณ์ค้าง
เจียงผิงอันถามขึ้นว่า “หลังข้าขึ้นเป็นเจ้านิกาย ข้าจะได้ยอด
ศาสตราสักชิ้นหรือไม่?”
เงื่อนไขการซ่อมอ่างสัมฤทธิผลเข้มงวดอยู่สักหน่อย ต้องใช้ยอด
ศาสตราถึงสองชิ้น
“ยอดสมบัติ? เจ้าไปนอนฝันเถอะ”
จี้เฟยชำเลืองเจียงผิงอัน
“หลังขึ้นเป็นเจ้านิกาย เจ้าได้สมบัติลับมาสักชิ้นก็หรูแล้ว เว้นแต่
เจ้าจะมีผลงานยิ่งใหญ่ แล้วจึงใช้ทรัพยากรบางส่วนไปแลกเป็นยอด
สมบัติมา”
แม้ในนิกายเทวมารจะยังมียอดสมบัติอยู่บ้าง ร ่ารวยกว่าขุมกำลัง
ปกติทั่วไปมากนัก แต่ก็มิใช่จะได้มาง่าย ๆ
เจียงผิงอันขึ้นเป็นเจ้านิกาย เขาก็ควรได้สมบัติลับสักชิ้น
นี่คือความมั่งคั่งมหาศาลแล้วสำหรับผู้ฝึกตนซึ่งเพิ่งบรรลุ
กฎเกณฑ์ขั้นสาม
แต่นี่ยังห่างไกลเกินกว่าเจียงผิงอันจะใช้ซ่อมอ่างสัมฤทธิผลได้
เช่นนั้น เขาก็ทำได้เพียงจ่ายทรัพยากรเพื่อลอกเลียนทรัพยากร
เพิ่มเติมโดยอาศัยส่วนต่างของราคา
เช่นยันต์ตัวตายตัวแทน การใช้อ่างสัมฤทธิผลลอกเลียนยันต์ตัว
ตายตัวแทนสักแผ่น ใช้เพียงห้ากฎเกณฑ์เท่านั้น
ในโลกภายนอก สามสิบกฎเกณฑ์อาจซื้อยันต์ตัวตายตัวแทน
มิได้สักแผ่นด้วยซ ้าไป
แต่เจียงผิงอันมิอาจนำยันต์ตัวตายตัวแทนไปขายได้
เพราะการวาดยันต์ตัวตายตัวแทนต้องใช้อายุขัยเข้าแลก หาก
นำออกมาขายทีเป็นปึกก็จะดูพิกลยิ่ง
สรุปคือ เจียงผิงอันสามารถใช้ส่วนต่างราคาสร้างกำไรมหาศาล
กอบโกยทรัพยากรเพิ่มเติมได้
การทำเช่นนี้จะลอกเลียนทรัพยากรไปพลาง ช่วยจิตศาสตรา
ของอ่างสัมฤทธิผลให้ฟื้นสภาพได้เร็ว ๆ
วาทะสุดท้ายของอ่างสัมฤทธิผลทำให้เจียงผิงอันรู้สึกถึงความ
เร่งด่วนอย่างบอกไม่ถูก
อันตรายใดกันที่จะฆ่าสรรพชีวิต?
เจียงผิงอันครุ่นคิดเล็กน้อย จึงกล่าวกับจี้เฟย “ข้ามีโอสถบูรณะ
เต๋าอยู่กับตัว อยากซื้อหรือไม่?”
โอสถบูรณะเต๋าเป็นโอสถระดับสูงซึ่งยอดฝีมือขอบเขตบูรณา
การเท่านั้นที่กินได้
โอสถนี้สามารถทำให้ร่างเนื้อและวิญญาณของผู้ฝึกตนเร่งการ
ผสานเคล็ดพลัง พัฒนาการฝึกฝนของพวกเขาได้
เนื่องจากโอสถบูรณะเต๋าค่อนข้างหายาก แม้แต่นิกายเทวมารยัง
มีโอสถบูรณะเต๋าแจกจ่ายให้ยอดฝีมือขั้นต้น กลางและปลาย
ขอบเขตบูรณาการเพียงปีละหนึ่ง สองและสามเม็ดตามลำดับ
แต่นี่ยังห่างไกลเกินพอสำหรับยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการของนิกายเทวมารต้องจ่าย
ทรัพยากรไปแลกซื้อโอสถบูรณะเต๋ากันเอง ไม่ก็ไปหาซื้อเอาข้าง
นอก
“ซื้อ! ซื้อแน่สิ! ข้าให้หนึ่งกฎเกณฑ์ต่อเม็ด!”
จี้เฟยขาดแคลนโอสถบูรณะเต๋ายิ่ง
โอสถบูรณะเต๋าข้างนอกนั่นมิเพียงแสนแพง ยังต้องสั่งจอง
ล่วงหน้า นางจองไว้หลายสิบปีแล้ว มิเช่นนั้นก็ต้องเพิ่มราคาหากจะ
เร่งเวลาซื้อเร็ว ๆ
“หนึ่งกฎเกณฑ์? ไปปล้นเถอะแบบนั้น”
เจียงผิงอันกล่าวเสียงเย็น ผลักตัวนางออกห่างแล้วหันกายเดิน
จาก
“ห้ากฎเกณฑ์!” จี้เฟยกล่าวอย่างร้อนใจ
“ผู้อาวุโสคนอื่นจะให้ราคาตลาดกับข้าเอง”
เจียงผิงอันออกไปยืนนอกตำหนัก ตะโกนเสียงดังว่า “ผู้อาวุโส
ท่านใดอยากซื้อ– อุ๊บ…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ด้านหลังเขาก็รู้สึกนุ่มนิ่ม หัตถ์หอมกรุ่นข้าง
หนึ่งปิดปากเขาไว้
จี้เฟยรีบลากตัวเจียงผิงอันกลับเข้าตำหนักไป
“ปกติแล้ว โอสถบูรณะเต๋าหนึ่งเม็ดราคาราวสิบกฎเกณฑ์ หาก
ซื้อที่หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลจะได้ส่วนลด เหลือราว ๆ เก้ากฎเกณฑ์
เรามีความสัมพันธ์กัน เก้ากฎเกณฑ์ก็พอกระมัง?”
“ไม่พอ”
เจียงผิงอันปฏิเสธทันที
จากความทรงจำของอดีตเจ้านิกายเทวมารอู๋เหลี่ยง โอสถบูรณะ
เต๋าอย่างถูกที่สุดยามสุขสงบคือเก้ากฎเกณฑ์
แต่ขณะนี้เป็นเวลาสงคราม เผ่ามนุษย์อยู่ในวิกฤติ มีศึกทุก
หย่อมหญ้า ราคาโอสถถีบตัวสูง สิบกฎอาจซื้อมิได้ด้วยซ ้า
เมื่อเห็นเจียงผิงอันไม่ยอมผ่อนปรน จี้เฟยก็อยากสาวไส้อีกฝ่าย
ออกมานัก
“ข้ายอมเสียเปรียบหน่อยก็ได้ ยามใดเจ้าต้องการสตรี ก็เรียกข้า
ได้ มียอดฝีมือขอบเขตบูรณาการช่วยขับกล่อมเจ้าให้นอนหลับ
ผู้อื่นแม้แต่ฝันยังมิได้เลยนะนี่”
“ช่างมันเถอะ เก้ากฎเกณฑ์ก็เก้ากฎเกณฑ์”
“???”
จี้เฟยยามนี้อยากฆ่าคนเหลือเกิน
เห็นได้ชัดว่าราคาคนกันเองเก้ากฎเกณฑ์นี้ทำให้นางไม่สบายใจ
ยิ่ง
นางงดงามถึงเพียงนี้ มีผู้ปรารถนาตั้งมากมาย แต่เด็กนี่กลับเป็น
ไก่ได้พลอย มองนางดุจสัตว์ป่าดุร้ายไปเสียอย่างนั้น
“เจ้ามีอยู่กี่เม็ด ข้าซื้อหมดเลย”
แม้นางจะโมโห จี้เฟยก็ไม่อยากล่วงเกินเจียงผิงอันในขณะนี้
เดี๋ยวอีกฝ่ายไม่ยอมขายโอสถให้นาง
“ร้อยเม็ด”
“ก-… กี่เม็ดนะ? ร้อยเม็ด? แน่ใจนะว่าที่เจ้ามีกับตัวคือโอสถ
บูรณะเต๋า มิใช่โอสถอื่น? เข้าใจอะไรผิดหรือไม่?”
รอยยิ้มบนใบหน้าจี้เฟยพลันหายวับ
หากเจียงผิงอันบอกมีน้อย นางก็ยังเชื่อได้ แต่ชายผู้นี้กลับบอก
นางว่ามีร้อยเม็ด
โอสถบูรณะเต๋าเม็ดหนึ่งมูลค่าสิบกฎเกณฑ์ ร้อยเม็ดก็คือพัน
กฎเกณฑ์
นิกายเทวมารทั้งสถานก็มีมันได้เพียงปีละร้อยเม็ด เจียงผิงอันจะ
มีมากมายเพียงนั้นได้อย่างไร? เว้นแต่เขาไปปล้นสำนักหลอมโอสถ
มา
เจียงผิงอันกล่าว “เจ้าเอาโอสถบูรณะเต๋าออกมาเม็ดหนึ่ง ข้าจะดู
เองว่าเหมือนของข้าหรือไม่”
อันที่จริง เขาหามีโอสถบูรณะเต๋าอยู่กับตัวไม่
“เอ้า มันเป็นแบบนี้”
จี้เฟยยกมือขึ้น นำโอสถสีส้มแดงออกมาอย่างระมัดระวังเม็ดหนึ่ง
โอสถนี้มีขนาดเท่าหนึ่งนิ้วหัวแม่มือ ส่งกลิ่นหอมคล้ายดอกเหมย
เคล็ดพลังห้อมล้อม เรืองประกายส้มแดง
“นี่คือโอสถบูรณะเต๋า ที่เจ้ามีอยู่ไม่น่าเป็นเช่นนี้…”
จี้เฟยยังพูดไม่ทันจบ เจียงผิงอันก็ฉวยโอสถบูรณะเต๋าไป
หากเป็นในเวลาทั่วไป เจียงผิงอันไม่มีทางฉวยมันได้แน่ แต่จี้เฟย
หาคาดคิดไม่ว่าชายผู้นี้จะฉวยมันไปจากนาง จึงมิได้เตรียมตัวระวังไว้
ดวงตาของจี้เฟยเบิกกว้างทันที นางคว้าคอเจียงผิงอันไว้
“เจ้าผู้ชายตัวเหม็นสมควรตาย เจ้าโกหกข้าเรื่องโอสถ! รีบคืน
มาเลยนะ หาไม่ข้าจะสูบเจ้าให้แห้ง!”
“อย่าห่วงเลย”
เจียงผิงอันใช้อ่างสัมฤทธิผลคัดลอกโอสถบูรณะเต๋าหนึ่งเม็ด
พบว่าหนึ่งโอสถบูรณะเต๋าต้องการเพียงหนึ่งกฎเกณฑ์
เจียงผิงอันนำโอสถบูรณะเต๋าสีส้มแดงออกมาหนึ่งกำมือ
จี้เฟยซึ่งกำลังเดือดดาลตะลึงจังงังยามเห็นเจียงผิงอันถือโอสถ
บูรณะเต๋าเต็มกำมือ ปากของนางอ้าค้าง แทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้
สองฟองเคียงกัน
“เป็นโอสถบูรณะเต๋าจริง ๆ ด้วย! ไฉนเจ้าจึงมีเยอะแยะนัก!”
ขนาดนางยังนำโอสถบูรณะเต๋ามากมายเพียงนี้ออกมามิได้ เจียง
ผิงอันไปได้มาจากที่ใดกัน?
เจียงผิงอันยัดโอสถบูรณะเต๋าเม็ดหนึ่งคืนให้อีกฝ่าย
“หนึ่งเม็ดต่อเก้ากฎเกณฑ์ เจ้าซื้อไหวกี่เม็ด”