สู่วิถีอมตะ - บทที่ 487 เยี่ยอู๋ฉิงถูกหมายปอง
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน? เหมือนเมื่อครู่จะมีคลื่นพลังรุนแรงมาก”
“การทำลายล้างระดับนี้ เหมือนเป็นการต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการเลย”
ผู้ฝึกตนหลายคนซึ่งมาถึงที่นี่มองแดนดินอันมีสภาพเละเทะด้วย
สีหน้าเคร่งขรึม
สายตาของปวงชนมาหยุดอยู่ที่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันกำลังจะหนี ขณะที่หนึ่งเสียงร้องพลันดังออกมาจาก
เบื้องหลังกลุ่มคน
“ลูกพี่!”
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นหู เจียงผิงอันก็มองตามเสียง สังเกตเห็น
หนึ่งใบหน้างดงาม
เยี่ยอู๋ฉิงมิคาดว่าจะได้มาเจอเจียงผิงอันที่นี่ ยามเห็นเจียงผิงอัน
บาดเจ็บ เขาก็รีบวิ่งมาหา
“ลูกพี่ เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง? ใครทำร้ายเจ้าเช่นนี้?”
“ข้าเจอยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการสองคนสู้กัน แล้วโดน
ลูกหลงบาดเจ็บไปด้วยน่ะ”
เจียงผิงอันรีบแต่งเรื่องปกปิด
ยามผู้ฝึกตนด้านหลังได้ยินเช่นนี้ พวกเขาพลันตระหนักว่า
เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เมื่อครู่พวกเขาหลงคิดเสียแล้วว่าผู้ฝึกตน
ขอบเขตหลอมสุญตาผู้นี้เป็นผู้สร้างความเสียหายมหาศาล ทำพวก
เขาใจหายใจคว ่าหมด
แต่เยี่ยอู๋ฉิงรู้ว่าลูกพี่กำลังโกหก หากเขาถูกลูกหลงจริง ต้องเกิด
บาดแผลหลายรูปแบบต่างกันไป
ลูกพี่น่าจะเผชิญหน้ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการมาจริง ๆ เสีย
มากกว่า!
ในเมื่อคู่ต่อสู้หายไปแล้ว ก็น่าจะถูกลูกพี่เล่นงานแตกพ่ายไป
ยากจะคาดคิดนักว่าขณะนี้ ลูกพี่แข็งแกร่งเพียงไรแล้ว
“ลูกพี่ ข้าจะพาเจ้ากลับไปรักษาตัวนะ”
เยี่ยอู๋ฉิงหันไปกล่าวกับผู้ฝึกตนหญิงในชุดกระโปรงสีเหลืองนาง
หนึ่ง “ศิษย์พี่หญิงหลัว ขออภัยด้วย ข้ามิอาจรับภารกิจของเจ้าได้
แล้ว ขอตัวก่อน”
“ใครให้เจ้าไป?”
หลัวอีเฟยเหินเข้ามา
“ข้าต้องไป!” เยี่ยอู๋ฉิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
หลัวอีเฟยนำโอสถอันแผ่กฎเคล็ดพลังออกมาเม็ดหนึ่ง ส่งให้กับ
เจียงผิงอัน
“เอ้า โอสถนี้ชื่อโอสถหกวงจรจักรวาล แม้จะเป็นบาดแผลที่ยอด
ฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการทำไว้ก็รักษาได้”
เห็นเช่นนี้ ผู้ฝึกตนเบื้องหลังก็เบิกตากว้าง รีบเข้ามาจะรั้งไว้
“ศิษย์พี่หญิงหลัว ไฉนต้องมอบโอสถราคาแพงนี้ให้ผู้ที่ไม่รู้จัก
ด้วย?”
“นั่นสิ โอสถนี้ราคาแพงล ้าค่ายิ่ง ต่อให้ขาย คนผู้นี้ยังไม่มี
ปัญญาจ่ายไหวเลย”
ดวงตาของพวกเขาเรืองประกายริษยา หากมอบโอสถนี้ให้พวก
เขาเสียแทน พวกเขาก็จะได้แต้มผลงานมากมาย
หลัวอีเฟยสุดทนกับคำเกลี้ยกล่อมกับคนทั้งหลาย “ข้าเต็มใจจะ
ให้ มิต้องให้พวกเจ้าคอยสอน”
หลัวอีเฟยยัดโอสถใส่มือเจียงผิงอัน แล้วจึงกอดแขนเยี่ยอู๋ฉิง
เอียงคอยิ้มให้เขา “ยังไม่รีบขอบคุณข้าอีก”
เยี่ยอู๋ฉิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ขอบคุณมาก”
หลัวอีเฟยยิ้มแก้มปริ ชายผู้นี้เย็นชาเสมอมา ไม่ว่านางจะกระแซะ
เข้าใกล้เพียงไรก็ไม่เป็นผล ในที่สุดวันนี้นางก็ได้กอดเขาเสียที
ยามผู้ฝึกตนด้านหลังเห็นเช่นนี้ ก็ข่มเขี้ยวด้วยริษยากรามแทบ
แหลก
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าหลัวอีเฟยซึ่งมิเคยมีคู่บำเพ็ญจะมาหลงชอบ
ชายน่ารังเกียจเช่นนี้
หากรู้แต่แรก พวกเขาก็คงทำตนให้เป็นเช่นนั้น
เจียงผิงอันถามเยี่ยอู๋ฉิงอย่างนึกฉงน “เกิดอะไรขึ้น ไฉนเจ้าจึงมา
อยู่ที่นี่?”
สตรีแปลกหน้ามอบโอสถราคาแพงให้เขาแต่แรกพบ เหตุผล
ย่อมมิพ้นเยี่ยอู๋ฉิง
เยี่ยอู๋ฉิงใช้การถ่ายทอดกระแสปราณเล่าเรื่อง
“หลังจากลูกพี่เข้าคุกมืดไป ข้าก็เห็นภารกิจหนึ่ง ต้องการผู้ฝึก
ตนหนึ่งคนที่บรรลุกฎมรณะ ข้าเห็นว่าแต้มผลงานมันเยอะเลยรับมา”
“สตรีผู้นี้ชื่อหลัวอีเฟย มาที่นี่เพื่อหาสิ่งที่เรียกว่าผลวิญญาณลับ
ขัย แต่จากที่สังเกตนางมาหลายวัน นางมิได้สนใจเลยว่าจะพบมัน
หรือไม่ แค่มาสำรวจที่นี่เท่านั้น”
“สตรีผู้นี้มีสถานะไม่ธรรมดาในศาลาเติงเซียน ถูกคุ้มกันอย่างดี
ยิ่ง และแค่อยากหาเรื่องตื่นเต้น”
“สตรีผู้นี้ดูเหมือนจะ… ชอบข้า แต่ลูกพี่อย่าได้กังวล ข้าหาสนใจ
สตรีผู้นี้ไม่”
เยี่ยอู๋ฉิงอธิบายทุกสิ่งจนจบในรวดเดียว
เจียงผิงอันพลันตระหนัก ว่าแล้วเชียว เป็นไปตามเขาคาดเดา
สตรีผู้นี้ชอบเยี่ยอู๋ฉิงจริง ๆ ด้วย
แต่นางก็ใจป ้าเกินไปนัก แรกพบก็ให้โอสถล ้าค่าเช่นนี้มาแล้ว
เจียงผิงอันเก็บโอสถ ใส่มันในอ่างสัมฤทธิผล ลอกมาหนึ่งเม็ด
ปรากฏว่าใช้ผลึกวิญญาณไปถึงสี่ร้อยชิ้น
เจียงผิงอันกลืนโอสถที่ลอกมา บาดแผลในกายฟื้นตัวอย่าง
รวดเร็ว
โอสถนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ
เจียงผิงอันกล่าวกับเยี่ยอู๋ฉิงยิ้ม ๆ “ในเมื่อมีผู้ชอบเจ้า เจ้าจะตก
ลงก็ย่อมได้ ตัวตนของอีกฝ่ายไม่ธรรมดา มีนางช่วยเหลือ เส้นทาง
การฝึกฝนของเจ้าภายหน้าย่อมง่ายดาย”
“ไม่เอา ข้าแค่อยากอยู่กับลูกพี่”
เยี่ยอู๋ฉิงปฏิเสธอย่างไร้ลังเล
เจียงผิงอันส่ายหัว “ติดตามข้าน่าเบื่อจะตาย มีสตรีที่ควรค่าให้
เจ้าปกป้องสักคน ชีวิตจะแตกต่างไปมากนะ”
“ข้าแค่อยากปกป้องลูกพี่เท่านั้น”
สายตาของเยี่ยอู๋ฉิงไร้การสั่นคลอน
“นี่ พวกเจ้าคุยอะไรกัน?”
หลัวอีเฟยเห็นทั้งสองส่งกระแสปราณเสวนา ก็ตะโกนขัดขึ้นทันที
เจียงผิงอันนำแหวนเก็บของวงหนึ่งส่งให้หลัวอีเฟย “ศิษย์พี่หญิง
หลัว ในนี้มีผลึกวิญญาณห้าร้อยชิ้น ขอบคุณมากสำหรับโอสถ นี่ถือ
ว่าข้าซื้อ”
“ข้าไม่อยากได้ผลึกวิญญาณของเจ้า!”
สุดท้าย หลัวอีเฟยก็กอดแขนเยี่ยอู๋ฉิงไว้ไม่ยอมปล่อย
แค่โอสถหกวงจรจักรวาลเม็ดเดียว นางไม่สนใจหรอก
เมื่อเห็นหลัวอีเฟยไม่ยอมรับ เจียงผิงอันก็มองเยี่ยอู๋ฉิงอย่างขอ
โทษขอโพย คงทำได้เพียงให้เขาสังเวยศักดิ์ศรีไปก่อนสักพัก
“เช่นนั้นก็เชิญตามอัธยาศัยเถิด ข้าขอล่วงหน้าไปก่อน”
เจียงผิงอันอยากไปหาที่ย่อยโอสถ
“เดี๋ยวก่อน!”
หลัวอีเฟยเรียกเจียงผิงอันไว้ “ห้าร้อย ไม่สิ พันแต้มผลงาน มา
ทำภารกิจกับข้า”
“อะไรนะ!”
ยามปวงชนรอบข้างได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็อุทานกันทันที
“ศิษย์น้องหญิงหลัว เราซึ่งมีการฝึกฝนขั้นปลายขอบเขตหลอม
สุญตายังได้แต้มผลงานกันคนละร้อย จะให้เขาพันแต้มผลงานได้
อย่างไร?”
ปวงชนล้วนดูแค้นเคือง เจียนกลายเป็นวิญญาณแค้นกันอยู่แล้ว
ต่อให้จ้างวานยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ ยังมิต้องใช้ถึงพัน
แต้มผลงานเลย
ผลงานน้อยกว่าหากลัวไม่ จะกลัวก็แค่ถูกเปรียบเทียบ ขอเพียง
นำมาเปรียบกัน สติก็แทบแหลกพัง สู้ให้ทุกผู้ทุกข์ยากเท่าเทียม
ดีกว่าเห็นผู้ใดร ่ารวย
“นี่มันแต้มผลงานของข้า จะให้เท่าไหร่ก็ได้อยู่แล้วนี่”
หลัวอีเฟยเมินข้อกังขาของคนอื่น ๆ หันมองเยี่ยอู๋ฉิงอย่าง
คาดหวัง “อู๋ฉิง เจ้าว่าใช้ราคานี้จ้างลูกพี่เจ้า สมควรแล้วหรือไม่?
หากไม่สมควร ข้าเพิ่มราคาได้นะ”
“ลูกพี่ข้าคุ้มราคาแน่นอน”
เยี่ยอู๋ฉิงกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ฮิ ๆ เจ้ายินดีก็ดีแล้ว”
หลัวอีเฟยแย้มยิ้มหวาน
ปวงชน “…”
พฤติกรรมของหลัวอีเฟย กล่าวให้ดีหน่อยก็คือใจกว้าง แต่หาก
พูดกันแบบไม่ไว้หน้าก็คือสุรุ่ยสุร่าย
เจียงผิงอันตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย
ถึงเขาจะมีอ่างสัมฤทธิผล เขายังไม่กล้าถลุงใช้สิ้นเปลืองเช่นนี้
แต้มผลงานมาหาถึงที่ แน่นอนว่าไม่ปล่อยหลุดมือแน่ ฟังจากวา
ทะเยี่ยอู๋ฉิงแล้ว แต้มผลงานนี้ได้มาง่ายไม่หยอก
ชายหนุ่มผมสีม่วงนาม จงหลินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ศิษย์
น้องหญิงหลัว เราเข้ามาในนี้สิบกว่าวันแล้ว อีกสามวันจะถึงวันส่ง
ภารกิจ แต่เรายังหาผลวิญญาณลับขัยมิพบเลยนี่?”
ที่จงหลินมาทำภารกิจนี้ หาใช่เพื่อแต้มผลงานไม่ แต่แท้จริงคือ
เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับหลัวอีเฟย
ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ เยี่ยอู๋ฉิงจะโผล่มาทำแผนเขาป่นปี้
“เหลืออีกสามวันเองหรือ? เวลาผ่านไปไวนัก ขอข้าดูแผนที่ก่อน
นะ ผลวิญญาณลับขัยอยู่ที่ใด”
หลัวอีเฟยนำป้ายหยกออกมาตรวจเส้นทาง “หาผลวิญญาณลับ
ขัยเจอยามใด ต้องให้อู๋ฉิงของข้ากินก่อน เขาจะได้บรรลุสู่ขอบเขต
หลอมสุญตาได้”
“กรอด!”
ไม่รู้ว่าผู้ใดริษยาเกินเหตุ ขบเขี้ยวจนกรามแหลกไปเสียแล้ว
จงหลินจ้องมองเยี่ยอู๋ฉิงด้วยสายตาเย็นเยียบ ดวงตาฉายจิต
สังหารเรืองวาบ
ขยะที่ชายก็มิใช่ หญิงก็ไม่เชิงนี่กล้ามาแย่งเกี้ยวบุตรีประมุข
ศาลากับเขา ต้องถูกกำจัดเสีย ใครก็อย่าหวังขวางได้!