สู่วิถีอมตะ - บทที่ 471 ประชันผู้ฝึกตนจากภพบุกเบิก
เหตุกะทันหันนี้ทำให้ปวงชนผงะ
กระทั่งเจียงผิงอันยังรับมือไม่ทัน
เกิดอะไรขึ้น?
เขาสัมผัสมิได้ถึงจิตสังหารจากอีกฝ่ายเลย
นอกจากนั้น อีกฝ่ายยังมีบรรยากาศห้าวหาญเปี่ยมคุณธรรมอยู่
ทนโท่ ไฉนเขาจึงลอบโจมตีได้?
สีหน้าเปี่ยมคุณธรรมของหลิวอวิ๋นเลือนหาย เหลือเพียงดาบอัน
เผยฤทธิ์อัปลักษณ์ชวนขนลุกจี้มาถึงหว่างคิ้วของเฉียนฮวั่นโหรว
เปรี้ยง!
พื้นใต้เท้าหลิวอวิ๋นยกตัวขึ้นสูงอย่างกะทันหัน ดาบฟันเฉี่ยว
ใบหน้าของเฉียนฮวั่นโหรว ทิ้งแผลเลือดโชกไว้เป็นทางยาว
“เวร เกือบสำเร็จแล้วเชียว”
หลิวอวิ๋นผู้ร่างถูกดีดกระเด็นโรยตัวลงบนพฤกษาใหญ่ต้นหนึ่ง
หงุดหงิดใจยิ่งนัก
ผู้ฝึกตนชุดม่วงอีกคนปรากฏขึ้นข้างตัวเขา ซึ่งก็คือหยางตานชิง
ซึ่งเพิ่งจรจาก ในมือถือดาบเล่มหนึ่ง
พวกเจียงผิงอันทั้งสามเข้าใจสถานการณ์ทันที
ปรากฏว่าทุกสิ่งเป็นเพียงฉากหนึ่งของละคร คนเหล่านี้เป็นพวก
เดียวกันทั้งหมด
ตั้งแต่แสร้งทำเป็นขอความช่วยเหลือ ไปจนถึงการไล่ล่าโจร มา
ถูกผู้มีคุณธรรมขวางไว้ ทั้งหมดเป็นแผนเพื่อที่จะลอบโจมตีในยาม
สุดท้าย
โชคยังดีที่เฉียนฮวั่นโหรวตอบโต้ได้ดี มิได้ถูกฆ่า
แต่ใบหน้าของนางก็ยังมีแผล โลหิตหยดลงเปื้อนอาภรณ์ขาวอัน
เรียบง่ายของนางจนแดงฉาน
เจียงผิงอันยกมือขึ้นใช้ ‘ทวีคูณอนันต์’ ตั้งใจจะช่วยรักษา
บาดแผลให้เฉียนฮวั่นโหรว
แต่กฎเกณฑ์แห่งไม้ของเขาเพิ่งเริ่มทำความเข้าใจในขั้นที่สาม
ผลการเยียวยามิได้ดีนัก
“ข้ารักษาเองได้”
เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยเบา ๆ “หลิวอวิ๋นผู้นี้น่าจะมีวิชาลับพิเศษ
บางอย่าง ไม่ก็ค่ายกลระดับสูงพิเศษบางอย่างกับตัว จึงเปลี่ยนปราณ
บนตัวได้”
“ค่ายกลอักขระของที่นี่ไม่ธรรมดา เราควรหาโอกาสซื้อไว้ ของ
เช่นนี้มีผลยิ่งในสงคราม”
“ยามนี้ เราแดนบูรพาไร้กำลังต่อหน้าเผ่าปีศาจ หากได้ค่ายกล
อักขระระดับสูงมา เราจะลดผู้เสียหายล้มตายได้มหาศาล”
“นอกจากนั้น เจ้ายังนำอักขระไปขายต่อ แลกทรัพยากรได้
เยอะแยะด้วย”
เจียงผิงอันพยักหน้า “เป็นความคิดที่ดี”
โจรทั้งสองรู้สึกถูกหยามอย่างยิ่งยามเห็นเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่น
โหรวคุยกันหน้าตาเฉย
พวกเขาเป็นโจร สองคนนี้ยังเมินพวกเขาเสียสนิท นี่ดูถูกกันอยู่
หรือ?
หลิวอวิ๋นสุดแสนหงุดหงิด พุ่งเข้ามาหาทันใด เขาเงื้อดาบในมือ
กฎเกณฑ์วิถีดาบอันทรงพลังฟาดฟันเข้าใส่ทั้งสามด้วยความเร็วสูง
ล ้า
เปรี้ยง!
เฉียนฮวั่นโหรวใช้วิชาดึงดาราเด้งตัวศัตรูออกไป ก่อนจะ
กล่าวกัยเจียงผิงอันว่า “คนละหนึ่ง”
“ได้”
เจียงผิงอันหมุนตัว มองโจรทั้งสองอย่างเฉยชา
โจรทั้งสองเกือบคิดเสียแล้วว่าตนฟังผิด เด็กนี่เหมือนจะอยู่ใน
ขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ยังคิดรับมือพวกเขาอยู่อีกหรือ?
สองฝ่ายต่างกันสองขั้นย่อย มันต่างอะไรกับพาตัวเองมาตาย
คิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะล ้าเลิศหรือไร?
หากพวกเขาถูกผู้ฝึกตนระดับนี้ชนะได้ พวกเขาก็ควรกลับครรภ์
มารดาไปเกิดใหม่ได้แล้ว
โจรทั้งสองมิได้สนใจเจียงผิงอันเลย แต่จ้องมองเฉียนฮวั่นโหรว
กันอย่างระแวง
สตรีผู้นี้เป็นภัยที่สุด
วิชาแรงโน้มถ่วงอันลึกลับนั่นแข็งแกร่งสุดขั้ว
ทว่า ขณะที่ทั้งสองมัวแต่สนใจเฉียนฮวั่นโหรว เจียงผิงอันก็ใช้
อัสนีพริบตาพุ่งเข้าใส่
เดิมทีเขาสามารถเคลื่อนกายสองร้อยลี้ได้ในพริบตา แต่ภายใต้
แรงโน้มถ่วงชวนขนลุกและมิติอันมั่นคงยิ่ง เขาจึงไหวกายได้เพียง
สามสิบจั้งในพริบตา ผลลัพธ์อ่อนลงมหาศาล
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังทำโจรทั้งสองสะดุ้งได้
ความเร็วน่ากลัวอะไรอย่างนี้!
แต่ไม่ว่าชายผู้นี้จะเร็วเพียงไร เขาก็มิได้อยู่ในขั้นปลายขอบเขต
หลอมสุญตาอยู่ดี ยังคงห่างชั้นกับพวกตนสองขั้นย่อย การฆ่าคนผู้นี้
ยังทำได้ง่าย
หยางตานชิงสะบัดดาบในมือ ดาบนี้วาดอักขระทรงพลังเอาไว้
สามารถเพิ่มพลังโจมตีมหาศาล เสียงหวดอากาศดังเลื่อนลั่น
ขณะที่เขากำลังจะโจมตีถึงเจียงผิงอันอยู่นั้น อำนาจกฎแห่ง
กำลังพลันแผ่จากตัวเจียงผิงอัน ผลักดาบที่ฟาดฟันเข้ามากลับไป
ม่านตาของหยางตานชิงหดตัว รีบคว้าดาบในมือไว้มิให้บาดโดน
ตัวเอง
“วิชาประหลาดอะไรนี่”
หลิวอวิ๋นคิดฉวยโอกาสนี้ลอบโจมตีเจียงผิงอัน แต่ก็ถูก
เฉียนฮวั่นโหรวใช้วิชาดึงดาราลากตัวมาตรงหน้า
“คู่มือของเจ้าคือข้า”
ทั้งสี่เปิดศึกกันอุตลุดทันที
ขณะมองเจียงผิงอันออกศึก เยี่ยอู๋ฉิงก็กำหมัดแน่น สุดแสนไม่
เต็มใจ สุดท้ายเขาก็ยังอ่อนแอเกินกว่าจะปกป้องลูกพี่ได้
ยังแข็งแกร่งไม่พอ ข้าต้องแข็งแกร่งกว่านี้
กฎเกณฑ์อันบ้าคลั่งกวาดเป่าเมฆา ต้นไม้หนาระเบิดตัวล้มโค่น
ฝุ่นควันกระจายฟุ้งทั่วทิศ
หลิวอวิ๋นถูกเฉียนฮวั่นโหรวเล่นงานจนล่าถอย ตะโกนบอกหยาง
ตานชิง “รีบจัดการเด็กนั่นซะ! แค่ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญ
ตาคนเดียว ไฉนใช้เวลานานเพียงนั้น?”
“ข้าก็อยากรีบเหมือนกัน!”
หยางตานชิงหงุดหงิดใจยิ่ง “วรยุทธ์เด็กนี่น่ารังเกียจสิ้นดี ยิ่งข้า
ลงมือรุนแรง เขายิ่งสวนกลับแรงตาม!”
ชายตรงหน้าเขาขอบเขตมิได้สูงแท้ๆ แต่เขากลับเหมือนมี
อำนาจแข็งแกร่งสุดขั้ว เขามิอาจทำร้ายได้เลย
หยางตานชิงสูดหายใจลึก ๆ กล่าวขึ้นเสียงขรึม “อย่าซ่อนฝีมือ
เจอตอเข้าให้แล้ว”
หลิวอวิ๋นและหยางตานชิงชำเลืองกัน ก่อนจะจ่ายปราณ
วิญญาณมหาศาลเข้าไปในอาวุธ
อักขระบนอาวุธทั้งสองเรืองรองแรงกล้า ห้อมล้อมด้วยกฎเกณฑ์
ปราณรุนแรงโคจร
เจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวสัมผัสเค้าอันตราย ทั้งสองล้วนรีบ
ถอย
หลิวอวิ๋นแย้มยิ้ม “อยากจะหนีแล้วหรือ? ไม่มีทาง! ข้าจะสับพวก
เจ้าให้เละ!”
โจรทั้งสองไล่ตามมาทันที
เยี่ยอู๋ฉิงมองเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวถูกบังคับให้ล่าถอย
ด้วยสีหน้าเครียดเขม็ง
ฟ้าดินที่นี่พิเศษนัก กระทั่งพลังต่อสู้ของลูกพี่ยังถูกกระทบ
ขณะต่อสู้ เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวกับเจียงผิงอันเบา ๆ “ระดับอาวุธ
ของพวกเขาก็สูงกว่าของเรา ไม่รู้นี่ราคาเท่าไหร่เลย”
“ไม่น่าจะแพง เพราะถึงอย่างไร ผู้ฝึกตนระดับนี้ใช้ของแพง ๆ ไม่
ไหวหรอก”
เจียงผิงอันรับมือกับหยางตานชิงอย่างสุขุม
เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ย “ช่วยข้าเคลื่อนย้ายอาวุธกลับไปสักหน่อย
ราคาตกลงกันได้”
“ข้าไม่คิดเงิน ถึงอย่างไร ทุกอย่างก็ทำเพื่อแดนบูรพา”
ขณะมองทั้งสองสู้พลางคุยพลาง ในที่สุดหยางตานชิงและ
หลิวอวิ๋นก็ตระหนักถึงบางสิ่ง
สองคนนี้ใช้พวกเขาเป็นคู่ซ้อมประลอง!
เฉียนฮวั่นโหรวถาม “เจ้าใกล้คุ้นชินหรือยัง”
เจียงผิงอันพยักหน้า “ใกล้แล้ว ข้อจำกัดของพลังต่อสู้ที่นี่ใหญ่
หลวงจริง ๆ”
ในการต่อสู้เมื่อครู่ พวกเขาแค่กำลังปรับตัวกับสภาพแวดล้อม
ที่นี่
เพราะถึงอย่างไร ยามพวกเขาแรกมาถึง ก็มิอาจทราบว่าที่นี่มี
ข้อจำกัดกี่มากน้อย ดังนั้น เพื่อให้คุ้นชินกับมัน พวกเขาย่อมต้อง
หยอกล้ออุ่นเครื่องกันสักหน่อย
เฉียนฮวั่นโหรวควบคุมหนามพสุธา แทงหว่างคิ้วหลิวอวิ๋นและ
วิญญาณเทวะทะลุทันที
“พรสวรรค์ผู้ฝึกตนที่นี่ไม่เลวแท้ คนทั้งสองมีรากวิญญาณคู่ไร้ที่
ติ หากอยู่ฝั่งเราจะเป็นอัจฉริยะได้ เหลือศพสมบูรณ์ไว้ขายให้สำนัก
บัญชาศพ จะทำเงินได้มากเชียว”
หลิวอวิ๋นร่วงลงกับพื้น สีหน้าของเขาแข็งค้าง ประกายชีวิตเลือน
หาย
เขามิคาดคิดว่าตนจะตายง่ายเพียงนี้
หยางตานชิงขวัญผวา กวัดแกว่งดาบสุดกำลัง คิดจะฆ่าเจียงผิง
อันแล้วหนี
เจียงผิงอันยกมือขึ้นคว้าดาบไว้ตรง ๆ
เห็นเช่นนี้ ดวงตาของหยางตานชิงก็แทบถลนจากเบ้า
ผู้ฝึกกายา!
การจะรับดาบของเขาได้ในขอบเขตนี้ คนผู้นี้ต้องเป็นอัจฉริยะ
จากขุมกำลังใหญ่แน่แท้!
โอกาสพบเจอคนเช่นนี้น้อยเสียยิ่งกว่าชนะพนัน แต่เขาก็เจอเข้า
จนได้!
เจียงผิงอันก้าวเข้ามาเหยียบร่างหยางตานชิงลงกับพื้น แดนดิน
แหลกระเบิด
เยี่ยอู๋ฉิงปลดกังวลลงสิ้น เสสรวลเย้ยตนเอง “น่าขัน ข้าถึงกับ
สงสัยว่าพลังต่อสู้ของลูกพี่แย่เชียวหรือ”