สู่วิถีอมตะ - บทที่ 474 เจียงผิงอันร้อยเล่ห์
เมื่อได้ยินวาทะของเฉียนฮวั่นโหรว จิตสัมผัสของเจียงผิงอันก็
กลับเข้าไปในป้ายหยกบันทึกข้อมูล พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ
การแลกแต้มผลงานเป็นอาวุธวิเศษ
มันกล่าวถึงอาวุธวิเศษบางชิ้นที่ใช้แลกเป็นแต้มผลงานได้
[เก้าแสนแต้มผลงาน: ยอดสมบัติโล่เทียนหลิง]
[หนึ่งล้านแต้มผลงาน: ยอดสมบัติดาบบุหลันโลหิต]
[หนึ่งล้านห้าแสนแต้มผลงาน……]
[พันล้านแต้มผลงาน: ศาสตราเซียนแส้โบยเทพ]
เจียงผิงอันจังงัง ยอดสมบัติราคาถูกยิ่ง กระทั่งศาสตราเซียนยังมี
ขาย!
ภพบุกเบิกที่นี่มั่งคั่งจริงแท้
หากสามารถนำยอดสมบัติเหล่านี้กลับไปขายที่ภพแร้นแค้นได้
รวยเละอย่างแน่นอน!
แต่ไม่นาน เจียงผิงอันก็สงบสติลง
“ราคายอดสมบัติที่นี่ก็แค่ถูกกว่าหน่อย แต่การสั่งสมแต้มผลงาน
ให้เพียงพออย่างรวดเร็วหาง่ายไม่”
ราคาต ่าสุดของยอดสมบัติคือเก้าแสนแต้มผลงาน ศาสตราเซียน
ราคาต ่าสุดคือพันล้านแต้ม
เฉียนฮวั่นโหรวสงบสติลงและเอ่ยว่า “ข้ามีทรัพยากรกับตัว
มากมาย ซื้อยอดสมบัติน่าจะได้”
“แต่ขอบเขตปัจจุบันของเราต ่าเกินไป หากซื้อเลยทันทีอาจเกิด
ปัญหาก็ได้ เจ้าพายอดฝีมือฝั่งเรามาที่นี่ด้วยได้หรือไม่?”
หลังพูดถึงตรงนี้ เฉียนฮวั่นโหรวก็ส่ายหัวทันที
“ช่างมันเถอะ ขอบเขตของเจ้ายามนี้ต ่าเกินไป เรื่องระหว่างสอง
ภพเหลือเชื่อเกินกว่าจะให้คนรู้มากนัก”
“เราหาภูเขาอยู่กันก่อนเถอะ แล้วค่อยคิดหาทางรวบรวมแต้ม
ผลงาน”
จากข้อมูลที่ได้ ศิษย์ทั้งหลายสามารถเลือกภูเขาพำนักเอง
ยิ่งใกล้ขุนเขาใหญ่ที่ใจกลาง ปราณวิญญาณยิ่งรวมตัวหนาแน่น
ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้เร็วเท่านั้น
ทว่า ภูเขาทำเลดี ๆ เป็นที่แย่งชิงอย่างดุเดือด และต้องใช้แต้ม
ผลงานจำนวนมาก
ผู้มาใหม่สามารถเลือกเนินเขาในบริเวณชายขอบได้โดยไร้
ค่าใช้จ่ายในเดือนแรก เดือนที่สองจึงเริ่มเก็บค่าอาศัย
เพื่อประหยัดทรัพยากรและได้ฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ผู้
ฝึกตนหลายคนจึงเลือกลงขันแต้มผลงานกับผู้อื่นเพื่อให้ได้อาศัยใน
สถานที่ดี ๆ หน่อย
สำหรับศิษย์ระดับล่าง การบริหารของศาลาเติงเซียนจะค่อนข้าง
ผ่อนปรน ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาแค่ต้องจ่ายร้อยแต้มผลงาน
ทุกเดือนเพื่อฝึกฝนในศาลาเติงเซียน
หากพวกเขาทำมิได้ ก็จะถูกขับออก
วรยุทธ์ อาวุธวิเศษและโอสถสามารถใช้แลกแต้มผลงานได้ทั้งสิ้น
ยิ่งพรสวรรค์ดี ได้แต้มผลงานมาก ยิ่งฝึกฝนได้รวดเร็วขึ้น
เจียงผิงอันชอบสภาพแวดล้อมเช่นนี้ยิ่ง มีข้อจำกัดไม่มากเกินไป
เจียงผิงอันเลือกเนินเขาว่างไร้คนลูกหนึ่ง ขณะที่กำลังจะจัดค่าย
กล ผู้ฝึกตนชายหญิงคู่หนึ่งก็ปรากฏเหนือศีรษะเขา
“นี่คือที่อยู่ของเรา”
ผู้ฝึกตนชายกล่าวเสียงแหบ ดวงตาลึกโหล หน้าผากปูดโปน
รวมถูกสูบพลังชีวิตจนแห้ง
เฉียนฮวั่นโหรวมองไปรอบ ๆ เนินเขา “ที่นี่ดูไม่เหมือนมีคนอยู่
ค่ายกลหรือก็ไม่มี บ้านก็ไม่สร้างไว้ มาบอกว่าเป็นของพวกเจ้าได้
อย่างไรกัน?”
“หน้าใหม่อย่างพวกเจ้าควรค่าตั้งคำถามกับเราหรือ?”
ผู้ฝึกตนชายร่อนลงบนภูเขา กล่าวเสียงเย็นว่า “ข้าบอกว่านี่เป็น
ของเรา ก็เป็นของเราสิ? มิพอใจ? หากไม่พอใจ ตามกฎสำนัก ก็
ประลองตัดสินกันได้”
ปราณเย็นเยียบชวนขนลุกถูกปลดปล่อยจากกาย สุญตา
คลับคล้ายถูกแช่แข็งแน่นิ่ง
ดวงตาของเฉียนฮวั่นโหรวฉายประกายตกใจ “ร่างเหมันต์สุด
ขั้ว!”
นี่คือร่างเทวะกลายพันธุ์อันหาได้ยากยิ่ง พลังเย็นเยือกเช่นนี้แช่
แข็งได้แทบทุกสิ่ง ผู้แข็งแกร่งกระทั่งแช่แข็งมิติได้
นางเพิ่งมาที่นี่ เฉียนฮวั่นโหรวไม่ได้อยากสร้างศัตรู จึงกล่าวกับ
เจียงผิงอัน
“ที่นี่มีเนินเขามากมาย เราเปลี่ยนที่กันเถอะ”
เจียงผิงอันชำเลืองพวกเขาทั้งสองแล้วพยักหน้า หันกายเหินไป
เลือกเนินเขาใหม่
ใกล้ ๆ กันนี้มีเนินเขามากมาย ไม่มีผู้อยู่อาศัย
ทว่า พวกเขาเพิ่งร่อนลงบนเนินเขาใหม่ ผู้ฝึกตนหญิงคนนั้นก็
เหินลงมาทันที
“นี่คือเนินเขาที่ข้าชอบ ไสหัวไป”
ขณะนี้ พวกเจียงผิงอันทั้งสามพอเข้าใจบางอย่างแล้ว
จริงเช่นนั้น ยามพวกเขาเปลี่ยนเนินเขา ผู้ฝึกตนชายเจ้าของร่าง
เหมันต์สุดขั้วก็ปรากฏขึ้นอีก
“เนินเขานี้ก็เป็นของเรา”
หูสวีหร่านกอดอกกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ
เจียงผิงอันกล่าวกับอีกฝ่ายเสียงเรียบ “ข้าอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ในป้ายหยกมาแล้ว หนึ่งคนเลือกได้เพียงหนึ่งเนินเขาเป็นอย่างมาก
เจ้าละเมิดกฎแล้ว”
“แล้วทำไม? เจ้าจะทำอะไรได้?”
หูสวีหร่านกอดอกยิ้ม ๆ “อยากให้ข้าสอนหรือไม่ว่าจะติดต่อฝ่าย
รักษาระเบียบเช่นไร? ส่งจิตสัมผัสเข้าป้ายหยก ติดต่อฝ่ายรักษา
ระเบียบ บอกว่ามีคนละเมิดกฎศาลาเติงเซียนอยู่ที่นี่ พวกเขาก็จะส่ง
คนมาเอง”
หูสวีหร่านกระตือรือร้นยิ่ง ถึงกับสอนพวกเขาว่าจะใช้ป้ายแสดง
ตัวกันอย่างไร
เมื่อเห็นว่าท่าทีของเขาไร้ความกลัว พวกเจียงผิงอันทั้งสามก็รู้ว่า
ฝ่ายรักษาระเบียบอะไรนั่นไร้ประโยชน์สำหรับพวกตน
“บอกมาเลยดีกว่าว่าอยากได้ผลึกวิญญาณเท่าไหร่”
เจียงผิงอันเพิ่งได้เข้าร่วมศาลาเติงเซียน มิอยากสร้างปัญหา เขา
มาเพื่อฝึกฝน
จุดประสงค์ของสองคนนี้ก็แค่จะมาขูดรีดเงินจากพวกเขา
มุมปากหูสวีหร่านยกยิ้ม “พูดรู้เรื่องดี เอาผลึกวิญญาณระดับสูง
มาสองก้อน”
“ได้”
เจียงผิงอันไม่สนใจผลึกวิญญาณสองก้อนนี้ ก้อนหนึ่งก็แค่สอง
กฎเกณฑ์
เขานำผลึกวิญญาณอันบรรจุกฎแห่งวารีสองก้อนโยนให้หูสวีห
ร่าน
หูสวีหร่านแสนยินดี เขาชอบรีดไถพวกหน้าใหม่เป็นที่สุด
ทำเช่นนี้ง่ายกว่าไปสู้กับสัตว์ภูตเยอะ รายได้ก็ดีกว่าด้วย
หลังจากเก็บผลึกวิญญาณทั้งสองชิ้นไป หูสวีหร่านก็เตรียมจร
จาก แต่หญิงซึ่งเป็นคู่บำเพ็ญของเขาก็คว้าตัวไว้
“เจ้าก็เห็นว่าพวกเขาตกลงง่ายเพียงนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นแกะอ้วน หญิง
งามสองคนนั้นมองเช่นไรก็ขายตัวเองมา ต้องมีทรัพยากรอย่าง
แน่นอน”
“เรายังขาดเงินอีกเล็กน้อย จึงจะแลกเป็นวรยุทธ์ระดับสูงให้เรา
เร่งการทะลวงขอบเขตได้ ยามทะลวงถึงขอบเขตบูรณาการ เราก็จะ
หาทรัพยากรได้มากกว่านี้”
“ยามนี้ หากปล้นพวกเขาเสีย เราก็จะพ้นปัญหาเรื่องรวบรวม
ทรัพยากรไปได้เยอะเลยนะ”
ยามหูสวีหร่านได้ยินวาทะภรรยาตน เขาก็รู้สึกสมเหตุสมผลยิ่ง
มีภรรยารอบคอบเช่นนี้ จะไม่เจริญได้อย่าง
หูสวีหร่านหันไปหาพวกเจียงผิงอัน
“ผลึกวิญญาณสองก้อนไม่พอ เอามาอีกสองก้อน”
สายตาของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนสู่เรียบเฉย “ได้คืบจะเอาศอก
ระวังเถิดจะลาภหาย”
“จะไม่ให้?”
ดวงตาของหูสวีหร่านเผยประกายเย็นเยียบ พริบตาต่อมา เนิน
เขาทั้งลูกก็ถูกปกคลุมด้วยน ้าแข็งจนขาวโพลน หนามน ้าแข็ง
มากมายลอยเหนือศีรษะพวกเจียงผิงอัน
“อย่าทำให้ตัวเองลำบากเลย”
กฎเหมันต์อันทรงพลังทำให้ร่างของเยี่ยอู๋ฉิงสะท้านเกินควบคุม
เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะ ยากจะต้านทานพลังนี้ได้
เจียงผิงอันไม่อยากทนอีกต่อไป คลื่นอำนาจสายหนึ่งแผ่ออก
จากตัวเขา ไม่ว่าผ่านที่ใด น ้าแข็งก็ถูกสลายสิ้น
ม่านตาของหูสวีหร่านและคู่บำเพ็ญหดตัว
คนผู้นี้ดูไม่แข็งแกร่งแท้ ๆ แต่ไฉนจึงระเบิดปราณชวนสะพรึง
เช่นนี้ออกมาได้
หูสวีหร่านยังอยากลงมือ ทว่าเจียงผิงอันมาถึงตรงหน้าคนผู้นี้ใน
พริบตา ฉวยผลึกวิญญาณทั้งสองก้อนไปพร้อมตวัดขาเตะหูสวีหร่าน
กระเด็น
หูสวีหร่านชนเข้ากับเนินเขาลูกหนึ่ง
เนินเขาถล่มลง ศิลากลิ้งกระจาย เกิดเสียงคำรามเลื่อนลั่นสนั่น
ฟ้าดิน
“ผู้ใดสู้กันในเขตอาศัย!”
หนึ่งเสียงตะโกนลั่นดังขึ้นบนฟ้า หมาป่าสีดำอันลุกโชติด้วย
เปลวเพลิงตัวหนึ่งลากรถขึ้นสู่ฟ้า เกิดเป็นเสียงดังสนั่น
หมาป่าสีดำห้อมล้อมด้วยเปลวเพลิงหยุดลง ผู้ฝึกตนชุดดำ
มากมายซึ่งปักอักษร ‘ฝ่ายรักษาระเบียบ’ ที่อกเสื้อปรากฏออกมาจาก
ในรถ
สีหน้าของเฉียนฮวั่นโหรวเคร่งขรึม
นางเพิ่งอ่านข้อมูลในป้ายหยกพบว่า ฝ่ายรักษาระเบียบรับหน้าที่
ดูแลระเบียบในศาลาเติงเซียน หากละเมิดกฎร้ายแรง อาจกระทั่ง
ลงโทษประหารได้ทันที
ในป้ายหยกเน้นชัดว่าห้ามมิให้ศิษย์สู้กันโดยส่วนตัว หาไม่พวก
เขาจะถูกลงโทษ และกฎนี้ก็เพิ่งถูกละเมิดไป
เจียงผิงอันเอ่ยปากทันที “ข้ารายงาน สองคนนี้คิดข่มขู่รีดไถเรา
และเนื่องจากแบ่งผลประโยชน์กันไม่ลงตัวจึงเกิดการทะเลาะกันเอง
และฝ่ายชายถูกฟาดกระเด็นไป”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันโกหกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เฉียนฮวั่นโหรวก็
ตะลึงไป
ปรากฏว่าเจียงผิงอันผู้มีหน้าซื่อตาใส ก็ร้อยเล่ห์ได้เหมือนกัน