สู่วิถีอมตะ - บทที่ 468 ผีสางกาลเวลา
ขณะที่ทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตนก่นด่า
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อกลายเป็นเป้าหมายถ่มถุยของปวงชน
“เจียงผิงอันตายแน่แล้ว ปรีดาจริง ๆ”
เหลียงผิงมิได้เบิกบานเช่นนี้มานานแล้ว
ผู้อาวุโสคนหนึ่งของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อกล่าวเสียงเข้ม “ยาม
นี้ โลกภายนอกก่นด่าเรา กระทบต่อชื่อเสียงของแดนศักดิ์สิทธิ์เรา
นัก”
เหลียงผิงเผยสีหน้าเหยียดหยาม “ชื่อเสียงบ้าบออะไร ทันทีที่
เจียงผิงอันตาย บุตรข้าเหลียงเซียวหงก็จะเป็นผู้ค ้าจุนจิตวิญญาณ
เพียงหนึ่งเดียว”
“ปีนี้ แดนศักดิ์สิทธิ์รับศิษย์เพิ่มมากมายจากโลกภายนอก เจ้า
เห็นหรือไม่ว่าขยะชั้นต ่าที่ไหนก็ล้วนหลั่งไหลกันเข้ามาหวังพึ่งบารมี
อย่างลม ๆ แล้ง ๆ”
เหลียงผิงด่าทอผู้ฝึกตนระดับต ่าทั้งหลายอย่างไม่เห็นหัว
ผู้จะเป็นภัยต่อแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อได้ มีเพียงขุมกำลังสูงสุด
เท่านั้น
แต่ขุมกำลังสูงสุดทั้งหลายก็สนใจแต่ผลประโยชน์ ยามบุตรเขา
เติบโต ก็สายเกินกว่าขุมกำลังเหล่านี้จะรั้งไหวแล้ว
มีเพียงสามขุมกำลังใหญ่ที่ต้องสนใจ ก็คือราชวงศ์ต้าเฉียน
ตระกูลเหลยโบราณและนิกายเทวมาร
แต่แดนบูรพาเกิดสงคราม ราชวงศ์ต้าเฉียนและตระกูลเหลย
โบราณมิอาจลงมือกับพวกเขาได้
หากนิกายเทวมารคิดสกัดเผ่ามาร ก็ไม่มีทางมาสู้กับพวกเขาได้
ดังนั้น แผนการนี้จึงหาส่งผลกระทบหนักหนาไม่
ยามบรรพชนจระเข้จากเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทราบเรื่อง มันก็
เกือบหัวเราะจนขาดใจตาย
เจียงผิงอันแข็งแกร่งเลิศล ้า แม้จะไม่เท่ามหาจักรพรรดิในกาล
ก่อน ก็มิได้แย่กว่ากันเท่าไหร่
แต่ปรากฏว่าอัจฉริยะเช่นนี้มิได้จะตายด้วยมือศัตรู ดันมาตาย
ด้วยมือมนุษย์ด้วยกันเสียนี่ น่าขันจริงแท้
ในเขตหวงห้ามกาลเวลาอันลึกลับ หนึ่งสุสานพลันเปิดออก ร่าง
โปร่งใสสีเขียวอันบิดเบี้ยวคืบคลานออกมา
ร่างของมันเป็นสีเขียวทั้งตัว รูปลักษณ์บางครั้งเหมือนทารก บาง
หนเหมือนคนชรา เดี๋ยวก็เปลี่ยนสู่สุญตา อำนาจประหลาดแห่ง
กาลเวลาเคลื่อนวนทั่วกาย
“ถึงเวลากินอีกแล้ว”
เสียงอันชวนขนลุกดังก้องในเขตหวงห้ามกาลเวลา กฎแห่ง
กาลเวลารอบข้างพลันรวนเร พฤกษามวลไม้รายล้อมเติบโตมั่วซั่ว
บ้างโตไวจนเหี่ยวเฉาตายไป บ้างหวนกลับสู่ลักษณ์เมล็ดพันธุ์…
ความตายที่ใกล้เข้ามาของเจียงผิงอันทำให้ผู้ฝึกตนมากมาย
รำพึง ศัตรูนับไม่ถ้วนปรีดา
นิกายเทวมาร ในโถงหลักของนิกาย
เยี่ยอู๋ฉิงเดินเข้ามาหาเจียงผิงอัน ใบหน้างดงามหามีเค้าอารมณ์
ใด “ลูกพี่ ข้าไปแล้วนะ”
เจียงผิงอันหันมามอง “ไปที่ใด?”
“แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อคิดร้ายกับลูกพี่ ข้าจะไปฆ่าบุตร
ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเหลียงเซียวหง!”
เยี่ยอู๋ฉิงกำหมัด ร่างของเขาสะท้าน มิอาจสะกดจิตสังหารอัน
เกรี้ยวกราดไว้ได้
“เหลียงเซียวหงแข็งแกร่งมากนะ เจ้าฆ่าเขามิได้หรอก” เจียงผิง
อันกล่าว
“ข้ารู้ว่าเอาชนะมิได้ แต่ก็มิได้คิดเอาชนะอีกฝ่ายอีกแล้ว แค่จะไป
ตายตกตามกันกับเขาเท่านั้น”
สีหน้าของเยี่ยอู๋ฉิงเปี่ยมความหนักแน่นพร้อมทิ้งชีวิต
เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ “ชีวิตของเจ้าก็คือชีวิต จะมีหวังได้
ก็ยามยังมีชีวิตอยู่ อย่าเอาแต่อยากตายสิ ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นไร
หรอก”
“ลูกพี่ อย่าโกหกเลย”
เยี่ยอู๋ฉิงรู้แล้วว่า ‘ศิลาสางกาลเวลา’ เป็นสิ่งร้ายกาจเพียงไร
กล่าวได้ว่าขอเพียงถูกหมายหัว ก็มีเพียงความตายเท่านั้นที่รอ
อยู่ ไม่มีสิ่งใด ข้อจำกัดใดหยุดมันได้เลย
“ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ เจ้ากลับไปฝึกฝนเถอะ”
เจียงผิงอันมิได้โกหก
หากเป็นผู้อื่น เขาตายแน่ ๆ แต่เจียงผิงอันมีที่ซ่อน ผีสาง
กาลเวลาที่ว่านั่นไม่มีทางหาเขาเจอ
เยี่ยอู๋ฉิงนั่งลงข้างเจียงผิงอัน “ในเมื่อลูกพี่บอกว่าไม่เป็นไร ข้าก็
จะอยู่ข้าง ๆ ลูกพี่นี่แหละ”
เจียงผิงอัน “…”
ทำไมเจ้านี่หัวรั้นนัก?
เจียงผิงอันหันไปกล่าวกับเฉียนฮวั่นโหรวที่ข้างกาย “ผู้อาวุโส
อันตรายอาจปรากฏ ท่านกลับบ้านเสียดีกว่า”
เฉียนฮวั่นโหรวสางเรือนผมยาวตรงหน้านาง ให้ความรู้สึกสงบ
อย่างเกินนิยาม
“ข้าอยากเห็นว่าผีสางกาลเวลาในตำนานหน้าตาเป็นเช่นไร”
“นั่นเท่ากับตายนะ” เจียงผิงอันกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ก็ตายสิ”
เจียงผิงอัน “…”
คนพวกนี้ไม่กลัวตายกันบ้างหรือไร?
ขณะที่เจียงผิงอันพูดไม่ออก เขาก็สะเทือนใจยิ่งกว่า
มีคนสนิทที่พร้อมร่วมเป็นร่วมตายเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่สถานะหรือ
สมบัติใดแลกได้เลย
คนเช่นนี้ สามารถฝากฝังทุกสิ่งได้
หลายบุคคลเก็บตัวเฉยชา ไม่เต็มใจเสวนากับใคร ทว่าแท้จริง
พวกเขามิได้เฉยชาอย่างแท้จริง แค่หาผู้ที่จริงใจต่อกันมิได้เท่า
นั้นเอง
ณ โลกใบน้อยภายในอ่างสัมฤทธิผล เจียงผิงอันอีกคนถืออ่าง
สัมฤทธิผลอันสมบูรณ์พร้อม ถามจิตศาสตราว่า
“ผู้อาวุโส ศิลาสีเขียวนี่คืออะไรกันแน่ มันถึงกับช่วยท่านฟื้นตัว
ได้ทันที”
เขาใส่ ‘ศิลาสางกาลเวลา’ ลงในอ่างสัมฤทธิผล ใช้มันลอกหิน
ผลึกจำนวนมากอันเป็นที่ต้องการในภพบุกเบิก แล้วอ่างสัมฤทธิผลก็
ฟื้นฟูสมบูรณ์
ศิลาสีเขียวก้อนนั้นเทียบได้กับยอดสมบัติชิ้นหนึ่ง!
“นี่มิใช่ศิลาหรอก แต่เป็นเนื้อก้อนหนึ่งจากตัวยอดฝีมือ ผีสาง
กาลเวลาที่พูดกันก็คือวิญญาณของยอดฝีมือหลังตกตายนั่นแหละ”
จิตศาสตราอธิบาย
หลังได้ยินเช่นนี้ หนังศีรษะของเจียงผิงอันพลันชาวาบ
นี่ต้องเป็นตัวตนระดับใดกัน เพียงเนื้อก้อนเดียวจากตัวก็เทียบได้
กับยอดสมบัติแล้ว
วิญญาณหลังตกตายยังทำลายศาสตราเซียนได้ด้วย ทำให้หนึ่ง
ขุมกำลังใหญ่เกือบสิ้นชื่อ
สามเขตหวงห้ามน่ากลัวจริง ๆ
แต่ตัวตนน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ก็ถูกภพเซียนข่มขวัญเสียจนมิ
กล้าเผยตัว
ยามนี้ ภพเซียนจะบุกมายังภพแร้นแค้นเมื่อใดก็ได้
“ข้าลบตราบนมือมิได้เลยหรือ?”
เจียงผิงอันมองลวดลายสีเขียวที่หลังมือตนอย่างเคร่งขรึม หาก
เขาลบตรามิได้ ผีสางจากยอดฝีมือผู้นั้นก็จะยังหาเขาเจอ
“อย่าห่วงเลย ยามผีสางตนนั้นมา ข้าจะเคลื่อนย้ายเจ้ากับมันไป
ทันที แล้วจะโยนมันใส่ยอดฝีมือผู้หนึ่งในภพบุกเบิก”
จิตศาสตราคิดหาทางออกได้แล้ว
“แบบนั้นไม่ดีสิ มันจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ง่าย ๆ เลยนะ”
เจียงผิงอันไม่อยากให้ผู้อื่นมาลำบากเพราะเรื่องของตน
น ้าเสียงของจิตศาสตราพลันขุ่นแค้น “ข้าไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์
หรอก ข้าจะเคลื่อนย้ายผีสางนั่นไปยังสำนักของคนทรยศที่ทำข้า
แตกร้าว เจ้านั่นบรรลุเซียนไปแล้ว ส่วนสำนักเขากลายเป็นสุนัขรับ
ใช้ภพเซียน”
“อ้อ งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว”
เจียงผิงอันมิคาดว่าการล้างแค้นของอ่างสัมฤทธิผลจะหนักหนา
ไม่เบา
ขณะนี้ จู่ ๆ เส้นขนบนตัวเจียงผิงอันก็ลุกซู่ ลางหายนะถึงชีวิตอัน
ชวนสะพรึงปกคลุมทั่วกาย
มิเพียงเจียงผิงอัน ผู้ฝึกตนทั่วทั้งนิกายเทวมารล้วนรู้สึกเช่นกัน
“ผีสางกาลเวลามาแล้ว!”
แรงกดดันมหาศาลนี้ทำให้ทุกผู้มิอาจขัดขืนได้เลย
กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติทั้งหลายยังร่างสะท้านด้วย
ความกลัว
น่ากลัวยิ่งนัก น่ากลัวจนเกินบรรยาย
เงาร่างสีเขียวอันมิอาจพินิจลักษณ์ชัดเจนปรากฏขึ้น กาลเวลา
รอบข้างปั่นป่วน สายลมหยินหวีดหวิว ปราณมรณะปกคลุมทั่วนิกาย
เทวมาร ฟ้าดินล้วนหม่นหมองหดหู่
เงาร่างนั้นมุ่งตรงมายังเจียงผิงอันในโถงเจ้านิกาย
เฉียนฮวั่นโหรวสัมผัสปราณได้ ทราบดีว่านางกำลังจะตาย นาง
จึงฉวยมือเจียงผิงอันกะทันหัน
เยี่ยอู๋ฉิงไร้ความกลัวใด ๆ เขาพอใจยิ่งที่ได้ตายไปกับลูกพี่
“กินข้าว…”
ภาษาอันฟังไม่ได้ศัพท์ดังออกมาจากเงาร่างอันมิทราบลักษณ์
แท้ มันกระโจนเข้าใส่พวกเจียงผิงอันทันที
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็ตะโกน “เคลื่อนย้าย!”
พริบตาต่อมา คนทั้งสามในโถงหลักและเงาร่างสีเขียวก็หายไป
นิกายเทวมารคืนสู่ความสว่างไสว ทว่าสีหน้าของทุกผู้ล้วนแล้ว
ไม่น่าชม
“ตัวตนน่าสะพรึงกลัวนั่นไปแล้วหรือ?”
“ใต้เท้าเจ้านิกายผู้น่าสงสาร พรสวรรค์ล ้าเลิศ แต่กลับต้องมาตก
ตายเพราะเหตุนี้”
“แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อสมควรตาย ไม่ช้าก็เร็ว เหลาจื่อจะให้
พวกมันต้องชดใช้”
ทั้งศิษย์และบุคคลระดับสูงในนิกายเทวมารล้วนเปี่ยมความไม่
พอใจ แค้นเคืองแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อถึงที่สุด
เดิมที พวกเขานิกายเทวมารจะได้สั่งสมวาสนา ฟื้นฟูกลับมา
ขณะเจียงผิงอันเติบโต
แต่ทุกสิ่งก็ถูกทำลายไปโดยแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
จี้เฟยมองไปทางโถงเจ้านิกาย ใบหน้าเผยเค้าเสียใจ ลูบท้องของ
ตนเบา ๆ
“รีบ ๆ โตนะ ข้าหวังว่าเจ้าจะได้รับสืบทอดพรสวรรค์ของเขามา
ทำลายพวกสารเลวนั่น…”
แอ๊ด…
ประตูโถงหลักตำหนักเจ้านิกายเปิดออก หนึ่งร่างสูงใหญ่ปรากฏ
ขึ้น
เมื่อเห็นร่างนี้ ปวงชนในนิกายเทวมารล้วนผงะนิ่ง
“ใต้เท้าเจ้านิกาย!”