สู่วิถีอมตะ - บทที่ 501 เผชิญร่างเทวะสุดขั้วหยางอีกครั้ง
เดิมที ฮั่วไห่โจวคิดว่าด้วยผู้ฝึกตนฝ่ายรักษาระเบียบมากมาย
ขนาดนี้ การกำจัดหลัวอีเฟยจะเป็นไปอย่างแสนง่าย
แต่คาดไม่ถึงว่าเจียงผิงอันผู้นี้ยังเป็นผู้ฝึกจิต และยังมีด้ายไหม
วิญญาณด้วย
ศิษย์ทั่วไปไม่รู้จักด้ายไหมวิญญาณ แต่ฮั่วไห่โจวรู้ เขายังเพิ่งให้
ตระกูลโหยวไปเส้นหนึ่งอยู่หมาด ๆ
ขนาดตัวเขายังต้องพยายามไม่น้อยกว่าจะหาด้ายไหมวิญญาณ
เจอสักเส้น เด็กนี่ไปได้มาจากไหน?
ข้างกันนั้น หลัวซู่ประหลาดใจยิ่งกว่า นางเตรียมใจรอบุตรีนาง
ถูกตัดสิทธิ์แล้ว
มิคาดว่าเจียงผิงอันผู้บาดเจ็บจะมีพลังต่อสู้แข็งแกร่งเพียงนี้
น่าเสียดายที่ยามนี้เจียงผิงอันบาดเจ็บ มิอาจอดทนอยู่ได้นาน
หากรู้แต่แรก นางคงให้เขายืมโอสถเก้าวงจรจักรวาลล่วงหน้า
ทันใดนั้น หลัวซู่ก็เห็นบางสิ่ง รำพึงออกมาอย่างจนใจ “มันก็ยัง
จบสิ้นแล้วอยู่ดี”
ขณะที่ใบหน้าคล ้าหมองของฮั่วไห่โจวค่อย ๆ ผ่อนคลาย
ทั้งสองสังเกตเห็นแสงสีแดงเพลิงสายหนึ่งพุ่งมาหาเจียงผิงอันราว
สายฟ้าฟาด
บนสมรภูมิ จู่ ๆ หลัวอีเฟยซึ่งตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของเจียง
ผิงอันก็สัมผัสปราณอันรุนแรงได้ นางพลันเงยหน้ามองฟ้า แล้วสีหน้า
ก็เปลี่ยนไป
“ชางจวง!”
หลัวอีเฟยรีบเหินมาตรงหน้าเจียงผิงอัน กล่าวอย่างสุดร้อนใจ
“ไป! รีบไปเร็ว! ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการของฝ่ายรักษาระเบียบ
มาแล้ว!”
เจียงผิงอันเงยหน้ามองเปลวเพลิงแผดผลาญบนฟ้า
คนผู้นี้เป็นดั่งดวงตะวัน แผ่ความร้อนเกินทานทน เรืองฤทธิ์เสีย
จนไม่มีทางมองตรง ๆ ได้
เจียงผิงอันคุ้นเคยกับพลังนี้นัก นี่คือร่างเทวะสุดขั้วหยาง
เขาเคยพบคนเช่นนี้มาก่อน และกว่าจะฆ่าอีกฝ่ายได้ก็ต้องทุ่มเท
มหาศาล
แต่ร่างเทวะสุดขั้วหยางนั่นยังไม่บรรลุวิชาลับระดับสูง และยังไม่
เติบโตอย่างเต็มที่
ร่างเทวะสุดขั้วหยางผู้นี้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ทั่วกายเผย
เคล็ดพลังเปลวเพลิงเยี่ยงนายเหนืออัคคี สุญตารอบข้างบิดเบี้ยวด้วย
ความร้อนชวนสะพรึงนี้
ร่างเทวะสุดขั้วหยาง ไม่ว่าจะอยู่ในภพแร้นแค้นหรือภพบุกเบิก
ต่างก็เป็นร่างเทวะระดับสูงสุด ร่างกายแข็งแกร่ง พลังเพลิงร้ายกาจ
เมื่อเห็นชางจวงใกล้เข้ามา เหล่าผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบ
ซึ่งแพ้พ่ายถอยร่นพลันแย้มยิ้ม
“ฮ่า ๆ เจียงผิงอัน เจ้าจบเห่แล้ว!”
“คิดจริง ๆ หรือว่าตนเองเก่งกาจหนักหนา? หากมิใช่เพราะ
สมบัตินั่น เราคงฆ่าเจ้าไปแล้วเหมือนสุนัข แต่ต่อให้เจ้ามีมัน ก็ยังต้อง
ตายอยู่ดี!”
“หยุดเขาไว้ อย่าให้หนีไปได้!”
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบทั้งหลายรีบเข้าล้อมเจียงผิงอัน ซื้อเวลา
ให้ร่างเทวะสุดขั้วหยางชางจวง
หลัวอีเฟยรู้ว่าหนีไม่ได้ สีหน้าก็ผ่อนคลายลง “ข้าจะยื้อชางจวง
ไว้สักพัก เจ้าฆ่าได้เยอะแค่ไหนก็เท่านั้น”
มิต้องพูดถึงว่าชางจวงเป็นยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ ต่อให้
เขาอยู่ในขอบเขตหลอมสุญตา ก็ยังแทบไม่มีโอกาสชนะได้เลย
นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบคนอื่นๆ อยู่ด้วย
ตู้ม!
ชางจวงโรยตัวลงพื้น พสุธาใต้เท้าเจียนหลอมระอุเหลว มังกร
เพลิงขนดตัวพันรอบกาย ให้บรรยากาศเยี่ยงทวยเทพ
สายตาปวงชนรอบกายเขาเปี่ยมความครั่นคร้ามอิจฉา
ขณะเดียวกันก็ตื่นเต้น มีชางจวงอยู่ หมัดเดียวเจียงผิงอันก็ตายแล้ว
ชางจวงกล่าวกับเจียงผิงอันเสียงเย็น “หากเจ้าล่วงเกินเราฝ่าย
รักษาระเบียบ จบไม่สวยหรอกนะ”
“แล้วเช่นไร?”
ดวงตาของเจียงผิงอันจ้องตาอีกฝ่ายตรง ๆ
“แน่นอน ข้าจะส่งเจ้าสู่ความตาย จัดการเจ้าที่นี่ก่อนเป็น
ดอกเบี้ยเล็กน้อย แล้วรอโอกาสส่งเจ้าสู่โลกหน้าในความเป็นจริง!”
ชางจวงกำหมัดเตรียมโจมตี ทว่าภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
เจียงผิงอันหายตัว ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบรอบข้างปลาสนาการ
แล้วกระท่อมมุงจากที่คุ้นตาก็ปรากฏตรงหน้าเขา
เขารู้จักมันดีแม้จะผ่านไปร้อยปีแล้ว และยังจำได้แม่นยำ
มารดาของเขาถูกฆ่าตายที่นี่ และยังเป็นที่ซึ่งเขาใช้วันคืนอย่าง
เจ็บปวดเกินใด
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมข้ากลับมาที่นี่ได้? วิชามายา! ต้องเป็นภาพ
หลอนแน่ ๆ!”
ขณะที่ชางจวงคิดสลายภาพตรงหน้า ประตูไม้อันทรุดโทรมก็ถูก
ถีบเปิด
ชายซึ่งมีรูสิวพรุนเต็มหน้าเดินเข้ามา
“ชางจวงไอ้เด็กเวร! เวลาป่านนี้แล้ว ไฉนยังไม่รีบไปตัดไม้อีก!”
ชายหน้าสิวตบหน้าชางจวง
ชางจวงรู้สึกแก้มแสบร้อน ก็เผลอตัวตอบไป “ข้าก็จะออกไปตัด
ไม้อยู่…”
“เดี๋ยวสิ นี่คือมายา! ข้าเข้าร่วมกับศาลาเติงเซียน ปลุกร่างเทวะ
สุดขั้วหยาง เป็นหัวหน้ากลุ่มของฝ่ายรักษาระเบียบแล้ว…”
เปรี้ยง!
ชายหน้าสิวถีบท้องชางจวงอย่างหนักหน่วง
ความเจ็บปวดสุดแสนทำให้ชางจวงล้มลงกับพื้น ตัวงอราวกับ
เป็นกุ้ง
“ไอ้เด็กเวรนี่ สมงสมองไปหมดแล้ว ยังจะละเมอฝันกลางวันอีก
รีบไปตัดฟืนได้แล้ว!”
ชายหน้าสิวสบถพลางเตะชางจวงกระเด็นออกนอกประตู
ชางจวงกอดศีรษะ สายตาเหม่อลอย “มิถูกต้อง ข้าเข้าร่วมกับ
ฝ่ายรักษาระเบียบแล้วจริง ๆ ข้ายังจำชื่อผู้ใต้บัญชาได้ นามพวกเขา
คือ…”
ทันใดนั้น ใบหน้าของชางจวงก็ซีดขาว เขาลืมชื่อผู้ใต้บัญชา
หน้าตาของพวกเขา และยังลืมวิชาต่าง ๆ ที่เคยร ่าเรียนมาหมดสิ้น
“เป็นความฝันจริง ๆ หรือ?”
ป้าบ!
ชายหน้าสิวยกตัวชางจวงขึ้นแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง
“มัวทำบ้าอะไรอยู่! วันนี้จะกินไหมข้าวน่ะ?”
ความเจ็บปวดสาหัสทำให้ใบหน้าของชางจวงดูขวัญผวา
หวาดกลัว ร่างสะท้านเทิ้ม
นี่มิใช่ความฝัน ความฝันไร้ความเจ็บปวด การเข้าร่วมศาลาเติง
เซียนต่างหากที่เป็นความฝัน
“ข… ขออภัย”
ยามเพิ่งตื่นจากความฝันอันยาวนานนั้น หัวใจของชางจวงว่าง
โหวงเกินครั้งใด
เขายังคงเป็นเด็กตัดฟืนผู้ถูกรังแกคนเดิม
ในความฝันของเขา เขาเหมือนฆ่าคนได้ตามชอบใจ ถือครอง
อำนาจแสนยิ่งใหญ่
ขณะนี้เอง หญิงชราผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าบนพื้น อ้อนวอนว่า
“อย่าตีลูกข้า อย่าตีลูกข้าเลย!”
เมื่อเห็นสตรีผู้นี้ หัวใจชางจวงก็สะท้าน “แม่!”
ในความฝันนั่น แม่เขาถูกตีตายไปแล้ว มิคาดว่าแม่ของเขาจะยัง
อยู่ ประเสริฐนัก!
“ไสหัวไป นางเฒ่าไม่ยอมตาย!”
ชายหน้าสิวสุดรำคาญ ถีบตัวสตรีผู้นั้นกระเด็นไปกระแทกมีดผ่า
ฟืน โลหิตหลากหลั่งทันใด
สตรีผู้นั้นแน่นิ่งไป
“แม่!”
ยามชางจวงเห็นเช่นนี้ เขาก็ร้องลั่น ผลักชายหน้าสิวออกไปแล้ว
คุกเข่าร ่าไห้ตรงหน้าสตรีผู้นั้นอย่างรวดร้าว “แม่! แม่!”
“ร ่าไห้หามารดาอะไร!”
ชายหน้าสิวเหยียบศีรษะชางจวงอย่างแรง
ทัศนวิสัยของชางจวงดับวูบหมดสติไป
ไม่รู้ว่านานเพียงไร เขาจึงลืมตากลับขึ้นมา พบว่าตนนอนอยู่ใน
อ้อมแขนสตรีผู้หนึ่ง
“แม่! แม่ยังไม่ตาย!”
ชางจวงสุดปรีดา
“ตายอะไรกัน? แม่ไม่ตายแน่อยู่แล้ว แม่ยังต้องอยู่ดูเจ้าแต่งสะใภ้
อีกนะ” สตรีผู้นั้นยิ้มอย่างใจดี
ชางจวงโถมตนเองเข้าสู่อ้อมแขน ร ่าไห้กับนางว่า “ข้ากลัวแทบ
ตาย เมื่อครู่ฝันร้ายมาก ๆ ฝันว่าแม่…”
เปรี้ยง!
ประตูถูกถีบเปิด
ชายหน้าสิวถือมีดทำครัวปรี่เข้ามา “นางแพศยา บังอาจขโมย
อาหารบ้านข้ามาเลี้ยงลูกกระต่ายนี่! งั้นเจ้าก็เป็นอาหารสุนัขไปเสีย!”
ชายหน้าสิวพุ่งเข้ามาปาดคอสตรีผู้นั้นเลือดกระฉูด
“ไม่!”
ชางจวงโหยไห้หัวใจสลาย
ชายหน้าสิวเตะชางจวงออกห่างอย่างไม่ไยดี ลากร่างของสตรีผู้
นั้นโยนให้สุนัขที่นอกลานบ้าน
ชางจวงมองมารดาของตนถูกขย ้ากัดกิน
ความรวดร้าวสาหัสทำให้ชางจวงสิ้นหวัง วิญญาณของเขา
คลับคล้ายถูกฉีกทึ้ง
ทันใดนั้นเอง หนึ่งแสงวูบไหว
ชางจวงลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าตัวเองนั่งอยู่ในที่นั่งคนดู น ้าตา
หลากอาบใบหน้า
ความทรงจำที่เสียไปพลันหวนคืนมา
ชางจวงนิ่งตะลึงไปเนิ่นนาน ก่อนจะเผยสีหน้าผวาผวาด
“เป็นวิชามายาที่น่ากลัวนัก!”