สู่วิถีอมตะ - บทที่ 502 สังสารวัฏ เวียนกำเนิด
ชางจวงเคยถูกวิชามายา และแก้มันได้อย่างง่ายดาย
ทว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป เขามิอาจสัมผัสถึงมายาได้เลย
หลังจากถูกภาพหลอนเล่นงาน ความทรงจำต่อสัจธรรมก็พร่ามัว
เช่นภาพฝัน ชวนให้คิดว่าตนฝันไปจริง ๆ
“บัดซบ ยามเจออีกฝ่ายเมื่อครู่ ข้าน่าจะจัดการเสียทันที!”
ชางจวงค้างคาใจยิ่ง เขาเป็นผู้มีโอกาสชนะสูงในสายตาปวงชน
แต่กลับถูกตัดสิทธิ์ไปแต่แรก ๆ น่าอายนัก
หากเขาได้ชกเจียงผิงอันสักหมัด อีกฝ่ายได้ตายแน่ ๆ
เจียงผิงอันผู้นี้จะแข็งแกร่งก็เพียงพลังวิญญาณ ไม่มีทางเทียบ
ชั้นพละกำลังกับเขาได้เลย
เขาสาบานว่าพบเจียงผิงอันในความเป็นจริงยามใด เขาจะล้าง
อายอย่างสาสม
ในสมรภูมิ หลัวอีเฟยผู้เตรียมตัวตายไว้แล้วชะงักค้าง
เกิดอะไรขึ้น?
ไฉนจู่ ๆ ชางจวงก็ตายไป?
ชางจวงผ่านกาลเวลาแสนนานในมายา ทว่าแท้จริงผ่านไปเพียง
อึดใจ
คนอื่น ๆ เห็นเพียงชางจวงชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะสลายตัวหายจาก
“วิชามายา?”
หลัวอีเฟยพลันจำได้ว่าเจียงผิงอันเคยใช้มายาในพนาผีเบญจ
ภัยมาก่อน กระทั่งทำให้จงหลินหวาดกลัวหลั่งน ้าตา
เจียงผิงอันใช้วิชามายาอะไรกัน จึงฆ่าได้กระทั่งยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการในมายา?
อันที่จริง สิ่งที่เจียงผิงอันใช้มิใช่วิชา แต่เป็นพลังอย่างหนึ่ง
มันคือการผสานพลังมายาในพนาผีเบญจภัยเข้ากับฤทธิ์ดวงตา
ของเขาเอง
ยามเจียงผิงอันได้เนตรลึกลับนั้นมา เขาก็ตกสู่วงจรสังสารวัฏอัน
รวดร้าวสาหัส
เมื่อพลังวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้น เขาก็ได้พลังนี้มาเช่นกัน
อิงจากผลของมันที่ให้คนเวียนว่ายทนทุกข์อย่างต่อเนื่อง เจียง
ผิงอันจึงตั้งชื่อในพลังนี้ว่า
สังสารวัฏ
ให้ศัตรูต้องวนเวียนกับความเจ็บปวดซ ้าแล้วซ ้าเล่าจนอกแตก
ตายไปเอง
หากมิใช่เพราะเมื่อครู่ชางจวงอยู่ในคุ้มครองของ ‘มิติศาลา
เซียน’ ยามเขาถูกตัดสินว่าตายและเคลื่อนย้ายออกไป เขาก็คงตาย
ในสังสารวัฏแน่แล้ว
ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบซึ่งเดิมยิ้มแย้มแจ่มใส ขณะนี้มโน
สำนึกว่างโล่ง
ถึงกับฆ่ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการผู้หนึ่งได้อย่างเกินตีความ!
ทำได้อย่างไร?
โจมตีด้วยพลังวิญญาณหรือ?
คนผู้นี้เป็นสัตว์ประหลาดหรือไร กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตบูรณา
การยังฆ่าได้ในพริบตา!
“ถอย! ถอยเร็ว!”
“อย่าหนีในทิศเดียวกัน กระจายตัวหนี เขาคนเดียวไล่ตามเรา
ไม่ได้หมดหรอก!”
ปวงชนในฝ่ายรักษาระเบียบรู้ว่าเอาชนะเจียงผิงอันมิได้ จึง
ตัดสินใจหนีกระจายทั่วทิศทันที
กระจายตัวหนีเป็นทางหนีที่ดีที่สุด ลดความสูญเสียลงได้
“ผนึก!”
หนึ่งวาทะดังขึ้น แล้วตรวนหลายสิบสายก็ปรากฏเฉียบพลันจาก
สุญตาใกล้เคียง ผนึกสุญตาขวางทางคนทั้งหลายไว้
ทุกสายตาเบิกกว้างอย่างขวัญผวา เส้นขนลุกซู่ตามกัน
นี่มันวิชาอะไรกัน!
กระทั่งสุญตายังผนึกได้!
“พี่น้องทุกท่าน เจียงผิงอันจู่โจมเราก่อน จากกฎเกณฑ์ เรา
ร่วมมือกันตอบโต้ได้! เรามีกันเยอะแยะเช่นนี้ เขาตายแน่!”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตะโกน
ได้ยินเช่นนี้ คนอื่น ๆ ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที จริงด้วย มีกฎเช่นนั้น
อยู่จริง ๆ ผู้ถูกโจมตีตอบโต้ได้ ถึงจะมีมากกว่าห้าคนก็ไม่ผิดกฎ
เจียงผิงอันโจมตีพวกเขาทั้งหมด พวกเขาทั้งหมดจึงรุมตอบโต้
ได้!
คนมากมายเช่นนี้ผนึกกำลัง ขอเพียงอีกฝ่ายมิใช่ยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการ พวกเขาก็จัดการได้
ทว่า ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมโจมตีอยู่นั้น
ใจเจียงผิงอันเคลื่อนจำนง หนึ่งร่างมายาปรากฏขึ้น
เมื่อเห็นหน้าตาร่างนี้ ปวงชนก็แน่นิ่งไปทันที
หัวหน้ากลุ่มของฝ่ายรักษาระเบียบ จินตี๋!
เกิดอะไรขึ้น? เจียงผิงอันผู้นี้จะทำอะไรกับภาพฉายของหัวหน้า
กลุ่มจินตี๋?
ขณะที่ปวงชนกำลังงุนงงอยู่นั้น
จู่ ๆ ‘จินตี๋’ ก็เร่งใช้กฎฟ้าดิน หมัดอันน่าสะพรึงกลัวหลายร้อยจั้ง
ก่อตัวบนฟ้าเหนือผู้ฝึกตนทั้งหลาย
“หมัดพิพากษา!”
“เป็นไปได้เช่นไร! ภาพฉายจะใช้หมัดพิพากษาได้อย่างไร!”
“วิชามายา! นี่ต้องเป็นวิชามายาอะไรสักอย่างแน่!”
เมื่อเห็น ‘ภาพฉาย’ ใช้วิชาลับสูงสุดของฝ่ายรักษาระเบียบ ใคร
หลายคนก็คิดว่าตนถูกวิชามายาเข้าอีกแล้ว และมิอาจเชื่อว่าภาพ
ตรงหน้าเป็นความจริงได้เลย
หมัดพิพากษาอันเกรี้ยวกราดฟาดลงจากฟ้าเยี่ยงดวงดาวพุ่ง
ถล่ม ขยี้ใส่ผู้ฝึกตนกลุ่มนั้น
ตู้ม!
เพียงพริบตา ศัตรูทั้งมวลก็หายเกลี้ยงไม่เหลือร่องรอย
แดนดินสั่นสะท้านรุนแรง ฝุ่นควันฟุ้งอบอวล เส้นผมสีดำของ
เจียงผิงอันปลิวไสวแผ่วเบา
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันไอเบา ๆ สองหน ใบหน้าซูบซีดไร้เค้าอารมณ์ ราวสิ่ง
ที่ทำมีเพียงบี้มดฝูงหนึ่ง
หลัวอีเฟยมองแผ่นหลังของเจียงผิงอัน อกของนางหอบกระเพื่อม
รุนแรง มือปิดปากอย่างตกใจ ความตะลึงในอกเกินบรรยายได้
นี่มันวิชาอะไรกัน?
กระทั่งแผลงฤทธิ์ของผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการได้ด้วย!
นี่คือวรยุทธ์ที่เจียงผิงอันสร้างขึ้นเองโดยใช้อำนาจของคนตาย
สื่อสารกับกฎฟ้าดิน เพื่อให้พรสวรรค์และพลังของผู้ตายปรากฏขึ้น
ใหม่อีกครั้ง
นี่คือโอกาสที่มหาจักรพรรดิมอบให้เขา
เจียงผิงอันตั้งชื่อมันว่า ‘เวียนกำเนิด’
ขณะมองร่างสูงใหญ่ของเจียงผิงอันอย่างเหม่อลอย หลัวอีเฟยก็
เกือบนอกใจเยี่ยอู๋ฉิงเสียแล้ว
เจียงผิงอันผู้บาดเจ็บสาหัสยังแข็งแกร่งขนาดนี้ ยามสมบูรณ์
พร้อมต้องน่ากลัวเพียงไร?
เจียงผิงอันเงยหน้ามองฟ้า สัมผัสได้ว่ายังมียอดฝีมือร้ายกาจ
มากมายมองเขาอยู่
หนึ่งในสายตาเหล่านั้นมาดร้าย
มาจากฮั่วไห่โจว ผู้อาวุโสฝ่ายรักษาระเบียบ
“พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบก็แค่นี้”
น ้าเสียงสุขุมของเจียงผิงอันมิได้ดังมาก แต่กลับเลื่อนลั่นเช่น
อัสนี ระเบิดสนั่นในหัวใจยอดฝีมือทั่วศาลาเติงเซียน
เหล่าบุคคลระดับสูงของศาลาเติงเซียนล้วนแน่นิ่ง
แม้พวกเขาจะตกใจกับวิชาที่เจียงผิงอันใช้ แต่ก็ตกใจน้อยกว่า
วาทะนี้มากนัก
นี่คือหน้าตาของฝ่ายรักษาระเบียบ
กระทั่งผู้อาวุโสเหล่านี้ยังไม่กล้าทำเช่นเขาเลย
เด็กนี่ระห ่าจริง ๆ
สีหน้าของฮั่วไห่โจวไร้อารมณ์ ดูเหมือนไม่สนใจ แต่มองจากมือ
ที่กำแน่นก็บอกอารมณ์จริง ๆ ได้
ยามหลัวซู่มองเจียงผิงอัน ดวงตาก็เพิ่มแววตั้งใจเคร่งขรึมขึ้น
เล็กน้อย
ว่าแล้วเชียว ศิษย์นางเสี่ยวโหรวกล่าวไว้ไม่ผิด เจียงผิงอันผู้นี้ไม่
ธรรมดา
มุมปากหลัวซู่ยกตัว หันไปกล่าวกับฮั่วไห่โจวที่ข้างกายยิ้ม ๆ ว่า
“ผู้อาวุโสฮั่ว คนของพวกเจ้าร้ายกาจจริง ๆ ถึงกับทนได้นาน
เพียงนี้ต่อหน้าเจียงผิงอัน”
เมื่อได้ยินวาทะเหน็บแนมของหลัวซู่ ร่างของฮั่วไห่โจวก็สะท้าน
พยายามสะกดโทสะไว้ในใจ
เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเจียงผิงอันผู้นี้จึงแข็งแกร่งนัก
หลัวซู่เห็นฮั่วไห่โจวอึดอัดใจ ก็รู้สึกสดชื่นอารมณ์ดี ส่งกระแส
ปราณไปถามศิษย์ตนเฉียนฮวั่นโหรว
“เสี่ยวโหรว วิชาที่เจียงผิงอันใช้ชื่ออะไรหรือ? เหตุใดจึงเรียก
ภาพฉายของผู้อื่นมาช่วยลงมือได้?”
กระทั่งนางยังตกใจ เพิ่งเห็นวิชานี้เป็นครั้งแรก
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัว “ข้ามิทราบ”
หลัวซู่ผงะไปเล็กน้อย “กระทั่งเจ้าเขายังไม่บอกหรือ?”
“มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ มันเป็นวรยุทธ์ของเขาเอง เขายังไม่ได้ตั้ง
ชื่อ”
สีหน้าของเฉียนฮวั่นโหรวซับซ้อน มีเพียงผู้ที่รู้ว่าเจียงผิงอัน
เติบโตมาอย่างไร จึงเข้าใจลึกซึ้งว่ามันน่าตกใจเพียงไหน
“วรยุทธ์สร้างเอง? เป็นไปไม่ได้ ขอบเขตเช่นนี้สร้างวรยุทธ์ระดับ
นี้ได้อย่างไร”
หลัวซู่ไม่เชื่อว่าวิชานี้เจียงผิงอันสร้างเอง
วิชาที่เจียงผิงอันแสดงก้าวข้ามกฎเกณฑ์ทั่วไป ผู้ฝึกตนซึ่งบรรลุ
กฎเกณฑ์เพียงขั้นสามจะมีความสามารถเช่นนี้ได้อย่างไร?
หลัวซู่สงสัยว่าเจียงผิงอันผู้นี้จะทำการไม่ซื่อ มิได้บอกที่มา
แท้จริงของวรยุทธ์นี้กับเฉียนฮวั่นโหรว อ้างตนว่าสร้างขึ้นเอง เพื่อ
หลอกเฉียนฮวั่นโหรวและอวดฤทธิ์ต่อหน้าผู้หญิงของตน
หลัวซู่คิดว่าตนมองทะลุทุกสิ่งแล้ว
ไม่ว่าอย่างไร วิกฤตินี้ก็ผ่านไปได้…
“พวกเจ้าฝ่ายรักษาระเบียบมีคนแค่นี้หรือ? มิได้อยากฆ่าข้า
หรือ? ข้าเจียงผิงอันรอพวกเจ้าอยู่นี่แล้ว!”
น ้าเสียงซึ่งขยายดังสนั่นด้วยปราณของเจียงผิงอันสะท้อนใน
สมรภูมิไปครึ่งหนึ่ง
ดวงตาของหลัวซู่เบิกกว้าง ดูจังงังไปทันที