สู่วิถีอมตะ - บทที่ 499 เจียงผิงอันผู้เดือดโทสะ
เจียงผิงอันนั่งบนก้อนหิน มองผู้ฝึกตนคนนั้นโจมตีเข้ามา แล้วส่ง
กฎทำลายล้างและอำนาจอัสนีสู่ด้ายไหมวิญญาณ
ด้ายไหมวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีดำ ความเร็วสูงล ้าสุดขั้ว
ผู้ฝึกคนผู้นั้นไม่ทันไหวตัว วิญญาณเทวะและศีรษะเขาก็ถูกกฎ
ทำลายล้างทำลายไป
ผู้ฝึกตนคนนั้นหายวับไปทันที กว่าจะคืนสติก็มาถึงนอกสมรภูมิ
แล้ว
“ข้าตายในพริบตา! ข้าเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอม
สุญตานะ!”
ผู้ฝึกตนคนนั้นตะโกนอย่างตกใจ “ข้าเจอผู้แข็งแกร่งเร้นกายเข้า
เสียแล้ว! แม้จะบาดเจ็บ แต่พลังต่อสู้ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่ายอด
ฝีมือขอบเขตบูรณาการทั่วไปเลย!”
ผู้ฝึกตนซึ่งถูกคัดออกข้างกันนั้นชำเลืองมา “อย่าหาข้ออ้างให้
ตนเองเลย หมดสิทธิ์คือหมดสิทธิ์ ข้ายังถูกโหยวเชียนชิวฆ่าเลย”
“จริง ๆ นะ! เจ้านั่นแข็งแกร่งมากจริง ๆ!”
ผู้ฝึกตนคนนั้นพยายามอธิบาย
“อะจ้า ใช่จ้า”
ผู้ฝึกตนข้างกันนั้นหาสนใจเขาไม่
ผู้ฝึกตนผู้นั้นอัดอั้นในใจสุดแสน ชายผู้นั้นแข็งแกร่งจริง ๆ เขา
มิได้โกหกนะ
ศิษย์ทั้งหลายชมศึกพลางหารือกันต่อไป
“ข้าเดิมพันข้างเซินถูอี้ไว้ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ”
“ข้ารู้สึกว่าในศึกตะลุมบอนเช่นนี้ หร่านหงเฉินซึ่งมีพรสวรรค์
อำนาจศักดิ์สิทธิ์ได้เปรียบกว่า นางควบคุมการต่อสู้ด้วยภาพสะท้อน
ในภาพสะท้อนนั้น นางเป็นตัวตนไร้เทียมทาน”
“โหยวเชียนชิวไม่รู้ไปได้ด้ายไหมวิญญาณสามเส้นจากที่ใด
ด้วยความช่วยเหลือจากด้ายไหมวิญญาณ ใครจะเอาชนะเขาได้? ผู้
ชนะต้องเป็นเขาแน่ ๆ!”
ความสนใจปวงชนแทบจะอยู่กับอัจฉริยะเหล่านั้นลำพัง
เจียงผิงอันผู้บาดเจ็บนั้น ไม่มีผู้ใดสนใจ
เมื่อเจียงผิงอันจัดการคนไปผู้หนึ่ง ตัวเลขก็ปรากฏเหนือศีรษะ
[1]
มันหมายถึงแต้มผลงานหนึ่งแต้ม
เจียงผิงอันมิได้รีบร้อน รอการต่อสู้ของคนกลุ่มนั้นจบลงก่อน
แล้วค่อยไปประชันหาแต้มผลงาน
ง่ายกว่าไล่ฆ่าทีละคนมากนัก
ด้ายไหมวิญญาณเหินกลับมาพันรอบนิ้วเขา
เจียงผิงอันเพิ่งเก็บด้ายไหมวิญญาณไป ทันใดนั้นก็สังเกตเห็น
บางสิ่ง หันกายกลับไปมอง
ลำแสงสองสายวูบไหว สองเงาร่างเพรียวบางปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขา
ซึ่งก็คือเยี่ยอู๋ฉิงและหลัวอีเฟย
มิติศาลาเซียนกว้างใหญ่เพียงนี้ ไม่รู้ทั้งสองหากันเจอได้อย่างไร
“ลูกพี่ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?”
เมื่อเห็นปราณของเจียงผิงอันผิดปกติ สีหน้าของเยี่ยอู๋ฉิงก็
แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
เขาแยกกับลูกพี่ทีไร ไฉนลูกพี่จึงบาดเจ็บทุกที
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ” เจียงผิงอันตอบกลับเบา ๆ
“เรื่องเล็กน้อย? เจ้าบาดเจ็บถึงรากฐานชัด ๆ หากรักษาไม่ทัน
กาล เจ้าจะกลายเป็นคนไร้ค่าไปเลยนะ!”
ข้างกันนั้น หลัวอีเฟยพูดอย่างตกใจ คนผู้นี้ไปเจอเรื่องบ้าอะไร
มา ถึงกับทำร้ายรากฐานของเขาได้
“ยามศึกศาลาเซียนจบลง ก็จะมีแต้มผลงานไปซื้อโอสถแล้ว ไม่
เป็นไรหรอก”
เจียงผิงอันกล่าว
“สภาพอย่างเจ้า อยู่ให้รอดยังยาก ยังคิดสะสมแต้มผลงานอีก?”
หลัวอีเฟยยืดตัว ไม่ซ่อนความคิดใด ๆ “บาดแผลของเจ้าต้องใช้
โอสถเก้าวงจรจักรวาลรักษา แล้วโอสถเก้าวงจรจักรวาลมีราคาเม็ด
ละสามแสนแต้มผลงาน”
เมื่อได้ยินราคามหาศาลนี้ เยี่ยอู๋ฉิงก็กำกระบี่ในมือ “ลูกพี่ ข้าจะ
คุ้มครองเจ้า ช่วยหาแต้มผลงานอยู่ข้าง ๆ เอง”
“ไม่ต้อง ทำเรื่องที่เจ้าควรทำเถอะ มีพวกเจ้าอยู่ จะมีผู้มาเล่นงาน
ข้าสักกี่คนเชียว?”
เจียงผิงอันนั่งอยู่กับที่ คนเหล่านั้นต้องหวั่นไหวในใจยามเห็นว่า
เขาบาดเจ็บอยู่เป็นแน่
หลัวอีเฟยข้างกันนั้นยืดอกกล่าว “เห็นแก่ที่เจ้าเป็นลูกพี่ของ
เยี่ยอู๋ฉิง ครั้งนี้ข้าจะขยันหาแต้มผลงานสักหน่อย แล้วเดี๋ยวจะไปหา
โอสถเก้าวงจรจักรวาลมาให้เจ้า”
“ขอบคุณมาก แต่ไม่ต้องหรอก”
เจียงผิงอันไม่อยากติดหนี้ใคร หนี้บุญคุณนั้นชดใช้ยากที่สุด
หลัวอีเฟยมิได้ฟังเขาเลย นางคว้ามือเยี่ยอู๋ฉิง “ไปกันเถอะอู๋ฉิง
ไปล่าแต้มผลงานกัน”
เยี่ยอู๋ฉิงมิได้ขัดขืน ยามนี้ผู้เดียวที่ช่วยลูกพี่ของเขาได้คือหลัว
อีเฟย
ด้วยสภาพปัจจุบันของลูกพี่ ต่อให้รอดไปได้ถึงยามจบศึก ก็ยัง
ไม่มีทางหาแต้มผลงานได้มากมาย
เจียงผิงอันนั่งเงียบ ๆ กับที่ เตรียมตัวเปิดฉากโจมตีผู้ฝึกตนแต้ม
เยอะ ๆ ในชั่วยามสุดท้าย
ทว่าชะตาไม่เคยดำเนินตามแผนการ
หลัวอีเฟยและเยี่ยอู๋ฉิงซึ่งเพิ่งจรจากเหินกลับมา ผู้ฝึกตนกลุ่ม
หนึ่งรุมโจมตีไล่หลัง
“พวกเจ้าสารเลว! แหกกฎจงใจจับกลุ่มร่วมมือกันหน้าด้าน ๆ!”
หลัวอีเฟยแผดเสียงอย่างเดือดดาล
“เรามิได้จับกลุ่ม แค่บังเอิญเจอกันเฉย ๆ และแค่อยากกำจัดเจ้า
เท่านั้น”
ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบใช้วิชาระดับสูงฟาดตัวหลัวอีเฟ
ยกระเด็นไปครั้งแล้วครั้งเล่า
“เฮ้ มิใช่คนผู้นั้นคือเจียงผิงอันหรือ?”
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบผู้หนึ่งสังเกตเห็นเจียงผิงอันอยู่เบื้องล่าง
“จัดการไปด้วยกันเลย! ศัตรูทั้งปวงของฝ่ายรักษาระเบียบต้อง
ตาย!”
ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งใช้หมัดพิพากษา
โจมตีเจียงผิงอัน
หมัดมหึมาก่อตัวบนฟ้า เหนือศีรษะเจียงผิงอัน
“ลูกพี่! หนีเร็ว!”
เยี่ยอู๋ฉิงพุ่งไปใต้หมัดนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว ระเบิดตนเองทันที ไม่ให้
โอกาสเจียงผิงอันพูดอะไร
ขอบเขตของเยี่ยอู๋ฉิงต ่าต้อย แม้จะทะลวงถึงขอบเขตหลอมสุญ
ตาแล้ว เขาก็ยังไม่มีพลังต่อสู้
เขาทำได้เพียงใช้พลังจากการระเบิดตนเองถ่วงรั้งการโจมตีของ
ศัตรู ให้โอกาสเจียงผิงอันหนีไป
ตู้ม!
ร่างของเยี่ยอู๋ฉิงระเบิดออก ยั้งหมัดพิพากษาไว้ได้ครู่หนึ่ง หยุด
แรงกดดันไว้ได้เพียงน้อย
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้หายลับจากที่ หลบหมัดนี้ไปได้
“ถุ้ย! เดนตายเอ๊ย”
เหล่าศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบหงุดหงิดใจยิ่งเมื่อเห็นว่าเจียงผิงอัน
หลบพ้นไปได้
หมัดนี้เปลืองปราณไปไม่น้อย แต่กลับจัดการเจียงผิงอันมิได้
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้าขยะนั่นเข้ามายุ่งไม่เป็นเรื่องแท้ ๆ
เจียงผิงอันกำหมัด มองอีกฝ่ายอย่างเยียบเย็น “หากไม่อยากได้
ปากเน่า ๆ นั่นแล้ว ก็เย็บมันไปเสียสิ”
“เจ้าควรค่าสอนสั่งเหลาจื่อด้วยหรือ? เหลาจื่อจะด่าเสียอย่าง
เดนตาย เดนตาย เดนตาย เจ้าจะทำอะไรเหลาจื่อได้?”
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบผู้นั้นก่นด่าพลางพุ่งเข้าหาเจียงผิงอัน
แม้หลัวอีเฟยซึ่งถูกรุมล้อมจะเห็นภาพนี้ แต่นางก็จนใจ มิอาจยื่น
มือช่วยได้ทัน
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบผู้นี้รวดเร็วยิ่งนัก พริบตาเดียวก็มาอยู่
ตรงหน้าเจียงผิงอัน เงื้อหมัดขึ้นชกออกไป
“ตายไปกับเดนตายนั่นซะ!”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันออกหมัดใส่หน้าคู่ต่อสู้กระแทกลงกับพื้น แดนดินสั่น
สะท้าน ฝุ่นควันคลุ้งตลบ
เมื่อใบหน้าเจ็บแปลบ ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบก็เบิกตากว้างด้วยสี
หน้าเหลือเชื่อ ในใจตกใจสุดแสน
เป็นไปได้เช่นไร?
เขาเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาแท้ ๆ จะมาถูก
หมัดของอีกฝ่ายฟาดจมดินได้อย่างไร?
เขาอยากลุกขึ้นตอบโต้ แต่ก็พบว่าร่างถูกพลังวิญญาณร้ายกาจ
กดนิ่งกับพื้น มิอาจกระดิกตัวได้เลย
เจียงผิงอันเงื้อหมัดกระหน ่าใส่ปากอีกฝ่าย หนึ่งหมัด สองหมัด…
“ด่าสิ! ด่าสิ!”
ซี่ฟันของศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบกระเด็นหลุด ดั้งจมูกหัก ใบหน้า
ยับเยิน ลูกตากระเด้งจากเบ้า
แต่เขามิได้ตาย
เจียงผิงอันจะฆ่าเขาในหมัดเดียวก็ย่อมได้ แต่เขาไม่อยากให้คน
ผู้นี้ตายไปง่าย ๆ เช่นนั้น
ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบคนอื่น ๆ ผงะอึ้ง
เกิดอะไรขึ้น?
ไฉนผู้เสียหายกลับกลายเป็นคนจากฝ่ายรักษาระเบียบของพวก
เขา?
หลัวอีเฟยตกตะลึงสุดขีดยามเห็นภาพตรงหน้า
เจียงผิงอันบาดเจ็บอยู่แท้ ๆ แต่ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบอีกสองคนพุ่งเข้าโจมตีเจียงผิงอัน
“ระวัง! หนีเร็ว!”
หลัวอีเฟยตะโกนเตือน
เจียงผิงอันคลับคล้ายไม่ได้ยิน กดตัวผู้ฝึกตนตรงหน้าแล้ว
กระแทกหมัดใส่ระบายโทสะอย่างต่อเนื่อง
ผู้ฝึกตนทั้งสองมาถึงเบื้องหลังเจียงผิงอันแล้ว
“จบสิ้นแล้ว”
หลัวอีเฟยมิคาดว่าเจียงผิงอันผู้ดูเยือกเย็นยิ่งจะมีด้านหงุดหงิดขี้
โมโหเช่นนี้อยู่