สู่วิถีอมตะ - บทที่ 506 วิชามายาหมู่
โหยวเชียนชิวได้อันดับหนึ่ง ขณะที่อัจฉริยะร่วมระดับอีกสองคน
ก็มิได้แย่
แต้มผลงานของเซินถูอี้แตะถึงสองแสนสองหมื่น ขณะที่หร่านหง
เฉินก็ได้สองแสนสองหมื่นกว่าแต้ม
คนทั้งสามได้แต้มผลงานส่วนใหญ่ไป
โหยวเชียนชิวมองดวงตานับถือของคนทั้งหลาย มุมปากก็ยกยิ้ม
อย่างเกินยั้ง ด้ายไหมวิญญาณสามเส้นโอบล้อมรอบกาย โลหิตเลื่อน
หยดลงตามด้ายไหม
แม้เขาจะมิได้ก้าวข้ามสถิติที่บิดาตนเคยทำไว้ เขาก็ยังชนะเลิศ
มิทำให้บิดาเสียหน้า
ผู้ฝึกตนซึ่งมีแต้มผลงานเพียงสองพันกว่าแต้มรำพึง “เฮ้อ~
ความต่างชั้นระหว่างบุคคลมหาศาลจริงหนอ ไปกันเถอะ”
“ไฉนข้าจึงจำได้ว่า ทุกครั้งที่ศึกศาลาเซียนจบลง ปวงชนจะถูก
เคลื่อนย้ายทันที แล้วไฉนครั้งนี้เราจึงต้องออกไปกันเองล่ะนี่?” หนึ่ง
ในผู้ฝึกตนฉงนใจ
“ใครจะรู้ล่ะ ประมุขศาลาบอกให้เราไป งั้นก็ไปกันเองนี่แหละ”
ผู้ฝึกตนนับร้อยในสมรภูมิพากันถอนตัวออกตาม ๆ กัน
เซินถูอี้ชำเลืองโหยวเชียนชิวอย่างไม่เต็มใจ เขาไม่คิดว่าตนจะ
อ่อนแอกว่าอีกฝ่ายตรงไหน อีกฝ่ายแค่มีอาวุธวิเศษแข็งแกร่งกว่า
เท่านั้น
แต่มิใช่ผู้ชนะก็คือมิใช่ผู้ชนะ ไม่มีสิ่งใดควรพร ่าบ่น
เซินถูอี้ถอนตัวออกจากสมรภูมิตามไป
หร่านหงเฉินจนใจอย่างยิ่ง หากมิใช่เพราะนางเสียปราณส่วน
หนึ่งไปเพราะคิดจัดการกับเจียงผิงอัน นางก็ยังอาจมีโอกาสชนะก็
เป็นได้
ขณะกำลังจะถอนตัว หร่านหงเฉินชำเลืองเจียงผิงอัน
นางสังเกตเห็นว่าเจียงผิงอันยังคงเล่นฉิน
คนผู้นี้มีบางสิ่งผิดปกติ เขาซ่อนพลังไว้มากมายอย่างเห็นได้ชัด
แต่กลับมีแต้มผลงานเพียงหมื่นแต้ม ขณะที่ปวงชนสู้กันแทบตาย เขา
กลับเสียเวลามานั่งเล่นฉิน ซื่อบื้อเสียนี่กระไร
ขณะที่หร่านหงเฉินกำลังจะถอนตัว การเคลื่อนไหวก็หยุดชะงัก
มิใช่แล้ว!
บางอย่างไม่ถูกต้อง!
ศึกจบแล้ว แต่ทำไมเจียงผิงอันยังเล่นฉินอยู่?
เขาแข็งแกร่งแท้ ๆ แต่ไฉนจึงมีแต้มผลงานเพียงหมื่น?
เหตุใดศึกศาลาเซียนหนก่อน ๆ เคลื่อนย้ายศิษย์ออกยามจบสิ้น
แต่ครั้งนี้เหล่าศิษย์ต้องถอยออกกันไปเอง?
หร่านหงเฉินรู้สึกผิดปกติ มิได้ถอนตัวไปทันที
ท้ายที่สุด สมรภูมิก็เหลือเพียงเจียงผิงอัน หร่านหงเฉินและโหยว
เชียนชิว
อึดใจต่อมา หร่านหงเฉินก็พบว่าตัวเลขเหนือศีรษะเจียงผิงอัน
เปลี่ยนแปลงไปอย่างบ้าคลั่ง
เพียงพริบตา มันก็สูงเกินห้าแสนสี่หมื่น!
โหยวเชียนชิวเองก็สังเกตเห็นภาพนี้ หลังตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาก็
พลันเข้าใจบางสิ่ง
“การประลองยังไม่จบ! นั่นเป็นเสียงลวง!”
ถูกต้อง การประลองยังไม่จบ เสียงเมื่อครู่เป็นเพียงมายาที่เจียง
ผิงอันสร้างขึ้น ทำให้ผู้อยู่ในสมรภูมิคิดว่าประมุขศาลาประกาศจบ
การประชัน
ผู้ฝึกตนซึ่งถอนตัวไปเองล้วนถูกตัดสินว่าออกจากการประลอง
ภายใต้อิทธิพลวิชามายาของเจียงผิงอัน แต้มผลงานของพวกเขาจึง
ถูกโอนไปอยู่เหนือศีรษะเจียงผิงอันแทน
ผู้ฝึกตนนับร้อย ๆ ซึ่งถูกต้มจนเปื่อยนั่งอยู่ในอัฒจันทร์ หลังตะลึง
นิ่งไปครู่หนึ่ง ต่างผู้ล้วนโวยวายอย่างไม่พอใจ
“สารเลว! สามานย์มาก!”
“ข้ารายงาน เจ้านี่โกง! จงใจหลอกคนให้ถอนตัว!”
“ข้ามิได้แพ้! ข้ามิได้แพ้!”
ผู้ฝึกตนจำนวนมากสติแตก
กว่าจะผ่านมาถึงช่วงท้ายได้ คิดว่าทุกสิ่งจบแล้วเสียที พร้อมจะ
หอบแต้มผลงานกลับไปฝึกฝนอย่างปรีดา
ใครจะรู้ว่าการประลองหาจบลงไม่ พวกเขาถูกวิชามายาหมู่เข้า
ต่างหาก!
มันมิใช่แม้แต่มายาระดับสูง เพียงแค่ถูกใช้ในเวลาอันเหมาะสม
ทำให้ปวงชนเกิดความเข้าใจผิดไป
ต้มกันชัด ๆ!
โหยวเชียนชิวมองเจียงผิงอันอย่างตกตะลึง
มิคาดว่าผู้ซึ่งบังเอิญผ่านมาเจอกันเมื่อกาลก่อนจะคิดการแยบ
ยลเช่นนี้
ดวงตาของโหยวเชียนชิวพลันเรืองประกาย
คนอื่น ๆ ถูกกำจัดไปหมดแล้ว ขอเพียงเขาฆ่าเจียงผิงอันได้ เขา
ก็จะมีแต้มผลงานเกินเจ็ดแสน สร้างสถิติใหม่ขึ้น!
โหยวเชียนชิวควบคุมด้ายไหมวิญญาณทั้งสามเข้าโจมตีเจียงผิง
อัน
หลังเพลงจบ เจียงผิงอันก็ค่อย ๆ วางมือลง
วิ้ง!
เสียงประหลาดดังขึ้น แล้วโหยวเชียนชิวและด้ายไหมวิญญาณก็
ปลาสนาการไปพร้อมกัน
หร่านหงเฉินชำเลืองเจียงผิงอันด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะหาย
ตัวไปด้วยกัน
“ศึกศาลาเซียนครั้งนี้จบลงแล้ว”
ยามนี้คือจุดจบอย่างแท้จริง
เสียงของประมุขศาลาหลัวซู่เต็มไปด้วยอารมณ์ปนเป
นางมิคาดเลยว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นศิษย์ตนว่า ผู้ชนะในการ
ประลองครั้งนี้กลับกลายเป็นเจียงผิงอัน
ปวงชนล้วนตะลึง
แทบไม่มีใครคาดหวังมาก่อนว่าศึกนี้จะจบลงด้วยชัยชนะของ
เจียงผิงอัน
ทั่วทั้งสมรภูมิเหลือเจียงผิงอันอยู่เพียงหนึ่ง นั่งบนยอดเขาสูง ใต้
ร่มไม้เขียวขจี ในมือถือกู่ฉิน
ใบหน้าซึ่งค่อนข้างซูบเซียวไร้เค้าอารมณ์ใด ราวกับเรื่องที่เขา
คว้าชัยเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว
ผู้ฝึกตนทั้งหลายเดือดดาลเสียจนลุกขึ้นสบถสาบาน
“คนชั่วน่ารังเกียจ! เลวทรามสิ้นดี!”
“การประลองครั้งนี้ไม่นับ! คนเช่นนี้คู่ควรเป็นอันดับหนึ่งแล้ว
หรือ?”
“แต้มผลงานของข้าเอาไปเดิมพันข้างคนอื่นหมดแล้ว ใครจะคิด
ว่าขยะพรรค์นี้จะชนะได้”
ชัยชนะของเจียงผิงอันเกินคาดหมายของปวงชนไปสนิท
เขาลำพังได้แต้มผลงานไปห้าแสนสี่หมื่นกว่าแต้ม ทำลายสถิติ
ของโหยวซิวเมื่อพันสองร้อยปีก่อน เกิดเป็นสถิติใหม่
หากเจียงผิงอันได้แต้มผลงานมากมายเช่นนี้มาจากการต่อสู้
ปวงชนคงไม่ว่าอะไร
แต่มันเป็นแต้มที่ได้มาจากวิธีการน่ารังเกียจเช่นนี้
เจียงผิงอันมิได้ยินเสียงโวยวายก่นด่าเบื้องนอก ต่อให้ได้ยินก็ไม่
สนใจ
นี่คือสมรภูมิ มิใช่สนามเด็กเล่น ผู้ชนะคือราชัน
ภายใต้กฎเกณฑ์ ขอเพียงชนะได้ ก็ไร้จำกัดวิธีการ
ขณะนี้ หนึ่งเสียงเฒ่าชราพลันดังเหนือสมรภูมิ
“การประลองครั้งนี้เป็นโมฆะ”
ทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกกล่าว เสียงโวยวายซึ่งเดิมโหวกเหวกไป
หมดพลันเงียบหาย
เจ้าของเสียงอันคุ้นเคยนี้ก็คือฮั่วไห่โจว ผู้อาวุโสฝ่ายรักษา
ระเบียบ
ในโถงหลักของศาลาเติงเซียน ฮั่วไห่โจวซึ่งเมื่อครู่หายตัวไปครู่
หนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นแล้วประกาศข่าวอันน่าตกใจ
“จากการสืบหาของผู้อาวุโสผู้นี้ ยามเจียงผิงอัน เยี่ยอู๋ฉิง
และเฉียนฮวั่นโหรวเข้าสู่ศาลาเติงเซียน พวกเขามิได้ผ่านการ
ทดสอบใด ๆ แต่เข้ามาได้ผ่านการติดสินบน”
“นอกจากนั้น วิชาที่ทั้งสามใช้ยังมิเคยพบเห็นที่ใด หนึ่งในนั้นยัง
สร้างระบบการฝึกฝนของตนเองด้วย”
“ทั้งสามนี้ล้วนเป็นอัจฉริยะ แต่ก่อนหน้านี้กลับไร้ข่าวคราวใด ๆ
ผู้อาวุโสผู้นี้จึงสงสัยว่าทั้งสามจะเป็นไส้ศึกที่เคหาสน์เทพจันทราแอบ
เลี้ยงดู!”
“จุดประสงค์ก็คือเพื่อแทรกซึมเข้ามาในศาลาเติงเซียนของเรา!”
ฮั่วไห่โจวจงใจถ่ายทอดกระแสปราณสู่ทุกคู่โสต ให้ศิษย์ทุกคน
ได้ยินถ้วนทั่ว
มีเพียงการทำเช่นนี้ จึงสามารถป่วนความเห็นสาธารณะมาโจมตี
พวกเจียงผิงอันทั้งสาม และหลัวซู่ซึ่งอยู่เบื้องหลังได้
เป็นไปตามฮั่วไห่โจวคาดการณ์ เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนฮือฮา
ขึ้นมาทันทียามได้ยินเช่นนี้
“ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมเจียงผิงอันน่ารังเกียจได้เพียงนี้ ที่แท้เขาก็
เป็นสายลับจากเคหาสน์เทพจันทรา!”
“เรื่องนี้ต้องสืบสวนอย่างเข้มงวด หากเป็นสายลับจากเคหาสน์
เทพจันทราจริง ๆ ก็ต้องฆ่าให้ตาย!”
“ถึงกับติดสินบนเพื่อเข้าร่วมศาลาเติงเซียน ศึกศาลาเซียนครั้งนี้
ไม่นับ!”
เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนเดือดดาล
เจียงผิงอันจะเป็นสายลับหรือไม่ไร้สำคัญ เรื่องสำคัญคือผลศึก
ศาลาเติงเซียนครั้งนี้ต้องถูกล้าง ผู้ลงเดิมพันไว้จึงไม่เสียหาย
หลัวซู่กล่าวกับฮั่วไห่โจวเสียงเย็น “เจ้ามีหลักฐานอะไรมาบอกว่า
คนทั้งสามเป็นสายลับ?”
“ตาเฒ่าผู้นี้ไร้หลักฐาน แต่เพื่อสืบสัจธรรม ในฐานะผู้อาวุโสฝ่าย
รักษาระเบียบ ตาเฒ่าผู้นี้จะรับผิดชอบใช้วิชาสืบวิญญาณกับคนทั้ง
สามให้!”
แน่นอน ฮั่วไห่โจวรู้ว่าทั้งสามหาใช่สายลับไม่ จุดประสงค์ของเขา
คือการได้มาซึ่งระบบการฝึกฝนที่เฉียนฮวั่นโหรวสร้าง และวิชา
ประหลาดของเจียงผิงอัน
นอกจากนั้น วิชาสืบวิญญาณยังเป็นอันตรายต่อเป้าหมาย
หลังจากใช้มัน สถานเบาคือวิญญาณเสียหาย สถานหนักคือตกตาย
ไปเดี๋ยวนั้น
หากหลัวซู่ออกมาหยุดยิ่งดี การคุ้มกันสายสืบจะสร้างความไม่
พอใจไปทั่วทั้งศาลาเติงเซียน
พวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบก็จะฉวยโอกาสชิงอำนาจเสียเดี๋ยวนี้
เลย!
แผนการนี้หมดจดไร้ทางแก้