สู่วิถีอมตะ - บทที่ 503 เรียนฉิน
ยามหลัวซู่ได้ยินเสียงของเจียงผิงอัน ใจคอก็รู้สึกไม่ดี
เด็กนี่โง่หรือไร?
กว่าจะพ้นวิกฤติมาได้ก็ลำบาก นี่เขาจะทำอะไรอีก?
หรือเขาคิดท้าทายผู้ฝึกตนของฝ่ายรักษาระเบียบทั้งหมดลำพัง?
หากคิดจะฆ่าผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบ ก็ค่อย ๆ สืบเสาะหา
ได้ ประกาศตนโจ่งแจ้งเช่นนี้มีแต่จะดึงดูดผู้ฝึกตนมากมายมาเล่น
งาน
จริงเช่นนั้น ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบซึ่งมองหาคู่ต่อสู้อยู่ได้
ยินเช่นนี้ พวกเขาล้วนหันกายเหินตามเสียงมาทันที
“กล้าท้าทายพวกเราฝ่ายรักษาระเบียบ วอนตายเสียแล้ว”
“เจ้าเด็กสามหาวนี่ต้องสั่งสอนเสียหน่อย”
“คนเราสมงสมองไม่เหลือแล้ว พวกเจ้าจะไปฆ่าเขาก็เชิญ ข้าไม่
ไปล่ะ ขยะพรรค์นี้มิคุ้มค่าให้ข้าลงมือ”
แม้ผู้มาจะมิใช่ฝ่ายรักษาระเบียบทั้งหมด แต่ก็ยังเป็นกลุ่มใหญ่
ศิษย์ศาลาเติงเซียนทั้งหลายซึ่งมิใช่ฝ่ายรักษาระเบียบต่างสุด
ปรีดา
“ประเสริฐ ขอบใจไอ้โง่นี่มากที่ล่อพวกฝ่ายรักษาระเบียบไปทาง
อื่น”
“ข้าเดิมพันว่าเจ้านี่จะตายภายในครึ่งชั่วยาม ไม่สิ หนึ่งชั่ว
ละเลียดชาก็จบแล้ว”
“เจียงผิงอันผู้นี้ยังไม่ถูกฝ่ายรักษาระเบียบปราบอีก หากไปเจอ
ร่างเทวะสุดขั้วหยางขอบเขตบูรณาการนั่นเข้า หมัดเดียวก็เด็ดหัว
หลุดแล้ว”
ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่เข้าใจการกระทำของเจียงผิงอัน มันต่างอะไร
กับรนหาที่ตาย?
แม้การตายในการต่อสู้ที่นี่มิใช่การตายอย่างแท้จริง แต่หากถูก
ตัดสิทธิ์ ก็จะสิ้นโอกาสกอบโกยแต้มผลงาน
กระทั่งอัจฉริยะระดับโหยวเชียนชิวกับหร่านหงเฉินยังต่อสู้อย่าง
ระมัดระวัง
แต่เจียงผิงอันผู้นี้ยั่วยุฝ่ายรักษาระเบียบแต่แรก
เจียงผิงอันเหินสู่ยอดเขาใกล้เคียง นั่งลงใต้ร่มไม้หนา เล่นกับ
ด้ายไหมวิญญาณอย่างเบามือ
เหล่าศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบห้อมล้อมทั่วทิศแน่นหนา
ยามหลัวอีเฟยเห็นศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบยกขบวนมามากมาย
นางก็กระวนกระวายปัสสาวะแทบเล็ด
“ทำไมเจ้าวู่วามนัก เรียกคนมาเยอะแยะเพียงนี้ในคราวเดียว เรา
สู้ไม่ไหวหรอกนะ!”
“เจ้าไปเถอะ ที่นี่จะอันตรายแล้ว” เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ
“ให้ข้าไป? หากข้าไป แล้วอู๋ฉิงจะคิดกับข้าเช่นไร? ต่อให้ตายข้า
ก็ไปไม่ได้”
หลัวอีเฟยย่อมทราบถึงอันตราย แต่หากชายผู้นี้ไม่ไป นางก็ไป
ไม่ได้
“ตามใจเจ้า”
เจียงผิงอันโบกมือเบา ๆ แล้วต้นไม้ข้างตัวก็หักโค่น บีบอัดเป็น
เส้นไหมด้วยพลังวิญญาณ กลายเป็นกู่ฉินอันเรียบง่ายตัวหนึ่ง
เมื่อหลัวอีเฟยเห็นเช่นนี้ นางพลันเข้าใจบางสิ่ง
“ข้าได้ยินว่ามีวรยุทธ์สายดนตรีที่สามารถใช้โจมตีระยะไกลได้
อยู่ เจ้ามีวิชาลับเช่นนั้นด้วยหรือ?”
“เปล่า”
เจียงผิงอันวางกู่ฉินตรงหน้าตน ดีดสายของมันเบา ๆ
“แล้วเจ้าทำอะไรอยู่?” หลัวอีเฟยงุนงง
“ข้ามีโพยเพลงฉินกล่อมวิญญาณอยู่เล่มหนึ่ง อยู่ว่าง ๆ เบื่อ ๆ
เลยอยากเรียนเล่นน่ะ”
นับแต่เจียงผิงอันเหยียบย่างเข้าสู่โลกหล้าผู้ฝึกตน เขาก็ฆ่าผู้ฝึก
ตนมามากมาย และผู้ฝึกตนเหล่านี้บางคนก็มีโพยเพลงฉินและ
หนังสือนิยายอยู่กับตัว
นิยายโยนให้เสี่ยวไป๋อ่าน ขณะที่โพยเพลงถูกทิ้งหลบมุม วันนี้จึง
นำมาลองเรียน
“???”
ใบหน้าน้อยของหลัวอีเฟยเปี่ยมความงุนงง
ศัตรูนับร้อย ๆ จะบุกโจมตีเข้ามารอมร่อ แต่เจ้ามานั่งเรียนฉินอยู่
ตรงนี้?
ล้อกันเล่นหรือไร?
ใช่แล้ว ต้องล้อกันเล่นแน่ ๆ เจียงผิงอันต้องมีวิชาฉินล ้าเลิศ วร
ยุทธ์เสียงดนตรีร้ายกาจถึงตาย!
ทว่า หลัวอีเฟยก็ทิ้งความคิดนี้ไปทันที
เพราะนางพบว่ายามเจียงผิงอันเล่นฉิน เขาก็เล่นเยี่ยงมือใหม่
การเคลื่อนไหวเก้ ๆ กัง ๆ อย่างแท้จริง
หลัวอีเฟย “…”
“เจ้านี่สุดยอดเลย”
หลัวอีเฟยรู้แล้วว่าเจ้านี่แค่อยากตาย
นางเดินไปหาเจียงผิงอัน ยัดกระบี่เข้ามืออีกฝ่ายแล้วใช้มันปาด
คอนางเอง
นางหนีไม่ได้ สู้ก็ไม่ได้ ดังนั้นสู่ให้แต้มผลงานกับเจียงผิงอันเสีย
ปล่อยเขานั่งเล่นไปคนเดียว แล้วนางออกไปเล่นกับอู๋ฉิงดีกว่า
ตัวเลขเหนือศีรษะเจียงผิงอันกลายเป็นร้อยห้าสิบเอ็ด
แต้มผลงานของผู้ฝึกตนที่ถูกฆ่าไปก่อนหน้า รวมกับแต้มผลงาน
ของผู้ฝึกตนที่คนเหล่านั้นฆ่าไปล้วนมารวมกันที่เขา
มีแต้มผลงานเพียงร้อยห้าสิบเอ็ด ห่างไกลเกินเอื้อมซื้อโอสถเก้า
วงจรจักรวาล
เขาอยากจะรอลงมือปิดท้าย แต่ฝ่ายรักษาระเบียบดันมายั่วโมโห
เขา เช่นนั้นก็เปิดสงครามเลยแล้วกัน
เจียงผิงอันทิ้งกระบี่ในมือ ศึกษาโพยดนตรีต่อไป
ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบซึ่งแห่กันมาดูสับสนยามเห็นท่าที
ของเจียงผิงอัน
“เจ้านี่ทำอะไรอยู่?”
“วรยุทธ์คลื่นเสียงฉิน?” ผู้ฝึกตนบางคนคาดเดา
“มันดูไม่เหมือนวรยุทธ์เลย ข้าไม่รู้สึกถึงผลจากคลื่นเสียงใด ๆ
และดูจากท่าทางการเล่นฉินสุดจะฝืดนั่นแล้ว เจ้านี่น่าจะกำลังเรียน
เล่นฉินอยู่มากกว่า”
ผู้ฝึกตนทั้งหลายจังงังไปครู่หนึ่ง แล้วใบหน้าก็เปี่ยมด้วยโทสะ
“ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดโอหังเพียงนี้! นี่ดูถูกเราอยู่หรือ?”
“อย่าแย่งข้า ข้าจะไปฆ่าเขาซะ!”
“ข้ามาก่อนนะ!”
พวกเขารู้สึกเดียดฉันท์และขุ่นเคืองอย่างยิ่ง ต่างฝ่ายล้วนอยาก
กำจัดเจียงผิงอันทิ้ง
มานั่งเรียนฉินตอนนี้ คิดว่าพวกเขาเป็นอะไร? ขยะหรือ?
พวกเขาล้วนเป็นหัวกะทิ
ผู้ฝึกตนซึ่งมีความว่องไวสูงคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่เจียงผิงอันแล้ว
ขณะที่เขาห่างจากเจียงผิงอันราวสามสิบจั้ง แสงสีดำอันรวดเร็ว
อย่างยิ่งพุ่งทะยานออกมา
แทงศีรษะเขาในทันที
ปวงชนด้านหลังตกตะลึง อะไรกัน ไฉนเร็วนัก?
“รุมเข้าไปเลย!”
ผู้ฝึกตนห้าคนพุ่งออกไปโจมตีเจียงผิงอัน
ศึกสังหารเปิดฉาก
ครั้งนี้ นอกจากจะผสานกฎทำลายล้างและกฎธาตุอัสนีเข้าไปใน
ด้ายไหมวิญญาณ เจียงผิงอันยังผสานกฎแห่งแรงโน้มถ่วง กฎแห่ง
กำลัง และกระทั่งฉาบพิษเสริมเข้าไปด้วย
พลังของด้ายไหมวิญญาณพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น
ในรัศมีสามสิบจั้งกลายเป็นเขตหวงห้ามของเจียงผิงอัน ผู้ฝึกตน
ใดที่พุ่งเข้ามาล้วนถูกทิ่มแทงไม่ละเว้น
เจียงผิงอันนั่งเฉยชาใต้ร่มไม้ ปลายนิ้วร่ายรำบนเส้นไหม เรียนรู้
จากโพยเพลงฉินกล่อมวิญญาณ แล้วเสียงฉินก็ค่อย ๆ ดังขึ้น
กระท่อนกระแท่น
เนื่องจากข้อจำกัดของกฎเกณฑ์ ผู้ลงมือโจมตีประสานได้จึง
สูงสุดเพียงห้าคน ขอเพียงไม่ใช่อัจฉริยะล ้าเลิศหรือยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการ ก็ไร้จำเป็นต้องสนใจ
เมื่อเผชิญศัตรูแข็งแกร่ง เจียงผิงอันก็ใช้ ‘สังสารวัฏ’ คู่ ‘เวียน
กำเนิด’ ผสานกับผนึกสรวงทันที ไร้ผู้ใดเข้าใกล้เขาได้
ผู้ฝึกตนลือนามคนหนึ่งสลายหายเป็นแสงสีขาว ตัวเลขเหนือ
ศีรษะเจียงผิงอันเพิ่มจำนวนเร็วจี๋
“มารดามัน! ด้ายนั่นมันบ้าอะไร มิอาจปัดป้องได้เลย!”
“ด้ายไหมวิญญาณ! นั่นคือด้ายไหมวิญญาณ! สมบัติเติบโตได้
ระดับสูง! หากไม่ใช้อาวุธวิเศษเคล็ดพลังก็ไม่มีทางหยุดมันได้เลย!”
“ลอบโจมตีไปก็เท่านั้น พลังวิญญาณเจ้านี่แข็งแกร่ง ไม่มีจุด
บอดเลย!”
“เคลื่อนย้ายมิติก็เข้าใกล้ไม่ได้! เขาผนึกสุญตาได้!”
ผู้ฝึกตนคนแล้วคนเล่าล้มตาย ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบ
มากมายสั่นสะพรึง
นอกจากโหยวเชียนชิว พวกเขาก็เพิ่งเคยพบผู้ฝึกจิตแข็งแกร่ง
เพียงนี้เป็นคนแรก
เจียงผิงอันมีพลังวิญญาณกล้าแกร่ง เรียนรู้ได้รวดเร็ว เพียงชั่ว
กาลสั้น ๆ ก็บรรลุวิธีเล่นฉิน นิ้วของเขาร่ายรำรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
เขาเริ่มเรียนโพยเพลงอื่น ๆ แล้วเสียงดนตรีอันไพเราะก็ดังคลอ
กับเสียงกรีดร้องก่นด่าของผู้ฝึกตนทั้งหลาย
บนภูเขาสูง ใต้ร่มไม้ขจี หมู่ใบไม้พัดเสียด เจียงผิงอันนั่งบนพื้น
ดื่มด ่าไปกับดนตรี
ด้ายไหมวิญญาณร่ายระบำตามเสียงฉิน ยามบรรเลงถึงบทเพลง
ปลุกใจ มันก็บ้าคลั่งขึ้นมา แต่เมื่อถึงทำนองโศก มันก็ส่ายสะบัดเร้น
ลับ…
พลังวิญญาณและบทเพลงของเจียงผิงอันประสานกันเป็นหนึ่ง
ถูกขัดเกลาถึงขีดสุด แข็งแกร่งขึ้นตามกาล
ราวกับเขามิได้กำลังฆ่าใคร แต่เหมือนแสดงศิลปะบางอย่างเพื่อ
ตราตรึงหัวใจผู้ชม
เหล่าบุคคลระดับสูงในศาลาเติงเซียนล้วนจับตามองเจียงผิงอัน
ในชั่วขณะนั้น
ขณะผู้อาวุโสใหญ่โหยวซิวมองการลงมือของเจียงผิงอัน ดวงตา
ก็ฉายประกายประหลาดใจ
“พรสวรรค์ในฐานะผู้ฝึกจิตของเด็กนี่ได้ครึ่งลูกชายข้าเลย”