สู่วิถีอมตะ - บทที่ 493 โลหิตเซียน
เจียงผิงอันทราบแต่แรกแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากให้มรดกสืบ
ทอดอะไรเขาเลย
ราวกับเดิน ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีคนรวยผู้หนึ่งเดินมาบอกเขาว่า ‘ดู
สภาพเจ้าไม่เลว ข้าจะยกสมบัติทั้งหมดของข้าให้เจ้า’ กระนั้น
ใครจะไปเชื่อลง?
“ยามนี้ เซียนผู้นี้จะให้โอกาสเจ้า ให้เซียนผู้นี้ยึดร่างของเจ้าเสีย
อย่าขัดขืน ภายหน้าร่างของเจ้าจะได้เปรมปรีดิ์กับเกียรติภูมิไม่จบสิ้น
หาไม่ ตาย!”
เสียงเย็นเยียบคุกคามดังมาจากโลหิตสีดำหยดนั้น
เหตุที่มันใช้วิธีล่อลวงก่อนหน้านี้ก็เพื่อตัดปัญหา แต่ผู้ฝึกตนผู้นี้
ฉลาดเกินกว่าจะเชื่อลง
อักขระรายรอบถูกกระตุ้น เรืองรองด้วยรัศมีเจิดจ้า แรงกดดัน
กระหน ่าเข้าใส่เจียงผิงอันราวดวงดาวโถมถล่ม
เจียงผิงอันในขณะนี้อ่อนแอเช่นมด ถูกกดลงกับพื้นอย่างมิอาจ
ขัดขืนทันที
“จิตศาสตรา!”
เจียงผิงอันตะโกนในใจ
ขณะนี้ไม่มีวิธีจัดการอื่นนอกจากหนีแล้ว
“เคลื่อนย้ายไม่ได้! รอบข้างเต็มไปด้วยอักขระเซียน สร้างเป็น
อาคมมิติแยก ข้ามิอาจควบคุมได้เลย!”
จิตศาสตราตอบกลับรวดเร็ว น ้าเสียงเคร่งขรึม
โลหิตทมิฬหยดนั้นลอยเข้ามาหาเจียงผิงอัน
“ใช้อีกฝ่ายสังเวยได้หรือไม่?” เจียงผิงอันตะโกนอย่างร้อนใจ
เขาในยามนี้ขยับมิได้ ไม่อาจใช้อำนาจใด ๆ
“ไม่ได้ โลหิตหยดนี้ไม่ใช่ของจากทั้งภพบุกเบิกและภพแร้นแค้น
แต่เป็นโลหิตเซียน อยู่เหนืออิทธิพลกฎเกณฑ์ของข้า”
จิตศาสตราถอนใจ “ขออภัยยิ่ง ต้องบอกลาเจ้าเสียแล้ว”
ตัวจิตศาสตราเองไร้พลังต่อสู้ มิอาจช่วยเหลือเจียงผิงอันใด ๆ ได้
“ดิ้นรนไปก็เท่านั้น หยุดขัดขืนเถอะ มิเช่นนั้น ก็จะมีเพียงเจ้าที่
ทุกข์ทน”
เพลิงทมิฬและโลหิตสีดำหยดนั้นจมลงสู่หว่างคิ้วของเจียงผิงอัน
ทันที
“อ๊าก!”
เสียงคำรามดุจสัตว์ร้ายระเบิดออกจากคอของเจียงผิงอัน กึกก้อง
ในมิติปิดทึบแห่งนี้
ร่างของเจียงผิงอันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงทมิฬ ทั้งกายและ
วิญญาณราวถูกยึดครอง
จะฝืนการชิงร่างของเซียนได้อย่างไร?
เจียงผิงอันไม่อยากตาย เขาบากบั่นมากมาย สุดท้ายจึงมาถึง
วันนี้ได้
แต่ถึงแม้เขาจะไม่เต็มใจ เขาจะขัดขืนอีกฝ่ายได้เช่นไร?
นี่มิใช่เจ้านิกายเทวมารอู๋เหลี่ยงผู้บาดเจ็บ แต่เป็นเซียนผู้หนึ่ง!
แม้จะเหลือเพียงโลหิตหนึ่งหยด ก็ยังเป็นโลหิตเซียนอยู่ดี
เจียงผิงอันรู้สึกว่าโลกหล้าค่อย ๆ ดำมืด สรรพสิ่งกำลังจะหายไป
“จะตายก็ตายด้วยกัน!”
ดวงตาของเจียงผิงอันแดงฉาน แผดเสียงออกมาอย่างเกรี้ยว
กราด
“นี่เจ้าจะทำอะไร!”
ในน ้าเสียงถือตัวสูงส่งนั้นเจือเค้าความผวา
ตู้ม!
เจียงผิงอันท่ามกลางเพลิงทมิฬระเบิดร่างทันที
โลหิตสาดย้อมทั่วมิติ
เจียงผิงอันระเบิดตัวเอง
อักขระชีวิตเรืองวูบ ยันต์ตัวตายตัวแทนแผลงฤทธิ์ ร่างอันกระจัด
กระจายของเจียงผิงอันก่อตัวใหม่
เจียงผิงอันพบว่าเพลิงทมิฬบนตัวเขาลดน้อยลงมาก
นี่ไงโอกาส!
เจียงผิงอันไม่ลังเล ระเบิดตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
ตู้ม!
มิติลึกลับสั่นสะท้านรุนแรง
ร่างของเจียงผิงอันหวนคืนสภาพ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! หากเจ้าระเบิดตนเองเช่นนี้ ต่อให้มียันต์ฟื้น
สภาพ ร่างของเจ้าก็จะยังบาดเจ็บสาหัส เสียพรสวรรค์และการ
ฝึกฝน!”
เยี่ยเฮ่าเทียนเดือดดาล โลหิตที่กว่าจะฟื้นคืนมาได้ถูกการระเบิด
ตัวเองของอีกฝ่ายสลายฤทธิ์เสียได้
ตู้ม!
เจียงผิงอันระเบิดตัวเองอีกครั้งอย่างไม่ลังเล
ยามเขาคืนสภาพอีกครั้ง เยี่ยเฮ่าเทียนก็พูดอย่างร้อนรน “หยุด!
เซียนผู้นี้ไม่ชิงร่างเจ้าแล้ว!”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันหาฟังสักนิดไม่ เขาระเบิดตนเองทันที หากลังเลแม้แต่
น้อยก็จะถูกอีกฝ่ายยึดร่าง เช่นนั้นเขาก็ไม่มีทางยอมหยุด
ต่อให้เสื่อมฤทธิ์เสียพรสวรรค์จริง ๆ อีกฝ่ายก็จะถูกทำลายสิ้นไป
ด้วย
เสียงระเบิดดังสะท้อนตามกันในมิติอันคับแคบ แต่ละการระเบิด
เจียงผิงอันล้วนประสบความเจ็บปวดแห่งมรณา
มีแต่ผู้ที่ได้ประสบกับตัว จึงรู้ว่ามันทรมานเพียงไร
ยิ่งเขาระเบิดตัวเองมากหน เพลิงทมิฬบนตัวเจียงผิงอันก็ค่อย ๆ
เลือนหาย ขณะที่ตัวเขาเองก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกขณะ
เซียนผู้นี้มิได้หลอกกัน ทุกครั้งที่เขาระเบิดตัวเอง ก็ล้วนกระทบ
ถึงรากฐานของตนด้วย
การระเบิดตนเองติดต่อหลายครั้งสามารถสร้างบาดแผลอันเกิน
เยียวยาบนร่าง
บาดแผลเช่นนี้มิใช่สิ่งที่โอสถทั่วไปรักษาได้แน่
แต่ยามนี้เจียงผิงอันมิอาจมัวสนใจ เขาก็ถูกต้อนจนมุมอยู่
เช่นกัน
มิคาดว่าจู่ ๆ ตนจะถูกโลหิตเซียนหยดหนึ่งหมายหัวเสียได้
เจียงผิงอันอ่อนแอลง แต่โลหิตเซียนหยดนี้ก็อ่อนแอลงด้วย
เช่นกัน
มิอาจทราบว่าระเบิดตัวเองไปกี่หน การระเบิดตัวเองหยุดลง ยันต์
ตัวตายตัวแทนที่เจียงผิงอันเคยคัดลอกไว้หมดสิ้น
หากระเบิดตัวเองอีกครั้ง หนนี้ได้ตายจริงแน่
“ฮ่า ๆ เซียนผู้นี้ยังไม่ตายเฟ้ย! ร่างของเจ้าหมดสภาพแล้ว มิ
คู่ควรให้เซียนผู้นี้ชิงร่างอีก! ตายเสีย!”
เยี่ยเฮ่าเทียนหัวเราะลั่น เดิมทีมันเห็นว่าร่างนี้พรสวรรค์ไม่เลว
และอยากได้ แต่เพราะอีกฝ่ายระเบิดตัวเองซ ้า ๆ รากฐานพังทลาย จึง
ไม่เหมาะสมให้ชิงร่างอีกต่อไป
ขณะนั้นเยี่ยเฮ่าเทียนเตรียมพร้อมล้างอีกฝ่ายให้สิ้น แล้วรอ
โอกาสเกิดใหม่ครั้งหน้า
ต่อให้มันเหลือเพียงโลหิตหนึ่งหยด ก็ยังฆ่าชายผู้นี้ได้
ทันใดนั้น จู่ ๆ เจียงผิงอันก็โคจรพลังกลืนกินอย่างสุดชีวิต ผสาน
โลหิตเซียนหยดนี้เข้ากับตัวเองอย่างสมบูรณ์
ก่อนจะสั่งสมพลังทั้งหมดระเบิดตัวเองอีกครั้ง
“ไม่!”
เยี่ยเฮ่าเทียนยังอยากจะหนี แต่ก็สายเกินไปแล้ว
ตู้ม!
การระเบิดตัวเองครั้งสุดท้ายของเจียงผิงอันเสร็จสมบูรณ์
ทว่าตัวเขาไม่ตาย ปราณในกายเหือดแห้งหมดสิ้น แล้วร่างของ
เขาก็หวนคืนสู่สภาพก่อนระเบิดตัวเอง
การย้อนเวลา สามารถทำให้หวนคืนกาลได้สูงสุดห้าอึดใจก่อน
และการย้อนเวลานี้เล็งเป้าที่เขาเพียงคนเดียว
“เจ้า… คิดว่าเซียนผู้นี้เหลือเพียงโลหิตหนึ่งหยดหรือ… คอยก่อน
เถอะ… ไม่ช้าก็เร็ว เซียนผู้นี้จะคืนชีพกลับมาฆ่าเจ้า…”
เยี่ยเฮ่าเทียนทิ้งวาทะนี้ไว้อย่างเคืองแค้น ก่อนจะสลายไปอย่าง
สมบูรณ์
สุญตาตรงหน้าดับวูบ เหลือเพียงเจียงผิงอันหอบหายใจหนัก
“แค่ก ๆ”
ขณะนี้ เจียงผิงอันอ่อนแอลงถึงขีดสุด รากฐานพรสวรรค์
พังทลาย ทั้งการฝึกฝนและปราณล้วนปั่นป่วน
ความโชคดีคือ หมดยันต์ตัวตายตัวแทนไปหลายสิบแผ่น
สุดท้ายก็สลายพลังโลหิตนั้นจนได้
เจียงผิงอันร่างสะท้าน กิน ‘โอสถหกวงจรจักรวาล’ ด้วยหวังฟื้น
บาดแผล
จิตศาสตราปริปากกล่าว “ไม่ได้ผลหรอก เจ้าบาดเจ็บที่รากฐาน
แค่โอสถหกวงจรจักรวาลรักษาเจ้ามิได้ เว้นแต่เจ้าจะได้โอสถเก้า
วงจรจักรวาลมา”
“หากเจ้าได้โอสถเก้าวงจรจักรวาล มิเพียงจะรักษาตัวเจ้าได้
เท่านั้น ยังสามารถย่อยโลหิตเซียนหยดนั้นในตัวเจ้า และได้
ผลประโยชน์อันเกินคาดคิดด้วย”
“แต่สิ่งแรกที่ต้องมีคือ เจ้าต้องได้โอสถเก้าวงจรจักรวาลมาก่อน
เท่าที่ข้ารู้ ราคาของโอสถเก้าวงจรจักรวาลไม่ได้ต ่าไปกว่าสมบัติลับ
เลย”
เจียงผิงอันไม่อยากพูดอะไร เขาทอดกายพักบนพื้นอย่างเหนื่อย
อ่อน
ไม่รู้ว่านานเพียงไร เขาจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น การเคลื่อนไหวมิได้
รวดเร็วเช่นกาลก่อน อ่อนแอราวบัณฑิตขี้โรค
เจียงผิงอันนำพู่กันพิพากษาออกมาสะบัดสองสามครั้งบนอักขระ
เซียนที่ผนัง
อักขระเซียนแปรเปลี่ยน อาคมเบื้องบนเปลี่ยนสภาพ อำนาจจอง
จำหายไป
ในที่สุด เจียงผิงอันก็ออกไปได้เสียที
เนิ่นนานจากนั้น เจียงผิงอันก็กระเสือกกระสนขึ้นมาจากใต้ดิน
ทันทีที่เขาปีนออกมาได้ เจียงผิงอันก็เหนื่อยอ่อนหอบแฮ่ก ทรุด
นั่งลงบนพื้น
และยังบังเอิญนั่งทับบุปผาหน้าผีไปดอกหนึ่ง
เมื่อเขาก้มลงเห็นบุปผาหน้าผีดอกนี้ เขาก็แย้มยิ้มฝืดเฝื่อน
หากรู้เช่นนี้ เขาคงไม่มาพนาผีเบญจภัย
มาเจอของร้ายกาจเช่นนี้เข้าเสียได้
หลังจากพินิจป้ายแสดงตน ก็พบว่าที่สำนักมีโอสถเก้าวงจร
จักรวาลให้แลก
ตามที่อ่างสัมฤทธิผลกล่าวไว้ มันแพงลิบจริงแท้ ราคาของมันสูง
ถึงสามแสนแต้มผลงาน
ปกติแล้ว มีแต่ผู้บาดเจ็บเพราะมหาเต๋าจึงจะกินโอสถระดับสูง
เช่นนี้
เขาเจียงผิงอันมีสิทธิ์อะไรจะกินโอสถเช่นนี้
สิ่งเดียวที่ปลอบใจเขาได้นิดหน่อยคือ หากได้กินโอสถเก้าวงจร
จักรวาล เขาจะสามารถผสานโลหิตเซียนหยดนั้นในตัวได้
หวังว่ามันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงต่อร่างนี้ หาไม่คง
ขาดทุนแย่
เขาหาบุปผาหน้าผีเจอไม่มาก แต่ร่างนี้บาดเจ็บเสียแล้ว
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันใช้พลังวิญญาณพยุงตัวเองขึ้น เดินไปยังทางออก
พนาผีเบญจภัย
“มีผู้ฝึกตนบาดเจ็บอยู่ตรงนี้!”
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงก็ดังออกมาจากไม่ไกลนัก ผู้ฝึกตนสามคน
พลันปรากฏขึ้นแล้วพบเจียงผิงอัน
“เจ้ามัวพูดพล่ามอะไร ตรงเข้าไปฆ่าเขาเลยสิ แล้วอาวุธวิเศษ
ของเขาจะเป็นของเรา!”
ผู้ฝึกตนข้างกันกล่าวขึ้น ใบหน้าเปี่ยมความโลภ