สู่วิถีอมตะ - บทที่ 475 ถูกจับตัว
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน ดวงตาของฟู่ฮุ่ยก็เบิกกว้าง
“เหลวไหล! เจ้าลงมือก่อนแท้ ๆ พยายามจะปล้นเนินเขาของเรา
กระทั่งทำร้ายสามีข้า!”
ผู้นำคณะฝ่ายรักษาระเบียบกวาดสายตามองคนเหล่านี้
“เรื่องระหว่างเจ้าเป็นเช่นไร ผู้ใดลงมือก่อน ข้าไม่สนใจ แต่สู้กัน
ที่นี่ไม่ได้”
“หากไม่กลับไปรับการสอบสวนที่ฝ่ายรักษาระเบียบ ก็จ่าย
ค่าปรับสองแต้มผลงานหรือสองผลึกวิญญาณ เลือกเอาเองเลย”
เมื่อได้ยินว่าพวกเขาต้องเข้าฝ่ายรักษาระเบียบ สีหน้าของฟู่ฮุ่ย
และหูสวีหร่านก็แปรเปลี่ยน
พวกเขาเคยเข้าไปในฝ่ายรักษาระเบียบหลายหนแล้ว อีกฝ่ายหา
ได้สอบสวนพวกเขาไม่ แต่โยนพวกเขาเข้าไปในคุกมืดอันเลวร้าย
ทันที ขอเพียงพวกเขาเข้าคุกมืดไป ก็จะเสียเวลาชีวิตไปหลายปี
“เราจะให้แต้ม”
เพื่อมิต้องถูกทรมาน หูสวีหร่านและฟู่ฮุ่ยทำได้เพียงจำยอม
เจียงผิงอันมิใช่คนโง่ ครั้งนี้เขาต้องไม่ขัดขืน และส่งผลึก
วิญญาณให้สองชิ้น
“สองคนนี้เห็นเราเป็นศิษย์ใหม่ เราไปเลือกเนินเขาใดก็มาขูดรีด
เราตลอด จัดการสักหน่อยได้หรือไม่?”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบหันไปเตือนฟู่ฮุ่ยกับหูสวีหร่าน “พวก
เจ้าทำตัวดี ๆ หน่อย”
ว่าแล้ว เขาก็รับผลึกวิญญาณไป ก่อนจะไม่สนใจเรื่องอื่น กลับ
รถหมาป่าดำอันโอบล้อมด้วยเปลวเพลิงจากไป
ในที่สุดเจียงผิงอันก็เข้าใจ ว่าเหตุใดสองคนนี้จึงไม่กลัวฝ่าย
รักษาระเบียบเลย
หูสวีหร่านปัดฝุ่นจากอาภรณ์แล้วเหินกลับมา การโจมตีเมื่อครู่
มิได้สร้างความเสียหายแก่เขาเท่าไหร่
“สารเลวสมควรตาย ทำให้เราเสียผลึกวิญญาณไปสองชิ้น ยาม
นี้หากไม่มอบผลึกวิญญาณชดใช้ให้เรา พวกเจ้าก็อย่าหวังฝึกฝน
เป็นสุขในศาลาเติงเซียนเลย!”
ดวงตาของเฉียนฮวั่นโหรวหรี่ลง จ้องมองพวกเขาอย่างเย็นชา
“ไปลานประลองสิ”
มิอาจสู้กันได้ในเขตอาศัย แต่ทำได้ในลานประลอง จะสู้กันจน
ตายยังได้
“เราไม่ไปลานประลองหรอก มีปัญญาก็สู้กับเราที่นี่สิ”
ฟู่ฮุ่ยแค่อยากกวนประสาทคน นางตะโกนสุดเสียง “หากวันนี้
พวกเจ้าไม่ชดใช้ผลึกวิญญาณให้เรา สองฝ่ายต้องตายกันไปข้าง!”
หูสวีหร่านกล่าวเสริม “หากในหนึ่งเดือน พวกเจ้ารวบรวมแต้ม
ผลงานมิได้ครบร้อย พวกเจ้าก็จะถูกขับออกจากศาลาเติงเซียน”
“เรามีแต้มผลงานเกิน ให้สำนักหักไปได้ รอดูได้เลยว่าใครจะ
หมดตัวก่อนกัน ฮ่า ๆ”
เยี่ยอู๋ฉิงมองท่าทีโอหังของทั้งสองแล้วกำหมัดแน่น สองคนนี้ไร้
ยางอายจริง ๆ
เจียงผิงอันกล่าวกับเยี่ยอู๋ฉิงและเฉียนฮวั่นโหรว “พวกเจ้าไปอยู่
กันที่เนินเขาถัดไปก่อนเถอะ”
“อย่าวู่วามนะ” เฉียนฮวั่นโหรวเกลี้ยกล่อม นางสงสัยว่าเจียงผิง
อันกำลังจะลงมือ
“อย่าห่วงเลย ข้ามีวิธีของข้า ทำตามที่ข้าบอกก็พอ” เจียงผิงอัน
ตอบ
เมื่อเห็นท่าทีมั่นใจของเจียงผิงอัน เฉียนฮวั่นโหรวก็พยักหน้า
เมื่อเหินถึงเนินเขาถัดไป นางก็กางค่ายกลบนนั้น ผูกมันกับป้าย
แสดงตนของนาง นี่จะเป็นที่อยู่ของนางในภายหน้า
หูสวีหร่านยิ้มเดียดฉันท์ “พวกเจ้าได้ที่อยู่แล้วยังไง? ขอเพียงเรา
อยู่ที่นี่ พวกเจ้าอย่าหวังมีภารกิจใดให้ทำเลย”
“แล้วหากไม่มีพวกเจ้าเล่า?” เจียงผิงอันถาม
หูสวีหร่านยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ เจียงผิงอันก็ปรากฏตัว
ตรงหน้าเขาทันที
ครั้งนี้ เจียงผิงอันออกหมัดอย่างไร้ปรานี
เปรี้ยง!
หูสวีหร่านปลิวไปชนคู่บำเพ็ญของตนฟู่ฮุ่ยจนกระเด็นไปด้วยกัน
ชนเข้ากับค่ายกลที่เฉียนฮวั่นโหรวกางไว้
ค่ายกลระเบิดแหลก เกิดประกายแสงกระเซ็นทั่วทิศ
“แค่ก ๆ”
หูสวีหร่านกุมอกซึ่งยุบเป็นรูของตนด้วยสีหน้าหวาดผวา
คนผู้นี้ดูเหมือนอยู่เพียงขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ไฉน
พละกำลังจึงแข็งกล้าเพียงนี้?
เป็นผู้ฝึกกายาหรือ?
“ผู้ใดสู้กันในเขตอาศัย!”
รถเทียมหมาป่าดำอันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงเหินกลับสู่สุญตาอีก
ครั้ง
เจียงผิงอันตะโกนไปทางหูสวีหร่านกับฟู่ฮุ่ย “พวกเจ้าสองคนนี่
กล้าดีจริง ๆ บังอาจโจมตีเนินเขาของเรา! มิเห็นกฎศาลาเติงเซียนใน
สายตาหรือไร?”
“พรวด!”
ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะถูกอัด หูสวีหร่านจึงกระอักเลือด
แล้วแผดเสียงสนั่น
“เหลวไหล! เจ้าชัด ๆ ที่โจมตีข้าจนกระเด็นชนค่ายกล! ทำข้ากับ
คู่บำเพ็ญของข้าบาดเจ็บอีก!”
สีหน้าของเจียงผิงอันดูเหลือเชื่อ
“เจ้าหมายความว่า ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาอย่าง
ข้าทำให้เจ้ากับคู่บำเพ็ญซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอม
สุญตาบาดเจ็บด้วยหมัดเดียวหรือ?”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบถลึงตามองหูสวีหร่านกับฟู่ฮุ่ยด้วยสี
หน้าคล ้าดำ
“พวกเจ้าสองคนคิดว่าเราฝ่ายรักษาระเบียบโง่เง่านักหรือ? ก่อ
ปัญหาได้ทุกวัน ไม่คิดว่าเราต้องพักบ้างหรือไร? จับไปทรมานแล้วขัง
ในคุกมืดสิบห้าวัน!”
สองคนนี้ทำผิดซ ้าซ้อนจนฝ่ายรักษาระเบียบจำหน้าได้หมดแล้ว
เจ้าหน้าที่รักษาระเบียบในชุดดำสองคนนำตรวนอักขระเหินมา
พันธนาการคนทั้งสอง
เมื่อรู้ว่าพวกตนจะถูกพาเข้าคุกมืด หูสวีหร่านและฟู่ฮุ่ยล้วนผงะ
หากพวกเขาไปที่นั่น อย่างน้อยก็จะเสียอายุขัยไปเป็นปี ๆ!
หูสวีหร่านถลึงตามองเจียงผิงอันอย่างเดือดดาล สารเลวสมควร
ตายนี่ใส่ความพวกเขา แล้วก็ชี้เจียงผิงอันพลางตะโกน
“ใต้เท้า เขาก็เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนะ!”
“เช่นนั้นก็พาไปด้วยเลย!”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าผู้นำคณะฝ่ายรักษาระเบียบ
ชายชุดดำคนหนึ่งเกินมาตรงหน้าเจียงผิงอัน ใช้ตรวนอักขระ
พันธนาการตัวเจียงผิงอันไว้
ขณะนี้ เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าปราณวิญญาณในกายถูกสะกด
นิ่ง มิอาจขยับเคลื่อนได้เลย
เจียงผิงอันกล่าวเสียงเข้ม “พวกเขาสร้างปัญหากับเราก่อน ไฉน
จึงพาข้าไปด้วย?”
“ข้าไม่สนว่าผู้ใดลงมือก่อน หากมีปัญหากันก็พาตัวไปทั้งคู่ ใน
เมื่อเจ้าแจ้งความเท็จ เจ้าจะถูกขังหนึ่งเดือน!”
หากจับตัวคนฝ่ายหนึ่ง ก็จะได้ค่าปรับเพียงหนึ่งฝ่าย แต่หากจับ
สองฝ่าย ก็จะได้ค่าปรับทั้งสองฝ่าย
พวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบอาศัยหลักการนี้จึงอยู่กันได้อย่างสุข
สบาย
“ลูกพี่!”
เยี่ยอู๋ฉิงเห็นเจียงผิงอันจะถูกจับตัวไป ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
“ข้าไม่เป็นไรหรอก พวกเจ้าทำความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อม
ก่อนเถอะ”
เจียงผิงอันคาดถึงสถานการณ์นี้ไว้นานแล้ว เขาจึงบอกให้ทั้ง
สองอยู่ให้ห่างจากเขา
เฉียนฮวั่นโหรวจนใจยิ่งนัก นางเตือนชายผู้นี้แล้วว่าอย่าวู่วาม
แต่อีกฝ่ายรับปากแล้วหาฟังไม่
เจียงผิงอันและคู่บำเพ็ญทั้งสองถูกพาตัวไป
ขณะนั่งในรถ เจียงผิงอันทำความคุ้นเคยกับป้ายหยกแสดงตัว
และพบว่าป้ายหยกนี้มีลูกเล่นมากมาย
จะตั้งค่าหัว ส่งภารกิจ หรือกระทั่งเสวนากับผู้อื่นในนั้นก็ทำได้
ศิษย์มากมายเสวนากันในบริเวณสื่อสารสาธารณะ
“โอสถบูรณะเต๋าสดใหม่จากหม้อจ้า ซื้อกันหรือยัง?”
“ประกาศรางวัล อาวุธของข้าหัก ผู้ใดช่วยข้าซ่อมได้ จะจ่ายด้วย
ร้อยแต้มผลงาน”
“มีผู้ใดจะรวมกลุ่มไปป่าวงกตหมอกกันหรือไม่? ระดับต ่าสุดขอ
เป็นขอบเขตหลอมสุญตา พิจารณาผู้ฝึกตนหญิงเป็นพิเศษ”
เห็นเช่นนี้ เจียงผิงอันก็นึกประหลาดใจ ค่ายกลในภพนี้พัฒนา
สูงล ้าจริงแท้ ยังเอามาใช้แบบนี้ได้ด้วย แข็งแกร่งกว่าที่ภพแร้นแค้น
มากนัก
นอกจากนั้น บนป้ายหยกบันทึกข้อมูลยังมีประสบการณ์การ
ฝึกฝนที่สุดยอดฝีมือนำมาเผยแพร่อยู่ด้วย แต่การจะสืบเข้าไปดูต้อง
จ่ายแต้มผลงาน
ตีอาวุธ หลอมโอสถ เขียนยันต์ ล้วนแล้วเลือกสรรเรียนได้
หากคิดหาข้อมูลใด หนึ่งคำนึงก็หาพบแล้ว
เช่นคุกมืดที่เจียงผิงอันกำลังจะได้ไป เมื่อสืบหา ก็มีข้อมูล
เกี่ยวกับคุกมืดที่ผู้ฝึกตนทั้งหลายเผยแพร่อยู่มากมาย
“คุกมืดโหดร้ายนัก เหลาจื่อถูกขังในนั้นสิบห้าวัน แต่เสียอายุขัย
ไปสิบห้าปี!”
“ถูกต้อง ข้าไม่อยากไปที่นั่นอีก ปราณหยินในนั้นรุนแรงอย่างยิ่ง
มีแต่วิญญาณร้าย ปราณวิญญาณก็ถูกสะกด ข้ามิกล้าแตะต้องของ
พรรค์นี้เลย”
“ผู้น่ากลัวที่สุดก็คือคน คนในนั้นล้วนมีแต่กเฬวราก ปล้นของ
จากข้าไปมากมาย หามีผู้สนใจไม่”
“ศาลาเติงเซียนปล่อยปละฝ่ายรักษาระเบียบ พวกเขาจับตัวคน
มั่วซั่ว หามีเหตุผลไม่”
“เจ้าของความเห็นข้างบนจบสิ้นแน่ เจ้าถูกจับตัวแน่แล้ว ฝ่าย
รักษาระเบียบหาตัวเจ้าได้นะว่าอยู่ไหน”
หูสวีหร่านซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเจียงผิงอันกัดฟันกล่าว
“สารเลว เจ้าทำให้เราต้องเข้าคุกมืด เลิกคิดได้เลย ไม่นานเจ้าจะ
ได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของคุกมืดแล้ว!”