สู่วิถีอมตะ - บทที่ 462 ต้นกล้าพฤกษากระจ่างเต๋า
“เจ้ามีโอสถบูรณะเต๋าร้อยเม็ดจริง ๆ หรือ?”
จี้เฟยปล่อยคอเจียงผิงอัน สิ้นความติดเล่นสนุกในกาลก่อน ดู
เคร่งขรึมขึ้นมา
นางไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะมีโอสถบูรณะเต๋ามากมายเพียงนั้น
จริง ๆ
“จะโกหกเจ้าไปทำไม?”
เจียงผิงอันถามย้อน
“ข้าจะไประดมทุน”
โอสถบูรณะเต๋าร้อยเม็ดเท่ากับเก้าร้อยกฎเกณฑ์ กระทั่งยอด
ฝีมือขอบเขตบูรณาการอย่างจี้เฟยยังนำกฎเกณฑ์มากมายเพียงนั้น
ออกมาในครั้งเดียวมิได้
แต่เบื้องหลังนางก็ยังมีเผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางอยู่
จี้เฟยไปหามารดาของนาง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟัง
“เจ้าแน่ใจนะว่าโอสถในมือบุตรศักดิ์สิทธิ์เป็นของจริง?”
จี้ซืออวี่ไม่เชื่อว่าผู้ฝึกตนซึ่งบรรลุเพียงกฎเกณฑ์ขั้นสามจะมี
โอสถบูรณะเต๋าในมือมากมายได้ ต่อให้คนผู้นี้จะเป็นเจียงผิงอันก็
ตาม
นอกจากสำนักหลอมโอสถ ขุมกำลังน้อยนักจะมีโอสถบูรณะเต๋า
มากมายเพียงนี้ในคราวเดียว
“เรื่องนี้… ยังมิแน่ชัด”
จี้เฟยไม่แน่ใจ
โอสถปลอมมักปรากฏในตลาดบ่อยครั้ง ตาเปล่าลำพังยากพินิจ
ได้
จี้ซืออวี่กล่าว “บางทีบุตรศักดิ์สิทธิ์อาจไม่รู้ก็ได้ว่าเป็นโอสถ
ปลอม คิดว่าเขาเจอทรัพย์ยิ่งใหญ่ ไว้เราไปดูก่อน แล้วค่อยเตือนอ้อม
ๆ ถนอมน ้าใจ”
จี้ซืออวี่พาจี้เฟยกลับมาหาเจียงผิงอันที่ตำหนักเจ้านิกาย
“ลำบากบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว หลั่งเลือดสู้เพื่อนิกายเทวมารของเรา
จนดูเหนื่อยโทรมนัก”
จี้ซืออวี่มีบรรยากาศสง่างาม สวมอาภรณ์เช่นคนปกติ ดูสง่ากว่า
จี้เฟยผู้ใช้แถบผ้าไม่กี่แถบปกปิดกายมากนัก ท่าทีของนางยังดูเป็น
มนุษย์มนา ไม่เหมือนจี้เฟยที่เดินทีสะโพกแทบโยกขึ้นฟ้า
เผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเป็นสตรีล้วน บุตรหลานที่เกิดล้วนเป็น
จิ้งจอกเก้าหางสตรี นี่คือลักษณะประจำเผ่าของพวกนาง
“นำกฎเกณฑ์มาหรือไม่?”
เจียงผิงอันไม่อยากเสียเวลา
จี้ซืออวี่ยิ้มบาง “บุตรศักดิ์สิทธิ์เพิ่งเข้าสู่โลกหล้าผู้ฝึกตน ยัง
เยาว์วัยมากนัก เรื่องราวในโลกหล้าขุ่นมัวลึกล ้ายิ่ง มีผู้ฝึกตนใจดำ
ทำการไร้สามัญสำนึกเพื่อหาเงิน ปลอมแปลงสารพัดสิ่งมาขาย
บ่อยครั้ง”
“เช่นโอสถ บ่อยครั้งที่มีผู้ร้อนเงินนำโอสถมาขายราคาต ่า แต่หา
รู้ไม่ว่าพวกตนถูกหลอกเสียเงินเปล่า ยามข้ายังเยาว์ก็ถูกหลอกมา
เหมือนกัน”
เจียงผิงอันเข้าใจความนัยของอีกฝ่ายแล้ว พวกนางกำลังสงสัย
ว่าโอสถบูรณะเต๋าจะเป็นของปลอม
“ตรวจสอบได้ตามสบายเลย”
เจียงผิงอันโบกมือ แล้วโอสถบูรณะเต๋าร้อยเม็ดก็ปรากฏขึ้นดุจ
เมล็ดถั่ว กระจายตัวเต็มโต๊ะไปหมด
ยามโอสถบูรณะเต๋าร้อยเม็ดปรากฏพร้อมกัน ทั่วทั้งโถงก็อบอวล
ด้วยเคล็ดพลัง
ด้วยอิทธิพลของกฎเกณฑ์ จี้เฟยรู้สึกราววิญญาณในกายผสาน
เคล็ดพลังได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ลมหายใจของจี้เฟยและจี้ซืออวี่ถี่กระชั้นหนักขึ้น
ตัดสินจากคลื่นพลังกฎเกณฑ์ มันเหมือนจะเป็นโอสถบูรณะเต๋า
ของแท้ยิ่งนัก
แต่ก็ยังมีโอสถปลอมระดับสูงอยู่บ้าง เปลือกนอกของพวกมัน
เหมือนของจริงนัก จะรู้ถึงสัจธรรมได้ก็เพียงยามกินเข้าไป
จี้ซืออวี่สุ่มหยิบจากบนโต๊ะขึ้นเม็ดหนึ่งแล้วส่งเข้าปาก
โอสถนี้ผ่านลิ้นลงสู่คอ จากคอลงสู่ท้อง กระแสพลังอุ่นร้อนแพร่
ทะลักสู่แขนขา
หลังจากกินโอสถบูรณะเต๋ามาหลายปี จี้ซืออวี่ก็ทราบว่านี่คือ
โอสถบูรณะเต๋าของแท้แน่นอน!
ร่างของจี้ซืออวี่สะท้าน เพื่อให้แน่ใจยิ่งขึ้น นางจึงสุ่มหยิบเข้า
ปากเพื่อตรวจสอบอีกเม็ด
ขณะนี้ ในที่สุดจี้ซืออวี่ก็ตัดสินได้ว่าโอสถเหล่านี้เป็นของจริงทุก
เม็ด!
นางรีบโบกมือเก็บโอสถทั้งหลายไป
ด้วยโอสถเหล่านี้ ระดับของเผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางทั้งเผ่าจะ
พัฒนาได้อีกนิดหน่อย!
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ นี่ท่านไปได้โอสถบูรณะเต๋ามากมายเพียงนี้จาก
ที่ใดกัน?”
จี้ซืออวี่ตกใจและงุนงงยิ่ง
ในชั่วกาลอันคุกรุ่นด้วยสงครามนี้ หากซื้อโอสถบูรณะเต๋าใน
ราคาถูกได้ก็นับเป็นโชคดีแล้ว
ยามนี้ พวกนางนิกายเทวมารอาจซื้อโอสถบูรณะเต๋าสำหรับหนึ่ง
ปีมิได้แล้ว
บุตรศักดิ์สิทธิ์ไปได้มาจากที่ใด?
“โชคข้าดี บังเอิญได้มา”
แน่นอน เจียงผิงอันไม่พูดหรอกว่าไปได้โอสถมาจากไหน “เท่าที่
ข้ารู้ เผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางมีต้นกล้าของพฤกษากระจ่างเต๋าอยู่
ขายหรือไม่?”
เมื่อขอบเขตพัฒนา การทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ยิ่งยากเย็น แม้
เม็ดบงกชแจ้งวิถีจะยังใช้ได้ เจียงผิงอันก็ยังรู้สึกว่ามันช้าไปหน่อย
ในเมื่อมีทรัพยากรไม่ขาดมือ ย่อมต้องพัฒนาความเร็วการ
ฝึกฝนให้มากที่สุด
จากความทรงจำของอดีตเจ้านิกายอู๋เหลี่ยง มีต้นกล้าพฤกษา
กระจ่างเต๋าต้นหนึ่งอยู่ในเผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง
“ขออภัยด้วย บุตรศักดิ์สิทธิ์ ต้นกล้าต้นนี้ เราจิ้งจอกเก้าหาง
อยากจะเลี้ยงดูมันเอง”
จี้ซืออวี่กล่าว “บุตรศักดิ์สิทธิ์ซื้อต้นกล้านี้มิได้แน่”
“หากไม่ใช้เวลาหมื่นปี หรือไร้การสนับสนุนจากหินวิญญาณ
จำนวนมาก ต้นกล้าก็จะมิเติบโตสู่พฤกษากระจ่างเต๋า และมิอาจเพิ่ม
ความเร็วในการทำความเข้าใจได้”
“ขอกล่าวอะไรแสลงโสตบุตรศักดิ์สิทธิ์สักหน่อย พฤกษากระจ่าง
เต๋ามิใช่สิ่งที่คนผู้เดียวจะซื้อไหว ต้องมีตระกูลใหญ่อยู่เบื้องหลังมัน”
กระทั่งพวกนางเผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางยังเลี้ยงดูพฤกษากระจ่าง
เต๋ากันอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย นับประสาอะไรกับเจียงผิงอันคนเดียว
แม้เจียงผิงอันจะขึ้นเป็นเจ้านิกาย เขาก็จะมิอาจควบคุม
ทรัพยากรทั้งหมดของนิกายเทวมารได้อยู่ดี
ต้นกล้าพฤกษากระจ่างเต๋านั้นแท้จริงราคาไม่แพง แต่ต้องใช้
เวลาและทรัพยากรมากมายในการเลี้ยงดู
“ร้อยกฎเกณฑ์”
เจียงผิงอันมิชอบมากความ เสนอราคาทันที
จี้ซืออวี่ผงะไปเล็กน้อย
บุตรศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ยินที่นางพูดหรือ?
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ เจ้าเลี้ยงต้นกล้าพฤกษากระจ่างเต๋ามิได้หรอก
จริง ๆ นะ แม้การซื้อขายครั้งนี้เจ้าจะได้มาเก้าร้อยกฎเกณฑ์ แต่
สำหรับต้นกล้าพฤกษากระจ่างเต๋า มันทำได้เพียงย่นเวลาโตของมัน
อย่างน้อยก็เก้าร้อยปีเท่านั้นแหละ…”
“สองร้อยกฎเกณฑ์”
เจียงผิงอันกล่าวขัดวาจาจี้ซืออวี่
ใบหน้าทรงเสน่ห์เช่นหญิงสาวของจี้ซืออวี่กระตุก เจ้าเด็กนี่ไฉน
จึงดื้อเสียยิ่งกว่าลาได้?
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ นี่มิใช่เรื่องของเงินหรอก เราทุ่มเททรัพยากร
มากมายให้กับต้นกล้านี้…”
“สามร้อยกฎเกณฑ์” เจียงผิงอันเสนอราคาต่อไป
จี้ซืออวี่จมสู่ภวังค์ครุ่นคิดหนัก จึงเอ่ยปาก “ต้นกล้านี้ เราเผ่า
ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางลดเวลาเติบโตของมันไปแล้วหกร้อยปี…”
“เจ็ดร้อยกฎเกณฑ์ขาดตัว”
“ตกลง!”
จี้ซืออวี่หัวเราะร่าเสียจนหางจิ้งจอกแทบโผล่
เนื่องจากสงคราม เผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเสียทรัพยากรไป
มหาศาล ไม่มีทรัพยากรเพิ่มเติมจะเลี้ยงพฤกษากระจ่างเต๋าแล้ว
ยามนี้ขายมันได้ในราคาสูง ย่อมเป็นเรื่องดี
บุตรศักดิ์สิทธิ์โง่เง่าผู้นี้สมองมีปัญหา เก็บทรัพยากรไว้
พัฒนาการฝึกฝนของตัวเองก็ได้แท้ ๆ แต่เขากลับนำมาซื้อต้นกล้า
พฤกษากระจ่างเต๋า เกลี้ยกล่อมเช่นไรก็ไม่เปลี่ยนใจ
นี่เท่ากับว่าพวกนางเผ่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเสียเพียงสองร้อย
กฎเกณฑ์ แล้วก็ได้โอสถบูรณะเต๋าร้อยเม็ดมาเปล่า ๆ!
บุตรศักดิ์สิทธิ์โง่เง่า รอปลูกพฤกษากระจ่างเต๋าไม่งอกก่อนเถอะ
เดี๋ยวก็ร ่าไห้เอง
ข้างกันนั้น จี้เฟยมองเจียงผิงอันราวมองคนโง่ ผู้ฝึกตนระดับต ่าก็
คิดเลี้ยงพฤกษากระจ่างเต๋าได้หรือ?
จี้ซืออวี่รับโอสถบูรณะเต๋าไป ให้สองร้อยกฎเกณฑ์กับเจียงผิงอัน
แล้วนำต้นกล้าพฤกษากระจ่างเต๋ามาให้
ต้นกล้าน้อยสีเขียวมรกตเติบโตเงียบเชียบในกระถางใบน้อย
มองจากภายนอกแล้วไม่ต่างจากต้นกล้าพฤกษาอื่น ๆ เลย
สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ ต้นกล้านี้ดูดซับปราณวิญญาณรอบ
ข้างอย่างดุเดือด แผ่แก่นแท้แห่งเต๋าอันพิเศษ
เมื่อเข้าใกล้ ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าเหมือนสมองปลอดโปร่ง ทำ
ความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้นเล็กน้อย
แต่ผลบวกเพิ่มนี้มิได้ดีเท่าเม็ดบงกชแจ้งวิถี
เหตุผลหลักก็เพราะต้นกล้านี้ยังเล็กเกินไป ยิ่งมันเติบโต ก็จะยิ่ง
ส่งอิทธิพลต่อผู้ฝึกตนมากยิ่งขึ้น
จี้ซืออวี่เดินไปข้างหลังเจียงผิงอัน แขนข้างหนึ่งไล้ลงผ่านไหล่
แกร่งของเจียงผิงอัน ริมฝีปากแดงประชิดโสต กระซิบอย่างเย้ายวน
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ ข้าสร้างวิธีฝึกฝนซึ่งต้องใช้สองคนขึ้นมาแขนง
หนึ่ง ยามนี้ยังขาดผู้ชายหนึ่งคน หากบุตรศักดิ์สิทธิ์สนใจ จะ
พัฒนาการฝึกฝนได้เร็วมากเลยนะ”
บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้พรสวรรค์ล ้าเลิศยิ่ง เปี่ยมล้นด้วยปริศนา ลือกัน
ว่ามีศาสตราเซียนในมือ หากนางเชื่อมสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้ ก็จะ
เป็นประโยชน์ต่อเส้นทางการฝึกฝนของนางยิ่ง
“แม่ ข้าลงมือไปแล้ว”
จี้เฟยกล่าวจากข้างกายนาง
จี้ซืออวี่นิ่งไป ก่อนจะถลึงตามองจี้เฟยอย่างโกรธเคือง “ไร้
ยางอายจริง ๆ! เจ้าทำเช่นนี้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?”
จี้ซืออวี่ลุกขึ้น กลับสู่ท่าทีเคร่งขรึม
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ เรื่องการขึ้นสู่บัลลังก์ของท่านจะต้องถูกนำเข้า
ตารางเวลา ข้าจะไปจัดการให้เอง”
จี้เฟยรีบร้อนตามไป “แม่ อย่าเพิ่งไปสิ ขอโอสถบูรณะเต๋าข้าสัก
สองสามเม็ดเถอะ”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์มั่งคั่งนัก เจ้าต้องหาทางได้มันมาจากบุตร
ศักดิ์สิทธิ์เอง”
“ไม่ได้ ข้าขอศิลาทองรวนวิญญาณจากเขามาชิ้นหนึ่งแล้ว
หลอกซ ้าหลอกซากน่าเกลียดตายเลย”
จิ้งจอกทั้งสองจรจากพลางเสวนา
เจียงผิงอันผ่อนลมหายใจโล่งอก ภายหน้า เขาต้องพยายาม
ติดต่อกับปีศาจจิ้งจอกเหล่านี้ให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
ปีศาจจิ้งจอกตนเดียวก็ทำเขาจะแย่แล้ว หากงอกเพิ่มเป็นสอง
เขามิเสียความเป็นผู้เป็นคนไปเลยหรือ?
เขาส่งต้นกล้าเข้าไปในวังกาลเวลา ให้ร่างอวตารดูแล
เพื่อฟื้นฟูจิตศาสตราของอ่างสัมฤทธิผลโดยด่วนที่สุด อีกสอง
ร่างของเจียงผิงอันจึงกำลังเร่งรุดมาสู่แดนอุดร
ที่ร่างจริงก็มีซากปีศาจต้นไม้ขอบเขตพ้นพิบัติอันเทียบได้กับ
ยอดสมบัติชิ้นหนึ่งอยู่ ต่อให้เทียบกันจริง ๆ มิได้ ก็ไม่ได้แย่กว่ากัน
เท่าไหร่
เขาจะนำซากปีศาจต้นไม้นั้นมาลอกเลียนทรัพยากรเพื่อเลี้ยงดู
ต้นกล้าพฤกษากระจ่างเต๋า
เมื่อมีพฤกษากระจ่างเต๋า ก็จะเร่งความเร็วการฝึกฝนขึ้นได้อีก
จี้ซืออวี่กลับเผ่ามาแบ่งโอสถ ในเวลาไม่ถึงสามเดือน ยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการสามคนล้วนพัฒนาไปหนึ่งขั้นย่อย
การเปลี่ยนแปลงมหาศาลนี้มิอาจปกปิดจากอีกสองตระกูลใน
นิกายเทวมารได้
ตระกูลมั่วและตระกูลอู๋งุนงงอย่างยิ่งว่าทำไมจู่ ๆ เผ่าปีศาจจิ้งจอก
เก้าหางก็พัฒนาถึงเพียงนั้น
จากการตรวจสอบ ก็ปรากฏว่าเหตุผลที่มีผู้พัฒนาขอบเขต
มากมายเพียงนี้ก็เพราะพวกนางไปซื้อโอสถบูรณะเต๋าจากบุตร
ศักดิ์สิทธิ์มาร้อยเม็ด
เหตุการณ์นี้ทำให้ตระกูลมั่วและตระกูลอู๋ตกใจสุดขีด
ยามนี้โลกหล้ามิสงบ ยามออกไปซื้อโอสถบูรณะเต๋าข้างนอก
ต้องเพิ่มราคากว่าจะซื้อได้สองสามเม็ดอย่างรวดเร็ว และยังถีบตัวสูง
เป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
แทบเป็นไปไม่ได้เลยหากจะซื้อได้ร้อยเม็ดในคราวเดียว
เจียงผิงอันไปได้โอสถมากมายเพียงนั้นจากที่ใด?
ตระกูลอู๋รีบร้อนไปหาเจียงผิงอัน
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ ช่วงนี้เจ้าต้องระวังตัวนะ อย่าออกจากนิกายเทว
มาร ข้าได้ยินว่ายอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์ใหญ่ทั้งหลายพากันมาเยือน
คิดสังหารบุตรศักดิ์สิทธิ์กันทั้งนั้นเลย”
อู๋เฟยอวี่เป็นผู้อาวุโสสามของนิกายเทวมาร ร่างของเขาผอมซูบ
เอวง่อนแง่นเล็กน้อย ใบหน้ายับย่นสุดขีด ทั่วกายแผ่ปราณมาร
มหาศาล
ขณะนี้ อู๋เฟยอวี่ดูเป็นห่วงเจียงผิงอันยิ่ง
“ข้าไม่มีโอสถบูรณะเต๋าเหลือแล้ว”
เจียงผิงอันเดาเหตุผลได้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมาหา และจี้เข้า
ประเด็นทันที
อันที่จริง หากเจียงผิงอันคิดลอกโอสถบูรณะเต๋าเพิ่ม เขาก็ยังทำ
ต่อไปได้ ทว่ามิอาจทำ
การนำโอสถบูรณะเต๋าร้อยเม็ดออกมาได้ในคราวเดียวก็น่ากลัว
พอแล้ว หากเอาออกมาอีกร้อยเม็ด อุบัติเหตุได้เกิดแน่
ได้ยินเช่นนี้ เค้าความผิดหวังก็ฉายผ่านใบหน้าของอู๋เฟยอวี่
ขณะที่เขากำลังจะอ้าปาก เจียงผิงอันก็กล่าวต่อว่า “ถึงข้าจะไม่มี
โอสถบูรณะเต๋าแล้ว แต่ข้ามีสิ่งอื่นที่ขายให้ตระกูลอู๋ของเจ้าได้”
“เราไม่อยากได้สิ่งอื่น ตาเฒ่าผู้นี้มีธุระอื่น ขอตัวก่อน”
สีหน้าของอู๋เฟยอวี่พลันบูดบึ้ง หันกายเดินออกไปทันที
จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อซื้อโอสถบูรณะเต๋า มิได้สนใจสิ่งอื่น
สิ่งที่เจียงผิงอันจะขายคงไม่ล ้าค่าอะไรแน่ ๆ อย่างมากก็แค่อาวุธวิเศษ
ขยะ ๆ ที่ได้มาจากศัตรู
เขาจะไม่เล่นขายของปาหี่กับเจียงผิงอันเช่นนั้น
“เช่นนั้นรบกวนผู้อาวุโสถามไถ่แทนข้าที ว่าผู้ใดต้องการแก่น
ฐานโลหิตมารสวรรค์บ้าง ข้าพอมีกับตัวแล้วอยากขาย”
อู๋เฟยอวี่ซึ่งกำลังจะก้าวออกไปได้ยินเช่นนี้ ร่างของเขาก็แน่นิ่ง
กับที่ราวถูกตรึงไว้
ครู่ต่อมา อู๋เฟยอวี่พลันย่อตัวลงถูพื้น “ดูพื้นตรงนี้สิ เมื่อครู่ข้า
อยากถูมันนัก”