สู่วิถีอมตะ - บทที่ 507 การตอบโต้ของเจียงผิงอัน
หลัวซู่กำหมัด ยามนี้นางตกที่นั่งลำบากราวขี่บนหลังเสือ
หากไม่ตกลงให้ฮั่วไห่โจวสืบวิญญาณ ทั้งสำนักก็จะไม่พอใจ
และฝ่ายรักษาระเบียบก็จะยึดอำนาจ
หากตกลงให้อีกฝ่ายสืบวิญญาณ วิญญาณของเฉียนฮวั่นโหรว
และเจียงผิงอันก็จะเสียหายสาหัส กระทบต่อการฝึกฝนในภายหน้า
ของพวกเขา
นอกจากนั้น ใครจะอยากให้ความลับของพวกตนถูกผู้อื่นเห็น?
ใครบ้างไร้ความลับที่ไม่อยากให้ผู้อื่นรู้?
รอยยิ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าเฒ่าชราของฮั่วไห่โจว
“ประมุขศาลา เจ้าลังเลอะไร? ขอเพียงสืบวิญญาณเสียเดี๋ยวนี้ ก็
รู้ได้แล้วว่าพวกเขาเป็นคนทรยศหรือไม่”
ดูซิว่านังนี่จะยังกร่างกำแหงได้เช่นไร
ระห ่านักหรือ?
ทำตัวไม่ถูกแล้วล่ะสิ
“สัจธรรมต้องกระจ่างแจ้ง!” ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบผู้หนึ่งฉวย
โอกาสตะโกนขึ้น
ศิษย์ศาลาเติงเซียนคนอื่น ๆ ซึ่งถูกกระตุ้นอารมณ์ตะโกน
ประสาน
“สัจธรรมต้องกระจ่างแจ้ง!”
“เราต้องไม่ให้สายสืบของเคหาสน์เทพจันทราแทรกซึมเข้ามา
ได้!”
“นี่เกี่ยวกับความปลอดภัยของศาลาเติงเซียน ต้องสืบถึง
วิญญาณ!”
เคหาสน์เทพจันทราเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของศาลาเติงเซียน
สองฝ่ายมักกระทบกระทั่งแค้นเคืองกัน
สีหน้าของหลัวซู่เคร่งขรึม เอ่ยขึ้นเสียงเข้ม “เรื่องการสืบ
วิญญาณ ประมุขศาลาผู้นี้จะตรวจสอบเอง”
นางไร้ทางเลือกนอกจากต้องใช้วิชาสืบวิญญาณเองเพื่อมิให้
วิญญาณศิษย์ตนเสียหาย
“ไม่ได้! ใครจะรู้ว่าเจ้าจะใจอ่อนจนจงใจปกปิดอะไรหรือเปล่า”
ฮั่วไห่โจวไม่ยอมให้โอกาสนี้กับหลัวซู่ เขาก็อยากรู้ว่าเฉียนฮวั่น
โหรวสร้างขอบเขตการฝึกฝนของตนได้เช่นไร และเหตุใดเจียงผิงอัน
จึงเรียกภาพฉายของจินตี๋มาช่วยสู้ได้
“เจ้าพยายามบังคับข้าอยู่หรือ?”
สีหน้าของหลัวซู่เย็นเยียบสุดขีด ปราณชวนสะพรึงสะท้านทั่วฟ้า
ดินระเบิดออกจากกาย
ขณะนี้ ปวงชนรู้สึกกดดันเกินบรรยาย ประหนึ่งเพียงคำนึง นาง
จะตัดสินความเป็นความตายของปวงชนได้
ฮั่วไห่โจวก้าวถอยไปสองสามก้าว “ใต้เท้าประมุขศาลา ข้าทำ
เพื่อศาลาเติงเซียนอยู่นะ เจ้าจะลงมือกับข้าหรือ!”
เขากระจายปราณไปทั่วศาลาเติงเซียน ให้ปวงชนได้ยินถ้วนทั่ว
อีกครั้ง
ฮั่วไห่โจวมิเพียงไม่กลัวหลัวซู่ลงมือ ยังหวังให้นางลงมือด้วยซ ้า
ขอเพียงหลัวซู่กล้าลงมือกับผู้อาวุโสเช่นเขา หลัวซู่ก็ต้องลงจาก
ตำแหน่งอย่างแน่นอน
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายนิ่งงัน หนึ่งเสียงพลันดังขึ้นจากสมรภูมิ
“จะสืบวิญญาณข้าก็ได้”
ได้ยินเช่นนี้ ทุกสายตาก็มองมายังเจียงผิงอัน
เขากระทั่งเป็นฝ่ายยอมให้สืบวิญญาณก่อน
บางทีเขาอาจมิใช่สายลับจริง ๆ ก็ได้
เฉียนฮวั่นโหรวกลั้นหายใจอย่างกระวนกระวาย หากเจียงผิงอัน
ถูกสืบวิญญาณ ความลับทั้งหมดของเขาจะเป็นที่ล่วงรู้
รวมถึงความลับของภพแร้นแค้นด้วย
ดวงตาของฮั่วไห่โจวฉายประกายเช่นผู้ชนะ เขาย่อมรู้ว่าเจียงผิง
อันมิใช่สายลับ
เขาแค่อยากอ่านความทรงจำของเจียงผิงอัน ขโมยวรยุทธ์
มาแล้วฉวยโอกาสทำลายห้วงจิตสำนึก ให้อีกฝ่ายสติแตกปัญญา
อ่อนไปเสีย
เจียงผิงอันกล่าวต่อ “หากคิดสืบวิญญาณข้า ก็ขอวอนใต้เท้า
ประมุขศาลาให้สืบวิญญาณเจ้าเฒ่านี่ด้วย”
“จากการสังเกตของศิษย์ระหว่างชั่วกาลที่มายังศาลาเติงเซียน
พบว่าฝ่ายรักษาระเบียบเหิมเกริมลุแก่อำนาจ กดขี่รังแกศิษย์ทั้งหลาย
ทำให้ศาลาเติงเซียนเต็มไปด้วยศึกภายใน เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่มี
เพียงสายลับเท่านั้นที่ทำ”
“เขากระทั่งให้ผู้ใต้บัญชาของเขามาลอบสังหารศิษย์ ศิษย์จึง
สงสัยว่าเจ้าเฒ่าผู้นี้เป็นไส้ศึก!”
“สามหาว!”
ฮั่วไห่โจวตวาดก้อง “เจ้ามันตัวอะไร กล้ามาใส่ความผู้อาวุโสผู้
นี้!”
เสียงของเขาเลื่อนลั่นเช่นอัสนี ระเบิดเปรี้ยงก้องนภา
เจียงผิงอันไร้ความกลัว กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ “ผู้อาวุโส
ทำเพื่อศาลาเติงเซียน ข้าก็ทำเพื่อศาลาเติงเซียนเช่นกัน”
“ศาลาสาขาแคว้นชางหลานของเรานับวันยิ่งอ่อนแอ ข้าสงสัยว่า
จะเป็นฝีมือไส้ศึก ไฉนเจ้าต้องร้อนตัว? เจ้าเป็นคนทรยศขวัญอ่อน
หรือ?”
ได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของหลัวซู่ก็เรืองประกาย เด็กนี่เจ้าเล่ห์นัก
นางเข้าใจแล้วว่าเจียงผิงอันทำอะไรอยู่ และกล่าวกับฮั่วไห่โจว
ทันทีว่า
“ผู้อาวุโสฮั่ว ด้วยพลังวิญญาณของเจ้า เจ้าจะไม่ถูกทำร้ายโดย
วิชาสืบวิญญาณแน่ เพื่อปลดความแคลงใจของศิษย์สำนัก โปรดรับ
การสืบวิญญาณด้วย”
“เราล้วนเกลียดชังเคหาสน์เทพจันทรา และศาลาเติงเซียนจะไม่
ปล่อยคนชั่วลอยนวล ทว่าก็จะไม่ทำร้ายคนดีเช่นกัน”
ไร้ผู้ใดอยากให้ความทรงจำของตนถูกเห็น โดยเฉพาะยอดฝีมือ
สูงสุดเช่นนี้ กว่าจะไต่เต้าสู่ตำแหน่งนี้ได้ พวกเขาทำเรื่องสกปรกไป
เท่าไหร่ มีเพียงตนที่ทราบแก่ใจ
นอกจากนั้น หากสืบวิญญาณฮั่วไห่โจว ทุกแผนการและ
จุดประสงค์ของฝ่ายรักษาระเบียบก็จะเผยต่อหลัวซู่
ดังนั้น ฮั่วไห่โจวจึงไม่มีทางตกลงให้สืบวิญญาณ
การตอบโต้ของเจียงผิงอันทำให้การโจมตีของฮั่วไห่โจวแหลก
ร้าวทันที
สายตาของตัวตนระดับสูงคนอื่น ๆ ที่มองมายังเจียงผิงอันแฝง
ความชื่นชมมากกว่าเดิมเล็กน้อย
หากผู้เผชิญสถานการณ์เช่นนี้เป็นศิษย์คนอื่น ต่อให้พวกเขา
มิใช่ไส้ศึกจริง ๆ พวกเขาก็จะกระวนกระวายทำตัวไม่ถูกยิ่ง
แต่เจียงผิงอันในสถานการณ์เช่นนี้หากลัวอันตรายไม่ และยัง
หาทางแก้มันได้ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้มีความคิดเฉียบแหลม
ศิษย์ซึ่งมีทั้งฝีมือและมันสมองเช่นนี้ เป็นสิ่งที่สำนักต้องการอย่าง
แท้จริง
โทสะบนใบหน้าฮั่วไห่โจวมิอาจปกปิดได้แล้ว
เขามิคาดว่าเจียงผิงอันจะหลักแหลมจนหาโอกาสตอบโต้ได้
หากเขายืนกรานจะสืบวิญญาณเจียงผิงอันตอนนี้ หลัวซู่สตรีผู้
นั้นก็จะไล่บี้เขาไม่หยุดเช่นกัน
แล้วความลับทั้งหมดของเขาก็จะกระจ่างชัด
“ฮึ เพื่อความปลอดภัยของเจ้า และป้องกันมิให้ศาลาเติงเซียน
เสียอัจฉริยะไป ผู้อาวุโสผู้นี้จะไม่ใช้วิชาสืบวิญญาณกับเจ้าก็ได้”
ฮั่วไห่โจวทำได้เพียงเลิกคิดทำลายเจียงผิงอันไป “แต่เจ้าต้อง
ส่งวรยุทธ์พลังวิญญาณที่เจ้าใช้ให้เราศึกษา ว่ามันมาจากเคหาสน์
เทพจันทราหรือไม่”
ในที่สุดหลัวซู่ก็วางใจ
แค่ส่งวรยุทธ์ให้อีกฝ่ายและชดเชยให้เจียงผิงอันสักหน่อย
วิญญาณก็ไม่เสียหายแล้ว
“ข้ามิได้ใช้วรยุทธ์พลังวิญญาณ พวกมันล้วนเป็นการใช้พลัง
วิญญาณที่ข้าคิดเอง ผู้อื่นเรียนมิได้ ส่งให้ใครก็มิได้”
เจียงผิงอันอธิบาย
ฮั่วไห่โจวหาได้เชื่อวาทะเจียงผิงอันไม่
“เจ้าคิดว่าโกหกเช่นนี้จะหลอกใครได้? เราโง่กันหมดหรือ? คน
ระดับเจ้าจะเผยพลังระดับสูงเช่นนั้นได้ด้วยหรือ?”
การที่เจียงผิงอันเรียกภายฉายของจินตี๋ออกมาได้ คล้ายคลึงกับ
พรสวรรค์อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของหร่านหงเฉิน
แต่ยามนี้ เจียงผิงอันบอกว่าเขาสร้างอำนาจศักดิ์สิทธิ์นี้ขึ้นมา
บอกผู้ใดก็ย่อมไม่เชื่อ
ปวงชนคิดเช่นนั้นจริง ๆ นึกไปว่านี่คือข้ออ้างที่อีกฝ่ายไม่อยาก
ส่งวรยุทธ์ให้
ผู้ทราบสัจธรรมมีเพียงเยี่ยอู๋เฉินและเฉียนฮวั่นโหรว
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันกระอักไออย่างอ่อนแรงสองหน “ข้าคร้านเกินจะ
อธิบายกับเจ้าแล้ว เจ้ามาสืบวิญญาณเลยมา ใต้เท้าประมุขศาลา
รบกวนท่านสืบวิญญาณตาเฒ่าผู้นี้ก่อน ข้าคิดว่าตาเฒ่าผู้นี้เป็น
สายลับจากเคหาสน์เทพจันทราขอรับ”
ทั่วทั้งสำนักพลันเงียบกริบ
คนทั้งหลายล้วนตะลึง พวกเขาเพิ่งเคยพบเห็นผู้ฝึกตนบ้าระห ่า
ได้ถึงเพียงนี้ กล้ากระทำตัวไม่สุภาพกับผู้ปกครองฝ่ายรักษาระเบียบ
กระทั่งผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ยังไม่กล้าเช่นนี้เลย
เจียงผิงอันเห็นฮั่วไห่โจวไม่พูดจา ก็ปริปากขึ้นเอง “เร็วเข้าสิ มา
สืบวิญญาณข้า สายลับอย่างเจ้ากลัวแล้วล่ะสิ? กลัวตัวตนถูกเปิดโปง
หรือ? หรือไปทำเรื่องชั่ว ๆ ไว้เยอะเกินไปแล้วไม่กล้าให้คนอื่นเห็น?”
ฮั่วไห่โจวเดือดดาลจนร่างสะท้าน นับแต่เขามานั่งในตำแหน่งนี้
ก็ไร้ผู้ใดกล้าพูดเช่นนี้กับเขาอีก
“เจ้าคอยก่อนเถอะ หากผู้อาวุโสผู้นี้รู้ว่าเจ้าเป็นไส้ศึกเมื่อไหร่ จะ
กำจัดเจ้าทิ้งทันทีแน่!”
ฮั่วไห่โจวกระฟัดกระเฟียดจากไป
เรียบเรียงแผนการมาตั้งนาน กลับมิได้สิ่งใดนอกจากขายหน้า
ตัวเอง
เจียงผิงอันตะโกน “ให้เจ้ามาสืบวิญญาณก็ไม่ยอมมา ข้าว่าเจ้า
เฒ่านี่แหละเป็นไส้ศึก ประมุขศาลา ผู้อาวุโสทุกท่าน รีบสยบไส้ศึกผู้
นี้เถิด!”
ปวงชน “…”
เจ้าเด็กนี่กล้าจริง ๆ นี่คือล่วงเกินฮั่วไห่โจวจนต้องตายไปข้าง
แล้วนะ
อย่างไรก็ตาม การที่เขาทำเช่นนี้ย่อมหมายถึงมันปลอดภัย
นี่หมายความว่าเขาเลือกข้างยืนฝั่งประมุขศาลาเสมอ ตราบใดที่
ประมุขศาลายังอยู่ เขาจะไม่เป็นอะไร