สู่วิถีอมตะ - บทที่ 504 มอบความกล้าให้พวกเจ้าสักหน่อย
ยามบุคคลระดับสูงมากมายของศาลาเติงเซียนได้ยินคำประเมิน
ของโหยวซิวต่อเจียงผิงอัน พวกเขาก็ชำเลืองมาทางเจียงผิงอันทันที
ได้ถึงครึ่งของโหยวเชียนชิวก็โดดเด่นมากแล้ว
ประมุขศาลาหลัวซู่กล่าวกับศิษย์ข้างตัวนาง “เสี่ยวโหรว มิคาด
เลยว่าพรสวรรค์ในฐานะผู้ฝึกจิตของคู่บำเพ็ญเจ้าจะดีเพียงนี้”
เฉียนฮวั่นโหรวอ ้าอึ้งเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่เอ่ยวาจา
หากนางบอกว่าพรสวรรค์การฝึกจิตของเจียงผิงอันสู้การฝึกกา
ยาและวิญญาณมิได้ อาจารย์นางคงไม่ยอมเชื่อแน่ ๆ
หลัวซู่ยั่วยุฮั่วไห่โจวต่อไป “ผู้อาวุโสฮั่ว ศิษย์รุ่นเยาว์กลุ่มนี้ของ
ฝ่ายรักษาระเบียบไม่ไหวเลย วัน ๆ พวกเขาคิดแต่จะกดขี่คน ไม่
สนใจฝึกฝนกันบ้างเลยหรือไร?”
ฮั่วไห่โจวกำราวระเบียงพลางเอ่ยเสียงเย็น “ก็ยังดีกว่าบุตรีเจ้า
แล้วกัน”
“คนของเจ้ารุมโจมตีบุตรีข้า ยังมีหน้ามาพูดอีก นอกจากนั้น
ใครบอกเจ้าว่านี่คือร่างจริงของบุตรีประมุขศาลาผู้นี้? มันอาจจะเป็น
เพียงอวตารทั่วไปก็ได้?”
หลัวซู่ชำเลืองฮั่วไห่โจวอย่างดูแคลน “หากอยากเห็นฝีมือบุตรี
ประมุขศาลาผู้นี้ ก็อดทนรอดูในศึกคัดเลือกสู่ศาลาสาขาหลักสี่ปีให้
หลังดีกว่า”
ฮั่วไห่โจวเอ่ยเบา ๆ “ข้าได้ยินว่าบาดแผลของประมุขศาลาสาหัส
ร้ายแรง ไม่รู้ว่าจะอยู่ไหวถึงสี่ปีให้หลังหรือไม่”
“ขอบคุณผู้อาวุโสฮั่วที่เป็นห่วง บาดแผลของประมุขศาลาผู้นี้ฟื้น
คืนแล้ว เจ้ายังไม่ถึงระดับนี้ ไม่รู้หรอกว่าขอบเขตนี้แข็งแกร่งแค่ไหน”
หลัวซู่ยิ้มแย้ม
เปรี้ยง!
สีหน้าของฮั่วไห่โจวแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ ราวระเบียงข้างตัว
ถูกขยำแหลก
“ข้ามีบางสิ่งต้องทำ ขอตัวก่อน”
ฮั่วไห่โจวหายวับไปทันที
หลัวซู่อารมณ์ดี มองกลับไปที่สมรภูมิ จับจ้องยังชายผู้กำลังเล่น
ฉิน
นิ้วของเจียงผิงอันดีดสายฉิน ดื่มด ่ากับสำเนียงอันไพเราะ ขณะที่
ด้ายไหมวิญญาณเหมือนเป็น ‘นักระบำ’ ร่ายรำตามจังหวะ เก็บเกี่ยว
ชีวิตผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบคนแล้วคนเล่า
มิอาจทราบว่าฆ่าไปกี่คน แต่ในที่สุด ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบก็
ตระหนักแล้วว่าพวกตนมิอาจทำร้ายเจียงผิงอันได้เลย
ไร้ผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้อีก
ตู้ม!
ทันใดนั้น เสียงเปรี้ยงสนั่นก็ดังมาจากขอบ ‘มิติศาลาเซียน’
ยามศิษย์ทั้งหลายได้ยินเสียง พวกเขาก็ทราบว่า ‘มิติศาลาเซียน’
เริ่มหดตัวแล้ว
ทุก ๆ หนึ่งชั่วยามผ่านไป มิติศาลาเซียนจะหดตัวลงหนึ่งในสิบ
การต่อสู้ก็จะยิ่งเข้มข้น
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งถลึงตามองเจียงผิงอัน ถามขึ้นอย่างสุดคับแค้น
ใจ “ทีนี้ทำเช่นไร? ไม่มีทางจัดการเขาได้เลย”
เจียงผิงอันผู้นี้บาดเจ็บสาหัสแท้ ๆ แต่กลับมิอาจเล่นงานได้ด้วย
วิธีการใด ต้องทนเห็นเขาเล่นฉินตบหน้า เย้ยพวกตนซึ่งมีมากมาย
อยู่เช่นนี้
“ถอยก่อน ปล่อยเขาไว้ กอบโกยแต้มผลงานสำคัญกว่า” ใคร
บางคนพูดอย่างจนใจ
“ถอย? จะน่าอายไปหน่อยหรือไม่ คนมากมายเช่นนี้มายังล้มเขา
ไม่ได้จนต้องถอยเนี่ยนะ”
“เจ้าเก่งนักก็ไปจัดการเขาสิ!”
ผู้ฝึกตนมากมายสบถด่าก่อนจรจาก แม้ในใจพวกเขาจะเดือด
ดาลไม่ยินยอม แต่ก็ทำได้เพียงต้องทน เสียเวลาอยู่ที่นี่หามีประโยชน์
ใดไม่
ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบกลุ่มหนึ่งจรจากอย่างไร้ทางเลือก เจียงผิง
อันเมินพวกเขา จมอยู่กับเสียงฉิน กระทั่งลืมจุดประสงค์การประลอง
ครั้งนี้ไปเสียแล้ว
จากบทเพลง เขาคลับคล้ายสัมผัสอะไรได้สักอย่าง และยามนี้เขา
อยากสัมผัสความรู้สึกเกินบรรยายนี้อย่างสุดชีวิต
ยามการต่อสู้ที่นี่จบลง ยอดฝีมือทั้งหลายก็ไม่สนใจที่นี่แล้ว
ฝีไม้ลายมือของเจียงผิงอันล ้าเลิศ แต่มิได้แข็งแกร่งเท่าอัจฉริยะ
สูงสุดทั้งหลาย
เช่นเซินถูอี้ผู้บรรลุเต๋าด้วยการฆ่า ยิ่งการต่อสู้ดุเดือด จิตสังหาร
รอบกายเขายิ่งเข้มข้นเช่นสสาร บดขยี้ผู้ฝึกตนระดับต ่าตายได้
ด้วยพรสวรรค์อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของหร่านหงเฉิน นางถือครอง
อำนาจภาพสะท้อน สามารถใช้ภาพสะท้อนเป็นเขตแดนลากตัวคู่
ต่อสู้เข้าไป แต่ผู้ใดหลงไปอยู่ในภาพสะท้อนจะไร้โอกาสได้กลับมา
อีก
โหยวเชียนชิวควบคุมด้ายไหมวิญญาณทั้งสาม กวาดล้างไร้
เทียมทาน ไร้ผู้ใดกล้าเข้าใกล้…
ตัวเลขบนศีรษะทั้งสามเกินหมื่น ล ้าหน้าผู้อื่นไปไกลแล้ว
“ศิษย์พี่หญิงหร่านหงเฉินสู้เขา! ข้าเดิมพันว่าเจ้าจะชนะไว้!”
“นายน้อยโหยวฆ่าเร็ว ๆ อีกหน่อย ไม่นานก็จะเหนือล ้าเกินสอง
คนนั้นแล้ว!”
“เซินถูอี้ ฆ่าให้เถื่อนกว่านี้อีก!”
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับทั้งสาม ผู้ใดคว้าชัย ก็คงมิ
พ้นสามคนนี้เป็นแน่
เมื่อเวลาผ่านไป ศิษย์ถูกตัดสิทธิ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ศึกอันดุเดือดยิ่ง
ทวีความเข้มข้น ผู้ฝึกตนมากมายแผลงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ วิชาลับ
สูงสุดปรากฏถี่รัว
เจียงผิงอันจมอยู่กับการเล่นฉิน ยามผู้ฝึกตนหลายคนผ่านมา
เห็น ก็เกือบคิดเสียแล้วว่าพวกตนเห็นภาพหลอน
เจ้านี่มาเล่นฉินในที่แบบนี้? สมองมีปัญหาหรือไร? ที่นี่เป็นงาน
เลี้ยงยามไหน?
คนเหล่านี้โจมตีเจียงผิงอันด้วยอยากได้แต้มผลงานของเขา
แต่ท้ายที่สุด พวกเขาก็กลายเป็นตัวเลขเหนือศีรษะเจียงผิงอัน
ขอบเขตมิติศาลาเซียนหดลงครั้งแล้วครั้งเล่า ศิษย์ที่เหลืออยู่ก็ยิ่ง
ทวีความแข็งแกร่ง
จำนวนผู้โจมตีเจียงผิงอันค่อย ๆ เพิ่มจำนวน
ทว่า เมื่อตัวเลขบนศีรษะของเขาเกินหนึ่งหมื่น จำนวนการลอบ
โจมตีก็เริ่มลดถอย
ผู้รอดชีวิตมาจนบัดนี้ล้วนแต่เป็นผู้ฉลาด
หนึ่งบุคคลเล่นฉินไม่สนใจโลกหล้าที่นี่ได้ เหนือศีรษะมีแต้ม
ผลงานเกินหมื่น จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?
เมื่อกาลผ่าน การต่อสู้ในสมรภูมิก็ยิ่งลดจำนวน เมื่อถึงชั่วยามที่
ห้า มิติศาลาเซียนก็หดตัวเป็นหนที่ห้า ทุกการต่อสู้หยุดลง
ผู้ฝึกตนเฉียดหมื่นที่เหลืออยู่เผชิญหน้ากันจากไกล ๆ สีหน้า
ของพวกเขาเคร่งขรึม
มิใช่เรื่องง่ายที่ผู้ฝึกตนจะรอดมาจนบัดนี้
ชั่วยามต่อจากนี้คือยามยากเย็นที่สุด ผู้ใดก็ล้วนตกตายได้
ปวงชนล้วนอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล หากพวกเขาพ่ายไป
ยามนี้ ความพยายามที่ผ่านมาก็จะเสียเปล่า ส่งแต้มผลงานให้ผู้อื่น
เสียแทน
หลายบุคคลไม่อยากสู้ต่อแล้ว
ชายร่างกำยำผู้หนึ่งยืนบนยอดเขาไม่ห่างจากเจียงผิงอันนัก เขา
อยู่ในความกดดันมหาศาล ยามได้ยินเจียงผิงอันมานั่งเล่นฉินที่นี่ ก็
สบถด่าอย่างหงุดหงิดยิ่ง
“เล่นเพลงขยะอะไรของเจ้า ฟังแล้วไม่เพราะเท่าเสียงผายลมสุนัข
เขาเดียวที่ข้าเลี้ยงด้วยซ ้า! หยุดเสียเดี๋ยวนี้ หาไม่ข้าจะเด็ดหัวเจ้า
เสีย!”
เสียงฉินหยุดลงกะทันหัน
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันลืมตาขึ้น ผ่อนลมหายใจยาว
“ประเสริฐ ประเสริฐจริง ๆ บทเพลงมีพลังประเสริฐเช่นนี้เอง”
เจียงผิงอันรู้สึกราววิญญาณได้รับการชำระล้าง สงบเงียบเกิน
ครั้งใด และพลังวิญญาณยังพัฒนาไปอีกด้วย
“ประเสริฐย่าเจ้าเถอะ ที่เจ้าเล่นนับเป็นดนตรีด้วยหรือ?”
เมื่อชายร่างกำยำได้ยินเจียงผิงอันพูดกับตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าเพราะ
ปากเสียเป็นสันดานหรืออยากด่าเพื่อคลายแรงกดดันในใจกันแน่ จึง
สบถใส่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา
“มองพ่อเจ้าหาอะไร? ไม่พอใจก็สู้กันสิ ข้าจะขยี้เจ้าไก่อ่อนนี่ให้
เละ!”
เมื่อชายร่างกำยำเห็นสีหน้าป่วยกระเสาะกระแสะ ลมหายใจไม่
เสถียรของเจียงผิงอัน ก็ทราบว่าเขาบาดเจ็บสาหัสอยู่ชัด ๆ เขาจึงไร้
ความกลัวใด ๆ
ทันใดนั้น ร่างของชายร่างกำยำก็ชะงักเกร็ง จู่ ๆ ก็เข่าทรุดลงร ่า
ไห้หน้าตาบูดเบี้ยวอย่างมิอาจอธิบาย จนสุดท้ายก็หายวับไป
ชายร่างกำยำถูกเคลื่อนย้ายมายังอัฒจันทร์ ร่างของเขาสะท้าน
ต่อเนื่อง ไร้ปฏิกิริยาไปเนิ่นนาน
เขาสาบานในใจว่าจะไม่ไปเผชิญหน้าอีกฝ่ายอีก น่ากลัวยิ่งนัก
เขาไม่อยากเจอฝันร้ายเช่นนั้นอีกแล้ว
เทียบกับการทำร้ายร่างกาย การทรมานจิตใจเจ็บปวดอย่าง
แท้จริง
เจียงผิงอันมองไปที่อัจฉริยะคนอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ลงมือ ขณะพึมพำ
ว่า
“หากพวกเจ้าไม่สู้กันต่อ จะเก็บเกี่ยวในตอนท้ายได้อย่างไร มอบ
ความกล้าให้พวกเจ้าสักหน่อยแล้วกัน”
เจียงผิงอันวางมือกลับลงบนสายฉิน ดีดมันเบา ๆ
เตร้ง~
ยามสายฉินถูกดีด วิญญาณปวงชนในสมรภูมิก็สะท้าน
ลำนำศึกอันเปี่ยมอารมณ์ถูกบรรเลง จำนงศึกในทุกดวงใจถูก
กระตุ้นลุกโหมอย่างเกินควบคุม โลหิตร้อนรุ่มเดือดพล่าน ปราณทรง
พลังระเบิดออกจากกาย
“ฆ่า!”
ไม่รู้ผู้ใดตะโกนขึ้น แต่สมรภูมิซึ่งเดิมเงียบงันพลันปะทุ กระแส
วายุตลบพัด วรยุทธ์เหินฉวัดเฉวียน การต่อสู้ปะทุขึ้นอย่างดุเดือด
“เวร! สารเลวผู้ไหนก่อเรื่องฟะ!”