สู่วิถีอมตะ - บทที่ 486 ย้อนเวลา
เจียงผิงอันกระเด็นไปชนต้นไม้หักต้นหนึ่ง บนอกมีแผลกระบี่ลึก
ล ้า กระดูกขาวโผล่ให้เห็นชัดเจน
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันกระอักเลือด สภาพดูอ่อนแรง
“ยังอ่อนแอเกินไป หากบรรลุกฎแห่งกำลังและกฎแห่งแรงโน้ม
ถ่วงขั้นสามได้ บางทีอาจง่ายกว่านี้”
จินตี๋ถือกระบี่มุ่งเข้ามา “เจ้าแข็งแกร่งมากจริง ๆ ในขอบเขต
เดียวกัน ทั่วทั้งศาลาสาขา พลังต่อสู้ของเจ้าอย่างน้อย ๆ ก็ติดหนึ่งใน
สามอันดับแรก”
“เจ้าควรมีอนาคตกว้างไกล แต่เจ้าดันมาเป็นศัตรูของฝ่ายรักษา
ระเบียบของข้าเสียนี่”
“ชีวิตเจ้าจบที่นี่แหละ!”
จินตี๋มิกล้าเลินเล่อ เหวี่ยงกระบี่ในมือสุดกำลังเข้าใส่เจียงผิงอัน
อีกครั้ง
จินตี๋กลัวเจียงผิงอันอย่างลึกล ้า หากอีกฝ่ายบรรลุกฎเกณฑ์ขั้น
สามครบทุกแขนง คนที่ตายก็น่าจะเป็นเขา
ได้ยินว่าการฆ่าอัจฉริยะสามารถช่วงชิงวาสนาของอีกฝ่ายมาได้
แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่
หากจริงขึ้นมา เขาก็จะทะยานสู่นภาแล้ว
ทว่า ยามกระบี่ในมือเขาโรยลง จู่ ๆ เจียงผิงอันก็หายตัวไป ปล่อย
กระบี่ของเขาฟาดฟันใส่อากาศธาตุ
จินตี๋ตะลึง เกิดอะไรขึ้น? ตัวคนล่ะ?
เขาสัมผัสบางสิ่งได้แล้วหันไปเบื้องหลัง
เจียงผิงอันคืนสู่ตำแหน่งเดิมเมื่อครู่ แต่ปรากฏว่าบาดแผลบนร่าง
ของเขากลับมลายหายสิ้น
จินตี๋งุนงงอย่างยิ่ง เจียงผิงอันหนีพ้นได้อย่างไร? ข้ามมิติหรือ?
ไม่มีคลื่นพลังมิติใด ๆ ให้เขาสังเกตเห็นแท้ ๆ
ยิ่งกว่านั้น บาดแผลของเจียงผิงอันไม่มีทางฟื้นตัวได้ไวเพียงนี้
กระทั่งอาภรณ์ยังกลับประสาน…
ทันใดนั้น จินตี๋ก็ตระหนักถึงบางสิ่ง ดวงตาซึ่งเหลือเพียงหนึ่งเบิก
กว้างอย่างขวัญผวา ปากร้องอุทาน
“พลังแห่งกาลเวลา! เจ้าบรรลุอำนาจกาลเวลา!”
นี่หาใช่การย้ายมิติไม่ แต่เป็นการย้อนเวลา!
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นใครกัน? ไฉนจึงบรรลุพลังน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
ได้!
หากไร้ซึ่งกาลเวลา มิติก็ยืนยงเป็นที่หนึ่ง หากยามใดกาลเวลา
เผยโฉม ทุกกฎเกณฑ์ล้วนไร้ความหมาย
สีหน้าของเจียงผิงอันเองก็เผยความประหลาดใจ เขาเผยอำนาจ
กาลเวลาออกมาจริงแท้
ทว่า แตกต่างจากกาลก่อน ครั้งนี้พลังแห่งกาลเวลามิได้ถูกใช้
หมดไป
เจียงผิงอันยกมือขึ้นมองลวดลายสีเขียวบนหลังมือ อำนาจ
กาลเวลาอัดแน่นอยู่บนนั้น
กาลก่อน เพื่อฆ่าเขาให้ตาย แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อส่งศิลาสาง
กาลเวลามาให้เขา ซึ่งศิลาสางกาลเวลาก็ฝังลวดลายนี้ไว้บนหลังมือ
เขา
แม้ศิลาสางกาลเวลาจะถูกสังเวยไปแล้ว ลวดลายเต๋าแห่ง
กาลเวลาก็ยังหลงเหลือบนหลังมือ
ทันทีที่เขาใช้อำนาจกาลเวลา ลวดลายเต๋าบนหลังมือเขาก็ถูก
ใช้งาน ทำให้เขาย้อนเวลากลับไปได้ห้าชั่วอึดใจก่อนหน้า บาดแผล
ในกายหายสิ้นไม่มีเหลือ
แม้จะใช้พลังไปมาก กระทั่งสูบพลังเขาไปครึ่งหนึ่ง แต่ก็หามีพิษ
ภัยต่อเจียงผิงอันไม่
เขาล่ะอยากแจ้งข่าวนี้ให้แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อปรีดากันเสียจริง
เขาใช้พลังกลืนกิน ปราณมารในพนาผีคลับคล้ายถูกเชิญมา
หลั่งหลากเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง
“สัตว์ประหลาด! เจ้ามันสัตว์ประหลาด!”
เสียงคำรามลั่นของจินตี๋คละเคล้าด้วยความกลัว
เช่นนี้จะสู้เช่นไรได้?
มิเพียงอีกฝ่ายดูดซับปราณวิญญาณได้ตลอดเวลา ยังกระทั่งมี
อำนาจกาลเวลาด้วย!
ศึกอันยืดเยื้อและกระบี่เมื่อครู่ใช้พลังในตัวจินตี๋ไปส่วนใหญ่ หาก
ยังสู้กันต่อไป เขานี่แหละจะเหนื่อยตายเอง
จินตี๋หันกายเผ่นหนี
แต่เจียงผิงอันหรือจะให้โอกาสเขา หลังจากกลืนโอสถฟื้น
บาดแผล ก็ทะยานตามไปสู้ต่อ
ทุกครั้งที่จินตี๋ใช้เคล็ดพลังแห่งกำลัง เจียงผิงอันก็จะกลืนกินมัน
ไปหมดสิ้น ความเข้าใจของเจียงผิงอันต่อกฎแห่งกำลังลึกล ้าขึ้นทุก
ขณะ พลังต่อสู้ของเขาทวีความกล้าแกร่ง
จินตี๋เห็นเจียงผิงอันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ก็มิอาจทราบว่าจะ
บรรยายอารมณ์ขณะนี้ได้เช่นไร
เขารีบนำป้ายแสดงตนออกมา ติดต่อหัวหน้ากลุ่มคนอื่น ๆ ของ
ฝ่ายรักษาระเบียบ
“มาช่วยหน่อยเร็ว! ข้าจะถูกเจียงผิงอันฆ่าอยู่แล้ว!”
หัวหน้ากลุ่มคนอื่น ๆ ได้ยินเช่นนี้ก็เกือบหลุดหัวเราะ
พวกเขารู้ว่าเจียงผิงอันคือใคร อีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นต้น
ขอบเขตหลอมสุญตา
“เจ้าไม่บอกเลยล่ะว่าเจียงผิงอันฆ่าล้างกลุ่มเจ้าไม่เหลือแล้ว”
“พอเลย เจ้ามีอารมณ์ขันเช่นนี้ คงฉวยโอกาสล้างแค้น ฆ่าเจียง
ผิงอันไปแล้วสิท่า?”
หัวหน้ากลุ่มคนอื่น ๆ ล้อเลียนกลับมาตามกัน หาได้ถือวาทะ
จินตี๋เป็นจริงเป็นจังไม่
“อารมณ์ขันกับปู่เจ้าสิ! ยามนี้ข้าถูกเจียงผิงอันไล่ล่าสังหารอยู่
ในพนาผีเบญจภัย! รีบมาช่วยข้าที!”
จินตี๋แผดเสียง
ใครบางคนตอบกลับมาอย่างนึกขัน “เจ้าถูกภาพหลอนในพนาผี
เบญจภัยเล่นเข้าแล้ว รีบ ๆ กินยาสลายมายาเสียนะ”
“มันไม่ใช่มายาจริง ๆ เฟ้ย…”
ขณะที่จินตี๋จะพูดอะไร ป้ายแสดงตัวของเขาพลันระเบิดแหลก
เมื่อเสียงของจินตี๋เงียบไป หัวหน้ากลุ่มคนอื่น ๆ ก็งุนงงกัน
เล็กน้อย
“ไฉนไม่พูดเล่า?”
“จินตี๋คงมิได้อยู่ในอันตรายจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
“เจ้าเชื่อหรือว่าเขาถูกผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาไล่ล่าอยู่
เช่นนั้นเชื่อหรือไม่ว่าภายหน้า ข้าจะได้เป็นประมุขศาลา?”
“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะได้เป็นประมุขศาลามากกว่าว่ะ”
ไร้ผู้ใดถือคำพูดจินตี๋จริงจังสักคน เพราะมันเป็นเรื่องเพ้อฝันแท้
ๆ
สองขอบเขตห่างชั้นมหาศาล ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
สามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาจนตายได้ด้วยนิ้วเดียว
เว้นแต่เจียงผิงอันจะอยู่ในระดับอัจฉริยะสูงสุด บรรลุอำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์ จึงยังพอมีหวังริบหรี่จะเอาชนะจินตี๋ได้
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังฆ่าจินตี๋มิได้อยู่ดี
ป้ายแสดงตัวของจินตี๋ถูกเจียงผิงอันทำลาย พิษในกายก็ยิ่ง
อาละวาดหนัก ปราณของเขาจวนเจียนหมดสิ้น พลังต่อสู้ถดถอย
ต่อเนื่อง
“เจียงผิงอัน เจ้ารู้ผลของการฆ่าข้าหรือไม่?”
“ไม่ช้าก็เร็ว ฝ่ายรักษาระเบียบของข้าจะครองอำนาจเหนือศาลา
เติงเซียน หากเจ้าฆ่าข้า โลกนี้ก็จะไร้ที่ให้เจ้าเหยียบยืน!”
จินตี๋ยังคิดใช้การข่มขู่ให้เจียงผิงอันกลัว
เจียงผิงอันจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา “ดูเหมือนเจ้าจะมีน ้ายา
แค่นี้ เช่นนั้นก็ไร้จำเป็นให้เจ้ามีชีวิตอยู่แล้ว”
เจียงผิงอันพลันชักมีดออกมาแทงตาของจินตี๋อย่างแรง โลหิต
สาดกระเซ็นออกมา
จินตี๋มองออกว่านั่นคือมีดของเขา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาใช้มันแทง
ตาเจียงผิงอันมาก่อน
เจ้านี่จดจำแค้นนี้มาตลอด…
ขณะเดียวกัน กิ่งมารสะเทือนสรวงสีทองก็ปรากฏในมือเจียงผิง
อัน
จิตสัมผัสของจินตี๋กวาดผ่านกิ่งมารนี้ แล้วก็จังงังไปทันใด
ยอดสมบัติ… กระทั่งมียอดสมบัติ!
ขณะนี้ ในที่สุดจินตี๋ก็เข้าใจว่าเจียงผิงอันฆ่าเขาได้แต่แรกแล้ว
เหตุที่อีกฝ่ายไม่ลงมือเสียแต่แรก ก็แค่เพราะใช้เขาเป็นเครื่องมือ
พัฒนาพลังต่อสู้ของตนเท่านั้น
ใช้ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการเป็นคู่ซ้อม พฤติกรรมเช่นนี้ระห ่า
สิ้นดี
“เจ้าเป็นใครกันแน่!”
จินตี๋ถามประโยคนี้ออกมาเป็นครั้งที่สาม
พรสวรรค์ของเจียงผิงอัน พินิจทั่วแคว้นชางหลานก็ยังเป็นระดับ
สุดยอดแน่แท้ แต่เขากลับไม่เคยได้ยินถึงนามอีกฝ่ายมาก่อน
เจียงผิงอันยังคงไม่ตอบ กิ่งมารสะเทือนสรวงอันหนักหนาสาหัส
ฟาดลงดุจอุกกาบาตถล่ม
ตู้ม!
เลือดเนื้อของจินตี๋ระเบิดแหลก
เจียงผิงอันต้องทำลายร่างของอีกฝ่าย ยามบรรลุถึงขอบเขต
บูรณาการ พลังชีวิตแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เรื่องหนีให้พ้นนั้นแสนง่าย
เลือดเนื้อนี้จะเปลืองเปล่ามิได้ เขาควบคุมจำนง โกยชิ้นเนื้อ
ทั้งหลายเก็บไป
เจียงผิงอันร่อนลงบนพื้นอันพินาศเละ หอบหายใจหนักหน่วง ทั่ว
กายไร้จุดใดสมบูรณ์ดี
กระดูกปริแตก อวัยวะภายในเสียหาย กฎเกณฑ์เคล็ดพลัง
อาละวาดไปทั่วกาย
หากมิใช่เพราะจินตี๋ใช้ ‘เคล็ดพลังแห่งกำลัง’ ซึ่งเจียงผิงอันดูด
ซับไปตรง ๆ ได้ บาดแผลของเขาคงยิ่งสาหัสกว่านี้
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการตายด้วยมือเจียงผิงอัน ใกล้การเป็น
เซียนไปได้อีกก้าวหนึ่ง
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง รีบเก็บกิ่งมารสะเทือน
สรวงไป
อึดใจต่อมา หลายบุคคลก็เหินมาอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งเครียดราวเผชิญศัตรูร้าย
สภาพร่างกายปัจจุบันของเขา ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลอม
สุญตาสักคนก็ฆ่าเขาได้แล้ว