สู่วิถีอมตะ - บทที่ 467 ศิลาสางกาลเวลา
เหตุกะทันหันนี้ทำให้เจียงผิงอันขวัญผวา
ความเจ็บปวดสาหัสแผ่ไปทั่วหลังมือ
เจียงผิงอันคิดโยนศิลาสีเขียวนี้ทิ้ง แต่ก็พบว่ามิอาจดึงมันออกได้
ราวกับมันงอกบนหลังมือเขาแต่แรก
จนครู่ต่อมา ศิลาสีเขียวจึงร่วงหล่นลงมาเอง
ลวดลายประหลาดสีเขียวปรากฏบนหลังมือของเจียงผิงอัน แผ่
อำนาจกฎเกณฑ์ประหลาดออกมา
“กฎแห่งเวลา”
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว นี่อะไร? ไฉนจึงมาประทับบนมือเขาเสียดื้อ
ๆ?
เขาใจคอไม่ดี
ขณะที่ปวงชนนึกสงสัย โต๊ะข้างตัวเขาก็พลิกคว ่า แล้วปิงหยาง
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ปิงหยวนก็ผุดลุกขึ้นอย่างขวัญเสีย ถอยกรูด
ออกห่างเจียงผิงอัน
“ไอ้สิ่งนั้น! สิ่งนั้นกลับมาอีกแล้ว!”
สภาพของปิงหยางดูไม่เหมือนจักรพรรดิผู้หนึ่งเลย เขาจ้อง
ลวดลายบนมือเจียงผิงอันด้วยสีหน้าพรั่นพรึง เม็ดเหงื่อไหลท่วม
หน้าผาก
ปวงชนสุดแสนงุนงง
สิ่งใดกันทำให้จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ปิงหยวนเสียกิริยาได้เพียง
นี้?
“นั่นคือศิลาสางกาลเวลา! นั่นคือศิลาสางกาลเวลา!”
ปิงหยางร้องเสียงหลงอย่างขวัญผวา
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ศิลาสางกาลเวลา’ ยอดฝีมือหลายคนก็นิ่งไปครู่
หนึ่ง ก่อนจะรีบทิ้งจอกสุราแล้วเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว โต๊ะเก้าอี้
ระเนระนาด สุราหกเกลื่อนพื้นไปหมด
ผู้ที่ไม่เคยได้ยินถึง ‘ศิลาสางกาลเวลา’ มาก่อนเห็นผู้อื่น
ตะลีตะลานหนี พวกเขาก็ล้วนเผ่นแจ้นไปทันที
เพียงพริบตา รอบกายเจียงผิงอันก็ว่างโหวง เหล่าผู้นำขุมกำลัง
ใหญ่ทั้งหลายล้วนวิ่งไปทางประตูโถง
ผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายเทวมาร หลู่ตันจ้องมองปิงหยางด้วยสี
หน้าบูดบึ้ง “เจ้าดูดี ๆ อย่าพูดเพ้อเจ้อนะ นี่คือศิลาสางกาลเวลาจริง ๆ
หรือ?”
ปิงหยางปาดเหงื่อจากใบหน้า จ้องมองลวดลายสีเขียวบนหลังมือ
เจียงผิงอัน
“ไม่ผิดแน่แท้ นี่คือศิลาสางกาลเวลาแน่นอน! ยามข้ายังเด็ก ข้า
อ่านคัมภีร์โบราณของราชวงศ์ ลวดลายที่บันทึกในคัมภีร์คือลายนี้ไม่
ผิดแน่!”
“นี่คือสิ่งที่เกือบทำลายราชวงศ์ปิงหยวนของเราเมื่อกาลก่อน!”
ยามวาทะนี้ถูกกล่าว สีหน้าขวัญผวาก็ปรากฏบนใบหน้าปวงชน
พวกเขายิ่งวิ่งถอยห่าง กระทั่งคนของนิกายเทวมารยังโกยแน่บ
บางบุคคลไม่เคยได้ยินถึง ‘ศิลาสางกาลเวลา’ มาก่อน แต่คน
ส่วนใหญ่ล้วนทราบว่ากาลก่อน ราชวงศ์ปิงหยวนซึ่งเคยเป็นขุมกำลัง
สูงสุดของเผ่ามนุษย์แห่งหนึ่งเคยเกือบราบคาบเพราะยอดฝีมือผู้หนึ่ง
นำสิ่งต้องห้ามจากเขตหวงห้ามกาลเวลากลับมา!
“ภายในสามวัน สางกาลเวลาจะมา ขอเพียงถูกตรานี้ไว้ ไม่ว่าจะ
ไปที่ใด มีข้อจำกัดเช่นไร ผู้ฝึกตนคนใด สางกาลเวลาก็จะหาตัว
เจอ!”
“หากผู้ใดขัดขวาง ผู้ขัดขวางล้วนต้องตาย! หากมิใช่เราราชวงศ์
ปิงหยวนยอมสละผู้อาวุโสท่านนั้นได้ทันเวลา เราราชวงศ์ปิงหยวนคง
ถูกทำลายไปแล้ว!”
งานเลี้ยงซึ่งเดิมครึกครื้นเป็นมิตรพลันเงียบเหงาหดหู่ทันทีเพราะ
การปรากฏตัวของศิลาสีเขียวก้อนนี้ สีหน้าปวงชนเปี่ยมความครั่น
คร้าม
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ขึ้น
เฉียนฮวั่นโหรวติดต่อเฉียนจั้วแห่งทัพขจัดปีศาจทะเลบูรพา
หลังจากไถ่ถาม นางก็เอ่ยเสียงเข้ม “ทัพขจัดปีศาจทะเลบูรพามิได้ส่ง
ของขวัญอะไรมาเลย นี่มิใช่ของพวกเขา”
อันที่จริง ไม่ต้องพูดยามนี้ปวงชนก็ทราบ ว่าต้องมีใครสักคน
วางแผนร้ายกับเจียงผิงอันแน่นอน
หลู่ตันกำหมัด ถลึงตามองปิงหยางอย่างเดือดดาล “สิ่งนี้ควรจะ
อยู่ในราชวงศ์ปิงหยวนของเจ้า มันมาปรากฏที่นี่ได้อย่างไร ฝีมือพวก
เจ้าราชวงศ์ปิงหยวนสินะ!”
ปิงหยางรีบร้อนส่ายหน้า “มิใช่เรานะ หลังจากหายนะบังเกิด ศิลา
นี้ก็ถูกผู้อื่นนำไปแล้ว”
“ผู้ใดนำมันไป?” หลู่ตันคำราม
“แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ทุกสิ่งก็กระจ่างชัด
“แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อสมควรตาย เรานิกายเทวมารไม่ขออยู่
ร่วมฟ้า!”
คนจากนิกายเทวมารเดือดดาลสุดขีด สีหน้าบูดเบี้ยว
ทำเรื่องเช่นนี้ในวันที่เจียงผิงอันสืบทอดตำแหน่ง หามีพวกเขา
นิกายเทวมารในสายตาไม่ กล่าวได้กระทั่งว่าประกาศสงครามต่อกัน
ขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายมองหน้ากัน หามีผู้คาดคิดว่าจะเกิดเรื่อง
เช่นนี้ขึ้นไม่
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อจะไร้คุณธรรมเกินไปแล้ว ถึงกับใช้วิธีนี้
มากำจัดเจียงผิงอัน
จิ้งจอกเก้าหางจี้เฟยขบริมฝีปากแดง ถามปิงหยางว่า “ไม่มีทาง
ใดเลี่ยงหายนะนี้ได้จริง ๆ หรือ?”
“จะไปมีได้อย่างไร หากมี เราราชวงศ์ปิงหยวนคงไม่ตกต ่าเช่น
ทุกวันนี้หรอก”
ปิงหยางยิ้มขมขื่น “ศาสตราเซียนถูกทำลาย ซ่อนที่ใดก็ไร้
ประโยชน์”
“ยามกาลเวลามิเผยลักษณ์ มิติเป็นที่ยำเกรง แต่ยามกาลเวลา
ปรากฏ ทุกกฎเกณฑ์ล้วนไร้ค่า”
“อีกไม่นาน ผีสางซึ่งสัญจรในเขตหวงห้ามกาลเวลาก็จะลืมตา
ตื่น”
ปิงหยางเว้นช่วง ก่อนจะกล่าวอย่างเสียใจ “รีบวางแผนจัดการกับ
ผลกระทบโดยด่วนที่สุดเถอะ”
ความสิ้นหวังและโทสะอัดแน่นในใจผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมาร
กระทั่งศาสตราเซียนยังหยุดผีสางกาลเวลามิได้ จะยังมีทางใด
รับมือหายนะนี้ได้อีก?
พวกเขานิกายเทวมารอุตส่าห์ได้อัจฉริยะเช่นนี้มา แต่ก็เกิดเรื่อง
พรรค์นี้ขึ้นเสียได้
พวกเขาอยากบุกเข่นฆ่าถึงแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเสียเดี๋ยวนี้
เลย
“อะแฮ่ม! ทางเรายังมีเรื่องต้องทำ งานพิธีจากนี้มิขออยู่ต่อ ต้อง
ขอตัวแล้ว”
ผู้นำขุมกำลังแห่งหนึ่งทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วพาคนกลับ ด้วยกลัวจะ
ถูกกระทบไปด้วย
“เรายังมีปัญหาต้องสะสาง ต้องขอตัวก่อน”
“เรายังต้องรับมือเผ่าปีศาจ ยามนี้ขอตัว ไว้พบกันภายหน้า”
ขุมกำลังมากมายจรจากอย่างขวัญผวา
ศิลาสางกาลเวลาเป็นสิ่งต้องห้ามอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก
หล้า น่ากลัวเสียยิ่งกว่าศาสตราเซียน ผู้ใดรับมันไปต้องตาย
ยามราชวงศ์ปิงหยวนเรืองอำนาจ ขุมกำลังสูงสุดของเผ่ามนุษย์
แห่งนี้เกือบล่มสลายเพราะสิ่งนี้
ปวงชนสุดแสนเห็นใจเจียงผิงอัน
อัจฉริยะไร้เทียมทานมากสามารถเพียงนี้ กลับต้องมาตกตาย
เพราะเหตุนี้
เจียงผิงอันมองศิลาสีเขียวในมือตนด้วยสีหน้าราบเรียบ เพื่อ
ป้องกันมิให้ทำร้ายถึงผู้อื่น เขาจึงเก็บมันเข้าสมบัติวิเศษเก็บของ
เดิมที เจียงผิงอันคิดว่าความขัดแย้งของเขามีเพียงกับเหลียง
เซียวหงลำพัง มิเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างขุมกำลังใหญ่แต่
อย่างใด
แต่ยามนี้แตกต่างไปแล้วอย่างสมบูรณ์
นิกายเทวมารจัดพิธีสืบตำแหน่งให้เจียงผิงอัน ตามกระบวนการ
แล้วยังต้องรับแขกสร้างความบันเทิงอีกมากมาย แต่ยามนี้ปวงชน
ล้วนหมดอารมณ์ มุ่งสู่ขั้นตอนสุดท้ายทันที
การปรากฏตัวของศิลาสางกาลเวลาเหมือนดั่งสาดน ้าเย็นลงใส่
ทำให้พิธีการต่อจากนั้นหดหู่อย่างยิ่ง
หลังจากพิธีจบลง ขุมกำลังใหญ่ที่เหลืออยู่ก็พากันแยกย้าย
เจ้าสำนักบัญชาศพเอ่ยถาม “เจ้านิกายเจียง สนใจขายศพของ
เจ้าในราคาสูงหรือไม่?”
“ไสหัวไป!”
ผู้อาวุโสจากนิกายเทวมารระเบิดเสียงลั่น
“ก็ได้”
เจ้าสำนักบัญชาศพกลับไปอย่างแสนเสียดาย
เหลยอวี่ ผู้นำตระกูลเหลยกล่าวกับเจียงผิงอันว่า “เจ้าไปลอง
เสี่ยงที่สระอัสนีสวรรค์ของตระกูลเหลยของข้าก็ได้นะ เผื่อจะรับมือ
วิญญาณร้ายได้บ้าง บางทีเจ้าอาจมีโอกาสรอด”
เจียงผิงอันส่ายหัว “ข้ามิอาจสร้างความลำบากแก่พวกเจ้าได้
วางใจเถิด ข้าไม่เป็นไรหรอก”
เหลยอวี่ถอนหายใจ จะไม่เป็นไรได้อย่างไรกัน นี่คือสิ่งต้องห้ามที่
เกือบทำลายราชวงศ์ปิงหยวนมาแล้วนะ
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อสมควรตายจริง ๆ เจียงผิงอันตายลงยาม
ใด เผ่าพันธุ์อื่น ๆ ก็พร้อมลงมือกันอีกแน่นอน นี่คือหายนะของทั่วทั้ง
แดนบูรพา
สิ่งสำคัญที่สุดคือเมิ่งจิง ธิดาเทพตระกูลเหลยของพวกเขาจะไม่มี
ทางรับเรื่องนี้ได้ไหว ต้องมุ่งหน้าไปเอาเรื่องกับแดนศักดิ์สิทธิ์เทียน
เจ๋ออย่างสุดชีวิตแน่ ๆ
เฉียนว่านซาน จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเฉียนกล่าวกับเฉียนฮ
วั่นโหรวที่ข้างกายตน “เสด็จย่า กลับบ้านเถอะขอรับ”
สำหรับศิลาสางกาลเวลา พวกเขาราชวงศ์ต้าเฉียนก็จนปัญญา
ต่อกร
“อย่ารบกวนข้า”
ใบหน้าเฉยชาของเฉียนฮวั่นโหรวปรากฏอารมณ์อันปนเป
“มิกวนไม่ได้ขอรับ หากท่านอยู่ใกล้เจียงผิงอันเกินไป จะเกิด
เรื่องขึ้นได้นะขอรับ” เฉียนว่านซานเกลี้ยกล่อม
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าสะบั้นรากฐานตัวเองไป ก็ควรจะตายแต่ยาม
นั้น เพราะข้าเดินบนเส้นทางของเจียงผิงอัน ข้าจึงมีชีวิตต่อมาได้ เขา
ตายข้าก็ตาย จะอยู่ไปทำไม?”
เฉียนฮวั่นโหรวเมินเฉยต่อความเป็นความตายมานานแล้ว
แต่ในสายตาเฉียนว่านซาน นี่มิใช่การมองข้ามความเป็นความ
ตาย แต่เป็นการสละชีพตามคนรัก!
“เสด็จย่า…”
“หยุดมากความเถอะ กลับไปเสีย ทันทีที่เจียงผิงอันตาย เผ่าพันธุ์
อื่น ๆ จะลงมือกันแน่ แดนบูรพาอยู่ในมือพวกเจ้าแล้ว”
เฉียนฮวั่นโหรวพูดอย่างหนักแน่น
เฉียนว่านซานถอนหายใจอย่างอับจน เมื่อรู้ว่าตนเกลี้ยกล่อม
เสด็จย่าของตนมิได้ จึงจากไปกับปวงชน
ไม่นานนัก ข่าวที่เจียงผิงอันถูก ‘ศิลาสางกาลเวลา’ ก็แพร่งพราย
ทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตน
ในทีแรก ปวงชนยังไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด
แต่เมื่อทราบว่าราชวงศ์ปิงหยวนเกือบถูกสิ่งนี้ล้างบาง ศาสตรา
เซียนสะบั้นลงเพราะมัน ก็ทราบได้ว่ามันร้ายกาจเพียงไร
“บัดซบ! ทำไมแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อทำเรื่องงี่เง่านัก! เจียงผิง
อันเป็นวีรชนผู้ปราบเผ่าปีศาจนะ!”
“จบสิ้นแล้ว พอเจียงผิงอันตาย การโจมตีจากเผ่าปีศาจจะแห่กัน
มาแน่ แดนบูรพาจะตกอยู่ในสงครามอีกครั้ง”
“มารดามัน! หากภายหน้าเหลาจื่อต้องซื้อของจากแดนศักดิ์สิทธิ์
เทียนเจ๋ออีก ขอตายเสียดีกว่า!”