สู่วิถีอมตะ - บทที่ 481 ถังเฉิน
“เฮ้อ ฝ่ายรักษาระเบียบนี่ไร้ปรานีกันจริง ๆ ไม่ให้โอกาสคนผู้นี้
อยู่รอดเลย”
“ฝ่ายรักษาระเบียบไม่ปล่อยให้ศักดิ์ศรีถูกท้าทายหรอก ทุกครั้งที่
เกิดขวากหนามเช่นนี้ พวกเขาก็จะทุ่มสุดกำลังสยบพิชิต”
“ไปล่ะ ข้าไม่อยากดูต่อแล้ว”
เมื่อรู้ว่าฝ่ายรักษาระเบียบจะส่งถังเฉินมา ศิษย์ศาลาเติงเซียน
มากมายก็ไม่อยากอยู่เห็นฝ่ายรักษาระเบียบแผลงอำนาจ จึงหันกาย
จรจากไป
ถังเฉินเป็นอัจฉริยะซึ่งศิษย์ศาลาเติงเซียนแทบทุกคนในแคว้น
ชางหลานรู้จัก
บรรลุขอบเขตแปรเทวะยามอายุสิบปี สิบสามปีหลอมสุญตา
พรสวรรค์เลิศล ้าจนเป็นที่ชื่นชอบของผู้อาวุโสฝ่ายรักษาระเบียบจน
รับมาเป็นศิษย์ตน ถ่ายทอดวิชาลับระดับสูงสุด อาวุธวิเศษและ
ทรัพยากรมากมาย
เมื่อปีก่อน ถังเฉินพยายามเข้าร่วมการคัดเลือกเพื่อไปยังศาลา
สาขาใหญ่ ได้อันดับยี่สิบ
ต้องทราบว่าในขณะนั้น เขาเพิ่งบรรลุขอบเขตหลอมสุญตา
คาดการณ์ได้ว่า ในการคัดเลือกอีกสี่ปีข้างหน้า เขาอาจติดสิบ
อันดับแรก
กล่าวได้ว่าถังเฉินเป็นหนึ่งในอัจฉริยะผู้โดดเด่นเหนือใครใน
ศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน ในหมู่คนวัยเดียวกัน มิอาจหา
ตัวตนใดประชันเขาได้
การให้ถังเฉินลงมือคือการขี่ช้างจับตั๊กแตนโดยแท้
กล่าวได้ว่าเป็นการประชันที่ไม่ต้องเดาผลใด ๆ
“ภายหน้าอย่าเรียกข้ามาด้วยเรื่องแบบนี้อีกนะ”
หนึ่งเสียงบ่นอุบอย่างเหลืออด
ร่างของปวงชนสะท้าน มองไปทางค่ายกลเคลื่อนย้ายเป็น
ตาเดียว
ชายในอาภรณ์ม่วงทอง สวมรองเท้าย ่าเมฆาผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
ดวงตาเยียบเย็นให้บรรยากาศยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน
แต่ละย่างก้าวของเขาคลับคล้ายเหยียบลงสู่หัวใจปวงชน ชวนให้
ผู้คนสั่นสะท้าน
ดุจดวงดาราเจิดจรัส สาดส่องจนดึงความสนใจทุกสายตา
คนผู้นี้คือถังเฉิน ขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา แต่ได้รับตำแหน่ง
หัวหน้ากลุ่มย่อยของฝ่ายรักษาระเบียบด้วยความโดดเด่นของเขา
หากเป็นปกติ การจะได้รับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มย่อยนั้นมีเพียง
ต้องบรรลุขอบเขตบูรณาการเสียก่อน
“ภายหน้าอย่าเรียกข้ามาด้วยเรื่องแบบนี้อีก มันน่าอาย”
ถังเฉินเผยความไม่พอใจกับจินตี๋
“เจียงผิงอันผู้นี้หาธรรมดาไม่ พละกำลังของเขาแข็งแกร่งมาก
เจ้าได้เปรียบเหนือผู้ฝึกฝนกายาทั้งปวง ข้าจึงเรียกเจ้ามา”
จินตี๋เสสรวล
ถังเฉินชักสีหน้า เมินอีกฝ่ายแล้วเดินไปยังกำแพงมิติตรงหน้า
จินตี๋ผู้นี้ก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของฝ่ายรักษาระเบียบ จึงต้องไว้
หน้ากันบ้าง
ถังเฉินประทับป้ายแสดงตัวของเขาลงเหนืออาคม ร่างสัญญา
ขึ้นมา
ส่วนเนื้อหาสัญญา ถังเฉินมิได้สนใจ
แต้มผลงานของอีกฝ่าย เขามิเห็นมันในสายตาสักนิด เขาแค่มา
ที่นี่เพื่อช่วยฆ่าคนเท่านั้น
เมื่อเข้ามาในอาคม ถังเฉินก็ใช้วิชาลับระดับสูงสุดของฝ่ายรักษา
ระเบียบทันที
หมัดสีดำเรืองวาบด้วยอักขระลึกลับก่อตัวเหนือศีรษะเจียงผิงอัน
มีขนาดเฉียดสามสิบจั้ง
ทันทีที่หมัดนี้ปรากฏ อำนาจร้ายกาจชวนขนลุกก็กวาดกระหน ่า
ในฟ้าดิน แรงกดดันมหาศาลเล็งมายังร่างของเจียงผิงอัน ทำให้เขา
ยากขยับตัว
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนหัวใจสะท้าน
“หมัดพิพากษา! ถังเฉินเพิ่งบรรลุขอบเขตหลอมสุญตาได้ไม่
นาน แต่ถึงกับเรียนวิชาลับนี้ได้แล้ว สมเป็นอัจฉริยะ”
“กล่าวกันว่า กระทั่งในฝ่ายรักษาระเบียบ ยังมีอัจฉริยะเพียงหยิบ
มือที่จะบรรลุวิชาทรงพลังนี้ได้”
“ได้ตายด้วยวิชาลับทรงพลังเช่นนี้ อาจเป็นเกียรติแก่คนผู้นี้แล้ว
ก็ได้”
เมื่อเห็นถังเฉินแผลง ‘หมัดพิพากษา’ ดวงตาของจินตี๋ก็ฉาย
ประกายริษยา เขามิได้บรรลุวิชาลับนี้จนถึงขอบเขตบูรณาการ แต่
ถังเฉินกลับทำได้
ถังเฉินควบคุมหมัดพิพากษาฟาดจากฟ้า ลงมือโจมตีเจียงผิงอัน
สำหรับถังเฉิน ผู้ตายจะเป็นใคร เหตุผลเป็นเช่นไรก็ช่าง แค่ตาย
ไปก็พอแล้ว
แรงกดดันทรงพลังจาก ‘หมัดพิพากษา’ จะทำให้บุคคลที่อยู่ใต้
หมัดนี้ยากขยับตัว
แต่นั่นสำหรับคนอื่น
เจียงผิงอันสะบัดพันธนาการกดดัน แปรลักษณ์เป็นอัสนีทมิฬพุ่ง
มาตรงหน้าถังเฉินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกหมัดใส่อย่างเดือดดาล
สีหน้าผ่อนคลายของถังเฉินพลันเลือนหายไร้ร่องรอย
เขาสัมผัสได้ว่า ขอเพียงถูกหมัดนี้เข้า เขาถูกบดขยี้เละแน่!
ขณะที่หมัดนี้ฟาดเข้ามา ร่างของถังเฉินพลันแปรเปลี่ยนเป็น
หมอกสีดำ
เปรี้ยง!
หมัดของเจียงผิงอันฟาดใส่อากาศ แรงมหาศาลทะลวงหมอก
ควันกระแทกลงพื้น แดนดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัว สีหน้าของเขาเคร่งขรึม
เขาทราบจากข้อมูลในป้ายหยกว่าถังเฉินมีพรสวรรค์ซึ่งสามารถ
แปรตัวตนสู่หมอก พ้นจากแทบทุกการโจมตีได้
หมอกสีดำก่อตัวเป็นมีดสีดำเล่มหนึ่ง เคลือบประสานด้วย
กฎเกณฑ์ ฟาดฟันใส่หลังของเจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กำลังจะถูกตัวเจียงผิงอัน อัสนีสีดำสายหนึ่งพลันปรากฏ
ก่อตัวเป็นโล่ขวางแผ่นหลังของเจียงผิงอันเอาไว้
เปรี้ยง!
การกระทบของอำนาจทรงพลังทั้งสองผลักเจียงผิงอันกระเด็นไป
ทันที
ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วชั่วสายฟ้าฟาด
ปวงชนที่คิดว่าเจียงผิงอันตายแน่ล้วนนิ่งงัน
เมื่อครู่มันอะไร? มันเกิดอะไรขึ้น?
“ปรากฏว่าเขาสลัดพันธนาการของหมัดพิพากษาได้!”
“ความเร็วสูงยิ่งนัก”
“อัสนีสีดำ? โลกนี้มีอัสนีสีดำอยู่ด้วย!”
เมื่อพินิจอัสนีสีดำแปลบปลาบบนร่างเจียงผิงอัน ปวงชนที่นี่ต่าง
ตื่นตะลึงสุดขั้ว
กระทั่งในภพบุกเบิก อัสนีสีดำก็มีเพียงในข่าวลือเสมอมา
เพิ่งได้ประจักษ์ด้วยตาตนก็วันนี้
ปวงชนล้วนคาดไม่ถึง
ดวงตาของจินตี๋หรี่ลง สายตาเคร่งขรึม เจียงผิงอันผู้นี้ไม่ธรรมดา
จริงแท้ ต้องไม่ปล่อยไว้!
ร่างของถังเฉินบนลานประลองลอยล่องในสภาพหมอกสีดำ
ใบหน้าก่อตัวในหมอกทมิฬ ถังเฉินมองเจียงผิงอันอย่างเกินคาด
“มีอัสนีหยินในตำนาน ทำให้ข้าต้องใช้พรสวรรค์แปรหมอก เจ้า
เองก็มีฝีมือ แต่ผู้ใดที่ข้าจะฆ่า มิอาจรอดพ้นได้หรอก!”
ร่างอันแตกเป็นหมอกของถังเฉินขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปกคลุม
รอบกายเจียงผิงอัน
ขณะนี้ ฟ้าดินคลับคล้ายสิ้นรัศมี มืดมิดอย่างสุดขั้ว
มีดสีดำปรากฏขึ้นเบื้องหลังอีกครั้ง เล็งจะบั่นคอเจียงผิงอัน
ชิ้ง!
โล่อัสนีทมิฬปรากฏขึ้นขวางเบื้องหลัง ขณะที่เจียงผิงอันหันมา
ออกหมัดสวน
มีดที่ควบตัวขึ้นสลายหายเฉียบพลัน ขณะที่มีดอีกเล่มก่อตัวใต้
เท้าเจียงผิงอัน ฟาดตวัดขึ้นมาอย่างแรง
แม้ฟันขาเขาไม่ขาด พลังแข็งแกร่งนี้ก็ยังทำให้เจียงผิงอันรู้สึก
เจ็บ
มีดสีดำปรากฏขึ้นต่อเนื่องจากทั่วทิศ ลอบจู่โจมเจียงผิงอันไม่
หยุดหย่อน
เจียงผิงอันสวนกลับพัลวัน ทว่าไร้ผล ถังเฉินจะสลายตัวทันที มิ
อาจทำร้ายคนผู้นี้ได้แม้แต่น้อย
ในที่สุด เจียงผิงอันก็ทราบว่าในพื้นที่เสวนาของศาลาเติงเซียน
เหตุใดถังเฉินจึงเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘ดาวพิฆาตผู้ฝึกกายา’ ด้วย
ต่อให้เป็นผู้ฝึกกายาในขอบเขตบูรณาการก็อาจมิสามารถทำ
ร้ายเขาได้
ถังเฉินก่อมีดสีดำทรงพลัง กระหน ่าโจมตีเจียงผิงอันอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้าแข็งแกร่งมากนะ แต่น่าเสียดายที่ต้องมาเจอข้า”
เจียงผิงอันใช้อัสนีหยิน ปัดป้องขณะล่าถอย
ขณะมองหมอกดำในลานประลอง ศิษย์ศาลาเติงเซียนมากมาย
แสนอึดอัดใจ
“ไม่มีทางจัดการกับพรสวรรค์แปรหมอกนี่ได้เลยหรือ?”
“แน่นอน หากเป็นร่างวิญญาณวารีสวรรค์ในตำนานซึ่งเป็น
พรสวรรค์ของบุตรีมหาจักรพรรดิ ก็จะสามารถรับมือพรสวรรค์นี้ได้
ง่าย ๆ แต่พรสวรรค์ที่ว่าหายากยิ่งนัก เกือบมิปรากฏให้ได้ยินในยุค
สมัยนี้เลย”
“อำนาจแปรหมอกนี้ ก็ยังมีกฎเกณฑ์และวรยุทธ์มากมายรับมือ
ได้ แต่น่าเสียดายที่คนผู้นี้ดูจะไม่มีใช้”
ศิษย์มากมายรำพึง บุคคลผู้มีอัสนีหยินในตำนานนี้ ถือได้ว่าเป็น
อัจฉริยะผู้หนึ่ง
แต่เขากลับต้องมาพบถังเฉินในการดวลตัดสินเป็นตาย
ในศึกนี้ มีเพียงหนึ่งที่จะเหลือรอด และมิต้องสงสัยเลยว่าคนผู้นั้น
ต้องเป็นถังเฉิน
ถังเฉินโจมตีอัสนีหยินอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามันแข็งสุดขั้ว
ยากทำลาย
“ข้าไม่มีเวลามาเสียกับเจ้า จะส่งเจ้าไปตายเลยแล้วกัน!”
หมอกสีดำพลันหดตัว ก่อเป็นหอกยาวอันแผ่ปราณชวนขนลุก
เล่มหนึ่ง
เมื่อหอกยาวทะยานตัว ทันทีที่มันสัมผัสโล่อัสนี มันก็ทะลวงโล่
อัสนีทันใด
เจียงผิงอันคว้าปลายหอกไว้ แต่ก็ยังถูกอำนาจรุนแรงผลัก
กระเด็นไปกระแทกอาคมเสียงดังสนั่น
“นี่มัน… สุดยอดวิชาลับ ‘หอกแทงทะลวง’!”
“ถังเฉินกระทั่งบรรลุกฎทำลายล้าง! กล่าวกันว่าอำนาจ
กฎเกณฑ์นี้บรรลุแล้วดีกว่ากฎมิติ ทำลายสิ้นได้ทุกอย่าง!”
“สี่ปีข้างหน้าในการคัดเลือก ถังเฉินต้องติดสี่อันดับแรก
แน่นอน!”
เมื่อเห็นวิชาลับที่ถังเฉินใช้ ใบหน้าปวงชนก็ปรากฏความตกใจ
มิคาดว่าถังเฉินจะยังซ่อนฝีมือไว้อีก