สู่วิถีอมตะ - บทที่ 472 ศาลาเติงเซียน
“เจ้าเป็นศิษย์ศาลาเติงเซียนหรือ?”
เจียงผิงอันก้มลงถามหยางตานชิงใต้เท้าตนเบา ๆ
เขาถูกเคลื่อนย้ายมาที่นี่เพื่อเตรียมเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียน
จากวาทะของจิตศาสตรา ศาลาเติงเซียนมี ‘วิชาจำแลงเซียน’ ซึ่ง
สามารถแปลงปราณวิญญาณสู่ปราณเซียนได้อยู่
หลังจากได้ปราณเซียนมา พลังต่อสู้จะพัฒนาไปอย่างสะท้าน
สะเทือน สามารถแผลงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ได้ในขอบเขตปัจจุบัน
อำนาจศักดิ์สิทธิ์คือวรยุทธ์ระดับสูงสุดซึ่งใช้ได้ก็ต่อเมื่อถึง
ขอบเขตบูรณาการ
เมื่อใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ เขาก็จะประชันยอดฝีมือขอบเขตบูรณา
การได้
นอกจากนั้น หลังจากแปลงปราณวิญญาณสู่ปราณเซียน แม้
บาดแผลมิได้รับการรักษา ร่างกายก็จะเยียวยาตนเองรวดเร็วยิ่ง
ถึงยามนั้น เขาก็จะสามารถทิ้งการฝึกฝน ‘ทวีคูณอนันต์’ ไป มิ
ต้องทำความเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งไม้อีก ประหยัดเวลาฝึกฝนไปได้
สรุปคือ ผลประโยชน์มีมหาศาล
“ข้าเป็นศิษย์ศาลาเติงเซียน! หากพวกเจ้ากล้าฆ่าข้า ศาลาเติง
เซียนของข้าจะตอบโต้แน่!”
หยางตานชิงมองเจียงผิงอันอย่างขวัญผวา แผดเสียงใส่ดังสนั่น
เฉียนฮวั่นโหรวข้างตัวเขาเอ่ยขึ้น “คนเช่นนี้มีพื้นหลัง มิอาจเก็บ
ไว้ ฆ่าเลยดีกว่า”
“ได้” เจียงผิงอันพยักหน้า
ร่างของหยางตานชิงเกร็งนิ่ง
สตรีผู้นี้โหดเหี้ยมจริง ๆ
เขาขวัญผวาจนรีบแก้คำพูด “ข้ามิใช่ศิษย์ศาลาเติงเซียน! ข้า
แค่แอบอ้าง! เพราะไร้เงินตราจึงต้องปล้นชิง ศิษย์ศาลาเติงเซียนที่
ไหนจะปล้นฆ่าคน!”
ริมฝีปากแดงของเฉียนฮวั่นโหรวยกขึ้น อันที่จริง นางกับเจียงผิง
อันจงใจร่วมมือกันข่มขวัญคนผู้นี้อย่างแนบเนียนรู้ใจ
เจียงผิงอันถามต่อไป “หากจะเข้าร่วมศาลาเติงเซียน มี
ข้อกำหนดเช่นไร”
หยางตานชิงขวัญสะท้านจนมิกล้าไม่ตอบ “ง่ายมาก แค่บรรลุ
ขอบเขตแปรเทวะก่อนอายุสามสิบ ถึงขอบเขตหลอมสุญตาก่อนอายุ
แปดสิบ ด้วยพรสวรรค์ของนายท่าน ต้องเข้าร่วมได้แน่ ๆ”
ทั้งสาม “???”
นี่เรียกง่าย?
ทางฝั่งภพแร้นแค้น นี่เรียกโคตรอัจฉริยะเลยเถอะ
น่าจะเป็นเพราะมาตรฐานระดับล่างของผู้ฝึกตนในภพบุกเบิกสูง
ลิ่ว มีทรัพยากรไม่ขาดแคลน จึงเคลื่อนขอบเขตกันแสนง่าย หาก
ทรัพยากรมีเท่ากันทั้งสองฝ่าย ภพแร้นแค้นก็คงไม่แย่เพียงนี้
“ต้องบรรลุเรื่องพวกนี้หรือ? ไม่ตรวจสอบพรสวรรค์กันเลย?”
เจียงผิงอันถามต่อ
หยางตานชิงส่ายหัว “ไม่ตรวจสอบพรสวรรค์ หากผ่านมาตรฐาน
ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพรสวรรค์ไม่เลว ศาลาเติงเซียนไม่สนใจเรื่อง
ร่างเทวะอะไรเท่าไหร่หรอก”
“จากวาทะของศาลาเติงเซียน คนบางผู้มีพลังใจแข็งแกร่ง ต่อให้
ไม่มีร่างเทวะ ขอเพียงมีทรัพยากร ก็จะสร้างความสำเร็จขึ้นได้”
“และยังมีอัจฉริยะพิเศษบางคน แม้จะพรสวรรค์มิได้ดีนัก แต่
ความสร้างสรรค์ของพวกเขาน่ากลัวยิ่ง อายุยังน้อยก็สร้างวรยุทธ์เอง
เป็นแล้ว”
ได้ยินเช่นนี้ เฉียนฮวั่นโหรวก็ชำเลืองเจียงผิงอันอย่างเผลอตัว
นางเคยตรวจข้อมูลของเจียงผิงอัน ทราบว่ายามแรกพรสวรรค์
ของเจียงผิงอันหาโดดเด่นไม่ หรือพูดให้ถูกคือหามีพรสวรรค์สักนิด
ชายผู้นี้เติบโตจากสถานที่เล็กจ้อย สร้างขอบเขต ร่างเทวะ
และวรยุทธ์ของตัวเอง จนกลายเป็นวีรชนผู้น่าสะพรึงกลัวของยุคสมัย
ปัจจุบัน
เจียงผิงอันน่าจะเป็นอัฉจริยะสร้างสรรค์ที่ว่า
“นายท่าน ข้ายกทรัพยากรให้หมดเลย ปล่อยข้าไปได้หรือไม่?”
หยางตานชิงอ้อนวอน
“ยังมีคำถามที่อยากถามอยู่ ถามหมดแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป”
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ
“ขอบคุณนายท่าน ถามมาได้เลย ข้าจะตอบทุกสิ่งที่รู้!” หยาง
ตานชิงดูตื่นเต้น
เจียงผิงอันใช้เวลาเนิ่นนานซักถามข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะ
ปล่อยหยางตานชิงไปตามตกลง
ขณะที่หยางตานชิงกำลังเดินจาก ศีรษะก็ปรากฏรูขึ้นรูหนึ่ง
จากวาทะของหยางตานชิง ที่นี่คือแคว้นชางหลาน หนึ่งในเก้า
แคว้นของภพบุกเบิก
แคว้นนี้ลำพังก็ใหญ่กว่าภพแร้นแค้นที่เจียงผิงอันอาศัยอยู่
มากมายนัก
ที่นี่มีศาลาเติงเซียนอยู่สาขาหนึ่ง หากคิดจะได้ ‘วิชาจำแลง
เซียน’ มา ก็ต้องเข้าร่วมศาลาเติงเซียน
“เจ้าอายุมากเกินจะเข้าร่วมศาลาเติงเซียนแล้ว”
เฉียนฮวั่นโหรวไม่รู้ว่าเจียงผิงอันจะไปทำอะไรในศาลาเติงเซียน
แต่นางก็ฟังออกว่าเจียงผิงอันอยากเข้าร่วมยิ่งนัก
“ไปดูกันก่อนเถอะ” เจียงผิงอันอยากลองดู
“เจ้าอยากเข้าร่วมศาลาเติงเซียนโดยการแสดงพลังต่อสู้หรือ?”
เฉียนฮวั่นโหรวคาดเดา
เจียงผิงอันส่ายหัว “ข้าไม่คุ้นเคยกับคนที่นี่ ยอดฝีมืออยู่ทั่วทุก
แห่งหน วรยุทธ์ของข้าไม่เหมือนที่นี่ เพื่อมิให้เกิดอุบัติเหตุ ข้าเลยมิ
คิดเผยตัวเองมากนัก”
“เช่นนั้น เจ้าก็เข้าร่วมกับศาลาเติงเซียนมิได้หรอก”
“บางทีอาจใช้เงินปูทางเข้าได้นะ” เจียงผิงอันว่า
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัว “ไม่มีทาง ขุมกำลังใหญ่ระดับนี้ การคัด
กรองเข้มงวดอย่างยิ่ง จะเอาเงินฟาดหัวเพื่อเข้าร่วมได้อย่างไร?”
นางเคยเป็นจักรพรรดิของราชวงศ์ต้าเฉียน ย่อมทราบว่าขุม
กำลังใหญ่เช่นนี้คัดกรองผู้ฝึกตนเข้มงวดเพียงไร
เจียงผิงอันเก็บซากศพบนพื้นไป ผู้ฝึกตนจากภพบุกเบิกมาก
พรสวรรค์ยิ่ง ไว้นำศพกลับไปขายให้สำนักบัญชาศพ น่าจะได้ราคา
ดี
หลังเก็บศพเสร็จสิ้น ทั้งสามก็ตามทิศที่หยางตานชิงชี้บอกไปยัง
เมืองแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใต้อิทธิพลของศาลาเติงเซียน ซึ่งก็คือสถานที่
คัดเลือกศิษย์
ระหว่างทาง เจียงผิงอันก็เล่าสิ่งที่เขาทราบมาให้เฉียนฮวั่นโหรว
และเยี่ยอู๋ฉิงฟังด้วย
เมื่อทราบถึง ‘วิชาจำแลงเซียน’ เฉียนฮวั่นโหรวก็ตื่นเต้นและ
ตกใจขึ้นมาสุดขีดอย่างเห็นได้ชัด
น่าเสียดายสำหรับเฉียนฮวั่นโหรว พวกนางแก่เกินกว่าจะมี
โอกาสได้เข้าร่วมกับศาลาเติงเซียนเสียแล้ว
พวกเจียงผิงอันใช้เวลาเกือบวันกว่าจะมาถึงเมือง
เมืองแห่งนี้สร้างโดยศาลาเติงเซียน เพื่อให้สะดวกในการซื้อขาย
ของของเหล่าศิษย์ และสะดวกต่อผู้ฝึกตนภายนอกเข้าค้าขายกับ
ศาลาเติงเซียนด้วย
ศาลาเติงเซียนจะขายอาวุธวิเศษระดับสูง แผ่นยันต์ โอสถและวร
ยุทธ์ กอบโกยกำไรผ่านสิ่งของระดับสูงส่วนเกินเหล่านี้
เมืองแห่งนี้ไร้กำแพง เปิดกว้างแก่สาธารณชน มีอาคารสูงใหญ่
สัตว์ภูตกลายพันธุ์แปลกตาและสินค้านานาเรียงรายตามร้านรวง
“ลูกพี่ ทำไมพวกเขาพูดภาษาของเราเหมือนกันล่ะ?”
เยี่ยอู๋ฉิงพลันตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงถ่ายทอดกระแสปราณมาถาม
“มหาจักรพรรดิเคยมาที่นี่เมื่อเนิ่นนานเพื่อช่วยรับมือยอดฝีมือ
จากภพเซียน และระหว่างนั้น เขาก็มาตกลงเรื่องภาษาด้วย”
เจียงผิงอันกล่าวตามวาทะของจิตศาสตราของอ่างสัมฤทธิผล
เยี่ยอู๋ฉิงมองเจียงผิงอันอย่างชื่นชม ลูกพี่ร้ายกาจจริง ๆ รอบรู้ทุก
อย่างเลย
ขณะทั้งสามเสวนา ก็มาถึงโถงใหญ่สีดำแห่งหนึ่ง
ประตูโถงหลักเขียนข้อความไว้ว่า
[สำนักงานสาขาคัดเลือกศิษย์ ศาลาเติงเซียน]
สั้นกระชับเข้าใจง่าย
หน้าโถงหลักมีแถวยาวเรียงราย พวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่
อยากเข้าร่วมศาลาเติงเซียน
“อายุเกินร้อย เพิ่งอยู่ในขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ยังอยาก
เข้าร่วมศาลาเติงเซียนของข้าอีก? รีบไสหัวไปเสีย!”
เสียงก่นด่าอย่างกราดเกรี้ยวดังออกมาจากในโถงหลัก
สีหน้าผู้ฝึกตนผู้ถูกด่าทอซีดขาว “ข้าจำได้ว่าเคยมีประกาศ ว่า
คุณสมบัติอย่างข้าเข้าไปเป็นคนงานในสำนักได้นะ”
“เมื่อก่อนคือเมื่อก่อน! ยามนี้คือยามนี้สิ แค่เพราะเรารับได้แค่
ขยะ ศาลาเติงเซียนของข้านับวันจึงยิ่งอ่อนแอ ดังนั้นต้องเริ่มจากข้า
ข้าจะไม่มีทางคัดเลือกศิษย์ขยะเข้าสำนักเด็ดขาด!”
ควางเจิ้งผู้รับหน้าที่คัดเลือกศิษย์ยืนขึ้นตะคอกใส่ผู้ฝึกตน
ทั้งหลาย “ผู้ฝึกตนขยะที่ไร้คุณสมบัติรีบ ๆ ไสหัวไปเสียให้หมด อย่า
เสียเวลาข้า!”
เหล่าผู้ฝึกตนล้วนผงะ พวกเขาหลายคนเดินจากไป เห็นได้ชัด
ว่าพวกเขาหาคุณสมบัติครบถ้วนไม่
เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวกับเจียงผิงอันอีกครั้ง “เราก็ไปกันเถอะ อย่า
ให้ถูกด่าเปล่าเลย”
“ข้าอยากลองดู” เจียงผิงอันตอบ
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัวอย่างจนใจ “ผู้รับผิดชอบคัดเลือกศิษย์ผู้
นี้ มองปราดแรกก็รู้ว่าเป็นผู้เคร่งในกฎเกณฑ์”
“ผู้ฝึกตนเช่นนี้ถือสำนักเป็นบ้านตน มองถึงผลประโยชน์สำนัก
ก่อน ไม่มีทางที่เจ้าจะใช้เงินซื้อได้เลย”