สู่วิถีอมตะ - บทที่ 478 แพะรับบาป
“ฝีมือผู้ใด!”
หลังจากได้รับข่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบก็มาพินิจศพแห้ง
ตายทั้งสองบนพื้นคุกชั้นสาม ก่อนจะเอ่ยถามอย่างกราดเกรี้ยว
หากศิษย์ซึ่งถูกขังชั่วคราวคนใดเกิดอุบัติเหตุขึ้นในคุกมืด พวก
เขาจะถูกลงโทษ
อย่างน้อยจะถูกริบเงินเดือนหนึ่งเดือน
ทุกผู้ล้วนหันไปทางห้องของเจียงผิงอันเป็นตาเดียว
สีหน้าของจินตี๋คล ้าดำ ถีบประตูห้องเจียงผิงอันเปิดอย่างเดือด
ดาล “ไสหัวออกมานี่! เจ้าคิดว่าซ่อนอยู่ในนั้นจะเป็นประโยชน์หรือ?”
เจียงผิงอันเปิดค่ายกลเงยหน้าขึ้น “ทำอะไร?”
“ทำอะไร? เจ้าฆ่าคนแล้วยังทำไขสืออีก?”
จินตี๋เดินเข้ามากระชากคอเสื้อเจียงผิงอัน “จากกฎศาลาเติง
เซียน ผู้ทำผิดฆ่าศิษย์ศาลาเติงเซียนตามใจชอบต้องถูกประหาร!”
เจียงผิงอันมองหน้าเขาตรง ๆ “ไฉนเจ้าจึงบอกว่าข้าเป็นคนฆ่า?”
“ทุกคนชี้มาที่เจ้า ยังจะเสแสร้งอีก?”
จินตี๋ออกหมัดใส่อกของเจียงผิงอัน
การโจมตีของยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ แม้จะมิได้ทุ่ม
สุดกำลัง ก็ยังทรงพลังสุดขั้วอยู่ดี
เจียงผิงอันกระแทกเข้ากับผนังศิลา กระดูกและอวัยวะภายในของ
เขาแหลกร้าว โลหิตไหลย้อยจากมุมปาก “แน่ใจหรือว่าพวกเขาชี้มา
ที่ข้า?”
“ยังทำไขสือ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน ้าตา”
จินตี๋ผู้เดือดดาลหันไปถามปวงชน “เด็กนี่หรือผู้ฆ่า?”
ปวงชนหันมองหน้ากัน แต่ไร้ผู้ใดเอ่ยปาก
จินตี๋นิ่งไป “เขามิได้ฆ่าคนหรือ? แล้วทำไมพวกเจ้าจึงมองมาทาง
เขา?”
เฉิงฮั่นร่างสูงเจ็ดฉื่อเกาอกเดินออกมา “ข้าไม่เห็นว่าผู้ใดฆ่า”
“เพียงแค่ว่าหน้าใหม่ผู้นี้มีความขัดแย้งกับผู้ตายทั้งสองเล็กน้อย
ทุกผู้เลยสงสัยว่าเป็นเขาเท่านั้น แต่นับแต่แรกจนบัดนี้ เขามิได้
ออกมาจากห้องเลย”
“แล้วพวกเจ้าไม่บอกแต่แรกเล่า!”
จินตี๋รู้แล้วว่าตนเข้าใจเจียงผิงอันผิด แต่หาสนใจไม่ เข้าใจผิดก็
คือเข้าใจผิด เขาจะทำอะไรได้?
“ไม่มีใครเห็นเลยหรือว่าผู้ใดฆ่า?”
ปวงชนล้วนส่ายหน้า
คนทั้งสองตายอย่างกะทันหัน และยังตายอย่างสุดประหลาด เป็น
ซากศพแห้งเหี่ยวราวถูกบางสิ่งสูบชีวิตไป
สีหน้าของจินตี๋ดำคล ้า ศิษย์สองคนนี้ตายในคุกมืด เพียงพอให้
พวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบต้องทัณฑ์แล้ว
หากหาตัวคนร้ายไม่เจอ บทลงโทษก็จะยิ่งรุนแรง
สีหน้าของจินตี๋เปลี่ยนไปมาหลายหน ก่อนจะหันมองเจียงผิงอัน
แล้วเบนไปกล่าวกับทุกผู้อีกครั้ง
“ไม่นานมานี้ เนื่องจากหน้าใหม่คนนี้ไม่พอใจการข่มขู่ของศิษย์
ทั้งสอง จึงเกิดข้อพิพาทระหว่างสองฝ่าย หลังจากถูกขังในคุกมืด
หน้าใหม่ผู้ไม่ยินยอมในใจก็ลอบสังหารพวกเขา พวกเจ้าล้วนเห็น
ถูกหรือไม่”
ทุกผู้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความนัยของจินตี๋ทันที
ยามนี้เขาต้องการแพะรับบาป
จินตี๋ไม่คิดสืบเรื่องใด ๆ ต่อให้เขาสืบ การสืบด้วยระดับอย่างพวก
เขาก็หามีผลลัพธ์ใดไม่
สู้โยนความผิดให้ผู้มีโอกาสเป็นคนร้ายที่สุดเลยง่ายกว่า
มือใหม่ไร้พื้นหลัง ซ ้ายังมีประวัติขัดแย้ง คือแพะรับบาปที่ดีที่สุด
ปวงชนรังเกียจการกระทำของจินตี๋ แต่ก็ไร้ผู้ใดออกมาสกัดขวาง
หน้าใหม่พวกนี้มิเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา ตายไปก็คือตาย
หากพวกเขาล่วงเกินฝ่ายรักษาระเบียบเข้า ก็มิอาจอยู่เป็นสุขได้
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้เค้าอารมณ์ใด ๆ แต่ผู้ที่รู้จักเจียงผิงอัน
จะทราบว่ายิ่งเขาแสดงสีหน้าเช่นนี้ ในใจเขายิ่งกำลังเดือดดาล
เมื่อเห็นไร้ผู้ใดพูด จินตี๋ก็พอใจมาก แล้วปิดคดีทันที
เพื่อป้องกันเหตุยืดเยื้อ เขาก็ยัดโทษตายให้ผู้อื่น จบเรื่องในทันที
ขณะนี้ เฉิงฮั่นร่างกำยำพลันเอ่ยปาก “พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบ
ยังคงน่าขยะแขยงไม่เปลี่ยน หากพวกเจ้ากล้าทำเช่นนี้ ข้าจะรายงาน
พวกเจ้า”
ได้ยินเช่นนี้ ศิษย์คนอื่น ๆ ก็ร่างชะงักทื่อ กุลีกุจอกลับห้องของ
ตน มิอยากมีส่วนกับเรื่องนี้อีก
ไม่ว่าเฉิงฮั่นหรือฝ่ายรักษาระเบียบก็มิใช่ผู้ที่ศิษย์ทั่วไปอย่างพวก
เขาจะล่วงเกินได้ทั้งสิ้น
จินตี๋จ้องมองเฉิงฮั่นอย่างเย็นชา “เรื่องนี้มิเกี่ยวกับเจ้า อย่าเข้า
มาสอด”
หากเป็นผู้อื่นกล้าพูดมากเช่นนี้ เขาจะออกหมัดสนองแน่แท้
แต่คนผู้นี้ เขาลงมือด้วยมิได้ อาจารย์ของเฉิงฮั่นมิใช่คนธรรมดา
“ก็ไม่ใช่เรื่องของข้าจริงแท้ แต่ข้าคิดว่าพวกเจ้าฝ่ายรักษา
ระเบียบน่าขยะแขยงนัก”
เฉิงฮั่นนำศิลาบันทึกเงาก้อนหนึ่งออกมา “รักษาระเบียบต่อไปได้
เลย ข้าจะบันทึกไว้ ศิษย์ทั่วศาลาเติงเซียนจะได้เห็นว่าพวกเจ้ารักษา
ระเบียบกันอย่างไร”
มุมปากจินตี๋หงิกลงราวมารดาสิ้น สารเลวสมควรตายนี่ก่อเรื่อง
ให้เขาตลอดเลย
“เจ้าอยากให้ตรวจสอบสินะ ได้ งั้นก็เริ่มสืบได้เลย เริ่มจากเจ้า”
จินตี๋ในยามนี้หงุดหงิดยิ่ง เรื่องง่าย ๆ แค่นี้กลับถูกเฉิงฮั่นกวนเสีย
เละเทะ ไม่ว่าใครก็เลิกคิดอยู่สุขสบายได้เลย
สองวันต่อจากนั้น ฝ่ายรักษาระเบียบก็เริ่มกระบวนการสืบคดี
แต่หูสวีหร่านกับฟู่ฮุ่ยตายประหลาดเกินไป ซ ้ายังไร้
ผู้เห็นเหตุการณ์ มิอาจหาตัวคนร้ายได้เลย
ท้ายที่สุด จินตี๋ก็พาเจียงผิงอันเข้าห้องลำพัง เปิดค่ายกลแล้วตัด
การมองเห็นจากภายนอก
จินตี๋ชงชาให้เจียงผิงอันถ้วยหนึ่ง ก่อนจะกล่าวยิ้ม ๆ “มิคาดเลย
ว่าเจ้าจะเป็นอัจฉริยะ ข้าได้ยินว่าเจ้ามีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง ประชันเฉิง
ฮั่นตรง ๆ ได้ในขอบเขตปัจจุบันโดยใช้พลังกายอย่างเดียว”
“ในหมู่ผู้ฝึกกายาขอบเขตเดียวกับเจ้าทั่วทั้งสาขา เจ้านับว่าอยู่
ในสามสิบอันดับแรก”
“เราฝ่ายรักษาระเบียบในขณะนี้ขาดคน ฝีมือเจ้าดี ฆ่าฟู่ฮุ่ยกับ
หูสวีหร่านอย่างเงียบ ๆ ได้ ขอเพียงเจ้าเข้าร่วมกับเราฝ่ายรักษา
ระเบียบ ทรัพยากรฝึกฝนจะหลั่งไหลไม่ขัดสน”
จินตี๋แย้มยิ้ม กระตือรือร้นอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันมิได้ตอบคำถามของอีกฝ่าย แต่พูดว่า “ข้ามิได้ฆ่าคน
ข้าไม่ได้แข็งแกร่งเพียงนั้นหรอก”
ขอเพียงเจียงผิงอันตอบรับคำถาม เขาจะตกหลุมพรางของจินตี๋
กลายเป็นคนร้ายทันที
เพราะอีกฝ่ายมิได้กำลังเชื้อเชิญเขาเลย แต่กำลังใช้วาจาตะล่อม
เจียงผิงอันให้ตอบรับว่าเป็นผู้ฆ่า
เมื่อได้ยินคำตอบของเจียงผิงอัน รอยยิ้มบนใบหน้าจินตี๋ก็หด
หาย สาดชาร้อนใส่หน้าเจียงผิงอันแล้วคว้าคอเจียงผิงอันไว้
“เหลาจื่อให้โอกาสสุดท้ายกับเจ้า อย่าสร้างเรื่องให้เหลาจื่อ
ยอมรับเรื่องนี้ซะ หาไม่ ต่อให้เจ้าออกจากที่นี่ได้ ข้าก็จะพาเจ้า
กลับมาที่นี่ได้อีก! เจ้าจะไม่ได้ฝึกฝนอย่างเป็นสุขอีกเลย!”
เจียงผิงอันไม่พูด สายตาของเขาจ้องตรงที่จินตี๋ราวน ้านิ่ง
จินตี๋ผู้ยังคงข่มขู่พลันรู้สึกขนลุกขึ้นมา
เจียงผิงอันผู้นี้ขอบเขตไม่ได้สูงแท้ ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกว่า
อันตรายมาก
จินตี๋เกิดความรู้สึกอยากผละถอยโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่ความคิดนี้
ปรากฏ เขาก็พลันอับอาย เขาถึงกับขวัญเสียเพราะผู้ฝึกตนระดับต ่า
คนหนึ่ง
“มองหามารดาอะไร!”
จินตี๋ชักมีดที่เอวออกมาแทงตาเจียงผิงอันอย่างรุนแรงจนเลือด
กระฉูด
“มารดามัน!”
จินตี๋เปิดค่ายกลเดินสบถจากไป
เหตุนี้รับมือได้ไม่ดี ผู้ฆ่ามิอาจหาพบ ทรัพยากรของพวกเขาถูก
ลดไปหลายเดือน
เจียงผิงอันยืนกับที่ มีดเสียบอยู่คาตา โลหิตค่อย ๆ ไหลย้อม
ใบหน้าเย็นชาของเขา
ตาอีกข้างจ้องมองแผ่นหลังของจินตี๋ ราวกำลังมองคนตาย
จินตี๋และเจ้าหน้าที่รักษาระเบียบที่เหลือจรจาก คุกมืดชั้นสามคืน
สู่ความสงบ
เฉิงฮั่นเดินเข้ามาส่งโอสถเม็ดหนึ่งให้เจียงผิงอัน
“คนของฝ่ายรักษาระเบียบเป็นเช่นนี้แหละ ใช้เรื่องรักษาระเบียบ
บังหน้า ทำแต่เรื่องเหลวแหลกผิดกฎ สำนักก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้
ภายหน้าก็เลี่ยงพวกเขาให้ห่างเสีย”
“ขอบคุณมาก ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าหนหนึ่ง”
เจียงผิงอันขอบคุณโดยไม่รับโอสถ
หากมิใช่เพราะวาทะเฉิงฮั่น ก็ไม่รู้เลยว่ายามนี้จะเป็นเช่นไรแล้ว
เจียงผิงอันดึงมีดออกโดยไม่พูดจา ก่อนจะเดินกลับที่อยู่เดิมของ
ตนไปเงียบ ๆ
เฉิงฮั่นจ้องมองตามหลังเจียงผิงอันอยู่เนิ่นนาน ไม่รู้ในใจคิดอะไร
เจียงผิงอันนั่งในห้องขังอันเย็นเยียบ พยายามสงบจิตสังหารใน
ใจ
เขาอยากฆ่าคน แต่ยามนี้ยังทำมิได้
อย่าว่าแต่มีฝ่ายรักษาระเบียบอยู่เบื้องหลังจินตี๋ ตัวจินตี๋เองก็เป็น
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ มิใช่ผู้ที่เขาสามารถสู้ด้วยได้เลย
ขอบเขตยังต ่าเกินไป มีแต่ต้องทำความเข้าใจทุกกฎเกณฑ์ให้
สมบูรณ์ ฝึกฝนถึงขีดสุดของขอบเขตวิญญาณสวรรค์ เขาจึงอาจ
ประมือยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการได้