สู่วิถีอมตะ - บทที่ 476 คุกมืด
“ไอ้หนู ข้าจะบอกข่าวร้ายอะไรให้นะ ข้ามีคนอยู่ในคุกมืด”
หูสวีหร่านถ่ายทอดกระแสปราณบอกเจียงผิงอันด้วยน ้าเสียง
มาดร้าย
เจียงผิงอันหันไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบข้างตัวเขา
“เมื่อครู่ คนผู้นี้ถ่ายทอดกระแสปราณบอกข้าว่าพวกเจ้า
เหลวไหลไม่ได้เรื่องแน่ะ”
หูสวีหร่านนิ่งไป เขาไม่เคยเจอผู้ใดชั่วช้าสามานย์ได้เพียงนี้!
หูสวีหร่านขวัญผวาจนรีบอธิบาย “ใต้เท้า พวกท่านอย่าฟังเขา
พูดเหลวไหลนะ ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น เด็กบ้านี่มันใส่ความข้า!”
“หากอยากอยู่กันดี ๆ พวกเจ้าก็อยู่เฉย ๆ ไป!”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบชกหูสวีหร่านอย่างแรงด้วยสีหน้าบึ้ง
ตึง
พวกเขาพิสูจน์ไม่ได้ว่าเจียงผิงอันพูดถูก แต่ก็พิสูจน์มิได้เช่นกัน
ว่าเขาโกหก
ทั่วทั้งศาลาเติงเซียน ไร้ผู้ใดกล้าก่นด่าพวกเขาฝ่ายรักษา
ระเบียบ
จะจริงหรือไม่ ชกก่อนสักหมัดก็ไม่เสียหาย
หูสวีหร่านข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากจะกินเลือดกินเนื้อเจียงผิงอัน
เสียเดี๋ยวนี้ “ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
มารหมาป่าในเปลวเพลิงเทียมรถ ส่งทั้งสามสู่ค่ายกลเคลื่อนย้าย
แห่งหนึ่ง
ศาลาเติงเซียนใหญ่โตเกินไป หากเหาะเหินกันอย่างเดียว ก็มิ
อาจบอกได้ว่ากี่วันคืนจึงไปถึงคุกมืด
ภพแห่งนี้มีทรัพยากรหนาแน่น เปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้ได้
ตลอดโดยไม่รู้สึกเปลืองทรัพยากร
เมื่อผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย แสงสว่างก็ดับลงทันที ราวจมสู่
รัตติกาลมืดดำ แทบไม่มีแสงสว่างใดอยู่เลย
ตรงหน้าคือความดำมืดซึ่งดูจะกลืนทุกแสงสว่างลงจนสิ้น มันมืด
ทมิฬ เย็นเยียบ เต็มไปด้วยปราณชั่วร้าย
วิญญาณร้ายล่องลอยเหนือทะเลสีดำชัดเจนจนเห็นได้ด้วยตา
เนื้อ สายลมหยินหวีดหวิว
ใบหน้าของหูสวีหร่านและฟู่ฮุ่ยซีดขาว ไม่ว่าพวกเขาจะเคย
มาแล้วกี่ครั้ง พวกเขาก็ยังขวัญเสียอยู่ดี
ปราณวิญญาณถูกผนึก ไร้หนทางจัดการกับวิญญาณร้าย
เหล่านี้ แต่โชคยังดีที่เตรียมอาวุธพิเศษธาตุหยางไว้แล้ว รับมือ
อุบัติเหตุเช่นนี้ได้พอเหมาะพอเจาะ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบเปิดโล่ป้องกัน ลากตัวคนทั้งสามลง
โยนในทะเลทมิฬ
ทันทีที่สัมผัสวารี อำนาจมืดเย็นเฉียบก็ปกคลุมไปทั่วกาย ดุจริบ
อุณหภูมิทุกองศาจากตัวเขา
อำนาจมืดนี้เป็นการทรมานสำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป หากไม่ระวังก็
อาจมิอาจพิทักษ์หัวใจตนไว้ได้
และยังเป็นบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด
สีหน้าของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนสู่พิกล
ปราณมารที่นี่… บริสุทธิ์ยิ่ง!
สำหรับผู้ฝึกมารอย่างเจียงผิงอัน นี่มิต่างจากมาแช่ในบ่อน ้า
วิญญาณเลย
หากทะเลมารนี้ไปอยู่ในนิกายเทวมาร ก็มิทราบเลยว่าจะสร้าง
อัจฉริยะได้มากเพียงไร
ทะเลมารกว้างใหญ่เพียงนี้ ขอแอบฮุบไปสักนิดหน่อยก็ไม่น่าถูก
จับได้
เจียงผิงอันสะเทือนอารมณ์อยู่ไม่น้อย
ยามนี้มีคนอยู่เยอะแยะ ไว้ค่อยว่ากันยามไร้คนจะดีกว่า
ใต้ทะเลมารมีสิ่งปลูกสร้างคล้ายหอคอยอยู่ มีขนาดใหญ่ยิ่ง
หอคอยแต่ละชั้นจองจำนักโทษไว้มากมาย
ยามเจ้าหน้าที่รักษาระเบียบปรากฏตัว ผู้ฝึกตนซึ่งถูกขังอยู่
ภายในต่างร้องขอความช่วยเหลือ
“ใต้เท้า ข้าถูกปรักปรำ นำข้าออกไปเถอะนะ ข้าจะตายแล้ว!”
“ข้ายอมรับผิด ข้ายอมรับผิดแล้ว ข้ายินดีชดใช้ ใต้เท้า รีบนำข้า
ออกไปเร็วเถิด!”
ผู้ฝึกตนเหล่านี้ถูกห้อมล้อมด้วยวิญญาณร้าย กัดกินพลังชีวิต
ของพวกเขา
ยิ่งลงไปในหอคอยชั้นล่าง ๆ พลังมืดยิ่งทวีความแข็งกล้า และมี
วิญญาณร้ายมากขึ้น
แต่ละชั้นมีขนาดมหึมา เหมือนเป็นจัตุรัสมากกว่า
คนจากฝ่ายรักษาระเบียบพาพวกเจียงผิงอันทั้งสามมาไว้ในชั้น
สาม และพาศิษย์ที่อยู่ครบเวลาสองสามคนจากไป
หอคอยทมิฬชั้นสามเต็มไปด้วยศิษย์ขอบเขตหลอมสุญตา มี
ซากศพมากมายกองรวมกันในหลืบมุม
“ไอ้เด็กสารเลว เดี๋ยวเจ้าก็จะได้ประจักษ์ซึ้งถึงทรวงและเสียใจกับ
สิ่งที่เจ้าทำวันนี้!”
ฟู่ฮุ่ยชำเลืองเจียงผิงอันอย่างแค้นเคือง ก่อนจะวิ่งเข้าไปในคุกมืด
เหมือนกำลังหาใคร
เจียงผิงอันมองไปรอบ ๆ ตรงกลางเป็นพื้นที่กว้างเหมือนไว้ทำ
กิจกรรมต่าง ๆ และใกล้ ๆ ขอบกำแพงก็มีกรงคุกขนาดเล็กมากมาย
มีผู้คนถูกขังในคุกขนาดเล็กเหล่านั้นหลายคน
เจียงผิงอันคาดว่าผู้ถูกขังในคุกเหล่านั้นอาจกระทำผิดร้ายแรง
การจัดการที่นี่มิได้เข้มงวด ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาระเบียบคอยคุม
พันธนาการเดียวสำหรับนักโทษคือตรวนอักขระซึ่งจำกัดปราณ
วิญญาณในตัว
ครู่ต่อมา หนึ่งเสียงตรวนสั่นกระทบกันก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ ชาย
ร่างกำยำสูงราวเจ็ดฉื่อผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องขังวารีดำ
ชายผู้นี้ลากตรวนเส้นหนัก อาภรณ์แหว่งวิ่น เดินเท้าเปล่าเผย
ขนดกหนาบนหลังเท้า ร่างกายกำยำบึกบึนเปี่ยมพลัง วิญญาณร้าย
หากล้าเข้าใกล้ไม่
มองปราดแรกก็ทราบแล้วว่าคนผู้นี้เป็นผู้ฝึกกายาธาตุหยาง
เฉิงฮั่นชำเลืองเจียงผิงอันแล้วยกมือตบบั้นท้ายของฟู่ฮุ่ย
“ขยะขอบเขตแค่นี้ควรค่าให้ถึงมือข้าด้วยหรือ?”
ฟู่ฮุ่ยเจ็บจนคลำบั้นท้ายป้อย ๆ แล้วรีบกล่าวว่า “ท่านเฉิง เด็กนี่
หาธรรมดาไม่ เขาเป็นผู้ฝึกกายา กระทั่งลอบโจมตีสามีข้าได้ด้วยนะ”
“เจ้านี่ต้องมีทรัพยากรมากมาย ควรค่าให้ท่านเฉิงลงมือแน่นอน”
ฟู่ฮุ่ยรู้สึกว่าเจียงผิงอันผู้นี้ผิดปกติเล็กน้อย และกลัวจะเกิดอะไร
ขึ้นหากนางลงมือเอง จึงเรียกเฉิงฮั่นมา
เฉิงฮั่น หนึ่งในสามผู้แข็งแกร่งแห่งคุกมืดชั้นสาม ครั้งหนึ่งเคย
เกือบได้โอกาสเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียนสาขาหลัก
แต่เพราะไปล่วงเกินคนมา เขาจึงถูกขังอยู่ที่นี่
เฉิงฮั่นเกาอกพลางเอ่ยเสียงเนิบ “ทุบตีปล้นคน มีแต่พวกเลว ๆ
เท่านั้นจะทำ และข้ามิใช่คนเลว”
“เช่นนี้เป็นไร ไอ้หนู เอาผลึกวิญญาณออกมาสิบก้อนชดใช้ให้
พวกฟู่ฮุ่ย อีกสิบก้อนเป็นค่าไกล่เกลี่ยให้ข้า แล้วเรื่องนี้ก็จบกันไป”
นี่มิใช่ไกล่เกลี่ย แต่เป็นการข่มขู่
เจียงผิงอันกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ข้าแต่อยากรวบรวมแต้ม
ผลงานไปดี ๆ มิได้อยากสร้างปัญหา”
เขาเพิ่งเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียน มิได้อยากเป็นที่สนใจ แต่ก็ไม่
อยากมอบทรัพยากรให้คนเหล่านี้
คิ้วดกหนาของเฉิงฮั่นเลิกขึ้น “ดูเหมือนเจ้าจะเป็นหน้าใหม่ ไม่
เคยได้ยินชื่อข้า ดังนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้าก่อน สืบหาชื่อข้าเฉิงฮั่นใน
ป้ายแสดงตัวสิ”
เจียงผิงอันมิได้เลินเล่อ ส่งจิตสัมผัสเข้าไปในป้ายแสดงตัว และ
ข้อมูลเกี่ยวกับเฉิงฮั่นก็ปรากฏขึ้น
เฉิงฮั่นเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียนเมื่อห้าสิบปีก่อน มีร่างทองแดง
เพลิง เชี่ยวชาญวรยุทธ์พลังกาย ทันทีที่เข้าร่วมสำนักก็เป็นที่สนใจ
ของบุคคลระดับสูง ถูกผู้อาวุโสท่านหนึ่งรับเป็นศิษย์
สามสิบปีก่อน เขาเกือบผ่านการคัดเลือก ได้ไปยังสาขาหลัก
แต่เนื่องจากเขาถูกพบว่ากินโอสถพิเศษระหว่างการประลอง จึง
ถูกตัดสิทธิ์ไป
ในยามท้ายของการประลอง เขาลอบโจมตีศิษย์ร่วมสำนักจน
เกือบตาย เขาจึงเกือบถูกประหาร แต่อาจารย์ของเขาเข้าปรามไว้ จึง
พ้นจากโทษตายมาถูกขังในคุกมืดแทน
คนผู้นี้เกือบได้ติดสิบอันดับแรกในการคัดเลือกศิษย์ทุกรอบห้าปี
เผยฤทธาของเขาชัดเจน
“โอ้ แล้วเช่นไรหรือ” เจียงผิงอันถามอย่างสุขุม
เฉิงฮั่นพินิจท่าทีเฉยชาของเจียงผิงอันแล้วหรี่ตาลงน้อย ๆ
สีหน้าของศิษย์ศาลาเติงเซียนคนอื่น ๆ รายล้อมพลันดูพิกล
“สมองเจ้านี่มีอะไรพิกลหรือไม่ ยังจะถามย้อนอีก”
“เด็กใหม่นี่ระห ่านัก หรือเขาจะมีภูมิหลังใด?”
“หากมีใครหนุนหลังจริง เขาไม่อยู่ที่นี่หรอก”
บุคคลรอบข้างเริ่มนึกภาพแล้ว ว่าเจียงผิงอันกำลังจะลงไปดิ้น
ทุรนทุรายกับพื้นอย่างเจ็บปวด
อย่าว่าแต่ทั้งคู่ขอบเขตต่างขั้นเลย ต่อให้พวกเขาอยู่ในขอบเขต
เท่าเทียม ก็มิอาจเอาชนะเฉิงฮั่นได้เลย
หน้าใหม่อย่างเขาจะไปเทียบอะไรกับอัจฉริยะของศาลาเติงเซียน
ได้?
เฉิงฮั่นขยับคอเกิดเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ สะท้อนในวารี
ทมิฬสู้ทุกคู่โสตรอบข้าง
“มิน่าเขาจึงถูกจับมาไว้ในคุกมืดทันทีที่เข้าร่วมกับศาลาเติง
เซียน เป็นเจ้าเด็กไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต ่าจริง ๆ”
“วันนี้ข้า ท่านเฉิงของเจ้ากำลังอารมณ์ดี จะสั่งสอนเจ้าเองว่าโลก
นี้ไร้เหตุผลยุติธรรม มีเพียงหมัดใครใหญ่กว่ากันเท่านั้น”
เท้าใหญ่หนาของเฉิงฮั่นออกแรงส่ง แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดัน
ของวารีทมิฬ เขาก็มาอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอันในพริบตา
วารีทมิฬถูกผลักแยกตลอดทาง เกิดเป็นคลื่นสุญญากาศ
หมัดซึ่งใหญ่กว่าศีรษะคนโดยทั่วไปฟาดเข้าหาเจียงผิงอัน วารี
ทมิฬเคลื่อนกระแทกรุนแรง
หูสวีหร่านและฟู่ฮุ่ยแย้มยิ้มเฉิดฉัน พวกเขาล่ะกลัวจริง ๆ ว่าเจ้า
เด็กนี่จะยอมจำนน
ชายหนุ่มที่ยืนทื่ออยู่ผู้นี้จะได้ตระหนักแล้วว่าเฉิงฮั่นร้ายกาจ
เพียงไร