สู่วิถีอมตะ - บทที่ 500 ด้ายไหมวิญญาณแผลงฤทธิ์
ศิษย์ทั้งสองของฝ่ายรักษาระเบียบซึ่งเข้ามาลอบโจมตีเห็นว่า
เจียงผิงอันมิได้สนใจพวกตน ดวงตาก็เผยประกายเหยียดหยาม
ความระวังตนของคนผู้นี้แย่จนเข้าประชิดเพียงนี้ยังสังเกตไม่เห็น
…
ขณะทั้งสองคิดเช่นนี้ จู่ ๆ ศีรษะก็เจ็บแปลบ ทิวทัศน์ตรงหน้า
แปรเปลี่ยน สุดท้ายก็ปรากฏตัวที่แท่นอัฒจันทร์
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทั้งสองดูตกใจและงุนงง พวกเขาไม่เห็นอะไรเลย ไฉนจึงถูกตัด
สิทธิ์ได้?
อีกฝ่ายทำได้อย่างไร?
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัด หลังขยี้ศีรษะผู้ฝึกตนซึ่งปรามาสเยี่ยอู๋ฉิง
ไป เขาก็เริ่มโจมตีกระดูกและอวัยวะภายในของอีกฝ่าย ทำให้อีกฝ่าย
เจ็บปวดสุดแสน
ผู้ฝึกตนคนนั้นหัวบี้แบนไปแล้ว จึงทำมิได้แม้แต่จะกรีดร้อง
เขาอยากระเบิดตัวเอง แต่ก็พบว่าพลังในกายของเขาถูกอำนาจ
สายหนึ่งกีดขวางไว้ มิอาจโคจรเพื่อระเบิดตนเองได้ ทำได้เพียงทนรับ
ความเจ็บปวดสถานเดียว
ความรู้สึกเสียใจ หวาดกลัวและโทสะอัดอั้นในใจ
หากรู้แต่แรก คงไม่ไปก่นด่า ‘สตรี’ ผู้นั้น
ทั่วกายของเจียงผิงอันเปื้อนโลหิตแดงฉาน ขยี้ร่างผู้ฝึกตนผู้นั้น
แหลกเหลว
ผู้ฝึกตนห้าคนซึ่งรุมล้อมหลัวอีเฟยอยู่ล้วนหนาวเสียดไปทั้งกาย
ด้วยความกลัว
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบผู้หนึ่งปลดปล่อยเปลวเพลิงสู่ฟ้า ระเบิด
เป็นดอกไม้ไฟกลางอากาศ
ผู้ฝึกตนฝ่ายรักษาระเบียบซึ่งอยู่ห่างออกไปสังเกตเห็นมัน ก็รีบ
มารวมตัวกันทางนี้
เยี่ยอู๋ฉิงซึ่งอยู่นอกสมรภูมิมองสภาพบ้าคลั่งของลูกพี่ตน หัวใจก็
ซาบซึ้งเกินบรรยาย
เขารู้ว่า เหตุที่ลูกพี่สิ้นความเยือกเย็นก็เพราะจะล้างแค้นให้เขา
เยี่ยอู๋ฉิงกำหมัด สีหน้าเปี่ยมความกังวล เห็นผู้ฝึกตนมากมายแห่
เข้ารุมล้อมอีกฝ่าย
หลัวอีเฟยในสมรภูมิก็เห็นภาพนี้เช่นนี้เช่นกัน อารมณ์ของนาง
ดิ่งร่วงถึงก้นเหว ศัตรูแห่กันมามากเพียงนี้ เขาคงต้องถูกกำจัดแน่แท้
นางหันไปตะโกนบอกเจียงผิงอัน “พอแล้ว รีบหนีไปซะ!”
แน่นอน เจียงผิงอันก็สัมผัสถึงการมาของยอดฝีมือจำนวนมาก
ได้ และกล่าวกับผู้ฝึกตนตรงหน้าซึ่งกลายเป็นกองเลือดเนื้อเละเทะไป
แล้ว
“อย่าให้ข้าเจอเจ้าในความเป็นจริงแล้วกัน”
พูดจบ เจียงผิงอันก็ออกหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายจนศีรษะหลุดจากบ่า
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันกระอักไอ ค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ
ออกกำลังกายหนักไปนิด ปราณในกายอลหม่านหนักข้อ
เจียงผิงอันเช็ดโลหิตจากหน้า มองเหล่าผู้ฝึกตนซึ่งแห่มาจากทั่ว
ทิศ แววตาหามีการสั่นไหวใด
ที่ด้านนอก ในโถงหลักของศาลาเติงเซียน หลัวซู่ซึ่งกำลังมอง
ศึกสังเกตเห็นว่าผู้ฝึกตนฝ่ายรักษาระเบียบแห่ไปรวมตัวกันทางฝั่ง
บุตรีตนก็พลันลุกขึ้น ถามฮั่วไห่โจวอย่างเดือดดาล
“ผู้อาวุโสฮั่ว พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบทำเช่นนี้หมายความเช่น
ไร? นี่คือการละเมิดกฎห้ามร่วมมือกันอย่างชัดเจนเลยนะ!”
“ละเมิดกฎหรือ? กฎห้ามมิให้บุคคลห้าคนขึ้นไปรุมล้อมคนเพียง
หนึ่ง นี่มิได้เกินสักหน่อยใช่ไหม? พวกที่เป็นเพียงอดีตก็อยู่แต่ใน
อดีตไปเสียเถอะ”
ฮั่วไห่โจวเอนพิงพนักเก้าอี้ ท่าทีเป็นธรรมชาติ หาสนใจคำถาม
สักนิดไม่ กระทั่งหยอกเย้าเสสรวลเล็กน้อย
หลัวซู่หงุดหงิดใจนัก ว่าด้วยกฎระเบียบแล้ว ต้องมีคนเกินห้าจึง
ละเมิดกฎจริงแท้ แต่อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่ามีเจตนารุมโจมตี
หากผู้ฝึกตนคนหนึ่งแพ้พ่าย อีกหนึ่งคนก็จะเข้ามาทดแทน สู้
วนเวียนเช่นนี้ต่อไป
ในศึกศาลาเซียนครั้งก่อน ๆ ฝ่ายรักษาระเบียบยังกระทำเช่นนี้
อย่างหลบซ่อนยิ่ง แต่ครั้งนี้หามีการปกปิดใด ๆ ไม่
ผู้ฝึกตนมากมายรุมล้อมบุตรีนางหลัวอีเฟย และหลัวอีเฟยหามี
โอกาสชนะสักนิดไม่ ทั้งยังยากจะฝ่าออกไปด้วย
หลัวซู่รู้ว่าขอเพียงยั่วโมโหนางได้ ฮั่วไห่โจวยอมให้ศิษย์ตัวเอง
ได้แต้มผลงานน้อยลง
บนสมรภูมิ หลัวอีเฟยมองเหล่าศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบมากมายที่
พากันปรากฏตัว แรงกดดันในใจก็ยิ่งเพิ่มพูน
“เจียงผิงอัน ข้าจะคุ้มกันให้เจ้า เจ้าถอยไปก่อนเถอะ!”
รากฐานของเจียงผิงอันเสียหาย ใครบางคนพุ่งเข้าใส่เขาแล้ว
เจียงผิงอันดูไม่เหมือนคนจะหนีสักนิด เขามองผู้ฝึกตนจากฝ่าย
รักษาระเบียบพุ่งเข้าใส่
หลัวอีเฟยตะโกนอย่างร้อนใจ “เจ้าทำอะไรอยู่! ไม่ได้ยินหรือ?
หนีไปเร็วเข้า!”
เจ้านี่กลัวจนทื่อไปแล้วหรือ?
ไฉนยังไม่รีบหนีอีก?
ความคิดของหลัวอีเฟยถูกปัดตกไปทันที เพราะนางเห็นว่าเจียง
ผิงอันซึ่งยืนท่ามกลางกองเลือดเป็นฝ่ายเดินเข้าหาศัตรูเอง
หลัวอีเฟยอ้าปากหวอ นั่นไม่บื้อแล้ว บ้าต่างหาก
“ที่นี่มีพวกเขาเยอะเกินไป เจ้าเอาชนะไม่ไหวหรอก!”
มิต้องพูดถึงว่ายามนี้เขาบาดเจ็บ ต่อให้สมบูรณ์ดี ต่อหน้าคน
มากมายเพียงนี้ โอกาสเอาชนะก็น้อยนิดยิ่งนัก
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเดินเข้ามาหาพวกตน สีหน้าเหล่าศิษย์ฝ่าย
รักษาระเบียบก็ดูพิกล
นี่ยังพยายามสู้กับพวกเขาหรือ?
ขำจะตายแล้ว ปราณเด็กนี่ปั่นป่วนเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บ
อยู่ จะเอาอะไรมาดิ้นรน?
สามผู้ฝึกตนซึ่งมีความว่องไวสูงโจมตีเจียงผิงอันจากสามทิศทาง
พรูด โพละ พรวด!
อัสนีทมิฬสายหนึ่งทะลวงร่างผู้ฝึกตนทั้งสาม ทำให้ทั้งสาม
กลายเป็นลำแสงสีขาวหายไปทันที
ด้ายไหมวิญญาณเคลือบกฎทำลายล้างและกฎอัสนีเส้นหนึ่ง
ล้อมกายเจียงผิงอัน เรืองประกายแปลกประหลาด
“รวดเร็วนัก นี่มันอาวุธวิเศษอะไร? ทำไมคมเพียงนี้?”
“ดูเหมือนจะเป็นอาวุธวิเศษพลังวิญญาณบางอย่างนะ”
“เขาเป็นผู้ฝึกจิตหรือ?”
ผู้ฝึกตนฝ่ายรักษาระเบียบคนอื่น ๆ ล้วนผงะไปเพราะด้ายไหม
วิญญาณ
แม้จะเป็นอาวุธวิเศษสูงสุดของขอบเขตหลอมสุญตายังอาจไม่
คมขนาดนี้ ด้ายนี่มันอะไรกัน?
“อย่าไปกลัว ไม่ต้องสนว่าเขาใช้อาวุธวิเศษอะไร เรามีกันมาก
เพียงนี้ จะทำอะไรเจ้าคนป่วนนั่นมิได้เชียวหรือ?”
ผู้ฝึกตนฝ่ายรักษาระเบียบชำเลืองกัน แล้วทั้งห้าก็เหินออกมา
โจมตีเจียงผิงอันพร้อมเพรียง
ทว่า ทันทีที่พวกเขาพุ่งออกไป พวกเขาพลันสัมผัสได้ว่าร่างเกร็ง
ทื่อ หนึ่งสายตรวนรัดพันบนตัวตั้งแต่ยามใดมิอาจทราบ ทำให้มิอาจ
ขยับกายได้เลย
ในชั่วเวลาชะงักงันนี้ ด้ายไหมวิญญาณก็แปรสู่อัสนี ทะลวงร่าง
ของพวกเขา
ความเร็วของด้ายไหมวิญญาณสูงล ้าสุดขั้ว ศัตรูทั้งหลายมิทัน
ตั้งตัว และไม่ให้โอกาสพวกเขาป้องกันใด ๆ
ต่อให้ป้องกันได้ ผลลัพธ์ก็มิได้ดีนัก กฎทำลายล้างทำลายได้ทุก
สิ่ง และกฎเกณฑ์ระดับเดียวกันก็ยากจะขวางได้
ขอเพียงไม่ไปเจอกฎพิเศษเฉพาะตัวอย่างกฎโกลาหล ก็แทบไม่
มีทางประชันมันได้เลย
ปวงชนมองผู้ฝึกตนทั้งหลายสลายหายเป็นแสงสีขาวอย่าง
เหลือเชื่อ
ห้าบุคคล ตกตายในพริบตา!
ผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งพลันตะโกน “ระวัง
อาวุธวิเศษของเขาแข็งแกร่งมาก! กางเกราะกันแต่เนิ่น ๆ ด้วย!”
ขณะกำลังตะโกน เขาก็เห็นด้ายเส้นหนึ่งพุ่งเข้ามาหา
เขารีบเลี่ยงหลบด้วยรอยยิ้มลำพอง
“ลูกไม้กระจอก ขอเพียงจับตามองไว้แต่แรก ก็ไร้ประโยชน์กับหัว
กะทิอย่างเรา…”
พรวด!
ไม่ทันขาดคำ หว่างคิ้วของเขาก็ถูกด้ายไหมวิญญาณแทงทะลวง
เป็นจุดสีแดง
สีหน้าของเขาแข็งค้าง
ไม่ได้สิ?
เขาหลบแล้วแท้ ๆ ไฉนมันจึงมาปรากฏตรงหน้าเขากะทันหันได้?
วิชามายา!
เป็นฝีมือวิชามายา!
ที่เขาหลบเมื่อครู่คือภาพหลอน!
น่าเสียดาย เขามารู้ตัวเมื่อสายไป
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ ลากร่างอ่อนแอของตนพลาง
ควบคุมด้ายไหมวิญญาณโจมตีอัจฉริยะจากฝ่ายรักษาระเบียบ
ทั้งหลาย
เมื่อใช้วิชามายาร่วมกับด้ายไหมวิญญาณ คนทั้งหลายจึงยาก
ระวังหลบพ้น
ปวงชนซึ่งล้อมโจมตีหลัวอีเฟยถูกจัดการไปอย่างง่ายดาย
เจียงผิงอันเดินไปทางผู้ฝึกตนฝ่ายรักษาระเบียบทั้งหลาย
“พวกเจ้าคิดเสมอว่าโลกหล้าเป็นของพวกเจ้า ควบคุมชะตา
ตัดสินเป็นตายผู้ใดก็ได้ตามใจ เหยียบย ่าศักดิ์ศรีของผู้อื่นตามใจ
อยาก”
“คนอย่างพวกเจ้าไร้วันเปลี่ยนแปร มีแต่ต้องฆ่าให้ตายจาก
สาบสูญไปชั่วนิรันดร์ จึงไปสำนึกกันที่โลกหน้า”
ทุกย่างก้าว ทุกถ้อยคำของเจียงผิงอันเกิดขึ้นพร้อมกับยามผู้ฝึก
ตนคนหนึ่งกลายเป็นแสงสีขาวสลายหาย
“ไป! รุมเข้าไปเลย!”
คนกลุ่มหนึ่งคิดรุมโจมตีเจียงผิงอัน แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้รัศมี
สามสิบจั้งจากตัวเจียงผิงอัน ร่างก็ถูกแทงทะลุเสียก่อน
“รวดเร็วเกินไป กันไม่ได้เลย!”
“นี่มันอาวุธวิเศษอะไรกันเนี่ย ทำไมแข็งแกร่งได้ขนาดนี้!”
เสียงอุทานปนกรีดร้องดังระงมตามกัน
ตัวเลขบนศีรษะเจียงผิงอันกระโดดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง อาภรณ์ของ
เขาร่ายรำกลางสายลม รองเท้าสีดำเหยียบย ่าโลหิต ผู้ฝึกตนจาก
ฝ่ายรักษาระเบียบสาบสูญตามกัน
หลัวอีเฟยยืนอยู่ด้านหลัง ร่างของนางตะลึงทึ่มทื่อ
เหมือนในที่สุดนางก็เข้าใจ ว่าไฉนเยี่ยอู๋ฉิงจึงนับถือลูกพี่ผู้นี้นัก
ชายผู้นี้เป็นดั่งเทพไท้
มิได้ใช้วิชาใด เพียงด้ายเส้นเดียว ก็ปลิดชีพหัวกะทิที่คัดสรร
อย่างดีของฝ่ายรักษาระเบียบได้!
ในโถงหลักศาลาเติงเซียน
ฮั่วไห่โจว ผู้อาวุโสฝ่ายรักษาระเบียบซึ่งมีสีหน้าผ่อนคลายถือดี
อยู่เมื่อครู่ค่อย ๆ ยับย่นหม่นหมอง