สู่วิถีอมตะ - บทที่ 479 ปล่อยตัว ข่มขู่
เจียงผิงอันสะกดความรู้สึกด้านลบไว้ในใจ มันจะทำให้เขาเสีย
ความเยือกเย็น กระทำผิดพลั้งออกไป
มิได้ติดต่อเยี่ยอู๋ฉิงกับเฉียนฮวั่นโหรวมาสองวันแล้ว ไม่รู้เกิด
อะไรขึ้นกับทั้งคู่บ้าง
เจียงผิงอันนำยันต์สื่อสารออกมาติดต่อเฉียนฮวั่นโหรว
“พวกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?”
“ข้ากำลังล่าสัตว์ภูตหาแต้มผลงาน”
เสียงระเบิดจากการต่อสู้และเสียงคำรามของสัตว์ภูตดังมาจากฝั่ง
เฉียนฮวั่นโหรว
เจียงผิงอันกล่าว “ข้าจำได้ว่าฆ่าสัตว์ภูตทั่วไปขั้นปลายขอบเขต
หลอมสุญตาได้เพียงสามแต้มผลงาน ต่อให้หนึ่งวันเจ้าฆ่าสิบตัว ก็ยัง
ต้องใช้เวลาล่าเป็นสิบ ๆ ปี ภารกิจเช่นนี้ไม่ไหวหรอก”
“ข้ารู้ แต่ข้าใช้อวตารวิญญาณเทวะที่เจ้าสร้าง สามารถรับ
ภารกิจเป็นร้อย ๆ อย่างได้พร้อมกัน หนึ่งวันได้อย่างต ่าห้าร้อยแต้ม”
น ้าเสียงของเฉียนฮวั่นโหรวเจือความยินดี เห็นได้ชัดว่าพอใจกับ
ระบบการฝึกฝนที่เจียงผิงอันสร้าง
“มันเหนื่อยนะ” เจียงผิงอันว่า
“เรื่องเล็กน้อย เจ้าฝึกฝนอย่างสบายใจเถอะ อย่าห่วงเรื่องแต้ม
ผลงาน ข้าจะเลี้ยงเจ้า… อย่าพูดถึงมันดีกว่า พวกเจ้าตัวใหญ่มาโน่น
แล้ว สัตว์ภูตที่นี่แข็งแกร่งกว่าทางฝั่งเราเยอะเลย”
เฉียนฮวั่นโหรวง่วนกับการต่อสู้ ตัดการสื่อสารไป
เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ เกาะสตรีกิน แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน?
เขาติดต่อเยี่ยอู๋ฉิงต่อ
มีเพียงหนึ่งข้อความถูกตั้งไว้ล่วงหน้า “ลูกพี่ ข้าทำภารกิจอยู่
เจ้าฝึกฝนอย่างสบายใจเถอะ ข้าจะหาแต้มผลงานมาให้เอง”
เจียงผิงอันตื้นตันใจอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยความเร็วของทั้งสอง มิ
อาจหาแต้มผลงานมาเพียงพอได้เลย
มีเพียงต้องได้แสนแต้มผลงาน จึงมีโอกาสไปยังศาลาสาขาหลัก
เพื่อขวนขวายหาวิชาจำแลงเซียน
หากได้แต้มหลักล้าน ก็สามารถแลกยอดสมบัติให้พวกเขานำ
กลับไปขายที่ภพแร้นแค้น รับกำไรส่วนต่างหลายต่อหลายเท่าได้
ทว่า การได้แต้มผลงานมานั้นไม่ง่าย
ภารกิจล่าสัตว์ภูตให้แต้มน้อยเกินไป
เจียงผิงอันตรวจสอบรางวัลภารกิจต่าง ๆ ในป้ายแสดงตนอยู่ครู่
หนึ่ง ก่อนจะเรียบเรียงภารกิจที่ให้แต้มผลงานมากที่สุดออกมาได้สอง
สามอย่าง
หลอมโอสถ ตีอาวุธ สอนวิชา
โอสถและอาวุธเป็นสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ฝึกตนทั้งปวง โอสถ
และอาวุธดี ๆ นั้นมิอาจขายได้พอตลาดต้องการเลย
อีกหนึ่งคือสอนวิชา อัจฉริยะสูงสุดและเหล่ายอดฝีมือมักใช้วิธีนี้
หาแต้มผลงาน
ปัญหาที่พบในขณะนี้คือ เจียงผิงอันมิใช่นักหลอมโอสถ ไม่ใช่
ช่างตีอาวุธด้วย และไม่อยากทำตัวโดดเด่นเกินไป
เขาจึงจะลองใช้อ่างสัมฤทธิผลลอกเลียนโอสถ แฝงตัวเป็นนัก
หลอมยาเสียแทน
แต่ระดับการหลอมโอสถในภพบุกเบิกนั้นสูง วัตถุดิบสิ้นเปลือง
น้อยกว่า ราคาก็มิได้สูง ดังนั้นหากลอกเลียนโอสถ ก็แทบไม่มีส่วน
ต่างอะไรเลย
แต่เจียงผิงอันก็พบหนึ่งภารกิจซึ่งเหมาะกับเขาที่สุด
ไปยังพนาผีเบญจภัย หาสมุนไพรพิเศษชื่อว่าบุปผาหน้าผี
พนาผีเบญจภัยเป็นหนึ่งในเขตอันตรายสูงสุดในศาลาเติงเซียน
มีห้าตัวตนน่าสะพรึงกลัวอาศัยอยู่ ซึ่งก็คือปราณมาร หมอกควัน
สัตว์ร้าย ผีสางและมายา จึงถูกเรียกว่าเบญจภัย
และในพนาผีเบญจภัยนี้ก็มีบุปผาหน้าผีอันเป็นของหายาก เป็น
ตัวยาสำคัญในการหลอมโอสถคุ้มภัย
บุปผาหน้าผีอายุสิบปีมีค่าสิบแต้มผลงาน บุปผาหน้าผีอายุร้อยปี
มูลค่าร้อยแต้มผลงาน สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุของมัน ไม่มีเพดาน
สูงสุด
เหตุผลที่บุปผาหน้าผีนี้มูลค่าสูงนัก ก็เพราะเป็นตัวยาสำคัญของ
โอสถคุ้มภัย
โอสถคุ้มภัยเป็นโอสถจำเป็นในการไปยัง ‘ทะเลเซียนมาร’
จากข้อมูลที่บันทึกไว้ในป้ายหยก ทะเลเซียนมารเกิดขึ้นแต่
โบราณ ยามภพเซียนบุกรุกภพบุกเบิก มหาจักรพรรดิประหารเซียน
และมารไปมากมาย ซากศพของเซียนและมารบางส่วนกระจัด
กระจายทั่วภพบุกเบิก
ในทะเลเซียนมารมีซากศพเซียนอยู่ เนื่องด้วยอิทธิพลของพลัง
เซียน ทะเลนี้จึงให้กำเนิดสมบัติฟ้าดินมากมาย เป็นดินแดนลับที่ขุม
กำลังใหญ่ทั้งปวงในภพบุกเบิกชอบออกสำรวจ
เนื่องจากอิทธิพลของพลังเซียน ที่แห่งนั้นจึงมีวิญญาณร้ายและ
นิมิตชวนหวาดผวาอยู่มากมาย มีโอสถเพียงไม่กี่ชนิดเช่นโอสถคุ้ม
ภัยที่ช่วยหยุดการโจมตีของมายาและวิญญาณร้ายเหล่านี้ได้
จึงนำสู่สัจธรรมที่บุปผาหน้าผีเป็นที่ต้องการอย่างยิ่ง และบุปผา
หน้าผีในพนาผีเบญจภัยก็เป็นตัวยาสำคัญในการทำโอสถคุ้มภัย บุป
ผาหน้าผีจึงมีราคาสูงลิ่ว
ปราณมาร หมอกควัน ผีสางและมายาในพนาผีเบญจภัยน่ากลัว
ยิ่งสำหรับผู้อื่น แต่สำหรับเจียงผิงอัน มันหามีพิษภัยไม่
อันตรายมีเพียงหนึ่ง สัตว์ร้าย
ยามเขาออกจากคุกมืดได้ เขาจะมุ่งหน้าไปยังพนาผีเบญจภัย
บุปผาหน้าผีในพนาผีเบญจภัยมูลค่าสูงก็จริง แต่ที่นี่อันตราย
เกินไป จึงมิใช่สิ่งที่ได้มากันง่าย ๆ
สองสามวันต่อจากนั้น เหล่าผู้ฝึกตนในคุกชั้นสามล้วนประหลาด
ใจเมื่อพบว่าวิญญาณร้ายเบาบางลงมากนัก
“วิญญาณร้ายหายไปไหนหมด? ข้ามิได้ใช้ค่ายกลใด ๆ ที่ซื้อมา
เลยนะ”
“ดูเหมือนพวกมันจะหายเข้าไปในห้องหน้าใหม่นั่นหมดเลย”
“เจ้าโง่นั่นไม่เห็นหรือว่าที่นั่นไม่มีใครยอมอยู่? อยู่ดีไม่ว่าดีปรี่ไป
อยู่ใกล้ ๆ ทางเข้าชั้นสี่ ดึงวิญญาณร้ายไปหมดเลย เยี่ยมจริง ๆ”
“เสียอายุขัยเรื่องเล็ก หากเขาไปล่วงเกินคนของฝ่ายรักษา
ระเบียบเข้า ไม่มีทางอยู่เป็นสุขได้แน่”
ในศาลาเติงเซียน การล่วงเกินเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบก็
เท่ากับแหย่เท้าลงโลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“จะว่าไป ได้ยินกันหรือไม่? เมื่อไม่นานนี้ ศิษย์หญิงผู้หนึ่งมาเข้า
ร่วม การฝึกฝนอยู่ขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา พลังต่อสู้ของนาง
น่ากลัวสุดขีด รับภารกิจเป็นร้อย ๆ ในวันเดียว หนึ่งวันกอบโกยแต้ม
ผลงานได้เป็นร้อย ๆ”
“ข่าวปลอม ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ว่าข่าวปลอม อย่าว่าแต่ขอบเขต
หลอมสุญตาเลย ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการยังไม่มีทาง
รับภารกิจทีเดียวเป็นร้อย ๆ ได้”
“มิใช่ข่าวปลอมหรอก ข้าได้ยินจากการสนทนามาว่า สตรีผู้นั้น
เหมือนจะบรรลุวิชาพิเศษ สามารถสร้างอวตารได้มหาศาล สัตว์ภูต
ใกล้เคียงในขอบเขตหลอมสุญตาจะถูกสตรีผู้นี้ฆ่าเกลี้ยงแล้ว!”
“ดุเพียงนั้นเลยหรือ?”
“ใช่ ซ ้าแล้ว สตรีผู้นี้ยังงดงามยิ่งด้วย มีผู้บันทึกใบหน้าของนาง
ลงในศิลาบันทึกเงา เดี๋ยวข้าจะส่งเป็นข้อความในป้ายหยกไปให้เจ้า”
“แม่เจ้า! งามจริง ๆ ยามข้าออกจากคุกไปได้ ข้าจะเกี้ยวนาง
แน่นอน ขาดคู่บำเพ็ญอยู่พอดีเชียว”
ศิษย์ผู้ฝึกตนมากมายเสวนากันถึงอัจฉริยะหญิงหน้าใหม่ผู้นี้
อย่างเผ็ดร้อน เป็นที่สนใจของผู้คนมากมาย
สิบห้าวันสำหรับผู้ฝึกตน เป็นเพียงชั่วประเดี๋ยวเคลื่อนผ่าน
เจียงผิงอันถึงวันปล่อยตัวจากคุกแล้ว
ก่อนจาก เฉิงฮั่นร่างกำยำมากล่าวลาเขาด้วยตนเอง และเตือน
เจียงผิงอัน
“จำไว้ว่า อย่าหาเรื่องกับฝ่ายรักษาระเบียบ เจ้าเล่นด้วยไม่ไหว
หรอก หากพบปัญหา เจ้าไปหาอาจารย์ข้าที่ภูเขาหมายเลขสาม แล้ว
รายงานชื่อข้าได้”
ใบหน้าของเจียงผิงอันฉายประกายฉงนใจ “ไฉนจึงช่วยข้า?”
“ข้าไม่อยากให้เมล็ดพันธุ์ดี ๆ ของศาลาเติงเซียนอย่างเจ้า
ตกต ่า” เฉิงฮั่นฉีกยิ้มเผยซี่ฟันเหลือง
“ขอบคุณมาก”
เจียงผิงอันและศิษย์ศาลาเติงเซียนซึ่งถูกขังชั่วคราวกลุ่มหนึ่งถูก
พาตัวไป
ก่อนจะถูกปล่อยจากคุก ต่างคนล้วนต้องจ่ายห้าแต้มผลงาน ไม่
ก็ห้าผลึกวิญญาณ
“เพราะเจ้าเด็กนี่ไม่ยอมตายไปดี ๆ ทำเราเสียเงินเดือนเดือนนี้
ไป”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบผู้หนึ่งชี้มาทางเจียงผิงอัน
เจ้าหน้าที่รักษาระเบียบหลายคนข้างตัวเขาพลันหน้าง ้า
“เจ้า จ่ายแต้มผลงานเพิ่มอีกสิบแต้ม” เจ้าหน้าที่รักษาระเบียบ
กล่าวเสียงเย็น
“ข้าเป็นหน้าใหม่ ไม่มีแต้มผลงานหรอก” เจียงผิงอันขอโยนแต้ม
ผลงานทั้งหมดทิ้งไปเสียดีกว่า เพราะไม่อยากมอบให้กับขยะพรรค์นี้
“เหลวไหล!”
คนผู้หนึ่งยกเท้าเตะท้องเจียงผิงอันอย่างรุนแรงจนเกือบกระเด็น
ตกกลับลงทะเลสีดำ
“เราเห็นกันทนโท่ว่าชื่อเจ้ามีแต้มผลงานสี่สิบห้าแต้ม!”
เจียงผิงอันทราบว่าพวกเขาสืบได้ แต่ก็ยังอยากลองเดิมพัน
“เท่าที่ข้ารู้ เจ้าหน้าที่รักษาระเบียบหักเงินกันแบบไม่แยกแยะ โจมตี
ศิษย์ไม่เลือกหน้าเช่นนี้ เท่ากับละเมิดกฎของศาลาเติงเซียน”
“ละเมิดกฎ? ผู้ใดเห็น? ไหนพยาน?”
เจ้าหน้าที่รักษาระเบียบทั้งหลายมองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง
ศิษย์ส่วนที่ออกมากับเจียงผิงอันรีบออกไปผ่านค่ายกล
เคลื่อนย้าย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
“ฮ่า ๆ”
เหล่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบหัวเราะอย่างย่ามใจ
“ไอ้โง่ เพิ่งมาถึงศาลาเติงเซียน ไม่รู้หรือว่าสถานะของเราฝ่าย
รักษาระเบียบเป็นเช่นไร?”
“ยามนี้เราไม่เอาแล้วสิบแต้มผลงาน เอามาให้หมด!”
กฎระเบียบอะไร ในสายตาพวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบ มันก็แค่
ผายลม พวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบต่างหากที่เป็นกฎ
เจียงผิงอันค่อย ๆ ยืดตัวตรงแล้วผ่อนลมหายใจยาว ราวอยากจะ
พ่นความรู้สึกทั้งหมดออกมา
“พวกเจ้าอยากได้แต้มผลงานก็ย่อมได้ ข้าจะให้พวกเจ้า! ใครจะ
ออกมาสู้ตัดสินเป็นตายกับข้า! ขอเพียงฆ่าข้าได้ ทุกสิ่งก็เป็นของ
พวกเจ้า!”