สู่วิถีอมตะ - บทที่ 484 ฝ่ายรักษาระเบียบล้อมโจมตี
ในเวลาไม่นาน ผู้ฝึกตนสามสิบเอ็ดคนในชุดดำ สีหน้ามาดร้าย
หมายชีวิตก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพนาผีเบญจภัย
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบปรากฏขึ้นพร้อมกันมากมาย
เพียงนี้ ผู้ฝึกตนที่คิดเข้าพนาผีเบญจภัยไปหา ‘บุปผาหน้าผี’ ก็เบน
ทิศจรจาก ด้วยกลัวเผชิญหน้ามหันตภัยกลุ่มนี้
จินตี๋ซึ่งเหลือตาเพียงหนึ่งมีใบหน้าเย็นเยียบดุจน ้าแข็งอันยืนยง
พัน ๆ ปี ทำให้ปวงชนมิกล้ามองตรง ๆ
“ภารกิจนี้ต้องสำเร็จเท่านั้น ห้ามล้มเหลว เข้าใจหรือไม่!”
“เข้าใจ!”
ยอดฝีมือทั้งสามสิบคนตอบเสียงเบา
“ไปได้!”
จินตี๋ออกคำสั่ง แล้วยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาห้า
คน ยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาสิบคน และยอดฝีมือ
ขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาสิบห้าคนก็พุ่งเข้าไปในพนาผีเบญจภัย
ด้วยกัน
หัวกะทิสูงสุดสามสิบเอ็ดคนจากศาลาเติงเซียนร่วมมือกันเพื่อ
จัดการผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตาคนเดียว ไร้โอกาสพลาด
เป้าไปได้เลย
ภารกิจนี้จัดการได้ง่ายนัก
ส่วนทางประมุขศาลา พวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบหาสนใจสักนิด
ไม่ ประมุขศาลาผู้บาดเจ็บเพียงหนึ่งมิใช่ภัยแม้แต่น้อย
ศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานมิใช่ของประมุขศาลา แต่
เป็นของพวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบ
ผู้ใดที่กระทบกระเทือนต่อตำแหน่ง สั่นคลอนอำนาจของพวกเขา
ฝ่ายรักษาระเบียบต้องตาย
ในพนาผี สายลมหยินหวีดหวิว หมอกควันเคลื่อนตัวปกคลุม
เสียงคำรามของสัตว์ร้ายไม่ทราบชนิดดังก้องจากส่วนลึกแห่งพนาผี
จินตี๋นำแมลงสีทองตัวเท่าฝ่ามือออกมาตัวหนึ่ง
แมลงตัวนี้สามารถจับปราณอันหลงเหลือของผู้ฝึกตนได้ พวก
เขาเลี้ยงไว้เพื่อให้ไล่ตามศัตรู
ทว่า ยามแมลงตัวนี้เข้ามาในพนาผีเบญจภัย มันพลันบิน
กระสับกระส่าย บินไปทางโน้นทีทางนี้ที
จินตี๋ขมวดคิ้ว ปล่อยแมลงสะกดรอยออกมาเพิ่มอีกสองสามตัว
แมลงสะกดรอยทั้งหลายล้วนบินไปตัวละทางกันหมด
“หัวหน้า มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
ผู้ใต้บัญชาคนหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัย
แมลงสะกดรอยยากนักจะผิดพลาด หรือจะเป็นอิทธิพลของพนา
ผีเบญจภัย?
จินตี๋มองแมลงสะกดรอยบินป่วนไปหมดก็เอ่ยว่า “อีกฝ่ายน่าจะ
ใช้อวตาร แบ่งแยกกันออกไปหลายร่าง จึงเกิดเป็นเหตุเช่นนี้”
ผู้ใต้บัญชาตกใจ “ไฉนเจียงผิงอันจึงใช้อวตาร เขาหาเราเจอ
แล้วหรือ?”
จินตี๋ส่ายหัว “ไม่มีทาง วิชาอำพรางกายของเราฝ่ายรักษา
ระเบียบล ้าเลิศอย่างยิ่ง หากมิได้ห่างกันระดับขอบเขตใหญ่ ก็ไม่มีทาง
หาพบได้แน่นอน”
“แล้วหากรู้ว่าเรามาแล้วจริง ๆ หากเจ้าเป็นเขา เจ้าจะทำเช่นไร?”
“หากเป็นข้า จะรีบกลับไปซ่อนในพื้นที่พำนักของสำนัก ไม่ก็ไป
พึ่งบารมีประมุขศาลา” ผู้ใต้บัญชาตอบกลับ
จินตี๋พยักหน้า “ถูกต้อง หากเขารู้ว่าเรามากันจริง ๆ มีหรือจะยัง
ไม่รีบหนีเข้าสถานที่พลุกพล่าน แต่กลับมุ่งหน้าต่อสู่ส่วนลึกของพนา
ผี? คิดจะจับตัวเราทั้งหมดหรือไร?”
“เขาน่าจะมองหาบุปผาหน้าผีอยู่ จึงใช้อวตารเพื่อร่นเวลา”
“เอาล่ะ ให้ผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาแต่ละคนพา
คนติดไปด้วยเป็นกลุ่มสองสามคน แยกกันไล่ล่าพวกเขา หลังพบตัว
เจียงผิงอัน ฆ่าทันที!”
“ทราบ!”
คนทั้งสามสิบแบ่งกลุ่มย่อย ก่อนจะตามแมลงสะกดรอยแยกกัน
ไปหาเจียงผิงอัน
ในฐานะยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ จินตี๋มิต้องให้ผู้ใดช่วย ไล่
ตามหนึ่งทิศทางไปคนเดียว
ยิ่งมุ่งหน้าเข้าลึก วิญญาณร้ายก็ยิ่งดุดันทวีคูณ ม่านหมอกก็ยิ่ง
หนาทึบขึ้นทุกที
จินตี๋ใช้โล่ธาตุไฟเพื่อป้องกันสรรพสิ่งน่ารังเกียจทั้งหลายนี้
“มารดามัน!”
แม้วิญญาณร้ายเหล่านี้จะทำร้ายเขามิได้ พวกมันก็น่ารำคาญยิ่ง
และเขาก็เกลียดกลิ่นของที่นี่เสียยิ่งกว่าอะไร
เขาสาบานว่าเจอเจียงผิงอันเมื่อไหร่ เขาจะระเบิดศีรษะ ดื่มสมอง
ของคนผู้นี้เสีย
หลังจากเหินตามแมลงสะกดรอยอยู่นาน ปราณมารรอบข้างก็ยิ่ง
ทวีความเข้มข้น ปราณมรณะ ปราณชั่วร้ายและกลิ่นคาวเลือดผสาน
รวมกันคลุ้งตลบสู่ฟ้า
“สารเลวนั่นหายหัวไปไหนของมัน?”
จินตี๋เจียนขาดความอดทน ขณะที่เขากำลังจะหยิบป้ายแสดงตัว
มาติดต่อคนอื่น ๆ นั้นเอง จิตสัมผัสของเขาก็สะท้าน กวาดไปเจอ
เจียงผิงอันเข้า!
ขณะที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้น เขาก็พลันหยุดชะงัก
หากนี่เป็นเพียงอวตารร่างหนึ่งของเจียงผิงอัน พุ่งเข้าใส่เสียยาม
นี้ก็น่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ร่างจริงของอีกฝ่ายอาจหนีไปได้
จินตี๋นำยันต์สื่อสารพิเศษที่สร้างโดยฝ่ายรักษาระเบียบออกมา
ติดต่อคนอื่น ๆ
“พวกเจ้าพบเจียงผิงอันกันหรือยัง?”
หลังรออยู่เนิ่นนาน ก็ไร้ผู้ใดตอบกลับ
เมื่อเห็นไร้ผู้ตอบรับ จินตี๋ก็หงุดหงิดยิ่ง แผดเสียงออกมาเบา ๆ
“ข้าถามอยู่ว่า พวกเจ้าเจอเจียงผิงอันกันหรือยัง! ตอบข้าสิ!”
แต่ก็ยังไร้ผู้ใดตอบกลับ
จินตี๋พลันตระหนักว่าบางอย่างผิดปกติแล้ว
จิตสัมผัสของเขาสืบเข้าสู่สมบัติวิเศษเก็บของ ตรวจสอบป้าย
ชีวิตของสมาชิกกลุ่มทั้งหลาย
ทันใดนั้น สีหน้าของจินตี๋ก็แปรเปลี่ยนอย่างร้ายแรง
ป้ายชีวิตของคนทั้งสามสิบระเบิดเกลี้ยง!
นี่หมายความว่าพวกเขาตายกันหมดแล้ว!
เป็นไปได้เช่นไรกัน?
แม้พนาผีเบญจภัยจะอันตราย บางสิ่งร้ายกาจอาจปรากฏขึ้นได้
ก็คงไม่มีทางที่ทุกผู้จะเผชิญอุบัติเหตุพร้อม ๆ กันหมด
หรือจะเป็นฝีมือเจียงผิงอัน?
ก็มิใช่อีก
เจียงผิงอันอยู่เพียงขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ไม่มีทางสังหาร
หัวกะทิสามสิบคนอย่างเงียบเชียบในชั่วกาลแสนสั้นเช่นนี้
ใบหน้าของจินตี๋ดำคล ้า หนึ่งเท้าย่างประชิด ปราดเข้าใกล้เจียง
ผิงอัน
เจียงผิงอันไร้สีหน้าตกใจ หวาดกลัวหรืออารมณ์ใด ๆ ราวกับ
คาดไว้แต่แรกแล้ว
ขณะนี้ แม้จินตี๋จะไม่เต็มใจยอมรับ เขาก็ได้คำตอบแล้ว
“สารเลว เจ้าใช้ลูกไม้น่ารังเกียจอันใดฆ่าคนของข้า!”
“ก็แค่สู้กันธรรมดา” เจียงผิงอันตอบกลับเนิบ ๆ
ยอดฝีมือทั้งสามสิบกลับโลกหน้าไปหมดแล้ว เขาตระหนักอยู่
นานแล้วว่ามีคนสะกดรอยเขามา จึงใช้อวตารวิญญาณเทวะป่วนให้
แยกคณะกัน
คนเหล่านี้คิดว่าพวกตนยังไม่ถูกพบ
“เหลวไหล ฝีมืออย่างเจ้าไม่มีทางฆ่าผู้ใต้บัญชาข้าเงียบ ๆ ได้!”
จินตี๋ไม่เชื่อเจียงผิงอันสักนิด ผู้ใต้บัญชาของเขามิใช่สุนัขแมวที่
ไหน แต่เป็นหัวกะทิที่คัดสรรมาจากคนนับพัน
ความต่างขอบเขตใหญ่โตเพียงนี้ จะฆ่าในเวลาอันสั้นได้
อย่างไร?
“หากไม่เชื่อก็รออีกเดี๋ยว ร่างจริงของข้าจะมาเดี๋ยวนี้แล้ว”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างสุขุม
จินตี๋สงสัยว่าเจียงผิงอันจะมีแผนอะไร และน่าจะมีผู้ช่วยเหลือ
ขณะที่จินตี๋กำลังจะจรจาก เขาพลันสังเกตเห็นบางสิ่งและรีบ
หลบไปทันที
ตู้ม!
หลุมขนาดมหึมา เส้นผ่านศูนย์กลางสองลี้ปรากฏขึ้นใต้เท้าจินตี๋
พฤกษาศิลาใกล้เคียงถูกอำนาจทรงพลังขยี้แหลก
ร่างจริงของเจียงผิงอันมาแล้ว
วิญญาณเทวะสลายเข้าสู่กาย พุ่งตรงเข้าใส่จินตี๋
วันนี้ เจียงผิงอันอยากลองท้าทายยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
หากผู้อื่นเห็นเช่นนี้ คงคิดเป็นแน่ว่าเขาบ้าระห ่าอยากตาย
จินตี๋ระแวดระวังยิ่งนัก สงสัยว่าตนจะถูกซุ่มโจมตีเข้าแล้ว ขณะ
รับการโจมตีของเจียงผิงอัน เขาก็รีบกวาดจิตสัมผัสไปรอบ ๆ
นอกจากหมู่ไม้ วิญญาณร้ายและม่านหมอก ก็ไร้ผู้ใดอยู่
โดยรอบ ไม่มีค่ายกลหรืออะไรเช่นนั้นเลย
สถานการณ์เป็นเช่นไร? ไร้การซุ่มโจมตีจริง ๆ หรือ?
เจียงผิงอันผู้นี้โง่เง่าหรือไร? ขอบเขตแค่นี้ยังกล้าท้าทายเขา
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการอีก?
ต่อให้เขาจะเป็นมือใหม่เพิ่งเข้าสู่โลกหล้าผู้ฝึกตน ก็ไม่น่าจะซื่อ
บี้อเช่นนี้ถูกหรือไม่?
จินตี๋ตะลึงไป
หลังจากตะลึงไปชั่วครู่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏบนใบหน้า
จินตี๋ เงื้อหมัดขึ้นเคลือบเคล็ดพลัง ฟาดตรงเข้าใส่เจียงผิงอัน
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะซ่อนแผนการอะไรไว้ ต่อหน้าความต่างขอบเขต
อันชัดแจ้ง ทำอะไรไปก็เปล่าประโยชน์
“ไปตายซะ!”
อำนาจยิ่งใหญ่ขยี้สุญตาแหลกร้าว
ต่อหน้าหมัดนี้ เจียงผิงอันหาได้หลบเลี่ยง เส้นผมของเขา
เปลี่ยนเป็นสีขาวในพริบตา ปราณมารทรงพลังระเบิดออกจากร่าง
หมัดทำลายล้างเหวี่ยงซัด
หมัดทำลายล้างซึ่งผสานกฎทำลายล้างอันสมบูรณ์และกฎจำนง
สัประยุทธ์ขั้นสามยิ่งทวีความแข็งแกร่งกว่ากาลก่อน
กฎเกณฑ์ในฟ้าดินร่ายระบำ ต้นพฤกษ์ใกล้เคียงถูกฤทธิ์แข็ง
กล้าล้มโค่น
ตู้ม!
หมัดทั้งสองปะทะกัน พลังอันชวนขนลุกทำให้มวลไม้ในระยะยี่สิบ
ลี้พินาศสิ้น หมอกและปราณมารทั้งปวงถูกปัดเป่าไม่เหลือซาก
จินตี๋และเจียงผิงอันล้วนกระเด็นหัวทิ่ม โค่นต้นไม้ไปเกินคณานับ
กว่าจะหยุดได้
จินตี๋พยุงตัวตั้งหลัก มองหมัดซึ่งแตกกระจุยเผยกระดูกของตน
ด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“นี่… นี่มันพลังอะไรกัน?”
ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตบูรณาการของเขาถึงกับถูกผู้ฝึกตน
ขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งทำร้ายได้!