สู่วิถีอมตะ - บทที่ 485 ประชันยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
จินตี๋ไม่เคยตกใจเพียงนี้มาก่อน จนลืมความเจ็บปวดที่มือไป
ชั่วขณะ
“อำนาจศักดิ์สิทธิ์หรือ?”
นอกจากอำนาจศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด จินตี๋ก็นึกไม่ออกเลยว่าจะ
มีวิชาใดระเบิดพลังชวนสะพรึงขนาดนี้ได้ขณะที่ผู้ใช้เพิ่งบรรลุเพียง
กฎเกณฑ์ขั้นสาม
แต่คำถามก็อยู่ตรงนี้เช่นกัน เหตุใดเจียงผิงอันจึงใช้อำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์ได้ในขอบเขตนี้?
จินตี๋เงยหน้าขึ้นมองเจียงผิงอันผู้มีเส้นผมสีขาว ร่างห้อมล้อม
ด้วยปราณมาร ดวงตาก็ฉายประกายริษยารุนแรง
มิคาดว่าพรสวรรค์ของเจียงผิงอันจะร้ายกาจได้เพียงนี้ ขอบเขต
แค่นี้ก็แผลงฤทธิ์มหาศาล ไฉนสวรรค์จึงไร้ความยุติธรรมนัก?
เขาต้องตาย!
ในใจจินตี๋เคลื่อนคำนึง บาดแผลที่มือฟื้นตัวทันที
“มิน่าเล่า เจ้าจึงกล้าสามหาวกับยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ ที่
แท้เจ้าก็มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์”
“แต่หากเจ้าไม่บรรลุกฎเคล็ดพลัง มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว
ทำไม? ก็ยังฆ่าข้ามิได้อยู่ดี”
“ได้ฆ่าอัจฉริยะอย่างเจ้า ข้าล่ะตื่นเต้นนัก!”
จินตี๋ปรากฏกายตรงหน้าเจียงผิงอัน ลงมือจู่โจมทันทีด้วยรอยยิ้ม
เหี้ยมเกรียม
เจียงผิงอันออกหมัดทำลายล้างอีกครั้ง
ตู้ม!
หลังจากการปะทะ ทั้งสองก็กระเด็นจากกันอีกครั้ง
จินตี๋เมินบาดแผลที่มือตน สองขาออกแรงดีดส่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
“ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ได้กี่หนเชียว!”
อำนาจศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุดเช่นนี้สิ้นเปลืองพลังมหาศาล กระทั่ง
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการยังมิกล้าใช้มันตลอดเวลา นับประสา
อะไรกับอีกฝ่าย
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ เหวี่ยงหมัดต่อไปไม่หยุดยั้ง
ตู้ม! โครม!
แรงปะทะดุเดือดสนั่นฟ้า แนวพนาพังทลายไปเป็นวงกว้าง
วิญญาณร้ายรายล้อมดับสลาย หมอกควันกระจายตัว
ยิ่งประมือ จินตี๋ยิ่งตกใจ เขาประจักษ์ชัดว่าทุกการปะทะ ปราณ
วิญญาณในกายเขาล้วนถูกเจียงผิงอันสูบกลืน
มิเพียงปราณวิญญาณ เคล็ดวิญญาณที่เขามีก็ถึงกับถูกกลืน
กินไปด้วย!
“อำนาจศักดิ์สิทธิ์กลืนกิน!”
จินตี๋อุทาน
เขาถือพรสวรรค์กลืนกินของเจียงผิงอันเป็นวรยุทธ์อำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์
“บัดซบ!”
จินตี๋รีบดีดตัวถอย หากถูกตัวอีกฝ่ายตรง ๆ เขาก็จะแจกพลัง
ของตัวเองให้อีกฝ่ายต่อไป
หลังถอยออกมา เขาก็ใช้วิชาลับ ‘หมัดพิพากษา’
หมัดยักษ์สองลี้ก่อตัวเหนือศีรษะเจียงผิงอัน แรงกดดันมหาศาล
กดลงมาจนเจียงผิงอันมิอาจหลบเลี่ยง
เจียงผิงอันปลดปล่อยเกราะรบจำนงศึกคุ้มกาย ใช้จุลศาสตร์ไร้
ลักษณ์ขยายร่าง แล้วใช้ ‘คัมภีร์มารอัสนี’ สร้างเกราะสีดำเป็นเกราะ
คุ้มกายชั้นสอง
เจียงผิงอันเผชิญหมัดซึ่งฟาดลงจากฟ้าตรง ๆ คลื่นอากาศพัด
เรือนผมสีขาวของเขาปลิวไสว
หมัดพิพากษาระเบิดแหลกไปพร้อมเสียงคำรน
เจียงผิงอันสวมเกราะมารคุ้มกาย เหยียบย่างเหนือสุญตาเยี่ยง
เทพมาร บุกทะลวงเข้าหาศัตรู
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
นี่เป็นครั้งแรกที่จินตี๋เกิดความกลัวยามเผชิญหน้าผู้ฝึกตน
ขอบเขตหลอมสุญตา กระทั่งเกิดความคิดอยากถอยหนี
วิชาที่อีกฝ่ายใช้ออกมาสุ่ม ๆ ล้วนแล้วระดับสูงเลิศล ้า เขาไม่เคย
พบเห็นมาก่อน
ในที่สุดเขาก็เชื่อแล้ว ว่าผู้ใต้บัญชาทั้งสามสิบคนของเขาถูก
เจียงผิงอันฆ่าตายในการประชันซึ่งหน้า
พลังต่อสู้เช่นนี้มิได้ด้อยไปกว่าอัจฉริยะไร้เทียมทานในศาลาเติง
เซียนทั้งหลายเลย
เจียงผิงอันไร้วาจา ต่อสู้อย่างเคร่งขรึม อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการ แม้จะอยู่เพียงขั้นต้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็บรรลุ
กฎเกณฑ์ขั้นสูง มีพลังต่อสู้ร้ายกาจ
การต่อสู้ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เจียงผิงอันใช้วิชา
ระดับสูงต่อไป หมัดอู๋จี๋และวิชาเทียมเทพสงครามล้วนถูกรีดเร้นพลัง
ถึงขีดสุด
กฎเกณฑ์ขั้นสามปะทะเข้ากับเคล็ดพลัง เกิดความผันผวนฉีก
กระชากสุญตา
ขณะการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จินตี๋ฉีกสุญตาเตรียม
หลบหนี
ศักดิ์ศรีของฝ่ายรักษาระเบียบไม่สำคัญเท่าตัวเขา หากเขา
บาดเจ็บสาหัส เส้นทางเซียนถูกกระทบขึ้นมา ฝ่ายรักษาระเบียบก็หา
สนใจไม่
อัจฉริยะผู้นี้รับมือยากเกินไป สู้หนีก่อนจะดีกว่า
ขณะที่จินตี๋กำลังจะหนี ตรวนสายหนึ่งก็พาดพันในสุญตา ผนึก
รอยแยกนั้นไว้
หมัดมหึมาเหวี่ยงลงชกจินตี๋ลงกับพื้น ฝุ่นควันคลุ้งตลบ
เจียงผิงอันก้มลงกล่าวกับอีกฝ่าย “ใจเจ้าไร้จำนงศึก คิดเพียง
เผ่นหนี พลังต่อสู้ใช้ออกมาไม่ถึงครึ่ง จะฆ่าข้าได้เช่นไร?”
จินตี๋ “…”
มิใช่คนผู้นี้ผิดมนุษย์เกินไปหรือ? คิดหนียังไม่พ้น?
“หากสู้กันต่อไปเช่นนี้ เจ้าก็มีแต่ต้องตายอยู่ฝ่ายเดียว ครั้งนี้ข้า
ปล่อยเจ้าไปได้ อย่ารนหาที่ตายดีกว่า”
จินตี๋ข่มขู่เสียงเย็น
เจียงผิงอันไม่อยากมากความ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดตั้งใจสู้ ก็ตาย
ซะ
จินตี๋ถูกลากตัว มิอาจหนีพ้น ก็หงุดหงิดขึ้นมา “คิดจริง ๆ หรือว่า
ข้าฆ่าเจ้ามิได้!”
เขาแค่ไม่อยากให้ตนเองบาดเจ็บสาหัส หาใช่ฆ่าอีกฝ่ายมิได้
อย่างแท้จริง
“ในเมื่อเจ้ารนหาที่ ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!”
จินตี๋เก็บความคิดหลบหนี ตนก็รู้แก่ใจว่าหากไม่ตั้งใจต่อสู้ เขาก็
อาจตายที่นี่จริง ๆ
มือสังหารจินตี๋ระเบิดพลังต่อสู้แท้จริง เคล็ดพลังอันยิ่งยงทำให้ทุก
การโจมตีของเขารุนแรงประหนึ่งหมัดทำลายล้าง
นี่เป็นเพราะเขายังไม่บรรลุเคล็ดพลังอย่างสมบูรณ์ หากเขาทำ
เช่นนั้นได้ จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้อีก
ทั้งสองปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า วิชาลับสูงสุดถูกปลดปล่อย
ต่อเนื่อง กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งทั่วฟ้า
เป็นเช่นนี้หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม แล้วโล่อัสนีทมิฬคุ้มกายกับเกราะ
รบจำนงศึกของเจียงผิงอันก็ถูกระเบิดแตก ท่อนกระดูกร้าวหัก
วิชาเยียวยาของเขารักษาตามไม่ทัน ทำให้การฟื้นฟูร่างกาย
เป็นไปอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากกระอักเลือดอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าลองกำแหงอีกสิ! มีไพ่ตายอะไรอีกก็ใช้ออกมา! ยังอยากคิด
สู้กับผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการ? เจ้ามันนับเป็นอะไร!”
จินตี๋แค่นยิ้มเย้ย แม้เขาจะบาดเจ็บ ก็ยังอาการดีกว่าเจียงผิงอัน
มากนัก
ทว่า รอยยิ้มบนใบหน้าจินตี๋พลันชะงัก
เขาพบว่ามีบางสิ่งในตัวกำลังบ่อนทำลายเขาอยู่
กฎทำลายล้าง?
มิใช่ พิษต่างหาก!
เขาถูกพิษแต่ยามใด?
ยามนั้นเอง จินตี๋จึงสังเกตเห็นว่าหมอกสีขาวซึ่งออกมาจากมือ
ของเจียงผิงอัน แท้จริงเป็นหมอกพิษ!
“สารเลวน่ารังเกียจ คิดว่าพิษจะใช้กับข้าได้หรือ!”
จินตี๋มิคาดว่าเจียงผิงอันจะยังมีลูกไม้นี้
ด้วยโทสะ จินตี๋ระดมโจมตีดุดันขึ้นอีก พยายามจบการต่อสู้อย่าง
รวดเร็ว
อย่าสนใจเขาที่ทำปากดี อันที่จริงพิษนี้มีผลกับเขา
เจียงผิงอันถูกเล่นงานจนกระอักเลือดต่อเนื่อง ร่างกายมิอาจฟื้น
ตัวได้ทัน พลังต่อสู้ร่อยหรอลงทุกขณะ
แต่เจียงผิงอันหามีเค้าความกลัวในสายตาไม่ ยังคงเหวี่ยงหมัด
อันเต็มไปด้วยบาดแผลอย่างต่อเนื่อง
แต่ละการโจมตีไร้ความกลัว เกราะรบจำนงศึกบนร่างยิ่งทวีความ
เรืองรอง
ยามจินตี๋เห็นว่าเจียงผิงอันใกล้จะตาย เขาพลันใช้กระบี่ยาว
ระดับสูงเล่มหนึ่ง อักขระลึกลับสลักไว้หนาแน่น เรืองโรจน์เจิดจรัส
“ฮ่า ๆ จะบอกให้นะ ทีเด็ดของข้าคือวิชากระบี่นี่แหละ!”
วิชากระบี่คือไพ่ตายชิ้นเอกของจินตี๋ อย่าว่าแต่เจียงผิงอันที่ไม่รู้
กระทั่งปวงชนรอบตัวเขายังไม่รู้เลย
เขาลอบฝึกฝนวิชากระบี่เป็นไพ่ตายเสมอมา
เพื่อเอาไว้ใช้ในสถานการณ์เช่นนี้
“ดูซิว่าครั้งนี้เจ้าจะยังรอดได้เช่นไร!”
จินตี๋วาดตวัดกระบี่ยาว ฟาดฟันผ่านจักรวาลเพริศพริ้ง มุ่งฤทธิ์
ตรงเข้าใส่เจียงผิงอัน
อำนาจกระบี่นี้มิใช่สิ่งที่เจียงผิงอันสกัดขวางได้อย่างแน่แท้ และ
ภายใต้แรงกดดันของอำนาจกล้าแกร่ง เขาก็หลบมิได้ด้วย
วิกฤติถึงตายรายล้อมตัวเจียงผิงอัน การเต้นของหัวใจพลันเลื่อน
ลั่นเยี่ยงอัสนีกราดเกรี้ยวในพนาผีเบญจภัย
วิ้ง!
คลื่นอำนาจประหลาดพลันแผ่ออกจากร่างของเจียงผิงอัน กฎ
จำนงสัประยุทธ์ขั้นสามบรรลุสมบูรณ์แบบ เกราะรบจำนงศึกซึ่ง
แตกหักฟื้นตัวกลับมาเร็วสุดขั้ว
ขณะมองปราณกระบี่ใกล้เข้ามาทุกที ดวงตาของเจียงผิงอันแดง
ฉาน ใช้วิชาเทียมเทพสงครามขั้นสี่สุดกำลัง ทวีพลังต่อสู้ขึ้นห้าเท่า
เหตุผลที่วิชาเทียมเทพสงครามถูกเรียกว่าวรยุทธ์โจมตีอันดับ
หนึ่งในโลกหล้า ก็เพราะมันเพิ่มอำนาจทุกแขนง
รวมถึงพลังป้องกัน ความเร็ว กระทั่งฤทธิ์ของกฎเกณฑ์ด้วย!
เขาใช้วิชาดึงดาราเพิ่มแรงโน้มถ่วงแก่ศัตรู ใช้ผนึกสรวงควบคุม
ปราณวิญญาณของอีกฝ่าย
ทันทีที่หนึ่งคำนึงบังเกิด ผู้ฝึกตนซึ่งบรรลุกฎพสุธาพลันปรากฏ
ตัว ใช้พลังทั้งหมดดำเนินวิชาลับธาตุดินเข้าขวางไว้
ตู้ม!
ปราณกระบี่ฟาดฟัน หมื่นกฎเกณฑ์แยกกระจาย
เจียงผิงอันถูกปราณกระบี่นี่ฟันใส่ ร่างกระเด็นเป็นวงโค้ง โลหิต
หลากพรั่งพรู