สู่วิถีอมตะ - บทที่ 463 สิ่งต้องห้าม
อู๋เฟยอวี่แจ้นกลับมาหาเจียงผิงอัน ใบหน้าเฒ่าชราเปี่ยมรอยยิ้ม
ยับย่นประหนึ่งจะบี้ยุงได้
“ใต้เท้าเจ้านิกาย ตาเฒ่าผู้นี้แก่ชรา หูตาฟ้าฟางไปสักหน่อย
เมื่อครู่ท่านว่ากระไรนะ? แก่นฐานโลหิตมารสวรรค์? มีเท่าไหร่เราจะ
ซื้อหมดเลย!”
อู๋เฟยอวี่กระทั่งเปลี่ยนคำเรียกเขาเป็นเจ้านิกายในทันที
“เจ้านิกาย แก่นฐานโลหิตมารสวรรค์นี่ท่านกลั่นมาจากร่างบุตร
มารตนนั้นหรือ?”
มือของอู๋เฟยอวี่ถูเข้าหากันอย่างเกินควบคุม ดูทั้งตื่นเต้นและ
คาดหวัง
พลังของมารสวรรค์เลือดบริสุทธิ์นั้นชัดเจนแก่ทุกสายตา ในยาม
นั้น หากมิใช่ผู้ประชันบุตรมารคือเจียงผิงอัน คงไร้ผู้ใดในขอบเขต
เดียวกันประมือมันได้
แก่นฐานโลหิตคือรากฐานของโลหิต บรรจุพลังอันบริสุทธิ์เหนือ
ใดของผู้ฝึกตนนั้น ๆ
ร่างของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาสามารถกลั่นเป็นแก่นฐาน
โลหิตได้ราวสิบหยด
แก่นฐานโลหิตมารสวรรค์สามารถใช้ขัดเกลาและพัฒนา
พรสวรรค์การฝึกฝนของผู้ฝึกมารได้
หากได้แก่นฐานโลหิตของบุตรมารมา อาจกระทั่งสร้างมาร
สวรรค์ครึ่งเลือดได้เลย!
“พันกฎเกณฑ์”
เจียงผิงอันแจ้งราคาทันที
ใบหน้าเฒ่าชราของอู๋เฟยอวี่ชะงักค้าง เขาลังเลอยู่นาน สุดท้าย
ก็พยักหน้า
“ได้!”
หากสร้างมารสวรรค์ครึ่งเลือดได้สักคน ก็จะเป็นการพัฒนาก้าว
ใหญ่สำหรับตระกูลอู๋
แม้พันกฎเกณฑ์จะเป็นราคาสูง แต่พวกเขาก็ยังจ่ายไหว
เจียงผิงอันพอใจมากที่อีกฝ่ายไม่กดราคา
“อีกหนึ่งเรื่องที่ข้าอยากบอกคือ อดีตเจ้านิกายอู๋เหลี่ยงชิงร่างข้า
ไม่สำเร็จนะ”
ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของอู๋เฟยอวี่ก็สะท้านรุนแรง
แม้ตัวตนระดับสูงในตระกูลอู๋ของพวกเขาจะเดาผลลัพธ์นี้ได้แล้ว
จากพฤติกรรมของเจียงผิงอัน แต่เมื่อเจียงผิงอันแถลงออกมาตรง ๆ
ก็ยังทำให้อารมณ์ของอู๋เฟยอวี่ซับซ้อนอยู่เล็กน้อย
อู๋เหลี่ยงเป็นพี่ชายของเขา
ความตายของพี่ชายทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เจียงผิงอันกล่าวต่อ “ข้าเองก็มีสายเลือดบริสุทธิ์ของมารสวรรค์
ในตัว ทุก ๆ ระยะหนึ่ง ข้าสามารถกลั่นแก่นฐานโลหิตออกมาขายให้
ตระกูลอู๋ของพวกเจ้าหนึ่งหยดได้”
ดวงตาของอู๋เฟยอวี่เบิกกว้าง
การกลั่นแก่นฐานโลหิตจะสิ้นเปลืองพลังในกายอย่างยิ่ง ต้องใช้
เวลาพักฟื้นเนิ่นนาน
ปกติแล้ว หากมิใช่ญาติสนิทกันหรือขาดเงิน ผู้ฝึกตนจะไม่มีทาง
เอาแก่นฐานโลหิตของตนมาขาย
เจียงผิงอันขาดเงินหรือ? แน่นอนว่าไม่
การซื้อขายครั้งนี้สร้างรายได้แก่เขาพันกฎเกณฑ์ หากนำไปใช้
จ่ายตามปกติ ก็สามารถใช้ได้จนถึงขอบเขตบูรณาการ
แต่บุตรศักดิ์สิทธิ์ยังจะขายแก่นฐานโลหิตให้กับพวกเขาตระกูลอู๋
นั่นก็เท่ากับไว้หน้าพวกเขาแล้ว
“ขอบคุณเจ้านิกาย!”
อู๋เฟยอวี่รีบกล่าวขอบคุณ ก่อนจะก่นด่าอย่างไม่พอใจ “อู๋เหลี่ยง
เจ้าสารเลวนั่นน่ารังเกียจยิ่ง กระทั่งร่างคนอื่นก็จะชิงไป ข้าอู๋เฟยอวี่
ละอายนักที่ต้องเกี่ยวข้องกับอู๋เหลี่ยง!”
“ใต้เท้าเจ้านิกายวางใจเถิด เราตระกูลอู๋จะคุ้มกันเจ้านิกายอย่าง
แน่นอน ผู้ใดกล้าล่วงเกินเจ้านิกาย เราตระกูลอู๋จะถล่มล้างโคตรมัน!”
การแสดงอารมณ์ของอู๋เฟยอวี่ชวนให้ผู้ไม่ทราบสถานการณ์คิด
ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองดียิ่ง
นี่แหละครรลองโลกหล้า ขอเพียงผลประโยชน์เพียงพอ ไม่ว่า
ใครก็ร่วมมือกันได้
นิกายเทวมารยามนี้ต้องการเจียงผิงอัน และเจียงผิงอันก็ต้องการ
การคุ้มครองและสนับสนุนจากนิกายเทวมารในระยะยาว
“บุตรศักดิ์สิทธิ์เตรียมตัวเถิด นิกายส่งเทียบเชิญให้ขุมกำลังหลัก
ต่าง ๆ แล้ว พิธีสืบตำแหน่งจะถูกจัดในอีกสามเดือน”
“ถึงยามนั้น ท่านจะเป็นตัวตนระดับเจ้านิกายผู้มีอายุน้อยที่สุด จะ
ลือลั่นทั่วโลกหล้าได้อย่างแน่นอน!”
ก่อนหน้านี้ อู๋เฟยอวี่ไม่เห็นด้วยกับการให้เจียงผิงอันสืบทอด
ตำแหน่งเจ้านิกาย
เขากระทั่งอับอายที่จะเชิญขุมกำลังอื่น ๆ เข้ามาร่วมพิธี
เพราะถึงอย่างไร ขอบเขตของเจียงผิงอันก็ต ่าเกินไป เป็นเรื่องน่า
อายจริง ๆ ที่จะให้ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาสักคนมาเป็นเจ้า
นิกายเทวมารของพวกเขา
แต่หลังศึกนี้ อู๋เฟยอวี่เปลี่ยนใจแล้ว
สังหารบุตรมาร ประชันบรรพชนจระเข้ รับมือปีศาจสมุทร…
ตราบกาลนานมา จะมีสักกี่คนประวัติเจิดจรัสได้เช่นนี้?
ยามเจียงผิงอันเติบโตอย่างแท้จริง ผู้ใดในโลกหล้าจะเป็นคู่มือ
เขาได้?
ยามนี้ อู๋เฟยอวี่ตั้งตารอให้ขุมกำลังหลักต่าง ๆ มาแสดงความ
ยินดีกันเร็ว ๆ ใจจะขาด เพื่อที่เขาจะได้อวดโอ่เรื่องของเจียงผิงอัน
อู๋เฟยอวี่จรจากไปพร้อมแก่นฐานโลหิตของบุตรมารอย่างเปรม
ปรีดิ์
เจียงผิงอันอุทิศตนเองกับการฝึกฝนต่อไปอย่างแข็งขัน มิให้
เวลาเสียเปล่า
ขณะนี้ มีเพียงหนึ่งกฎเกณฑ์ที่บรรลุสมบูรณ์แล้ว ซึ่งก็คือกฎ
ทำลายล้าง
กฎจำนงสัประยุทธ์ก็กำลังใกล้บรรลุสมบูรณ์ ขณะที่กฎแห่งกำลัง
กฎเกณฑ์แห่งไม้และกฎแห่งแรงโน้มถ่วง… เพิ่งเริ่มเท่านั้น
นอกจากทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ ยังต้องเรียนรู้วรยุทธ์อย่าง
วิชาเทียมเทพสงคราม จุลศาสตร์ไร้ลักษณ์…
เพราะเหตุนี้ ผู้ฝึกตนจึงมักเก็บตัวฝึกฝนกันครั้งละเป็นร้อยหรือ
พัน ๆ ปี
ยิ่งขอบเขตไต่สูง ยิ่งมีสิ่งต้องบรรลุมากมาย และใช้เวลามาก
ยิ่งขึ้น
เจียงผิงอันไม่เหมือนผู้อื่น เขาต้องเดินบนเส้นทางของตน ต้อง
ใช้เวลามากกว่าผู้อื่น
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังฝึกฝน นิกายเทวมารก็เริ่มเตรียมพิธีสืบ
ตำแหน่งของเจียงผิงอันอย่างเต็มรูปแบบ
นิกายเทวมารส่งเทียบเชิญให้กับขุมกำลังหลักทั้งปวง
ทุกวันนี้ ทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนซึ่งถูกกล่าวถึงมากที่สุด
ก็คือเจียงผิงอัน
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะมีศาสตราเซียนกับตัวหรือไม่ ฝีมือที่เขา
แสดงออกก็น่าตกใจพอแล้ว
หากข่าวลือเป็นความจริง เจียงผิงอันได้ศาสตราเซียนที่มหา
จักรพรรดิทิ้งไว้ มีโอกาสทะยานฟ้าบรรลุเซียนจริง ๆ ก็ยิ่งอัศจรรย์ไป
ใหญ่
ขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายตอบรับคำเชิญร่วมพิธีสืบตำแหน่งของ
เจียงผิงอันตาม ๆ กัน
ทว่า นิกายเทวมารมิได้เชิญแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและหอตำรา
เทียนเต้ามาด้วย
เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะสองฝ่ายไม่ลงรอยกัน
แดนบูรพา แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เขตหวงห้ามเทียนเจวี๋ย
เขตหวงห้ามเทียนเจวี๋ยคือสถานที่ซึ่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
ผนึกสิ่งต้องห้ามอันตรายทั้งหลายไว้
เขตหวงห้ามถูกแบ่งตามระดับความอันตรายเป็นสิบส่วน
ระดับสิบต ่าที่สุด มีวิญญาณร้ายของยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติ
ผู้หนึ่งซึ่งสังหารยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการสองคน ทำให้ยอดฝีมือ
ขอบเขตมหายานผู้หนึ่งบาดเจ็บถูกขังอยู่
ระดับหนึ่งซึ่งเป็นเขตหวงห้ามอันตรายที่สุด ผนึกสิ่งต้องห้ามอัน
ชวนขนลุกเกินใดเปรียบ
ของที่อยู่ในนี้เกือบกระทั่งทำลายหนึ่งราชวงศ์ และยามนี้ ราชวงศ์
ดังกล่าวตกต ่าเหลือเพียงขุมกำลังชั้นรอง
ผางเหิง ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและผู้อาวุโสใหญ่เหลียง
ผิงยืนอยู่ตรงหน้าเขตหวงห้ามชั้นหนึ่ง
ผางเหิงมองผนึกตรงหน้าตน ก่อนจะกล่าวเนิบ ๆ “ถึงเจ้านิกาย
เจียงจะไม่เชิญเรา เราก็ยังต้องส่งของขวัญไปอยู่ดี”
เหลียงผิงเผลอตัวก้าวถอย ดวงตาเผยความหวาดกลัวลึกล ้า
“สิ่งนี้เอามาใช้กับไอ้หนูสารเลวเล็กจ้อยอย่างเจียงผิงอัน มิ
สิ้นเปลืองไปหน่อยหรือ?”
ผางเหิงส่ายหัว “จะฆ่าไก่ยังต้องใช้มีดล้มวัว ต้องไม่คิดหวังสุ่ม
เสี่ยงอะไร”
“หากครั้งนี้กำจัดเขาไม่ได้ ภายหน้าก็ยากลงมือแล้ว เท่ากับทิ้ง
หายนะไร้สิ้นสุดเอาไว้”
เหลียงผิงพินิจผางเหิงอย่างลึกล ้า มิน่าเล่าผางเหิงจึงเป็นประมุข
แทนศักดิ์สิทธิ์ได้ เด็ดขาด ไร้ปรานี ทำทุกวิถีทางจริง ๆ
เหลียงผิงมองผนึกตรงหน้าตนอย่างครั่นคร้าม ทั้งตกใจและ
ตื่นเต้น
ด้วยสิ่งต้องห้ามนี้ ต่อให้นิกายเทวมารผนึกกำลังกับราชวงศ์
ต้าเฉียน ก็ช่วยเจียงผิงอันมิได้หรอก!
บุตรของเขาเหลียงเซียวหงคือราชันแห่งยุคสมัยนี้ เจียงผิงอัน
ต้องตาย!